Masukปั๊ก!
เสียงดังขึ้นเมื่อคิรินทร์โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรง จนไข่มุกสะดุ้งเฮือก เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ด้วยแววตาตื่นกลัว
“ทำผิดอีกแล้ว คุณตกเลขหรือไงถึงได้ทำพลาดแบบนี้ซ้ำๆ” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ
“ขะ…ขอโทษค่ะ มุกตรวจสอบไม่ดีเอง” เธอก้มหน้างุด มือกำแฟ้มในมือแน่น ความจริงเธอเป็นแค่คนรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่คนตรวจตัวเลขด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่กล้าแก้ต่าง
“ขอโทษแล้วมันดีขึ้นไหม?” คิรินทร์พ่นลมหายใจแรง เสียงของเขาเข้มขึ้น
“…” เธอเงียบรู้ดีว่าคำตอบใดๆ ในตอนนี้คงยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ
“กลับไปแก้ให้เรียบร้อย ถ้าทำผิดอีกผมจะเชิญคุณลงไปช่วยงานแผนกแม่บ้านแทน” เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงแรงกดดัน
“ค่ะ…” ไข่มุกเม้มปากแน่นพยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินออกไปช้าๆ
ขณะที่เธอกำลังเอื้อมมือเปิดประตู กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยมาแตะจมูกเขา กลิ่นเดียวกับเมื่อคืนนั้นที่ทำให้เขาหัวเสียมาจนถึงทุกวันนี้ เขาชะงักสายตาแข็งค้างอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของเธอ
“อย่าเพิ่งไป…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ท่านประธานมีอะไรอีกคะ” ไข่มุกหยุดชะงักหันกลับมาช้าๆ ด้วยแววตาสับสน ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
เขาลุกจากเก้าอีกและเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาจับจ้องเธอไม่วางตา เขาเดินมาหยุดตรงหน้าของไข่มุก
“น้ำหอมกลิ่นอะไร?” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม กำลังเกิดความสับสน
“คะ?” เธอไม่เข้าใจในคำถาม
“คุณใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร” กลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับแป้งเด็กซึ่งทำให้เขาผ่อนคลายไม่น้อย
“ฟลอรัลค่ะ” เธอรีบหลบสายตาหัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาด้านนอก มือบางบีบเข้าหากันแน่นเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
“คืนนั้น...”
“มุกขอตัวก่อนนะคะมีงานต้องทำต่อ” เธอรีบหมุนตัวแล้ววิ่งออกจากห้องทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงราวจะทะลุออกจากอก
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำได้เธอรีบปิดประตูแน่น แผ่นหลังพิงกับบานประตูเย็นเฉียบ ร่างกายอ่อนแรงเหมือนหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ
ลมหายใจสั่นระรัวปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมา ก่อนที่ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นจะย้อนกลับมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
“อื้อ คุณคิรินทร์เบาๆ หน่อยได้ไหม”
“อืม เธอทำให้ฉันคลั่ง”
ไข่มุกสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมความเมื่อยล้าทั้งร่าง แสงอ่อนจากหน้าต่างสาดเข้ามาในห้อง เธอกะพริบตาช้าๆ ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
หัวใจของเธอเต้นแรง มือสั่นเทาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ยังหลับอยู่ข้างกายท่านประธานคิรินทร์ ลมหายใจของเธอสะดุดทันที ไข่มุกยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้ ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความตกใจและเสียใจปนกัน
เมื่อคืนเธอนอนกับเขา และที่สำคัญเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วหัวใจเธอแทบแตกสลาย ไข่มุกรีบลุกจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมอย่างลนลาน ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่หันกลับมามองอีกครั้ง
หญิงสาวรีบตั้งสติและกลับมานั่งทำงานเหมือนเดิม เธอไม่กล้าบอกเรื่องนั้นกับเขา หวังว่าเขาจะจำเธอไม่ได้เช่นกัน
“คุณคินอยู่ไหม” เสียงหวานดังขึ้นหน้าห้องทำงาน
“คุณคือ...” เธอกำลังจะถามต่อ แต่หญิงสาวอีกคนพูดแทรกขึ้นทันที
“ฉันคือลิต้าคู่หมั้นของเขา ไม่ต้องบอกว่าฉันมาฉันจะเข้าไปหาเขาเอง” ลิต้ามองผู้หญิงตรงหน้าขนาดไม่แต่งหน้าจัดยังสวยขนาดนี้ ปล่อยไว้ใกล้คิรินทร์ไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่ได้ค่ะฉันต้องแจ้งเขาก่อนคุณ...” ไข่มุกรีบลุกขึ้นพยายามขวางไว้ แต่ลิต้าเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ เธอจึงจำใจรีบวิ่งตามหลัง เพราะรู้ดีว่าทุกคนที่เข้าพบท่านประธานต้องได้รับอนุญาตก่อนเสมอ
“เลขาคุณทำงานดีจังเลยนะขนาดลิต้าบอกว่าเป็นคู่หมั้นก็ยังไม่ยอม”
คิรินทร์เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ มองหญิงสาวทั้งสองสลับกัน สายตาคมนิ่งเรียบก่อนจะโบกมือไล่ผู้ช่วยออกจากห้อง
“คุณมีธุระอะไร” เขาถามด้วยความเฉยชา
“เลขาคุณเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ” ลิต้าถามเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนั้นมาก่อน
“ผู้ช่วยเลขาเพิ่งให้ย้ายขึ้นมา คุณมีธุระอะไร” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ผู้ช่วยเลขาของคุณต้องสวยขนาดนั้นเลยเหรอ เหมือนเพิ่งจบมาใหม่ๆ” เธอไม่ยอมเข้าเรื่องรู้สึกอิจฉาในความสวยน่ารักของผู้ช่วยของคิรินทร์
“คุณจะพูดหรือไม่พูด” เขาวางปากกาลงก่อนจะหันไปมองจ้องตากับอีกฝ่าย
“คุณจะถอนหมั้นกับลิต้าจริงๆ เหรอคะ”
“ผมพูดชัดเจนแล้ว” คิรินทร์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารน้ำเสียงเรียบแต่เย็นเฉียบ
“ลิต้ารักคุณนะ หรือคุณมีคนอื่นไปแล้ว” ดวงตาเธอเริ่มร้อนผ่าว
“เราหมั้นกันก็เพราะผลประโยชน์ ตอนนี้คุณไม่มีผลประโยชน์อะไรแล้ว อีกอย่างคนที่อยากให้ผมหมั้นก็ไม่อยู่แล้ว”
“คุณใจร้ายที่สุดเลย” เสียงเธอแผ่วเบาแต่สั่นสะท้าน
“ผมจะไม่เอาเรื่องคุณก็ได้ แต่อย่ามาใช้วิธีสกปรกแบบนั้นอีก” น้ำเสียงของคิรินทร์เย็นเฉียบ ราวกับตัดสินแล้วไม่ลังเล
“เรื่องอะไรคะ” เธอไม่กล้าสบตาเขา เสียงขาดๆ หายๆ ไม่กล้าสบตา
“คุณอย่าทำเหมือนนางร้ายในละครได้ไหมวางยาผู้ชายเพื่อจะลากเขาขึ้นเตียงด้วยไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี”
“คุณคิน”
“ถ้าคุณล้ำเส้นผมอีก ผมจะไม่ไว้หน้าพ่อของคุณ” เขาหยิบเสื้อสูทมาสวมอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ ความเย็นชาของเขาทิ้งให้ลิต้ายืนนิ่งกับคำพูดที่แทงใจ หญิงสาวพยายามวิ่งตามเรียกชื่อเขาเสียงสั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณคิน เรามาคุยกันให้รู้เรื่อง”
คิรินทร์เดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของไข่มุกตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงสายตามองหญิงสาวเหมือนเป็นการบังคับ
“พักเที่ยงแล้วไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อย”
“เอ่อ คือ...” ไข่มุกไม่แน่ใจว่าเขาคุยกับเธอหรือเปล่า เพราะด้านหลังมีหญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้น
“ไข่มุกนี่เป็นคำสั่งของเจ้านาย” เขาสั่งเสียงเข้ม
“แต่คุณผู้หญิง...” เธอถามด้วยความลังเล สายตาอาฆาตที่มองมาทำให้เธอตัวสั่น
“เธอไม่ใช่แขกของผมคราวหน้าถ้าปล่อยให้คนแปลกหน้าเขามาอีก ผมจะหักเงินเดือนคุณรีบตามมา” เขาเดินนำหน้าจนไข่มุกต้องรีบหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งตามหลังเขา จนมาถึงลิฟต์ผู้บริหารเธอไม่กล้าก้าวเข้าไป
“เข้ามา!”
“แต่นี่มันลิฟต์” เธอไม่ยอมก้าวเข้าไป
“คุณจะเอายังไงกันแน่” เขาหัวเสียเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้าไปขึ้นลิฟต์ฝั่งตรงข้าม จนต้องรีบเดินตามไป
“คุณเข้ามาทำอะไรในนี้”
“ผมเป็นผู้บริหารจะขึ้นลงลิฟต์ไหนก็ได้” เสียงทุ้มต่ำของคิรินทร์ดังขึ้นข้างหูจนไข่มุกเผลอกลั้นหายใจ
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยไม่ตั้งใจ ความสูงของเธออยู่แค่ระดับอกของเขาเท่านั้น ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านผมข้างขมับ
“คุณนี่ชอบสร้างปัญหาให้ผมจริงๆ” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงแรงกดดัน
ติ้ง
เสียงลิฟต์ดังขึ้นประสานกับการเปิดออกของประตู หน้าลิฟต์มีพนักงานยืนต่อแถวรออยู่ พอเห็นว่าท่านประธานอยู่ข้างใน ทุกคนชะงักเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับ
“เข้ามาสิ!” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่นจนไม่มีใครกล้าขัด
“คะ ค่ะ! พวกเรารีบเข้าไปเร็ว!” หญิงพนักงานคนหนึ่งกระซิบเสียงสั่น ก่อนทั้งหมดจะรีบก้าวเข้ามาอย่างเก้ๆ กังๆ
พื้นที่ในลิฟต์คับแคบกว่าที่คิด คิรินทร์จึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกทาง แต่กลับกลายเป็นว่าร่างสูงของเขาโน้มเข้ามาใกล้ไข่มุกจนแทบจะแนบชิด
ความสูงของเธออยู่พอดีกับระดับอกเขา กลิ่นน้ำหอมของเขาอบอวลในอากาศ เสียงลมหายใจทุ้มใกล้เสียจนหัวใจของเธอเต้นถี่ มือของเขาโอบเอวเธอไว้หลวมๆ ทั้งสองอยู่ด้านหลังสุดจึงไม่มีใครสังเกต
ขณะที่คิรินทร์นิ่งเฉย ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่รู้ตัว เขาเผลอยิ้มเล็กน้อยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“คนออกไปหมดแล้วเลิกกอดมุกได้แล้วค่ะ”
“ใครเขาอยากกอดคุณกัน ตัวก็ผอมหน้าตาก็ไม่สวย ทำงานก็ไม่เก่งโง่ก็โง่ ผู้ชายที่ไหนจะอยากได้คุณ!” เสียงเข้มของชายหนุ่มดังขึ้นกะทันหัน แววตาแข็งกร้าว
คำพูดเหมือนมีดที่ฟันฉับลงกลางใจ เขาเองก็รู้ว่ามันแรงเกินไป แต่ความหงุดหงิดที่ควบคุมไม่ได้ทำให้หลุดปากไปก่อนจะทันยั้ง
“ขอโทษด้วยนะคะที่มุกโง่” เธอพูดเสียงเบาแต่เจ็บลึก ก่อนหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับ
ตอนพิเศษ 4ย้อนเวลากลับไปในวันที่ไข่มุกยังเป็นนักศึกษาฝึกงานเช้าวันนั้นอากาศในตึกสำนักงานใหญ่เงียบขรึมจนหญิงสาวรู้สึกกดดันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปไข่มุกยืนก้มหน้าอยู่แถวหน้า พร้อมกับเพื่อนฝึกงานอีกสามคนที่ถูกส่งตัวเข้ามาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ มือประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว“นี่คือท่านประธาน ทุกคนโปรดให้ความเคารพด้วยครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกัน“ส…สวัสดีค่ะ” ไข่มุกพูดตามเพื่อน เสียงเบากว่าใครทั้งหมดเธอยังคงก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นไปมอง เพราะถูกสอนมาว่า การจ้องหน้าผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงถือเป็นการเสียมารยาท ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงทุ้มเรียบจะดังขึ้น“พูดกับผมต้องสบตา” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจของคนฟังสะดุด“ขออภัยค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นทันทีในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ คิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลดวงตากลมใสที่ยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจใบหน้าเรียบง่าย แต่สะอาดตาอย่างประหลาด ไม่ใช่ความสวยฉูดฉาด
ตอนพิเศษ 3ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด“อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญคำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ ปันปันกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป“ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว“ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี“ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อยทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปันปันร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวเธอสูดหายใจลึก ตั้งใจจะเดินหนีไปจากตรงนั้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นอะไรบางอย
ตอนพิเศษ 2เวลาผ่านไปหลายปีบ้านหลังเดิมยังคงคึกคักไม่เปลี่ยน เพียงแต่สามแสบตัวน้อยในวันนั้น โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วสายลมยิ่งโตยิ่งน่ารักรอยยิ้มสดใสกับดวงตาใสซื่อทำเอาเพื่อนผู้ชายในห้องเรียนต่างพากันใจสั่น วันไหนกลับบ้านช้ากว่าปกตินิดเดียว คนเป็นพ่อก็เดินวนเหมือนเสือถูกขัง“วันนี้มีหนุ่มมาจีบอีกไหม” คนเป็นพ่อกอดอกพิงกรอบประตู มองหน้าลูกสาววัยสิบห้าปีอย่างจับผิด“มะ...” สายลมยังไม่ทันตอบจบ“มีสองคนครับ แต่ธาราจัดการไปแล้ว” ธาราพูดขึ้นหน้าตาย ขณะกำลังเทน้ำดื่ม “เก่งมากต้องช่วยพ่อดูแลน้องๆ นะ” เขาหันไปมองลูกชายทันที สีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด“พ่อครับ พ่อก็มีแฟนตั้งแต่เด็กทำไมพวกเราถึงมีไม่ได้เหรอครับ” ทะเลถามอย่างไร้เดียงสาเพราะพ่อห้ามไม่ให้พวกเขามีความรักในวัยเรียนประโยคนั้นทำเอาคิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันจะหาข้อแก้ตัว ภรรยาก็สันหาแต่เรื่องไม่ดีของเขามาเล่าให้ลูกๆ ฟัง“คุณแม่เล่าว่าคุณพ่อแรดตั้งแต่เด็กเลยนะคะ” สายลมพูดเสียงใสตาเป็นประกายเหมือนรู้อะไรดี“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อน!” เขารีบโพล่งออกมาเสียงดังเกินเหตุเล็กน้อยเขาเหลือบมองไปทางห้องครัวอย่างระแวงในใจคาดโทษภรรย
ตอนพิเศษ 1คิรินทร์นอนกอดเมียแนบอกบนเตียงกว้างอย่างสบายใจ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านบางๆ เข้ามา เผยให้เห็นผืนน้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา ทริปฮันนีมูนครั้งนี้ เขาฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงแล้วพาไข่มุกหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาของกันและกัน“ผมรักคุณที่สุดเลย” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี“คุณคิน แก้มมุกช้ำหมดแล้วนะ” เธอหัวเราะเบาๆ ดันอกเขาออกนิดหนึ่งตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาแทบไม่ยอมพาเธอออกไปไหน นอกจากวนเวียนอยู่แต่ในห้องพักราวกับโลกภายนอกไม่มีความหมาย“หรืออยากช้ำไปทั้งตัวล่ะ” เขายิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์“อย่ามาหื่น มุกเหนื่อยแถมหิวด้วย” เธอปรามเสียงอ่อน“ผมก็หิวครับที่รัก” น้ำเสียงเขานุ่มลง แต่สายตากลับเป็นประกาย“มุกหิวข้าวค่ะ” เธอรีบแก้ต่างพลางหันหน้าหนีเล็กน้อย“ขออีกรอบได้ไหม” เขาหัวเราะในลำคอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“เมื่อเช้าคุณก็ทำแล้วนะ” เธอบ่นแต่แก้มกลับร้อนผ่าว“ก็ผมหิวแล้วของโปรดผมก็นอนอยู่ตรงนี้นี่นา แถมไม่มีลูกๆ มากวนใจด้วย”หญิงสาวถอนหายใจอย่างคนแพ้ทาง ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกเขาเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่บรรยากาศหวานจะได้ดำเนินต่อ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้า
หนึ่งปีผ่านไปครอบครัวของคิรินทร์และไข่มุกยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ลูกๆ ทั้งสามโตขึ้นเป็นเด็กซนแต่แสนรู้ ส่วนวายุ ลูกคนนั้นดื้อไม่แพ้พี่ชายเลย เล่นเอาคนเป็นพ่อแทบกุมขมับเช้าวันเสาร์สายลมต้องไปเรียนเต้น ไข่มุกไม่ได้บังคับลูก แต่เพราะลูกสาวอยากไป เธอจึงได้แต่สนับสนุนและตามใจ“ทำไมต้องรีบไปด้วยคะ” เธอถามลูกเสียงนุ่ม“สายลมนัดเจเจไว้ค่ะ” สายลมตอบด้วยตาเป็นประกาย“เด็กหนุ่มตัวขาวๆ ใช่ไหม” ไข่มุกนึกขึ้นได้ทันที เธอจำได้ว่าเคยเจอกันครั้งหนึ่ง“ใช่ค่ะ แม่อย่าบอกพ่อนะคะ เดี๋ยวพ่อดุว่าสายลมคบแต่เพื่อนผู้ชาย” สายลมยิ้มเจ้าเล่ห์“ได้ค่ะ แม่จะเก็บเป็นความลับของเราเอง” เธอหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกสาว“ปล่อยลูกไปหาผู้ชายอีกแล้วนะ!” คิรินทร์ได้ยินทุกอย่าง เขาแทบรับไม่ได้ที่ลูกสาวตัวน้อยมีเพื่อนผู้ชาย“คุณคินสายลมเพิ่งจะกี่ขวบเองเขายังไม่เข้าใจความรักหรอกค่ะ” ไข่มุกอมยิ้ม เอ็นดูสามีไม่น้อย“เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมวิ่งตามผู้ชายแบบนี้ล่ะ” เขาหวงลูกสาวเพียงคนเดียว“ทีลูกชายของคุณยังวิ่งตามผู้หญิงเลยนะคะ” เธอว่า พลางคิดถึงความซนและพฤติกรรมแสบๆ ของลูกชายแต่ละคน“นั่นผู้ชายแต่สายลมเป็นผู้หญิง” “เขานิสัยเห
วายุ กฤตเมธานนท์ ลูกชายคนเล็กของคิรินทร์กับไข่มุกลืมตาดูโลกครบหกเดือนแล้ว และตั้งแต่วันนั้นชีวิตของท่านประธานบริษัทหมุนกลับด้านทันที เพราะเขาดันสัญญากับเมียว่าจะเลี้ยงลูกเอง และไข่มุกก็เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเช้าแทบไม่ได้พัก เขาต้องตื่นมาแต่งตัวให้สามแฝดไปโรงเรียนไหนจะต้องอุ้ม และเล่นกับวายุที่ติดพ่อเป็นแม่เหล็ก พอหันกลับไปดูตัวเองในกระจกก็แทบจำไม่ได้ภาพท่านประธานผู้สง่างามหายไป เหลือเพียงพ่อบ้านหัวฟูผู้มีแพมเพิสและขวดนมเป็นอาวุธประจำตัวเท่านั้นหมดความเป็นท่านประธานโดยสมบูรณ์จริงๆคิรินทร์ที่เพิ่งอุ้มวายุ เดินผ่านมาอย่างเงียบขรึมวันนี้ไข่มุกจะไปทำผม เขาเลยพาลูกชายมาทำงานด้วย แต่ประโยคที่ลอยเข้าหูทำให้ก้าวชะงัก“อิจฉาน้องไข่มุกจังเลย วาสนาดีมาก”“นั่นสิ ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน”“น้องมุกสวยขนาดนั้น ไม่แปลกที่ท่านประธานจะชอบ”เสียงหัวเราะคิกคักดังเบาๆ ทั้งสามสาวเอียงตัวเข้าหากันอย่างเมามัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงยืนอยู่ด้านหลัง“ดูท่านประธานรักภรรยามากนะคะ”“พาลูกมาทำงานด้วยเกือบทุกวันใครบ้างจะไม่อิจฉา”ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนกระแอมหนึ่งครั้ง สามสาวหันกลับมาช้าๆ เหมือนหน







