Share

อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน
อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-01-09 18:12:10

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ในมุมหนึ่งของวังหลวงกลับมีร่างขันทีวัยชราเดินไปตามทางเดินของตำหนักเฟิ่งหวง

ใบหน้าเคร่งเครียดบวกกับฝีเท้าอันเร่งรีบ ทำให้ท่าทีของเขาน่าสงสัยยิ่งนัก ถึงอย่างนั้นระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน กลับไม่มีผู้ใดกล้าหยุดเขาเอาไว้ แม้เวลานี้เป็นเวลาที่ไม่ควรมีผู้ใดสามารถออกมาเดินเพ่นพ่าน

“ทูลฝ่าบาทมีเรื่องด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

“รีบเข้ามา!”

ขันทีชรารีบเดินผ่านประตูเก้าชั้นเข้าสู่ห้องบรรทม ด้านในมีฉู่กุ้ยเฟย รวมไปถึงนางกำนัลคนสนิทสองสามคนอยู่ด้วย

มองดูครรภ์นูนป่องของฉู่กุ้ยเฟย เดาได้ไม่ยากว่าอีกไม่กี่เดือนคงคลอดแน่นอน ตอนนี้ใบหน้าของฉู่กุ้ยเฟยซีดขาวด้วยความหวาดหวั่นและเป็นกังวล “จ้าวกงกง ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทูลฝ่าบาท กุ้ยเฟย ทุกอย่างคลี่คลายแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทและองค์ชายห้าถูกควบคุมตัวเอาไว้แล้ว เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรยังไม่รีบๆ พูด!”

“ท่าน....ท่านเสนาบดีถูกลอบทำร้าย ดูเหมือนศรนั้นจะมีพิษร้ายแรง ตอนนี้หมอกำลัง...”

“พี่ใหญ่!!!” ฉู่กุ้ยเฟยที่ใบหน้าซีดขาวหมดสติลงในทันที

“หมอหลวง รีบให้คนไปตามหมอหลวง กุ้ยเฟย!!”

วังหลวงที่เพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวาย มาบัดนี้เริ่มวุ่นวายอีกครั้ง ก่อนหน้านี้รัชทายาทก่อกบฏแต่ถูกเสนาบดีแคว้นเทียนเฉาอย่างฉู่หมิงรู้เท่าทัน ดังนั้นเรื่องร้ายจึงไม่ลุกลาม

ในคืนนั้นแม้แผนการก่อการใหญ่ถูกสกัด แต่ฉู่หมิงกลับถูกลอบสังหาร ครั้งนี้แม้แต่หมอหลวงเองก็ยังส่ายหน้า จากนั้นก็รวมตัวกันไปคุกเข่าขอรับโทษจากฮ่องเต้

ฉู่หมิงวัยเพียงสามสิบสอง เป็นเสนาบดีซึ่งเป็นดังเสาหลักคนสำคัญของแคว้นเทียนเฉา เนื่องจากมีเขาแคว้นต่างๆ จึงยังคงยำเกรงไม่กล้ายกทัพเข้ามารุกราน เพราะผู้ใดเล่าไม่รู้ว่ากลศึกของเสนาบดีผู้นี้ เคยทำให้กองทัพแคว้นเทียนเฉากุมชัยเหนือแคว้นเหลียงมาแล้วครั้งหนึ่ง

จวนเสนาบดีเงียบงันไร้ความเคลื่อนไหว แต่การคุ้มกันกลับแน่นหนายิ่งกว่าเดิม กระทั่งมดสักตัวยังไม่แน่ว่าจะเล็ดลอดเข้าไปได้

โจวซางสีหน้าเคร่งเครียด เขายื่นมือออกไปรับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งลงจากรถม้า จากนั้นเดินนำเข้าไปในจวนเสนาบดีอย่างเร่งร้อน

“ท่านหัวหน้าราชองครักษ์” จูก่วงคำนับโจวซางอย่างนอบน้อม เขาเป็นพ่อบ้านซึ่งมีหน้าที่ดูแลจวนเสนาบดีทั้งหมด เนื่องจากจวนเสนาบดีไร้นายหญิงมาหลายปีแล้ว

พูดถึงเรื่องนี้ทุกคนล้วนทอดถอนลมหายใจด้วยความเสียดาย ฉู่หมิงล้วนเป็นเลิศทั้งหน้าตาและความสามารถ หากแต่กลับอาภัพในเรื่องคู่ครองโดยสิ้นเชิง

...ฉู่หมิงแต่งฮูหยินสามครั้ง พวกนางล้วนอายุสั้นทั้งสิ้น

เรื่องนี้จึงคล้ายคำสาปซึ่งทำให้สตรีแคว้นเทียนเฉาหวาดหวั่นที่จะแต่งเข้าจวนเสนาบดี

“ท่านเสนาบดีเล่า อาการเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่ดีขอรับ” จูก่วงถอนหายใจออกมาก่อนละสายตาไปมองชายชราซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวด้านหลัง “ท่านผู้นี้คือ...”

“ท่านหมอลู่”

“เช่นนั้นรีบเชิญด้านในเถิดขอรับ” จูก่วงกุลีกุจอนำทางในทันที

เรือนกิ่งหลิวของฉู่หมิง ทำให้ผู้ที่ก้าวเข้ามาก้าวแรกรู้สึกสงบใจ ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดเล็กล้อมรอบด้วยต้นหลิวซึ่งกิ่งลู่ลงไปในน้ำ ข้างกันนั้นมีสวนดอกโบตั๋นหลากสีกำลังเบ่งบาน

ถัดไปมีดอกไป่เหอ และพันธุ์ไม้หายากมากมายซึ่งฮ่องเต้ทรงพระราชทานมาให้ นับตั้งแต่ฉู่หมิงสร้างความดีความชอบเมื่อหลายปีก่อน

หากเปลี่ยนการมาเยือนครั้งนี้เป็นการชมสวน โจวซางคิดว่าเขาคงรู้สึกรื่นรมย์มากกว่านี้...

ภายในห้องนอนกว้างขวางซึ่งมีม่านและฉากกั้นที่ถูกเพิ่มเข้ามา กลิ่นสมุนไพรและยาต่างๆ ตลบอบอวล กระทั่งทำให้ผู้มาถึงกับต้องทอดถอนลมหายใจ

“ท่านหัวหน้าราชองครักษ์” ฉินเซิงผู้นี้ก็คือผู้คุ้มกันและคนสนิทของฉู่หมิง

“ท่านหมอลู่ เชิญ” โจวซางไม่พูดพร่ำ ผายมือให้ท่านหมอลู่เดินไปที่เตียง

บนเตียงนอนซึ่งมีม่านสีขาวทิ้งตัวลงบดบังสายตา ร่างของฉู่หมิงนอนหายใจรวยรินจนน่าหวั่นใจ ท่านหมอลู่ก้าวเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น เมื่อได้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ตรงหน้าอกข้างซ้ายของเสนาบดีหนุ่ม

“อาวุธเล่า”

ฉินเซิงก้าวเข้ามาแล้วเปิดผ้าซึ่งคลุมถาดใบหนึ่งออก ส่วนหัวของศรเหล็กสีคล้ำนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าผืนนั้น

หมอลู่ใช้ผ้ารองแล้วหยิบมันขึ้นมา เขาดมผ่านๆ จากนั้นคิ้วก็ขมวดแน่น “ท่านหมอจินเองก็มาแล้วกระมัง”

“มาแล้วขอรับ”

“พิษนี้ร้ายแรงนัก ถูกพิษยังไม่ถึงสองชั่วยามแต่ร่างกายกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว เป็นพิษถึงห้าชนิด ข้ารู้จักเพียงสองชนิดเท่านั้น อีกสามชนิด...” หมอลู่ส่ายหน้า “แม้จะรู้ก็มิใช่ว่าจะหายาแก้พิษทัน”

เห็นท่านหมอวัยกลางคนเอาแต่พึมพำเสียงเบา โจวซางก็ยิ่งหนักใจกว่าเดิม เขาสบตากับฉินเซิงอย่างเคร่งเครียด ในใจหวาดหวั่นว่าเสาหลักของแคว้นผู้นี้ต้องอายุสั้นแน่แล้ว...

“ข้าบังเอิญรู้จักคนผู้หนึ่ง เขาอาจเป็นทางรอดเดียวของท่านเสนาบดี” กล่าวจบก็ขมวดคิ้ว “แต่ข้าไม่อาจบอกได้ว่าเขาจะยอมช่วยหรือไม่ เพราะ...”

“ขอเพียงท่านบอกมา ข้าน้อยยินดีลอง” ฉินเซิงรีบกล่าว

“เคยได้ยินเรื่องของสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซานหรือไม่”

“เอ๋” เห็นท่าทางประหลาดใจกึ่งตกใจของโจวซาง ท่านหมอลู่ก็ถอนหายใจออกมา

“ตอนที่ข้าอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ข้าถูกพิษประหลาดระหว่างออกเดินทางกับบิดา ตอนนั้นชีวิตของข้าเรียกได้ว่าเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวสู่ปรโลกแล้ว บิดาข้าสิ้นหวังจึงพาข้าไปยังทางขึ้นเป่ยซาน คุกเข่าอยู่สองวันสองคืนจึงได้พบชายคนหนึ่งเข้า เขาก็คือหนึ่งในสามของศิษย์สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซานผู้นั้น เขาพาบิดาและข้าไปพบสตรีผู้นั้น นางเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ด้วยข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งเรื่อง และเพราะอย่างนี้ข้าจึงกลายมาเป็นหมอ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 144 จบ

    ว่านหรงขยับเข้ามาจนจมูกชิดกันกับนาง “เสี่ยวเจีย” เขากระซิบเสียงเบา หานเจียได้กลิ่นสุราปะปนมากับกลิ่นน้ำทะเลดวงตาของว่านหรงส่องประกายในความมืด เขามองนางด้วยประกายคาดเดาได้ยาก หญิงสาวได้แต่เบิกตามองเขาอยู่เช่นนั้น กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาแตะพลิ้วลงมายังริมฝีปาก“รู้สึกอย่างไร” เขาถามนางเมื่อละจุมพิตออก ใบหน้าหล่อเหลายังคงอยู่ใกล้จนชิด ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดดวงหน้าของหญิงสาวหานเจียเม้มปากด้วยท่าทีสงสัย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา สองแขนยกขึ้นสอดรอบลำคอแกร่ง “อีกครั้ง”นางเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา ยกสองมือดันศีรษะด้านหลังของชายหนุ่มเข้าหา จุมพิตซ้ำๆ ราวกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจว่านหรงสอดสองมือเข้าโอบรอบเอวอรชรภายใต้สายน้ำ รั้งหญิงสาวเข้าแนบชิดกายด้านหน้า ทั้งสองจุมพิตกันอย่างลึกล้ำท่ามกลางความมืดของท้องทะเลยามค่ำคืนกายเปลือยเปล่าเสียดสี ความรู้สึกในใจถูกเปิดเปลือย หานเจียรู้สึกวูบวาบในทุกสัมผัสจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม เขาจุมพิตรุกเร้าและเรียกร้องจนนางอ่อนระทวย สองขาถูกยกขึ้นพาดกับเอวสอบ รับรู้ถึงความต้องการของเขาที่กำลังถูกปลุกเร้าระลอกคลื่นซัดสาด จังหวะชี้นำของทะเลทำให้คนทั้งสองเตลิด ว่านหรงกดปลา

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 143

    ว่านหรงกล่าวจบม่านรถม้าก็ถูกเลิกขึ้น ว่านฮูหยินยิ้มให้นางในอ้อมกอดมีเสี่ยวเปาเปาน้อยที่เพิ่งตื่นนอน เขามองเห็นหานเจียก็ร้องไห้จ้าสองมือยื่นออกมากำปั้นน้อยๆ กำๆ แบๆ คล้ายบอกให้นางอุ้มหานเจียหันไปมองด้านอื่น นางกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาจากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าไม่อาจดูแลเขา พวกท่านเหมาะสมที่จะดูแลเขา ข้ามั่นใจว่าพวกท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่” นางสังเกตเห็นว่าว่านฮูหยินเอ็นดูเขามาก อีกทั้งยังรู้ดีถึงฐานะของเด็กน้อย“แล้วเจ้าจะไปไหน”“ลงใต้ ทะเล ชายหาด”“เช่นนั้นก็ขึ้นมาเถิด เราจะไปส่ง หากถึงที่นั่นแล้วเจ้าไม่ต้องการเขา ข้ากับท่านแม่จะพาเขาจากไปเอง” ว่านหรงกล่าวจบก็เลิกคิ้วมองหานเจียที่กะพริบตามองเขาด้วยความประหลาดใจ “หาไม่...เจ้าไปทางนั้น เราจะพาเขาไปทางนี้ ข้าจะพาเขากลับไปคืนฮ่องเต้...”หานเจียถลึงตาให้เขา นางกระโดดขึ้นไปบนรถม้า ก่อนรับเสี่ยวเปาเปาน้อยมาอุ้ม “ออกรถ!” เสี่ยวเปาเปาน้อยยังคงสะอื้น หานเจียปลอบโยนเขาอยู่นานกว่าที่เขาจะหลับไป การเดินทางลงใต้ไม่ได้ยากลำบากนัก คนของฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาที่แฝงเข้าล้วนมองหาสตรีเป็นวรยุทธ์กับเด็กชายตัวน้อยแน่นอนว่าพวกเขาล้วนมองข้ามครอบครัวซ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 142

    ‘ส่งนางกลับที่ที่นางจากมา’หานเจียเลิกคิ้ว เคยได้ยินเรื่องที่ผู้เป็นอาจารย์เคยกล่าวถึงบ่อยครั้ง เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายจากมา ‘นางจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่’‘นางจะไม่เป็นไรเพราะข้าจะตามนางไปในไม่ช้า’หานเจียชะงักเพราะคำตอบนั้น ความจริงนางยังอยากถามคำถามเขา แต่เมื่อสายตามองเห็นถุงหอมอัปลักษณ์ที่ฉู่หมิงไม่เคยให้ห่างตัว หัวใจของหานเจียก็อ่อนยวบนางรู้ดีว่าคนที่เสียใจและเศร้าใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ที่จริงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่นาง‘ข้าจะพาเขาไปด้วย’ กล่าวจบนางก็เอื้อมมือไปรับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ฉินเซิงก้าวเข้ามาพร้อมส่งห่อสัมภาระให้ ‘ข้าจะไปส่งเจ้าข้ามชายแดนลงใต้ผ่านแคว้นสู่’นางจากมาโดยไม่ถามอะไรให้มากความ เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกสงบและยอมรับได้อาจารย์เคยบอกนางเสมอ การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง มีเพียงทำใจอยู่กับมันและก้าวเดินไปข้างหน้า ใช้ชีวิตให้ดีเพื่อไม่ให้คนที่ต้องตายจากไปต้องผิดหวังเดินทางมาตลอดหลายเดือน หานเจียพานพบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็กทารกบ้าง แต่ระหว่างทางนางพบกับมารดาซึ่งกำลังให้นมบุตรแนะนำ กระทั่งหลายคนอาสาให้นมกับทารกน้อย‘ข้

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 141

    “ขอร้อง ไปจากฉันเสีย ได้โปรด”“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”ประโยคคุ้นเคยนี้หญิงสาวเคยเป็นคนพูด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดออกมาเสียเอง “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน”เสียงของเขาเองก็เจือสะอื้น จูหลานได้แต่เอนตัวไปด้านหลัง พึ่งพิงอกแกร่งอย่างโศกเศร้า ทุกอย่างในใจถูกปลดผนึก ความรักที่ให้ความรู้สึกคล้ายความว่างเปล่า คล้ายมีและคล้ายไม่มีอยู่จริง ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีสติ ราวกับเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงความฝันบนโซฟากว้างในห้องทำงานของหวงฉู่หมิง จูหลานนั่งพาดขาบนตักของชายหนุ่ม เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ร้องไห้ออกมาจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือดจึงเอ่ยถามเขาเสียงเบา“หมายความว่ายังไงที่ว่าเจ็ดปี แค่สองเดือนเอง”หวงฉู่หมิงหัวเราะหลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นกับหญิงสาว “ผมอายุสามสิบตอนที่ไปอยู่ที่นั่น กลายเป็นเทพมังกรที่ดูไร้สามารถ ไม่อาจปกป้องแม้แต่คนที่ผมรัก” เขากระชับอ้อมแขน“ฉันอายุสามสิบแต่กลับไปอยู่ในร่างของอู๋ซินวัยยี่สิบ แต่อยู่ยาวนานถึงสามพันห้าร้อยปี พอตื่นขึ้นกลับพบว่าผ่านไปแค่สี่วัน”“ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณต้องรู

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 140

    จูหลานยังคงตัวแข็งทื่อ อยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ใจกลับยังคงลังเล หัวใจที่กำลังสับสนต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มาโดยไม่ทราบสาเหตุ“มิสจูหลาน?”จูหลานสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหมุนตัวกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นเธอก็รู้แล้วว่าสมควรหลบเลี่ยงเขาอย่างไร เธอจะกลับอเมริกากับเฟิงเหยียน ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้พ้นจากที่นี่ ไปจากคนเหล่านี้...การสัมภาษณ์ที่แสนเคร่งเครียดเริ่มขึ้น ที่จริงมีเพียงหญิงสาวที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกันอย่างน้อยรอยยิ้มของเขาก็ยังคงอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเอ่ยถามเรื่องทั่วไป ความคาดหวังในองค์กร กระทั่งถามถึงสวัสดิการที่เธอต้องการหญิงสาวตอบไปตามจริงทุกข้อ เธอไม่ใช่เด็กสาวที่คาดหวังกับอะไรลมๆ แล้งๆ การทำงานที่ต้องการความมั่นคง ผลตอบแทนที่สมกับการทำงานหนัก ย่อมเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการผ่านไปครึ่งชั่วโมงซึ่งก็ดูเหมือนแสนนาน หากมองในแง่ที่ว่าซีอีโอคนหนึ่งเป็นคนสัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง จูหลานลุกขึ้นยืนทันทีที่เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมา“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะครับ”“ก็อย่างที่บอกค่ะ ฉันยังไม่ได

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 139

    ชั้นล่างพนักงานรักษาความปลอดภัยชี้มืออกไปยังนอกตึก แผ่นหลังของชายวัยกลางคนยืนอยู่พร้อมกับกล่องในมือ เขาไม่ได้หันมาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆจูหลานเดินเข้าไปหาเขา “ขอโทษนะคะ กล่องของเราสลับกัน”เขาหันกลับมาช้าๆ จูหลานเบิกตากว้างปล่อยกล่องในมือร่วงลงกระจัดกระจาย “อาเฉิง...” ความเศร้าที่คิดว่าดีขึ้นกลับยังคงกัดกร่อนจิตใจจูหลานยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เธอเดินเข้าไปหาเขา มองใบหน้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนของหลี่เฉิง หากแต่...อีกฝ่ายกลับงงงันและดูตกใจที่เห็นเธอร้องไห้“คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผม...”เขาล้วงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ จูหลานพยายามกลั้นสะอื้นมองเขายิ้มๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้า“ขอโทษค่ะ ฉันนี่บ้าจริงๆ อ่อนไหวเกินไปแล้ว คุณ...ดูเหมือนคนที่ฉันเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว แต่คง...ไม่ใช่” ทั้งสองลนลานก้มลงเก็บข้าวของแล้วแลกเปลี่ยนกล่องกันเขาเลิกคิ้ว “เขาเหมือนผม? คงไม่ได้ชื่อหลี่เฉิงเหมือนผม?”“เอ๋”“นานมาแล้วก็มีคนทักผมแบบนี้” เขาเหลือบตามองรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกล “คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่หลี่ ชื่อตัวเดียวสั้นๆ เฉิง”“แซ่จูค่ะ จูหลาน”“อา...จูหลาน” หลี่เฉิงพยักหน้า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอค

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 125

    เขาออกไปเข้าเฝ้ารัชทายาทซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อโน้มน้าวให้อีกฝ่ายเชื่อจริงๆ ว่าทั้งเขาและอู๋ซินไม่ต้องการกลับเข้าไปในแคว้นเทียนเฉา“รัชทายาททรงใคร่ครวญเรื่องนี้แล้วกระมัง”“หมายถึงเรื่องออกนอกวังหลวงของท่านกับฮูหยิน?”“พ่ะย่ะค่ะ”“ท่านเสนาบดี ข้าชักไม่มั่นใจว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่” จูเก่อห

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 124

    อู๋ซินเดินอยู่ท่ามกลางองครักษ์วังหลวงแคว้นเหลียงมากกว่าห้าสิบคน พวกเขาถืออาวุธครบมือในขณะที่พัดของนางถูกหนึ่งในองครักษ์ยึดไปแล้ว นางมองกวาดสายตาไปทางใด บุรุษรอบกายล้วนมีท่าทีตื่นตัวและหวาดระแวง“ผ่อนคลายหน่อยเถิด ข้ามาเพื่อเจรจา ไม่ได้อย่างอริ”เห็นชัดว่าพวกเขาไม่เชื่อนาง หลังจากเหตุการณ์ที่นางแทบจ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 116

    “พอได้แล้ว เรื่องนี้จะมองเฉพาะเรื่องส่วนตัวไม่ได้ แคว้นเหลียงของเราไม่อาจแขวนเอาไว้บนชะตาของสตรีเพียงผู้เดียว ตอนนี้เราเป็นต่อแล้ว ไม่ว่าเทียนเฉาเลือกทางใดล้วนไม่มีทางได้เปรียบ ขอเพียงเราได้ตัวฉู่ฮูหยิน ข้าไม่เชื่อว่านางจะปล่อยให้ฉู่หมิงสิ้นใจไปต่อหน้า”ฉู่หมิงได้ยินเพียงเท่านั้นคนของจูเก่อหลีก็พาต

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 114

    แล้วหากนางต้องการให้พวกเขาหาพบ นางสมควรลงมือกับผู้ใด...ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่หมิงอยู่ๆ ก็วาบขึ้นในหัว อู๋ซินเม้มปากหลับตานิ่ง หัวใจของนางเจ็บปวดบีบรัดเพียงแค่คิดว่าหากนางถูกพาตัวไป เขาเล่า...หลังหลับตาครุ่นคิดอยู่นานมาก อู๋ซินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายดวงตาของหญิงสาวสงบนิ่งและเรียบเฉย ในใจมีคำตอบให้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status