LOGINไข่มุกวางแก้วกาแฟลงตรงมุมโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับลังเลบางอย่าง คิรินทร์เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สายตาคมกริบจ้องใบหน้าซีดของเธออย่างจับผิด
“มีอะไร? ทำไมไม่พูด” น้ำเสียงเรียบแต่กดต่ำจนคนฟังสะดุ้ง ไข่มุกกำชายกระโปรงแน่น นิ้วมือสั่นน้อยๆ ความกลัวความกังวล และความจริงที่กำลังจะพูด กดทับอยู่บนบ่าเธอหนักอึ้ง “ท่านประธานมุกมีเรื่องจะถาม” เธอเงยหน้าขึ้นเหมือนจะพูด แต่พอเห็นดวงตาคมของเขาก็รีบหลุบตาลงอีกครั้ง “พูดมาสิผมรอฟังอยู่” คิรินทร์วางปากกาลง พลิกเก้าอี้หันมาสบตากับเธอเต็มๆ หญิงสาวสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนตัดสินใจถามคำถามที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา “สมมุติว่าถ้ามีผู้หญิงเดินมาบอกคุณว่าตั้งท้องคุณจะทำยังไงเหรอคะ” เธอกัดริมฝีปากแน่น มือประสานกันจนข้อนิ้วขาวซีด “ให้เอาออกสิ” น้ำเสียงของเขาคมกริบเย็นชาเหมือนใบมีด “ลูกของผมต้องเกิดจากความรักเท่านั้น ไม่ใช่จากความพลาดหรือความไม่ตั้งใจของใครสักคน” คำพูดนั้นกระแทกหน้าหญิงสาวเต็มแรง จนเธอรู้สึกเหมือนทั้งโลกกำลังโคลงไปมาริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำทันที แต่น้ำตาเธอไหลไม่ได้เพราะต่อหน้าเขา เธอไม่ควรแสดงความอ่อนแอ “…..” เธอก้มหน้าหลบ สองมือกำไว้แน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือ คิรินทร์มองสีหน้าเธอแล้วขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีท่าทีแปลกๆ “คุณถามทำไม? หรือว่าคุณท้อง” เขาโน้มตัวมาด้านหน้า น้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างหงุดหงิด ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องใบหน้าของเธอไม่กะพริบความคิดแล่นวาบขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว เขาเช็กประวัติพนักงานทุกคนอย่างละเอียดข้อมูลไข่มุกคือโสดสนิท ไม่มีประวัติชายคนไหนในชีวิตส่วนตัว อีกฝ่ายอาจจะแค่ถามเล่นๆ “ไหนคุณบอกว่าเป็นผู้หญิงโสดไง หรือคุณไปพลาดท้องกับใครมา” เขาถามเสียงแข็ง ไข่มุกใจเต้นแรง เธอกัดริมฝีปากจนแทบเลือดออก พยายามเก็บซ่อนความจริงสุดกำลัง “มะ ไม่มีอะไรค่ะ มุกแค่ถามเฉยๆ” น้ำเสียงเธอเบาหวิวจนแทบไม่เป็นเสียง เขามองเธออย่างจับผิดสายตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้ตามติดชีวิตของหญิงสาวขนาดนั้น หากจะมีแฟนหรือคนรักก็ไม่ได้ผิดอะไร มีแต่เขาที่หงุดหงิดทุกครั้งกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาว “คุณเป็นพนักงานของบริษัทผมเป็นผู้ช่วยของผม ด้วยซ้ำ เพราะงั้นคุณควรรู้จักวางตัวรักษาระยะห่างจากผู้ชายให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ให้ใครต่อใครเอาไปนินทาได้ไม่เว้นแต่ละวัน” เขาออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ ทุกคำหนักเหมือนค้อนฟาดลงบนอกไข่มุก คำพูดนั้นฟังเหมือนตำหนิ แต่ในน้ำเสียงกลับมีอะไรบางอย่าง เพียงแต่เขาเองก็ไม่ยอมรับ “ค่ะ มุกทราบ” เสียงเธอเบาและสั่น จนฟังดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน “ทราบ แต่ยังไม่เรื่องให้ได้ยินมาถึงหูผมคุณอายุยังน้อย หน้าตาก็ดีอย่าคิดจะเป็นของเล่นหรือเมียเก็บใครเด็ดขาด” แต่คิรินทร์กลับยิ่งหงุดหงิดขึ้น เพราะสีหน้าของเธอมันไม่ปกติเลย เขาเท้าศอกกับโต๊ะโน้มตัวเข้าหาเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าซีดจนถึงริมฝีปากที่กัดแน่น “คุณท้องกับผู้ชายคนอื่น เลยมาถามผมใช่ไหม” ไฟในอกไข่มุกเหมือนดับวูบ หัวใจเหมือนถูกบีบจนเจ็บแน่น เธอพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอสั่นจนเขารู้มากไปกว่านี้ “มะ ไม่ใช่นะคะ มุกแค่ถามเฉยๆ ไม่มีอะไร” แต่น้ำเสียงเธอเหมือนคนโกหก และคิรินทร์ก็ดูออก เขาขมวดคิ้วมองเธออย่างจับผิดมากกว่าเดิม “แน่ใจ? ถ้าคุณท้องขึ้นมาจริงๆ อย่าคิดเอามาโยงกับผมเชียว” หญิงสาวยืนนิ่งราวกับถูกคำพูดของเขาตรึงไว้กับพื้นอกเธออึดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก จะตอบก็พูดไม่ออก จะเถียงก็ไม่มีแรงพอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณคินอยู่ไหมคะ?” ลิต้าคู่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจนัก พอเห็นผู้ช่วยอยู่ในห้องรอยยิ้มนั้นก็แผ่วลงทันทีไข่มุกสะดุ้งได้สติกลับมาในเสี้ยววินาที เขามีคู่หมั้นแล้วผู้หญิงตรงหน้าที่สวยสมบูรณ์แบบ และเหมาะสมกับเขาทุกอย่าง แต่เธอเป็นแค่ผู้ช่วยเงินเดือนน้อยๆ ฐานะหน้าตาธรรมดาต่อให้ไม่มีเรื่องคืนนั้น เธอก็ไม่คู่ควรยืนอยู่ใกล้เขาอยู่ดี เธอไม่ควรทำให้พวกเขาทะเลาะกัน ไม่ควรเป็นต้นเหตุของปัญหา และไม่ควรหวังอะไรเกินตัว “ขะ ขอโทษค่ะ มุกขอตัวนะคะ” เธอรีบก้มศีรษะหัวใจเธอหนักราวกับมีอะไรมาทับจนหายใจแทบไม่ออก ขาเธอแทบก้าวไม่ออกจากห้อง แต่ก็ฝืนเดินออกไปอย่างเร็วที่สุด “เธอทำงานผิดอะไรอีกล่ะคะ ถึงโดนดุขนาดนี้” ลิต้าหันมาถามเขา เป็นแค่ผู้ช่วยเลขาทำไมถึงมีสิทธิ์เดินเข้าออกห้องประธานบริษัทเป็นว่าเล่น คิรินทร์หงุดหงิดขึ้นเฉียบพลันทั้งที่เมื่อครู่ยังทำเสียงเย็นใส่ไข่มุกแท้ๆ แต่พออีกฝ่ายออกไปกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด ไข่มุกรีบเดินหนีออกมาจากห้องทำงานของเขาให้เร็วที่สุด แต่พอก้าวถึงห้องน้ำ เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอก็ทรุดตัวลงทันทีมือรีบยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นที่พุ่งขึ้นมาแบบควบคุมไม่ได้ ไหล่ทั้งสองไหวสั่นแรงเหมือนคนหมดแรงจะยืน “ฮึก…” น้ำตาไหลลงไม่หยุดจนมองอะไรไม่เห็น คำพูดของเขายังดังก้องในหัว เหมือนหัวใจถูกเหยียบซ้ำๆ จนแหลกเป็นผง เธอก้มมองท้องแบนราบของตัวเองที่จริงมีเด็กตัวน้อยสองคนหัวใจสองดวงที่เต้นอยู่ข้างใน “แม่ขอโทษนะลูก” น้ำตาไหลเปื้อนมือที่ปิดปากอยู่ เธอไม่อยากให้เขารับผิดชอบเพราะความสงสาร หรือเพราะคิดว่าเธอจะมาแบล็กเมล เธอไม่อยากถูกเขาดูถูกมากไปกว่านี้ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอและลูกตอนนี้คือ ไปให้ไกลจากเขาเท่าที่จะทำได้ อย่าให้คนที่สูงเกินเอื้อมแบบเขามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเธออีก หญิงสาวเช็ดน้ำตาออกลวกๆ พยายามสูดหายใจแรงเพื่อปรับตัวให้กลับมาเป็นปกติ เพราะอีกไม่กี่นาทีเธอต้องสวมหน้ากากเดิมและกลับไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มุกดีขึ้นหรือยัง” เพนนีถามหลังจากที่เห็นว่าไข่มุกกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานแล้ว “ดีขึ้นแล้วค่ะ” “มุกท้องเหรอทำไมอาการแย่ลง ดูหน้าสิดูไม่ได้เลย” คำถามตรงไปตรงมาทำให้ไข่มุกพูดไม่ออก เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธมองซ้ายขวากลัวว่าจะมีคนผ่านมาได้ยิน โดยเฉพาะเขาคนนั้น “มุกจะท้องได้ยังไง” “นั่นสิ แฟนก็ยังไม่มีอย่าถือสาพี่เลยนะแก่แล้วก็เป็นแบบนี้” เพนนียิ้มให้รุ่นน้อง “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอไม่อยากเก็บมาใส่ใจ “ทำไมคุณลิต้ามาหาท่านประธานบ่อยจัง หรือจะมีข่าวดีหมั้นกันตั้งนานแล้วก็ไม่เห็นแปลก เหมาะสมกันที่สุดเลย” “เขาเหมาะสมกันแล้ว” เธอพึมพำเบาๆ “อุ๊ย ดูทำหน้าเข้าเดี๋ยวนี้หวงท่านประธานเหรอ?” เพนนีแกล้งแซว แต่ไม่รู้เลยว่าความจริงมันเจ็บกว่านั้นมาก “เปล่าค่ะ ใครจะกล้าคิดอะไร” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้า กดเอกสารในมือแน่นจนสั่น “โหววว ทำเสียงแบบนั้นไม่เหมือนดีใจเลยนะ” เพนนียังไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจร้ายเธอแค่พูดตรงตามนิสัย “คนหาเช้ากินค่ำอย่างเราแม้แต่คิดก็ไม่คู่ควรแล้วค่ะ” ไข่มุกสูดลมหายใจลึกพยายามกดความเจ็บลงไปที่ก้นบึ้งของหัวใจ ไข่มุกเงยหน้าจากงานทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเปิด แต่พอเห็นทั้งสองคนเดินเคียงกันออกมา หัวใจก็เหมือนถูกบีบช้าๆ “เย็นนี้คุณพ่ออยากเจอคุณนะคะ อย่าลืม” ลิต้าเอามือคล้องแขนคิรินทร์อย่างสนิทสนม น้ำเสียงหวานจนคนฟังรู้สึกแสบหู “ผมกลับแล้วนะ มีเอกสารสำคัญส่งเมลไว้ให้ผมด้วย” สายตาคมคู่นั้นมองเธอเพียงเสี้ยววินาที แต่เหมือนลากเวลานานจนเธอแทบหายใจไม่ออก “ค่ะท่านประธาน” ไข่มุกพยายามตอบให้เสียงนิ่งที่สุด “ผมไม่อยู่อย่ามัวแต่นั่งคุยเรื่องคนอื่นจนลืมหน้าที่ตัวเอง” เขาตอบแค่นั้น ก่อนหมุนตัวออกไปพร้อมลิต้าที่เดินแนบชิดไม่ห่าง ทันทีที่ลิฟต์ปิดลงหญิงสาวก็หลุบตาลงต่ำ เธอไม่ควรหวั่นไหวกับภาพตรงหน้า ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขามีคู่หมั้น แต่หัวใจมันกลับโง่และอ่อนแอเกินกว่าจะสั่งให้หยุดรู้สึก เธอยกมือขึ้นแตะหน้าท้องตัวเองเบาๆ “ลูกจ๋า แม่จะไม่ทำให้หนูต้องเป็นปัญหาในชีวิตใคร เราจะอยู่ให้ไกลที่สุดจากเขาให้ไกลที่สุด”ตอนพิเศษ 4ย้อนเวลากลับไปในวันที่ไข่มุกยังเป็นนักศึกษาฝึกงานเช้าวันนั้นอากาศในตึกสำนักงานใหญ่เงียบขรึมจนหญิงสาวรู้สึกกดดันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปไข่มุกยืนก้มหน้าอยู่แถวหน้า พร้อมกับเพื่อนฝึกงานอีกสามคนที่ถูกส่งตัวเข้ามาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ มือประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว“นี่คือท่านประธาน ทุกคนโปรดให้ความเคารพด้วยครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกัน“ส…สวัสดีค่ะ” ไข่มุกพูดตามเพื่อน เสียงเบากว่าใครทั้งหมดเธอยังคงก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นไปมอง เพราะถูกสอนมาว่า การจ้องหน้าผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงถือเป็นการเสียมารยาท ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงทุ้มเรียบจะดังขึ้น“พูดกับผมต้องสบตา” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจของคนฟังสะดุด“ขออภัยค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นทันทีในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ คิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลดวงตากลมใสที่ยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจใบหน้าเรียบง่าย แต่สะอาดตาอย่างประหลาด ไม่ใช่ความสวยฉูดฉาด
ตอนพิเศษ 3ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด“อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญคำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ ปันปันกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป“ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว“ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี“ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อยทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปันปันร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวเธอสูดหายใจลึก ตั้งใจจะเดินหนีไปจากตรงนั้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นอะไรบางอย
ตอนพิเศษ 2เวลาผ่านไปหลายปีบ้านหลังเดิมยังคงคึกคักไม่เปลี่ยน เพียงแต่สามแสบตัวน้อยในวันนั้น โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วสายลมยิ่งโตยิ่งน่ารักรอยยิ้มสดใสกับดวงตาใสซื่อทำเอาเพื่อนผู้ชายในห้องเรียนต่างพากันใจสั่น วันไหนกลับบ้านช้ากว่าปกตินิดเดียว คนเป็นพ่อก็เดินวนเหมือนเสือถูกขัง“วันนี้มีหนุ่มมาจีบอีกไหม” คนเป็นพ่อกอดอกพิงกรอบประตู มองหน้าลูกสาววัยสิบห้าปีอย่างจับผิด“มะ...” สายลมยังไม่ทันตอบจบ“มีสองคนครับ แต่ธาราจัดการไปแล้ว” ธาราพูดขึ้นหน้าตาย ขณะกำลังเทน้ำดื่ม “เก่งมากต้องช่วยพ่อดูแลน้องๆ นะ” เขาหันไปมองลูกชายทันที สีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด“พ่อครับ พ่อก็มีแฟนตั้งแต่เด็กทำไมพวกเราถึงมีไม่ได้เหรอครับ” ทะเลถามอย่างไร้เดียงสาเพราะพ่อห้ามไม่ให้พวกเขามีความรักในวัยเรียนประโยคนั้นทำเอาคิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันจะหาข้อแก้ตัว ภรรยาก็สันหาแต่เรื่องไม่ดีของเขามาเล่าให้ลูกๆ ฟัง“คุณแม่เล่าว่าคุณพ่อแรดตั้งแต่เด็กเลยนะคะ” สายลมพูดเสียงใสตาเป็นประกายเหมือนรู้อะไรดี“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อน!” เขารีบโพล่งออกมาเสียงดังเกินเหตุเล็กน้อยเขาเหลือบมองไปทางห้องครัวอย่างระแวงในใจคาดโทษภรรย
ตอนพิเศษ 1คิรินทร์นอนกอดเมียแนบอกบนเตียงกว้างอย่างสบายใจ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านบางๆ เข้ามา เผยให้เห็นผืนน้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา ทริปฮันนีมูนครั้งนี้ เขาฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงแล้วพาไข่มุกหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาของกันและกัน“ผมรักคุณที่สุดเลย” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี“คุณคิน แก้มมุกช้ำหมดแล้วนะ” เธอหัวเราะเบาๆ ดันอกเขาออกนิดหนึ่งตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาแทบไม่ยอมพาเธอออกไปไหน นอกจากวนเวียนอยู่แต่ในห้องพักราวกับโลกภายนอกไม่มีความหมาย“หรืออยากช้ำไปทั้งตัวล่ะ” เขายิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์“อย่ามาหื่น มุกเหนื่อยแถมหิวด้วย” เธอปรามเสียงอ่อน“ผมก็หิวครับที่รัก” น้ำเสียงเขานุ่มลง แต่สายตากลับเป็นประกาย“มุกหิวข้าวค่ะ” เธอรีบแก้ต่างพลางหันหน้าหนีเล็กน้อย“ขออีกรอบได้ไหม” เขาหัวเราะในลำคอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“เมื่อเช้าคุณก็ทำแล้วนะ” เธอบ่นแต่แก้มกลับร้อนผ่าว“ก็ผมหิวแล้วของโปรดผมก็นอนอยู่ตรงนี้นี่นา แถมไม่มีลูกๆ มากวนใจด้วย”หญิงสาวถอนหายใจอย่างคนแพ้ทาง ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกเขาเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่บรรยากาศหวานจะได้ดำเนินต่อ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้า
หนึ่งปีผ่านไปครอบครัวของคิรินทร์และไข่มุกยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ลูกๆ ทั้งสามโตขึ้นเป็นเด็กซนแต่แสนรู้ ส่วนวายุ ลูกคนนั้นดื้อไม่แพ้พี่ชายเลย เล่นเอาคนเป็นพ่อแทบกุมขมับเช้าวันเสาร์สายลมต้องไปเรียนเต้น ไข่มุกไม่ได้บังคับลูก แต่เพราะลูกสาวอยากไป เธอจึงได้แต่สนับสนุนและตามใจ“ทำไมต้องรีบไปด้วยคะ” เธอถามลูกเสียงนุ่ม“สายลมนัดเจเจไว้ค่ะ” สายลมตอบด้วยตาเป็นประกาย“เด็กหนุ่มตัวขาวๆ ใช่ไหม” ไข่มุกนึกขึ้นได้ทันที เธอจำได้ว่าเคยเจอกันครั้งหนึ่ง“ใช่ค่ะ แม่อย่าบอกพ่อนะคะ เดี๋ยวพ่อดุว่าสายลมคบแต่เพื่อนผู้ชาย” สายลมยิ้มเจ้าเล่ห์“ได้ค่ะ แม่จะเก็บเป็นความลับของเราเอง” เธอหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกสาว“ปล่อยลูกไปหาผู้ชายอีกแล้วนะ!” คิรินทร์ได้ยินทุกอย่าง เขาแทบรับไม่ได้ที่ลูกสาวตัวน้อยมีเพื่อนผู้ชาย“คุณคินสายลมเพิ่งจะกี่ขวบเองเขายังไม่เข้าใจความรักหรอกค่ะ” ไข่มุกอมยิ้ม เอ็นดูสามีไม่น้อย“เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมวิ่งตามผู้ชายแบบนี้ล่ะ” เขาหวงลูกสาวเพียงคนเดียว“ทีลูกชายของคุณยังวิ่งตามผู้หญิงเลยนะคะ” เธอว่า พลางคิดถึงความซนและพฤติกรรมแสบๆ ของลูกชายแต่ละคน“นั่นผู้ชายแต่สายลมเป็นผู้หญิง” “เขานิสัยเห
วายุ กฤตเมธานนท์ ลูกชายคนเล็กของคิรินทร์กับไข่มุกลืมตาดูโลกครบหกเดือนแล้ว และตั้งแต่วันนั้นชีวิตของท่านประธานบริษัทหมุนกลับด้านทันที เพราะเขาดันสัญญากับเมียว่าจะเลี้ยงลูกเอง และไข่มุกก็เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเช้าแทบไม่ได้พัก เขาต้องตื่นมาแต่งตัวให้สามแฝดไปโรงเรียนไหนจะต้องอุ้ม และเล่นกับวายุที่ติดพ่อเป็นแม่เหล็ก พอหันกลับไปดูตัวเองในกระจกก็แทบจำไม่ได้ภาพท่านประธานผู้สง่างามหายไป เหลือเพียงพ่อบ้านหัวฟูผู้มีแพมเพิสและขวดนมเป็นอาวุธประจำตัวเท่านั้นหมดความเป็นท่านประธานโดยสมบูรณ์จริงๆคิรินทร์ที่เพิ่งอุ้มวายุ เดินผ่านมาอย่างเงียบขรึมวันนี้ไข่มุกจะไปทำผม เขาเลยพาลูกชายมาทำงานด้วย แต่ประโยคที่ลอยเข้าหูทำให้ก้าวชะงัก“อิจฉาน้องไข่มุกจังเลย วาสนาดีมาก”“นั่นสิ ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน”“น้องมุกสวยขนาดนั้น ไม่แปลกที่ท่านประธานจะชอบ”เสียงหัวเราะคิกคักดังเบาๆ ทั้งสามสาวเอียงตัวเข้าหากันอย่างเมามัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงยืนอยู่ด้านหลัง“ดูท่านประธานรักภรรยามากนะคะ”“พาลูกมาทำงานด้วยเกือบทุกวันใครบ้างจะไม่อิจฉา”ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนกระแอมหนึ่งครั้ง สามสาวหันกลับมาช้าๆ เหมือนหน







