بيت / โรแมนติก / อุ้มรักมาเคียงเธอ / ยังไม่รู้ใจตัวเอง........

مشاركة

ยังไม่รู้ใจตัวเอง........

last update تاريخ النشر: 2025-04-22 10:57:24

ตอนที่ 5

ยังไม่รู้ใจตัวเอง........

         “คุณพ่อครับทำไมบ้านเงียบจัง”

         ธีภพกลับมาถึงบ้านพร้อมกับบิดาปกติเวลานี้จะต้องได้ยินเสียงภรรยาทำกับข้าวอยู่ในครัวแต่ในบ้านกลับเงียบมากมีเพียงแค่คนสวนเท่านั้นที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ด้านนอกเพราะแม่บ้านของที่นี่จะมาแบบไปกลับไม่ได้มีใครค้างคืน

         “ไม่สบายหรือเปล่าเมื่อตอนสายเห็นทำท่าแปลก ๆ พ่อจะถามว่าไม่สบายหรือเปล่าก็ไม่ทันขึ้นบ้านไปเสียก่อน”

         ธีภพรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านและเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนด้วยความรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบ้างอย่าง

         ห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิททำเอาชายหนุ่มที่ใจคอไม่ดีอยู่แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดร่วงลงไปอยู่กับพื้น ประตูตู้เสื้อผ้าที่ปิดไม่สนิทกระเป๋าเดินทางที่หายไป ธีภพทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทันทีเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มอ่อนแรง

         “ธิชา ธิชา”

         เทวนาถรีบวิ่งตามเสียงตะโกนเรียกหาภรรยาของลูกชายที่ดังจนไปถึงชั้นล่างด้วยความตกใจ

         “เกิดอะไรขึ้นธี”

         “ธิชาไปแล้ว เธอไปแล้วครับทำไมต้องเป็นแบบนี้ในที่สุดเธอก็ทิ้งผมไปเหมือนคุณแม่”

         คนเป็นพ่อได้แต่นั่งลงข้าง ๆ โอบกอดลูกชายไว้ด้วย   ความเข้าใจ ภาพในอดีตย้อนกลับมา นาทีที่วิกานดาทิ้งทุกอย่างไปมันไม่ต่างอะไรกับตอนนี้

         “มันอาจไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดบางทีธิชาอาจจะมีเหตุผลลองโทรศัพท์หาเธอหรือยัง”

         ธีภพรีบกดเบอร์โทรศัพท์หาภรรยาทันทีแต่สุดท้าย  ปลายสายก็ปิดเครื่อง

         “ธีลูกพ่อ ทำใจนะลูก”

         เทวนาถไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรถึงจะทำให้ลูกชายรู้สึกดีขึ้นเพราะตัวเขาเองไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีบาดแผลก็ยังไม่เคยหายถึงแม้ตอนนี้เขาจะไม่เคยโทษอดีตภรรยาเลยเพราะเขารู้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาเป็นคนทำให้ครอบครัวไม่มีความสุขเพียงเพราะคำว่าไม่เคยเชื่อใจ

         “จดหมายอะไร”

         คนเป็นพ่อหยิบจดหมายที่วางอยู่บนที่นอนส่งให้ลูกชาย       เทวนาถคิดว่าต้องเป็นจดหมายของลูกสะใภ้แน่ ๆ เขาจึงอยากให้     ลูกชายเป็นคนอ่านเอง

         ธีภพเปิดซองจดหมายอย่างช้า ๆ เพราะเขากลัวความจริงที่อยู่ในนั้น เขาไม่อยากยอมรับว่าวันนี้ภรรยาของเขาไม่อยู่แล้ว

         น้ำตาที่ไหลออกมาตลอดในขณะที่กำลังอ่านจดหมาย                 เทวนาถเดาได้ไม่ยากว่าลูกสะใภ้ของเขาไปจากลูกชายแล้วจริง ๆ  สองมือเหี่ยวหย่นรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองที่กำลังจะหยดลงมาเพราะเวลานี้เขาต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พึ่งให้กับลูกชาย

         “ธิชาไปจากเราแล้วจริง ๆ ครับ เธอบอกว่าไม่มีความสุขที่อยู่ที่นี่และเธอก็เพิ่งจะมารู้สึกว่าเธอและผมไม่ได้รักกัน”

         ธีภพเช็ดน้ำตาบนหน้าเขาไม่ร้องไห้แล้วทั้งที่แววตายังคงมีแต่ความเสียใจอยู่ในนั้น

         “ธีลูกรักธิชาไหม พ่อขอโทษที่ถามแบบนี้เพราะบางครั้งพ่อเองก็อดคิดไม่ได้ที่ลูกรีบแต่งงานทั้งที่รู้จักกับเธอได้ไม่นานเป็นเพราะพ่อบีบลูกเรื่องมีครอบครัวหรือเปล่า”

         เทวนาถคิดแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่ลูกชายบอกว่าจะแต่งงานแล้วเพราะปกติธีภพคบกับผู้หญิงแต่ละคนใช้เวลานานแต่ก็ไม่เคยเห็นจะพูดเรื่องแต่งงานจนสาว ๆ พากันเดินออกจากชีวิตกันไปเองเพราะมองไม่เห็นอนาคตของความรัก

         “ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อหรอกครับ ผมเลือกเธอแล้วมันไม่สำคัญว่าผมจะรักหรือไม่รักแต่ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้วมันคือคำว่าครอบครัว ผู้หญิงสุดท้ายก็เหมือนกันทุกคน”

         ธีภพเปลี่ยนจากแววตาที่เศร้ากลายเป็นแววตาแห่งความผิดหวังแทนทั้งที่น้ำตายังคงไม่แห้งไปจากดวงตาคมเข้มก็ตาม

         “มันไม่ใช่อย่าที่ลูกคิดนะ” คนเป็นพ่อไม่สบายใจที่ลูกชายมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้

         “พอเถอะครับ ผมไม่เชื่อใครแล้วทุกอย่างมันชัดเจน ”

         เทวนาถได้แต่มองลูกชายด้วยความเป็นห่วงแต่ในเวลาและอารมณ์แบบนี้ธีภพคงไม่พร้อมที่จะฟังอะไร เขาจึงเลือกที่จะให้               ลูกชายได้มีเวลาอยู่คนเดียว บางทีเวลาอาจจะทำให้ปัญหาทุกอย่างมีทางออกก็ได้

         ณภัทรถูกเพื่อนชายตามตัวด่วนเพราะเวลาแบบนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ธีภพจะสามารถพูดทุกเรื่องได้

         “ฉันบอกแกแล้วว่าผู้หญิงเหมือนกันทุกคน เห็นไหมว่าสุดท้ายยังไม่ถึงปีเลยธิชาก็หนีไปทั้งที่ฉันทำดีกับเธอทุกอย่าง”

         ธีภพยกแก้วดื่มเหมือนว่าน้ำสีเหลืองเข้มในแก้วเป็นแค่เพียงน้ำชาเท่านั้น ปากก็พร่ำรำพรรรต่อว่าภรรยาไม่มีสักคำที่เขาจะโทษตัวเอง

         “ก็ดีแล้ว ธิชาเขาดูไม่มีดีในสายตาแกเลย เธอไปแบบนี้แกก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจตอนที่อยากจะเลิกกับเธอหรือว่าจริง ๆ แล้วที่เครียดแบบนี้เพราะยังไม่ได้ลูก”

         ณภัทรเป็นเพื่อนสนิทของธีภพก็จริงแต่เขาไม่เคยเห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนทำเขาพยายามทัดทานตั้งแต่เพื่อนจะแต่งงานแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล

         “แกประชดฉันใช่ไหม”

         คนเมาหันมามองหน้าเพื่อนด้วยสายตาที่เป็นคำถามเพราะเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนกำลังหลอกว่าเขาอยู่

         “ฉันไม่ได้ประชดแต่ฉันว่าแกตรง ๆ  ผู้ชายอะไรมานั่งเมาเพราะเสียใจที่ถูกเมียทิ้งแต่กลับนั่งว่าเมียนั่งชมตัวเองตลอดแบบนี้มันก็สมควรแล้วที่ธิชาเธอจะไป”

         คนฟังไม่อาจจะแค่รับฟังได้อย่างเดียวเพราะณภัทรไม่อยากให้เพื่อนต้องทำผิดซ้ำซากอีกแล้ว

         “ตกลงฉันผิด !”

         “ใช่ แกผิด ผิดตั้งแต่ที่แกไม่ได้รักธิชาแต่กลับไปขอเธอแต่งงานแล้วพอวันนี้เธอไป แกกลับจะมานั่งโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง แกคิดว่าผู้หญิงไม่รู้หรือว่าแกไม่ได้รัก ไหนแกลองบอกมาสิตั้งแต่แต่งงานกันมาแกเคยบอกว่ารักเมียแกบ้างไหม”

         แก้วเหล้าในมื้อถูกดื่มที่เดียวหมดแก้วเมื่อได้ยินเพื่อนถามแบบนี้เพราะคำตอบมันคือ ไม่ เขาไม่เคยบอกรักภรรยาตัวเองเลยสักครั้งแม้แต่ในวันแต่งงาน

         “ฉันให้ทุกอย่างไม่ว่าจะข้าวของเงินทอง ทะเบียนสมรส ให้เกียรติในฐานะภรรยา มันยังไม่พออีกใช่ไหม”

         ชายหนุ่มที่กำลังเมาได้ที่ถามเพื่อนสนิทด้วยความอยากรู้     จริง ๆ เพราะสำหรับเขา ทุกอย่างที่เขาให้ได้เขาก็ให้ธิชาหมดแล้ว

         ณภัทรคว้าแก้วเหล้าจากมือของเพื่อนเอามาถือไว้เพราะเขาต้องการพูดเรื่องนี้แบบจริงจังไม่อยากให้คนฟัง ฟังไปดื่มไปแบบนี้

         “ถ้าที่ให้ธิชามันมากพอแล้ว ทุกอย่างที่พ่อนายให้มันมากกว่านั้นมากทำไมทุกวันนี้นายถึงอยากจะมีแม่เหมือนคนอื่นไม่ใช่เพราะนายต้องการความรักหรอกหรือ ตอบตัวเองให้ได้นะ    อย่าให้ทุกอย่างมันสายเกินไป อดีตก็คืออดีตอย่าให้มันมาทำลายปัจจุบัน กลับบ้านไปนอนเดี๋ยวฉันไปส่ง”

         ธีภพนั่งคิดคำถามที่เพื่อนของเขาถามให้คิดไปตลอดทางแต่ด้วยสมองที่ไร้สติมีแต่ความเมาจากฤทธิ์ของสุราทำให้เขายังคิดได้แค่เพียงเขาทำดีทุกอย่างแต่สุดท้ายครอบครัวเขาก็พังเหมือนเมื่อครั้งอดีตที่เขายังเด็กอยู่ก็แค่นั้น

         ธิชาเริ่มจัดของทุกอย่างให้เป็นที่เป็นทาง เธอพยายามทำตัวให้ไม่ว่างเพราะเมื่อไหร่ที่หยุดทำงานภาพความสุขเมื่อครั้งที่เธออยู่กับสามีจะผ่านเข้ามาในความทรงจำ หญิงสาวไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว

         ชีวิตน้อย ๆ ในท้องที่ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่ก้อนเลือดแต่มีความหมายและเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ยิ่งนัก ธิชาตัดสินใจทำแบบนี้เพราะเธอไม่อยากให้ลูกของเธอต้องเกิดมาเป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างความสุขให้กับคนเป็นพ่อแต่หญิสาวอยากให้ชีวิตน้อย ๆ เกิดมาจากความรักในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ต้องการคำว่าครอบครัวอย่างแท้จริง เธอก็เลือกที่จะสร้างครอบครัวกับลูกแค่      สองคนดีกว่า

         คอนโดมิเนียมห้องที่เธอเลือกเช่าเล็กมากกว่าห้องนอนที่เธอเคยอยู่ที่บ้านของสามีเสียอีกแต่สำหรับตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไปกับการอยู่คนเดียวมองไปทางไหนก็ให้ความรู้สึกเหงาไปหมด

         “ไม่เอาธิชา เลือกแล้วก็ต้องสู้ต่อไปจะกลับไปอยู่กับคนที่เขาไม่รักเราเพื่ออะไร”

         คนตัวเล็กต้องปลอบตัวเองอีกครั้งเมื่อความพ่ายแพ้เริ่มกลับเข้ามาในหัวใจ ท้องฟ้าข้างนอกที่มืดลง ลมพัดแรงที่แสดงว่าฝนใกล้จะตกยิ่งทำให้หญิงสาวคิดถึงที่ที่เธอทิ้งมา น้ำตาเริ่มไหลแต่สุดท้าย    ธิชาก็กอดและปลอบตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งให้ไวที่สุด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความลับ

    ตอนที่ 7ความลับ กลับจากนอกบ้านทั้งสามคนต่างก็เหนื่อยล้ากันเต็มที่ พ่อเลี้ยงยังไม่กลับเหมือนเช่นทุกวัน จนทุกคนในบ้านไม่มีใครถามหาแล้ว ยกเว้นแต่เพียงภาวิณีผู้เป็นภรรยาที่ถามหาแต่เพียงในใจเท่านั้น “หนูนามีอะไรหรือเปล่า พี่เห็นตั้งแต่ตอนเข้าร้านอาหารแล้ว เอาแต่เงียบ ทำหน้าทำตาเหมือ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   มาทีหลังแต่ถูกต้อง

    ตอนที่5มาทีหลังแต่ถูกต้อง “ได้กี่หน้าแล้ว พี่เห็นเราทำงานเลยยังไม่อยากขึ้นมากวน” ภูษิตคิดแบบที่พูดด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง เขายังไม่กล้าเจอหน้าภรรยาเพราะรู้สึกว่าตัวเองผิดที่ไปแอบคุยโทรศัพท์กับคนรักเก่า “ได้นิดหน่อยค่ะ ยังไม่ค่อยมีสมาธิ” พูดจบหนูนาก็ลุกจ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   มาทีหลังแต่ถูกต้อง

    ตอนที่5มาทีหลังแต่ถูกต้อง “ได้กี่หน้าแล้ว พี่เห็นเราทำงานเลยยังไม่อยากขึ้นมากวน” ภูษิตคิดแบบที่พูดด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง เขายังไม่กล้าเจอห

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรื่องวิวาห์รักของคุณหนู

    ตอนที่1คุณหนูจะแต่งงาน “ป้าศรีฉันล่ะเหนื่อยกับการสอนหนูนาจัง ยังเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ แล้วเมื่อไหร่จะโตกับเขาเสียที” กนกวรรณระอากับกนิษฐาลูกสาวคนเล็

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status