Share

อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง
อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง
Penulis: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ

บทที่ 1

Penulis: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
“เจียงเสวียนซื่อรูปโฉมงดงามราวกับดอกไม้เช่นนี้ หากไม่ฉวยโอกาสงานเลี้ยงในวังคืนนี้แสดงความสามารถถวายฝ่าบาทสักหน่อย เกรงว่าภายภาคหน้าคงไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าอีกแล้วกระมัง”

ในงานเลี้ยงของพระราชวัง เจียงหวนถูกผลักให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จนปวดหัวไปหมด

“น้องหญิงเจียง ฝ่าบาททอดพระเนตรเจ้าอยู่นะ ยังไม่รีบขึ้นไปอีกหรือ?”

อวี๋ผินกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายอย่างชัดเจน

อวี๋ผินคือพระสนมเจ้าของตำหนักที่นางอาศัยอยู่ เมื่อครึ่งเดือนก่อน นางทำอาหารกินกลางดึก กลิ่นหอมลอยไปถึงตำหนักบรรทมของอวี๋ผินเข้า

ตอนนั้นนางก็ถูกต่อว่าด่าทอว่าไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่เรื่องนี้ถึงกับต้องมาเจาะจงเล่นงานนางในงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ของวังหลวงเชียวหรือ?

เจียงหวนเงยหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แล้วเหลือบไปเห็นสายพระเนตรของฮั่วหลินที่มองมายังนางพอดี จึงกำผ้าเช็ดหน้าแน่น

ฮั่วหลินคือทรราชผู้เลื่องชื่อ เขาปลงพระชนม์พี่ชายและขึ้นครองราชย์เมื่ออายุเพียงยี่สิบสี่ปี อารมณ์แปรปรวนคาดเดายาก สังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา ในหนึ่งปีไม่รู้ว่าเปลี่ยนข้ารับใช้ในวังไปมากน้อยเพียงใดแล้ว

เขาสวมชุดคลุมมังกรสีม่วงทอง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียน เพียงแค่เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่นได้แล้ว

เมื่อดวงตาสีดำขลับที่คมกริบและเย็นชาคู่นั้นมองมา เจียงหวนทำได้เพียงฝืนใจลุกยืนขึ้น

เจียงหวนทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่อง ‘ราชวงศ์ของทรราช’ เมื่อสามเดือนก่อน นิยายเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตการปกครองราชวงศ์ของทรราชฮั่วหลิน ส่วนเจียงหวนนั้นกลายเป็นตัวประกอบในนิยายที่มีบทพูดเพียงแค่ประโยคเดียว

เจ้าของร่างเดิมนามว่าเจียงหวน ผ่านการคัดเลือกเข้าวังมาเมื่อสามปีก่อน บิดาของนางเป็นเพียงขุนนางขั้นเจ็ดเล็ก ๆ แต่เพราะใบหน้าที่งดงามโดดเด่นนี้ จึงถูกเลือกให้เข้ามาเป็นสนมในวังหลัง

ท่ามกลางบรรดาพระสนมที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์มากมาย เจียงหวนเป็นคนที่โดดเด่นน้อยที่สุด และเพราะเป็นคนขี้ขลาดตาขาว จึงทำได้เพียงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว

จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน กุ้ยเฟยอารมณ์ไม่ดีจึงตบหน้าเจียงหวนต่อหน้าธารกำนัล ทำให้นางตกใจจนไข้ขึ้นสูงไม่หยุดและเสียชีวิต ทำให้เจียงหวนคนปัจจุบันทะลุมิติเข้ามาในหนังสือนิยาย

แต่เจียงหวนก็ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรติดตัว ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่ง ขอเพียงได้เป็นคนไร้ตัวตนที่อยู่อย่างสงบสุข พร้อมกับออกไปจากตำหนักจิ่นหวา จะได้ไม่ต้องถูกอวี๋ผินข่มเหงรังแกอีก!

แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยแล้ว

“หม่อมฉันไร้ความสามารถ รูปโฉมไม่งดงาม ไม่กล้าแสดงความสามารถอันต่ำต้อยต่อหน้าฝ่าบาทเพคะ”

ขณะพูด เจียงหวนก็ทำท่าจะหยิบจอกสุราขึ้นมาเพื่อถวายพระพร แต่ยังไม่ทันที่นางจะยกจอกขึ้น ก็ได้ยินเสียงของฮั่วหลินที่อยู่เบื้องบนตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราวกับกำลังกัดฟันกรอด

[จะถวายสุราอวยพรอีกแล้วใช่หรือไม่? สนมทุกคนเอาแต่จะถวายสุราอวยพร ข้าไม่ได้กินข้าวเลยทั้งคืน ดื่มไปตั้งสิบกว่าจอกแล้ว เหตุใดพวกเจ้าไม่ดื่มจนข้าตายไปเลยล่ะ? ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะตัดหัวคนในวังหลังพวกนี้ให้หมด!]

มือของเจียงหวนสั่นเทา ตกใจเสียจนทำสุราหกไปกว่าครึ่ง

อันที่จริง เมื่อครู่ตอนที่เหล่าสนมแสดงความสามารถ เจียงหวนก็ได้ยินฮั่วหลินวิจารณ์มาสักพักแล้ว

“ร่ายรำราวกับลิงยักษ์ คางคกในอุทยานหลวงร่ายรำยังจะดูงดงามเสียกว่า”

“เจ้าลองฟังเพลงที่ตัวเองบรรเลงดูสิว่ามันไพเราะหรือไม่? ยังกล้าส่งสายตาให้ข้าอีก ข้าจะควักลูกตาพวกเจ้าออกมา!”

“จัดการงานราชกิจมาทั้งวันแล้ว ยังต้องมาฟังพวกเจ้าแก่งแย่งชิงดีกันอีก เป็นฮ่องเต้เขาเป็นกันแบบนี้หรือ?”

เจียงหวนได้ยินมานานเท่าไร ก็ได้ดูเรื่องสนุกมานานเท่านั้น อย่างไรเสีย เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวกับนาง แต่นางก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ฮ่องเต้ปากร้ายถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดบรรดาสนมพวกนี้ ยังผลัดกันขึ้นไปแสดงความสามารถอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีก?

จนกระทั่งเมื่อครู่ที่ฮั่วหลินตรัสว่า “จะตัดหัวคนพวกนี้ให้หมด”

ดวงตาของเจียงหวนสั่นระริก นางมองไปยังร่างที่สวมชุดสีเหลืองอร่ามที่อยู่ไกลออกไปด้วยความหวาดหวั่น

นางทะลุมิติมาสามเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท แต่ด้วยความสามารถในการสังเกตสีหน้าผู้คนของนาง นางรู้สึกว่าฝ่าบาทในตอนนี้ไม่น่าจะพิโรธจริง ๆ เพราะเขาก็ไม่ได้ลงมือสังหารใคร

ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาสนมด้านล่าง ก็ยังคงยืนดูเหตุการณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน พวกนางส่งเสียงโห่ร้องให้เจียงหวนแสดงความสามารถด้วยความสนุกสนาน

ทันใดนั้น ในหัวของเจียงหวนก็เกิดความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา คำพูดเหล่านั้นของฝ่าบาทเมื่อครู่ คงไม่ได้มีเพียงนางคนเดียวที่ได้ยินหรอกกระมัง?

เจียงหวนจึงเปลี่ยนจากจอกสุราเป็นกล่องอาหารที่นางนำติดตัวมาแทน

“หม่อมฉันไม่ถนัดการร้องรำทำเพลง แต่ถนัดเรื่องการทำอาหารเพคะ บัวลอยสาโทถ้วยนี้ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ฝ่าบาทโปรดเสวยเพคะ”

ขันทีใหญ่คนสนิทของฮั่วหลินได้รับสายพระเนตร จึงก้าวออกมารับกล่องอาหารไป ใช้เข็มเงินทดสอบพิษก่อนจะยกไปถวายเบื้องหน้าพระพักตร์

“ฝ่าบาทเชิญเสวยพ่ะย่ะค่ะ~”

ดวงตาเย็นชาของฮั่วหลินเหลือบมองบัวลอยสาโทที่ส่งไอร้อนกรุ่นในถ้วยนั้นแวบหนึ่ง แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นอย่างช้า ๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจนัก

เจียงหวนยังคงยืนก้มหน้าลงรอให้ฮ่องเต้รับสั่ง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของอวี๋ผินดังขึ้น

“ในวังมีห้องเครื่องคอยดูแลเรื่องอาหารของฝ่าบาทอยู่แล้ว เจียงเสวียนซื่อนำของต่ำต้อยเช่นนี้ออกมา ไม่เท่ากับสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำหรอกหรือ?”

จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะประปรายดังขึ้นในงานเลี้ยงทันที ทุกสายตาต่างมุ่งเป้ามาที่เจียงหวนโดยเฉพาะ ในวังหลังของฮั่วหลินเต็มไปด้วยพระสนมจากตระกูลสูงศักดิ์ มีเพียงเจียงหวนคนเดียวที่ได้เข้าวังมาเพราะหน้าตา แต่ฮั่วหลินกลับมัวแต่กังวลเรื่องราชสำนัก ไม่เคยย่างเหยียบเข้ามาในวังหลังเลย

เหล่าพระสนมผู้สูงศักดิ์เหล่านี้อัดอั้นจนแทบคลั่ง จึงรวมหัวกันเลือกหาตัวซวยขึ้นมาคนหนึ่งไว้สำหรับรังแกโดยเฉพาะ และเจียงหวนก็คือตัวซวยคนนั้น!

วันนี้เพื่อจะได้มีโอกาสแสดงตัวต่อหน้าฮ่องเต้ เหล่าสนมจึงงัดความสามารถทุกอย่างออกมา แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำให้ฮั่วหลินทอดพระเนตรเป็นพิเศษได้

เมื่อตนเองไม่ได้ดี พวกนางก็หวังเพียงว่าให้ชะตากรรมของเจียงหวนย่ำแย่ยิ่งกว่า แต่ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงในใจของฮั่วหลิน เจียงหวนก็คงจะเชื่อไปแล้วจริง ๆ

[ของกินหรือ? นี่คืออาหารร้อน ๆ ที่ต้องเคี้ยวถึงจะกลืนลงท้องได้อย่างนั้นหรือ? ที่แท้บนโลกนี้ยังมีอาหารร้อน ๆ อยู่ด้วย แล้วข้าวต้มเย็น ๆ กับผักสีเขียวที่ห้องเครื่องทำมาให้ข้ากินทุกวันนั่นมันอะไรกัน?]

[ยอดเยี่ยม~ ฝีมือการทำอาหารนี้ดีกว่าห้องเครื่องตั้งเยอะ ในวังมีคนมากมายเช่นนี้ มีเพียงนางคนเดียวที่มีสายตาเฉียบแหลม รู้จักส่งของกินมาให้ข้า นางเป็นใครกัน? เหตุใดข้าจำไม่ได้เลยว่าในวังมีคนชื่อเจียงเสวียนซื่อด้วย?]

เจียงหวนยืนนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกเหมือนหูจะระเบิดออกมา นางพยายามอดกลั้นความอยากที่จะเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม

ฮ่องเต้ผู้นี้ เหตุใดจึงพูดมากขนาดนี้นะ?

“ก็พอใช้ได้”

ฮั่วหลินชิมบัวลอยสาโทไปหนึ่งคำ สีพระพักตร์ยังคงเย็นชา เขาวางช้อนลงแล้วให้คำวิจารณ์อย่างเป็นกลาง

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” เจียงหวนย่อตัวคารวะ แต่ในใจกลับบ่นพึมพำ

ยังจะแสร้งทำเป็นเย็นชาอีก พอใช้ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่รู้ว่าเมื่อครู่ใครกันที่บอก “ยอดเยี่ยม~” ในใจ

นับตั้งแต่ทะลุมิติมาในนิยาย เจียงหวนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ โชคดีที่นางมีฝีมือทำอาหารชั้นเลิศ เงินเดือนทุกเดือนจึงหมดไปกับการซื้อของเข้าครัวเล็ก ๆ เพื่อหาของกินใส่ท้องของตัวเอง

เจียงหวนรู้ว่างานเลี้ยงพระราชวังคืนนี้คงไม่ได้กินอะไรเต็มที่ จึงตั้งใจทำบัวลอยสาโทเครื่องแน่น ๆ มาหนึ่งถ้วย ผลสุดท้ายกลับลงไปอยู่ในท้องของฝ่าบาทหมด!

“เจียงเสวียนซื่อ มานั่งข้างเรา”

ขณะที่เบื้องล่างยังคงหัวเราะคิกคักกันอยู่ ฮั่วหลินก็ตรัสขึ้นมาประโยคหนึ่ง ทำให้ทั้งงานเลี้ยงเงียบกริบทันที เจียงหวนมองไปยังเจียกุ้ยเฟยที่ประทับอยู่ด้านซ้ายของฮั่วหลิน ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

บัวลอยสาโทของนางอร่อยจนถึงขั้นที่ทำให้นางได้รับอภิสิทธิ์เทียบเท่าสนมคนโปรดเชียวหรือ?

แต่เมื่อฝ่าบาทมีรับสั่ง เจียงหวนก็ไม่กล้าสงสัย ทำได้เพียงฝืนใจเดินไปนั่งทางด้านขวาของฮั่วหลินท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เหล่าสนมที่อยู่เบื้องล่างแทบจะกัดฟันจนแหลกละเอียด

หากรู้ตั้งแต่แรกว่าแค่ถวายบัวลอยถ้วยเดียวจะทำให้ฝ่าบาทสนใจได้ พวกนางจะทนฝึกฝนความสามารถมาตั้งหลายเดือนไปทำไมกัน?

[ก้อนหิน]

ขณะที่เจียงหวนกำลังนั่งตัวเกร็ง ก็ได้ยินเสียงในใจอันเย็นชาของฮั่วหลินดังขึ้นอีกครั้ง

ก้อนหิน หมายถึงนางอย่างนั้นหรือ?

เจียงหวนเหลือบมองเจียกุ้ยเฟยที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานกับฮั่วหลินแล้วหัวเราะจนตัวสั่น นางก็ยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีก

จะเป็นก้อนหินก็ช่างเถอะ นางไม่ได้มีบิดาเป็นแม่ทัพที่ออกไปทำสงครามเสียหน่อย จะไปเอาความกล้าที่ไหนมาหยอกล้อฝ่าบาทได้กัน?

ถึงแม้จะทะลุมิติมาในนิยายได้ไม่นาน แต่เมื่อก่อนเจียงหวนก็ดูซีรีส์แย่งชิงอำนาจในวังมาไม่น้อย คนที่ไม่มีความสามารถ ไม่เป็นที่โปรดปรานอย่างนาง ทั้งยังไม่มีตระกูลคอยหนุนหลัง หากโดดเด่นขึ้นมา ก็มีแต่จะต้องกลายเป็นตัวประกอบที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างรวดเร็ว

เจียงหวนยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน ๆ

ด้านล่างเริ่มมีการแสดงความสามารถอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเย่หรงหวาที่กำลังร่ายรำอย่างกล้าหาญและมีความแปลกใหม่ นางสวมชุดจากดินแดนตะวันตก ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงาม เผยให้เห็นผิวขาวนวลผืนใหญ่บนร่างกาย หน้าอกอวบอิ่มเย้ายวน แม้แต่เจียงหวนที่เป็นผู้หญิงด้วยกันเห็นแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะอยากซบลงไป

เจียงหวนอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจอีกครั้ง ฮ่องเต้ผู้นี้คงไม่ใช่ว่าไม่ชอบสตรีหรอกนะ?

นับตั้งแต่นางทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ก็ไม่เคยเห็นฮั่วหลินถูกใจใครเลย

ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น เสียงทุ้มและแหบแห้งก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

[ใหญ่จริง น่ากินชะมัด!]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 71  

    เสี่ยวเจาสาวเท้าตะบึงสุดแรง จนหัวใจแทบจะทะลุหลุดออกมาจากลำคอ แสงตะเกียงของราชนิเวศน์สั่นไหวในความมืด ส่องสะท้อนสีหน้าซีดเผือดของนาง เม็ดเหงื่อไหลหยดลงมาตามแก้ม เคล้าคนกับลมหนาว ทำให้นางรู้สึกเจ็บแปลบเป็นระยะ นางวิ่งตรงไปยังพระตำหนักที่ฮั่วหลินประทับอยู่ แต่กลับต้องถูกองครักษ์สองนายเข้ามาสกัดไว้ร

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 59

    เสียงร้องไห้และตะโกนของหว่านผินลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ยินอีกเจียงหวนรู้สึกปวดตุบๆ ที่ขมับช่วงนี้วังหลังวุ่นวายชะมัดในจุดที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ม่านรถม้าของรถม้าคันหนึ่งถูกปิดลงหลังจากที่เรื่องวุ่นวายสงบลง“เสียดายโอสถขวดนั้นชะมัด”เจียกุ้ยเฟยกำหมัดแน่น นางตั้งใจว่าจะใช้โอสถขวดนั้นในการชิ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 57

    นางกำนัลนางนั้นเข้าใจทันที เดินเข้าไปใกล้กุ้ยเฟยและส่งของบางอย่างที่อยู่ในแขนเสื้อให้แก่กันเจียงหวนอยากมองให้ชัดกว่านี้กลับถูกฝูงชนบังไว้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยเงียบเชียบ ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นนางกำนัลนางนั้นถอยออกไปสองก้าวเงียบๆ ไปยืนอยู่ข้างนางกำนัลของหว่านผินการตรวจสอบของพวกนี้ต้องใช้เวลาและแรง

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 74  

    นางไม่ต้องการเสียเวลาที่นี่กับเสี่ยวเจา ทันใดนั้นก็ส่งสายตาไปให้คนด้านหลัง“ลากนางบ่าวรับใช้คนนี้ออกไปให้พ้นทาง วันนี้ตำหนักน้ำพุร้อนนี้ ข้าจะต้องเข้าไปให้ได้!” หมอม่อร่างอ้วนท้วมสองคนรุดหน้าขึ้นมาทันที คนหนึ่งกระชากผมเสี่ยวเจาไว้ อีกคนบีบแขนของนางไว้แน่น เสี่ยวเจาเจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่กลับยังคงเก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status