ฮูหยินผู้ถูกลืมเลือน ณ. เรือนเหมันต์

ฮูหยินผู้ถูกลืมเลือน ณ. เรือนเหมันต์

last updateDernière mise à jour : 2025-06-07
Par:  BigM00NComplété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
3 Notes. 3 commentaires
66Chapitres
11.4KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

โม่ชิงเยว่เป็นฮูหยินจวนโหวที่สามีไม่โปรดปราน แม่สามีรังเกียจ มีน้องสาวของสามีคอยพูดจาทำร้ายจิตใจ อีกทั้งยังมีอนุหน้าตางดงามมาคอยแย่งชิงความโปรดปรานจากสามี แต่นางหาใส่ใจไม่เพราะสิ่งเดียวที่นางให้ความสนใจก็คือเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยที่นางให้กำเนิดเพียงเท่านั้น เดิมทีโม่ชิงเยว่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่แต่ในเรือนหลังอย่างสงบตามที่มารดาเคยสอนสั่ง แต่ยิ่งอ่อนน้อมก็ยิ่งถูกเหยียบย่ำ แถมสามีที่คิดจะพึ่งพาก็ไม่เคยอยู่ให้นางได้พึ่งพา นางเฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ผลสุดท้ายเมื่อค้นพบโลกในความฝันอันเจิดจรัสนางจึงคิดได้ว่าทำไมสตรีเช่นนางจะต้องมัวแต่รอพึ่งพาบุรุษด้วยเล่า ในเมื่อตัวนางก็มีสองมือสองเท้าเช่นเดียวกันกับเขา ดังนั้นลูกๆ สองคนนี้นางจะขอเลี้ยงดูพวกเขาด้วยตนเอง

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ฮูหยินผู้ถูกลืม

妊娠25週目の健診の日、中山美羽(なかやま みう)は夫の浮気を目撃してしまう。

黒いコートを羽織った背の高いハンサムな男性が、腕の中にいる可憐な美人をかばうように立っている。その女性は白いコートを着て、頬はほんのりピンク色に染まっている。ふわふわのマフラーに包まれた小さな顔は、まるでお人形のように精巧な顔立ちだった。

美羽は健診結果の用紙を指が白くなるほど強く握りしめた。冷たい風が頬をかすめる。だけど、体の芯まで凍えさせるのは、ズキズキと痛む心のせいだ。

中山翔平(なかやま しょうへい)は、遠くにいる美羽の姿に気づいた。でも、その表情は平然としていて、浮気現場を見られた気まずさなんて微塵も感じさせない。それどころか、彼はその女性のために自ら車のドアを開けてあげるなど、終始優しい態度を崩さなかった。

いつもは人を寄せ付けない冷たいエリートなのに、こんな風に誰かを気遣う優しい一面もあるなんて。

その女性は美羽の視線に気づいたようだ。一瞬動きを止めると、不思議そうに美羽を見てから、翔平に尋ねた。「翔平さん、あのおばさん、ずっとこっちを見てるけど、知り合いなの?」

冷たい風が耳元で低く鳴った。

美羽には、その女性が翔平に何を言ったのか聞こえなかった。

それでも、彼女の口の動きで「おばさん」と言われたことだけは、はっきりと分かった。

「おばさん」って?

きっと、自分のことを言っているのだろう。

美羽は、心の中で力なく笑った。

まだ今年で24歳になったばかりだというのに。

もともとぽっちゃり体型なのに加え、顔立ちもごく普通。黒のダウンに黒のニット帽をかぶれば、妊娠後期のむくんだ体は重苦しく見える。やつれた顔も相まって、たしかに30代みたいだ。若くてきれいな美人とは比べものにならない。

翔平は、その女性が車に乗るのを優しくエスコートした。

美羽は体がこわばって、その場に立ち尽くした。車が走り去っていくのを、ただ見送ることしかできなかった。

美羽と翔平は、お腹の子供がきっかけで結婚した。翔平のようなエリートにとって、この不本意な結婚は順風満帆だった人生に生じた唯一の瑕のようなもので、お腹の子も、美羽が自分を縛りつけるための手段にすぎなかった。

翔平は、美羽のことを心から憎んでいる。

美羽は翔平に8年間も片想いをしていた。でも、自分が翔平にふさわしくないことを、美羽は分かっていた。だから、必死に勉強して、翔平を人生の目標として、その後を追いかけ続けた。

そしてついに願いが叶い、翔平の秘書として、そばに居れるようになった。

あの夜は、翔平の人生を狂わせただけじゃない。自分が大切にしてきた誇りもプライドも、無情に引き裂かれてしまった。

後になって、翔平が自分に向けた、まるで汚らわしいものでも触ったかのような、あの嫌悪に満ちた目を、一生忘れない。

だから、翔平にふさわしいのは、あんな風に綺麗で可愛らしい女性だけなんだ。

熱い涙が目じりを伝ってこぼれ落ちた。その直後、下腹部に激痛が走る。美羽は慌ててお腹に手を当て、もう片方の手でそばの石柱に寄りかかった。

通りがかった看護師が美羽に気づき、すぐに駆け寄って支え、診察室へ連れて行ってくれた。

どうやら、強いストレスでお腹の子に影響が出たらしい。

しばらくして、落ち着きを取り戻した。

美羽は病院を出て、心身ともに疲れきった体を引きずり、一人で車を運転して月見ヶ丘の家へ帰った。

ここは、翔平の私邸だ。

本邸にいる中山家当主夫人の中山日和(なかやま ひより)が、経験豊富な家政婦をよこして、美羽の世話をさせていた。

その頃。

美羽の世話係であるはずの家政婦二人は、まるでこの家の主人のように、暖房の効いたリビングで食事を楽しみながら談笑していた。

家政婦たちは物音に気づき、ドアの方へ振り返った。

美羽が帰ってきたのを見ると、家政婦の一人が立ち上がって近づき、こう尋ねた。「検診の結果はどうでした?」

その態度は横柄で、口調には侮蔑の色がにじんでいた。

世話係という名目だったけど、実際は自分を監視し、この家の主人にふさわしいかどうかを見張るためだった。

美羽はただ冷ややかに家政婦を一瞥しただけで、何も答えずにまっすぐ階段の方へ向かった。

家政婦は不満そうに眉をひそめた。

「聞いてますか?」

美羽は、それでも無視を続けた。

家政婦は美羽の後ろ姿を見ながら、悪態をついた。「デブのくせに。本当に自分がここの女主人だとでも思ってるのかしら。気取っちゃって」

美羽は寝室に戻り、ベッドに腰を下ろした。心は空っぽで、どうしていいか分からなかった。

翔平も、中山家も、自分を嫁として認めていなかった。

日和の判断で、自分と翔平は入籍した。

でもそれは、ちょうど自分が妊娠して翔平の元を訪れた時に、彼の祖父である中山剛(なかやま つより)が重病だったから。病気の剛のために縁起を担いで、入籍と出産という重なる喜びにあやかり、せめて祖父の快癒を願いたかったのだ。

偶然か、本当に縁起担ぎの効果があったのか、剛の病状は少しずつ良くなった。

それから、日和の自分に対する態度も少しは改まった。

それでも、中山家の他の人たちは、相変わらず自分を軽蔑していた。

今日、病院へ検査に行ったのも、お腹の子の性別を確かめるためだった。結果は、女の子。

翔平の母親である中山百合(なかやま ゆり)のもとには、もう病院から連絡がいっているだろう。

その時、スマホが震えた。

美羽ははっと我に返った。

バッグからスマホを取り出すと、表示された名前に少し驚いた。指導教授の佐野隆(さの たかし)からの電話だった。

美羽は通話ボタンを押した。

「佐野先生、こんにちは」

「エルスタンフォード大学で博士課程に進める枠が一つあるんだが、挑戦してみないか?」

隆の言葉に、美羽はしばらくの間、呆然としてしまった。

美羽からの返事がないので、隆は言った。「必要ないなら……」

「行きます」

美羽は我に返り、すぐにきっぱりとした声で答えた。

今度は隆の方が黙り込んでしまった。

美羽が翔平のそばに立つ資格を得るために、どれだけ努力してきたか、隆は誰よりもよく知っていたからだ。

今ようやく念願の思いが叶い、結婚して妊娠までしたのに。そんな美羽が、簡単に全てを捨てて離れるはずがない。

手元に残っていたこの枠について、ただダメ元で美羽に尋ねてみただけだった。

「佐野先生」

美羽は呼びかけた。

隆は言った。「それなら、明日の午前10時に私の研究室に来てくれるかな」

「はい」

隆はそれ以上何も言わず、電話を切った。

スマホを置くと、美羽は長く息を吐き出した。

突然、立ち込めていた暗雲が晴れ、明るい月が見えたような、不思議な解放感を覚えていた。

もう、目を覚まさなきゃ。

あなたを愛していない男にとって、子どもは彼をつなぎとめる理由にはならないし、振り向いてくれることなんてないのだ。

そこへ、日和から電話があり、本邸に来るように言われた。美羽は了承した。きっと、お腹の子のことで話があるのだろう。

美羽は気力を取り戻した。

まずバスルームへ向かい、ゆっくりとシャワーを浴びた。

ドレッサーの前に座ると、美羽は鏡の中の自分を見つめた。むくんでまん丸になった顔、目の下のクマ、たるみ、くぼんだ目元、両頬にできたシミ。

こんな醜い姿、誰が見たって嫌になるだろう。

こんな自分が、どうして翔平のような恵まれた人の隣に立つ資格があるというのだろう。

美羽は化粧をし、ピンクのダウンに着替えた。そして白く丸い帽子をかぶると、ずいぶん生き生きとして見えた。

美羽は、自分で車を運転して本邸へ向かうつもりだった。

しかし、ちょうど家を出たところで、翔平から電話があった。彼の平坦な声が聞こえる。「外へ出ろ」

美羽は驚いた。

きっと、日和が翔平にも本邸へ戻るように言ったのだろう。

美羽は答えた。「はい」

家を出ると、翔平のロールスロイスが入口の前に停まっていた。ほんの数時間前、この車は他の女を乗せていたのに。

美羽は息を深く吸い込んでから、車に近づき、ドアを開けて乗り込んだ。

車に乗った途端、ほのかに香水の匂いがした。甘く若い女性の香りだ。車内にはピンクのクマのぬいぐるみが置かれていて、いかにも若い子の趣味なのが分かる。

ふと顔を上げると、翔平の手首にヘアゴムが巻かれているのが目に入った。

これは、女性が「私の彼氏よ」と周囲に示すための印だった。

翔平は、きっとあの女性のことがとても好きなんだろう。

美羽は胸の奥の苦い気持ちを押し殺し、席に座ってシートベルトを締めた。

運転手がゆっくりと車を発進させた。

美羽は黙ったまま、窓の外を眺めていた。

以前なら、翔平と二人きりになれる時間を大切にして、関係を縮めようとしただろう。たとえ嫌がられても、めげずに話題を探して話しかけていたはずだ。

それは、自分たちがもう夫婦で、子供もいて、これから先も長い人生を共にする、という純粋な幻想を抱いていたから。良き妻、良き母親であれば、いつか翔平も自分を振り向いてくれるかもしれない、と。

でも結局、それは全部、自分自身をだましていただけだった。

翔平は、美羽の今の気持ちなんて気にも留めていなかった。いつものように冷たい態度で、こう尋ねた。「子供の性別は?」

美羽は答えた。「女の子よ」

その言葉を聞いても、翔平の端正な顔には何の変化もなかった。ただ、淡々とした声で言った。「子供が生まれたら、離婚しよう」

その言葉が心を切り裂いた。

美羽は指先に力を込めた。

心臓をぎゅっとわしづかみにされたみたいに、息が苦しくなる。

この結婚が長く続くはずがないことは、もともと分かっていた。でも、いざ翔平自身の口からそう言われると、やはり胸が張り裂けそうに痛かった。

美羽は唇をきつく噛みしめて、答えた。「分かった」

翔平は美羽の方をちらりと見た。彼女があまりにもあっさりと同意したことに、少し驚いたようだった。

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Kom Kom
Kom Kom
สนุกคิด ติดตามอยู่นะคะ รออัพอยู่ค๊าาา 28/7/68
2025-07-28 08:01:47
0
0
Neena Yin
Neena Yin
ไรท์คะ อัพหน่อยน้าาาา รอค่ะ
2025-07-25 18:02:01
0
0
Pat Sin
Pat Sin
จบยังคะ เรื่องนี้
2025-07-13 16:19:27
1
0
66
บทที่ 1 ฮูหยินผู้ถูกลืม
ณ.เรือนเหมันต์ เรือนหลังอันห่างไกลของจวนนิ่งอันโหว โม่ชิงเยว่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความสับสน เมื่อครู่นี้นางไม่แน่ใจว่านางฝันไปหรือวิญญาณหลุดจากร่างออกไปท่องเที่ยวมากันแน่ สถานที่ที่นางไปแตกต่างจากที่นี่เป็นอย่างมาก ที่แห่งนั้นผู้คนแต่งกายแปลกตาเดินขวักไขว่ไปมาอย่างน่าเวียนหัว ยานพาหนะมีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดและมีหลากหลายประเภท มีทั้งที่วิ่งอยู่บนท้องถนนและวิ่งบนราง มีทั้งวิ่งบนน้ำและบินอยู่เหนือศีรษะ ผู้คนใช้ยานพาหนะเหล่านี้สัญจรไปมาใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็สามารถไปถึงที่หมายที่อยู่ไกลหลายร้อยลี้ได้แล้วนางที่ทั้งชีวิตถูกจองจำอยู่แต่ในเรือนหลังพอได้เห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปจากการรับรู้ก็เข้าใจว่าตนเองได้อยู่บนสรวงสวรรค์เสียแล้ว สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกชอบในสถานที่แห่งนั้นก็คือสตรีมีความเท่าเทียมกับบุรุษ พวกนางไม่ใช่แค่เพียงเปิดเผยใบหน้าออกไปทำงานหาเงินเข้าบ้าน แต่พวกนางยังมีสิทธิและเสรีภาพทำสิ่งต่างๆ ได้ตามที่ใจของพวกนางต้องการ และที่สำคัญพวกนางไม่จำเป็นต้องเก็บงำความรู้ความสามารถของตนเอง สตรีบางคนมีหน้าที่การงานเหนือกว่าบุรุษเสียด้วยซ้ำโม่ชิงเยว่เฝ้าวนเวียนล่องลอยอยู่ในสถานที่แห่งนั้นด
Read More
บทที่ 2 ดูแลตนเองและลูก
เสียงร้องไห้ของเด็กสองคนปลุกให้โม่ชิงเยว่ลืมตาตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง นางค่อยๆ พยุงตนเองให้เดินไปที่ประตูห้องแล้วเดินตรงไปยังห้องที่เด็กๆ นอนอยู่ เพราะร่างกายนี้ล้มป่วยมานาน ยามนี้ยังมีไข้รุมเร้าดังนั้นความเร็วในการก้าวเดินของนางจึงช้ายิ่งกว่าเต่า แต่เพราะความเป็นห่วงลูก ทำให้นางค่อยๆ เกาะผนังห้องแล้วเดินไปหาลูกๆ ของนางได้ในที่สุด“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะ อีกสักครู่ พี่ชุ่ยเหมยของพวกเจ้าก็จะกลับมาแล้ว” เสียงของนางช่วยปลุกปลอบความหวาดหวั่นของพวกเขาได้ พวกเขาต่างลุกขึ้นมานั่งแล้วจ้องมองนางด้วยดวงตาอันกลมโตแล้วทำท่าว่าจะโผเข้ามาหานาง“แม่ยังมีอาการไข้อยู่ พวกเจ้าอย่าได้เข้ามาใกล้มากไป ประเดี๋ยวจะติดไข้แม่เอาได้”“ท่านแม่!” เสียงเล็กๆ ของเด็กทั้งสองทำให้โม่ชิงเยว่ยิ้มออกมา ลูกสาวและลูกชายของเธอเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรได้ง่ายแม้ว่าจะมีอายุแค่เพียง 2 ขวบแต่กลับพูดจาเป็นประโยคยาวๆ ได้แล้ว แม้ว่าจะมีบางคำที่ยังพูดไม่ชัดอยู่บ้างแต่ก็สามารถเข้าใจได้“แม่อยู่ตรงนี้พวกเจ้าไม่ต้องกลัว” เมื่อโม่ชิงเยว่พูดเช่นนี้พวกเขาก็พยักหน้าแล้วจ้องมองแม่ของเขาด้วยความเป็นห่วง“ท่านแม่ลุกขึ้นมาเดินได้แล้วหรือ” เสียงเล็ก
Read More
บทที่ 3 ชุ่ยเหมยสาวใช้ผู้ภักดี
ยามที่ชุ่ยเหมยกลับมาก็เป็นเวลาที่เย็นมากแล้ว สิ่งที่นางนำกลับมานอกจากยารักษาโรคแล้วยังมีอาหารทั้งที่ปรุงสำเร็จมาแล้วและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารจำนวนมาก เด็กทั้งสองตื่นเต้นกันใหญ่ที่จะได้กินอาหารร้อนๆ อันหอมกรุ่น ส่วนโม่ชิงเยว่นั้นนางหมดความอยากอาหารไปนานแล้ว แต่นางก็พยายามกินเพื่อให้ร่างกายมีกำลังเพียงพอที่จะต้านทานอาการป่วยไขช่วงหลายปีมานี้นางมีความเป็นอยู่อย่างอัตคัด ยิ่งหลังจากที่คลอดเด็กแฝดทั้งสองนางก็ยิ่งอ่อนแอลง เงินทองที่เคยมีได้ถูกใช้จ่ายออกไปจนเกือบหมด เริ่มแรกล้วนหมดไปกับการพยายามส่งจดหมายไปหาสามี แต่เมื่อนานวันเข้านางก็คิดได้ว่าสิ่งที่ทำลงไปล้วนสิ้นเปลืองมิสู้รอให้เขากลับมาน่าจะดีกว่าตอนที่นางคลอดลูกแม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะรังเกียจนางมากเพียงใด แต่ก็ยังคาดหวังว่าลูกที่นางอาจจะคลอดออกมาจะเป็นเด็กผู้ชาย พอว่าเห็นว่าเด็กที่คลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิงคนของฮูหยินผู้เฒ่าก็พากันกลับไปอย่างโล่งใจและกลับไปประกาศอย่างเปิดเผยว่านางคลอดลูกชู้ออกมาเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง โดยไม่ได้รู้เลยสักนิดว่านางจะคลอดเด็กผู้ชายตามหลังมาอีกคนในภายหลัง แต่ในเมื่อประกาศไปแล้วว่าลูกของนางคือลูกชู้ ดังนั้นแม่สามี
Read More
บทที่ 4 บำรุงร่างกาย
ยามที่โม่ชิงเยว่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเช้าวันใหม่แล้ว เพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ไม่ได้ลุกขึ้นมาไอกลางดึกอีกทำให้นางหลับรวดเดียวมาจนถึงเช้า กลิ่นหอมของอาหารทำให้นางยิ้มออกมา เสียงเด็กสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ด้านนอกพร้อมด้วยเสียงของชุ่ยเหมยที่คอยห้ามปรามพวกเขาไม่ให้ซุกซน ทำให้บรรยากาศด้านนอกเต็มไปด้วยความสดใส โม่ชิงเยว่จึงค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนของตนไปหาพวกเขา“ฮูหยิน! ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ชุ่ยเหมยเอ่ยทักทายด้วยความยินดี การที่เจ้านายของนางลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยตนเองได้ทำให้นางโล่งใจ แม้ว่าอากาศภายนอกเรือนจะยังคงหนาวเย็นอยู่ แต่เพราะได้กระถางไฟคอยให้ความอบอุ่นทำให้สีหน้าของทุกคนสดชื่นแจ่มใส ชุ่ยเหมยรีบกุลีกุจอไปช่วยพยุงเจ้านายของตนมานั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วตักโจ๊กข้าวขาวเนื้อข้นให้เจ้านายของตนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“บ่าวต้มโจ๊กเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ทั้งคุณหนูและคุณชายก็ต่างพากันชื่นชมว่าฝีมือของบ่าวดีขึ้นมาก” เมื่อชุ่ยเหมยเอ่ยเช่นนี้เด็กๆ ทั้งสองก็ต่างพยักหน้าพร้อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อย!”โม่ชิงเยว่ใช้ช้อนคนโจ๊กเนื้อเนียนหอมกรุ่นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด
Read More
บทที่ 5 ผ้าปักสกุลเจียง
เมื่อกำลังใจดีมียาให้ดื่ม อาการล้มป่วยของโม่ชิงเยว่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ แม้จะพูดว่าการขายผ้าปักคือการขอความช่วยเหลือจากสกุลเจียง แต่โม่ชิงเยว่กลับพิถีพิถันและลงมือปักผ้าอย่างประณีตบรรจง ลวดลายที่นางออกแบบล้วนเป็นลวดลายที่กำลังได้รับความนิยมในเมืองหลวง นางนำมาดัดแปลงโดยใช้ลายเส้นในรูปแบบเฉพาะของสกุลเจียง แน่นอนว่าสาวใช้ผู้มากไหวพริบของนางก็คือคนที่ออกไปสำรวจความนิยมของผู้คนในเมืองหลวงมาให้ เนื้อผ้าและเส้นไหมที่ใช้ปักนางล้วนเลือกใช้ของชั้นดีสีสันและลายปักจึงดูล้ำค่าเหมาะสมกับราคาที่สกุลเจียงจ่ายมาให้พอมีเงินแล้วชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น มีอาหารให้กินจนอิ่มท้องมีที่นอนที่มีความอบอุ่นเพียงพอเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับสี่ชีวิตในเรือนเหมันต์ พออากาศอบอุ่นมากขึ้นชุ่ยเหมยก็มักจะพาเด็กๆ ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านทั้งชักชวนเด็กๆ ให้ช่วยทำแปลงปลูกผักแปลงเล็กๆ ไว้กิน ทั้งฝึกสอนวรยุทธ์ขั้นพื้นฐานให้กับเด็กๆ เพื่อเอาไว้ใช้ป้องกันตัว ทำให้โม่ชิงเยว่มีสมาธิในการออกแบบลวดลายและลงมือปักผ้าได้อย่างเต็มที่ส่วนทางเรือนใหญ่แม้ว่าจะไม่ได้ส่งสิ่งของมาให้แต่ก็มักจะส่งคนมาคอยสอดแนมเป็นระยะ แต่โม่ชิงเยว่ไม่ค
Read More
บทที่ 6 ความเหน็ดเหนื่อยของท่านโหว
อากาศในเมืองหลวงเริ่มอบอุ่นแล้วแต่อากาศทางชายแดนกลับยังคงหนาวเหน็บ การบุกโจมตีครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้น ซ่งเหวินจิ้งควบม้าควงดาบนำทัพเข้าฟาดฟันศัตรูอย่างไม่หวั่นเกรง ช่วงสองปีมานี้การศึกยืดเยื้อสิ้นเปลืองทั้งเสบียงและกำลังพลเป็นอย่างมาก หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ล้วนไม่ส่งผลดีต่อขวัญและกำลังใจของคนในกองทัพ คืนนี้เขาจึงวางแผนการใหญ่ใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อหวังให้ทัพของข้าศึกมาติดกับยามนี้ทัพของข้าศึกน่าจะติดกับดักที่เขาวางเอาไว้แล้ว ทหารของข้าศึกที่มาโอบล้อมเขาและคนของเขาไว้ต่างก็มีสีหน้าฮึกเหิมและลำพอง ยามที่หม่าป๋อซางแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าเป่ยขี่ม้าเดินหน้าเข้ามาหาเขาสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ“ผู้ใดฆ่าแม่ทัพใหญ่แคว้นเหลียนได้ ข้าจะตกรางวัลให้เป็นอย่างงาม” คำพูดของหม่าป๋อซางทำให้คนของเขาต่างพากันโห่ร้องออกมาอย่างคึกคะนองทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่ซ่งเหวินจิ้ง เขาแค่เพียงยิ้มออกมายามนี้หม่าป๋อซางยินยอมออกมาเผชิญหน้ากับเขาแล้วย่อมหมายความว่าการศึกในครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว“ปัง!” เสียงพลุไฟส่งสัญญาณในมือของซ่งเหวินจิ้งถูกส่งออกไปส่วนตัวเขานั้นดีดตัวออกจากหลังม้าทะยานร่างไ
Read More
บทที่ 7 หมายปองชีวิต
ในขณะที่ทางชายแดนยังคงสะสางปัญหาไม่สิ้น แต่ทางจวนโหวนั้นกลับราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประจบเอาใจน้องสามีสุ่ยอี้โหรวจำต้องกัดฟันควักเงินถึงแปดสิบตำลึงเพื่อซื้ออาภรณ์ที่ตัดเย็บจากผ้าปักของสกุลเจียง ส่วนทางด้านฮูหยินผู้เฒ่านั้นขอแค่เพียงนางยกยอมากขึ้นสักหน่อย ยอมทำท่าทางนอบน้อมให้มากๆ และยังคงรักษาท่วงท่าของคุณหนูสกุลใหญ่อยู่ก็ย่อมจะได้รับความเอ็นดูมากขึ้นแล้วหญิงชราผู้นี้เอาใจไม่ยาก ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนที่ชอบยกย่องผู้ที่สูงศักดิ์กว่าและชอบเหยียบย่ำผู้ที่ต่ำศักดิ์กว่า ในฐานะที่สุ่ยอี้โหรวเป็นถึงคุณหนูรองสกุลสุ่ยซึ่งเป็นสกุลเดิมของฮองเฮา แต่กลับยินยอมลดฐานะมาเป็นแค่เพียงอนุในจวนโหว ย่อมถือว่าเป็นการให้หน้าแก่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนนิ่งอันโหวเป็นอย่างมาก ดังนั้นยามที่นางเอ่ยปากถึงสิ่งใดก็ย่อมจะได้รับการเห็นดีด้วยจากฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะทุกครั้ง ยิ่งถ้านำโม่ชิงเยว่มาเปรียบเทียบกับนาง ฐานะคุณหนูสกุลสุ่ยของสุ่ยอี้โหรวย่อมจะต้องดูดีกว่าฐานะของโม่ชิงเยว่ที่เป็นแค่เพียงบุตรสาวกำพร้าของอดีตแม่ทัพที่ตายไปนานแล้วอย่างแน่นอน“ข้าให้พวกเจ้าคอยคุ้มกันจวนให้ดี อย่าให้สาวใช้นางนั้นเล็ดลอดออกจากจวนไปได้ แล้วทำไมนา
Read More
บทที่ 8 เล่นงานคน
ยามที่ชุ่ยเหมยกลับมาก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว เมื่อนางพบว่ามีศพนอนรออยู่สามศพนางก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด“ฮูหยินเจ้าคะ ทางเรือนใหญ่ลงมือกับท่านอีกแล้วหรือเจ้าคะ” เมื่อนางถามเช่นนี้โม่ชิงเยว่ก็พยักหน้า“เป็นสุ่ยอี้โหรวน่ะ เพียงแต่คราวนี้ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้แล้ว” เมื่อโม่ชิงเยว่เอ่ยจบก็ยื่นถุงสมุนไพรในมือให้ชุ่ยเหมย ยามที่เงินไม่ขาดมือชีวิตช่างดีนัก จะซื้อสมุนไพรมาตุนไว้สักเท่าใดก็ไม่เดือดร้อน ตอนที่ท่านพ่อของนางสิ้นจวนสกุลโม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสินเดิมที่เหลืออยู่ของท่านแม่ของนาง นางจึงต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด พอแต่งเข้าจวนโหวแม้ว่าสามีจะมั่งคั่งแต่ในเมื่อแม่สามีไม่โปรดปรานเงินทองที่จะใช้สอยย่อมไม่มีตกมาถึงมือ นางจะไปแบมือขอกับแม่สามีก็ไม่ได้ ส่วนสามีแค่ได้พบหน้าก็ยังจะไม่พบ พอได้เจอหน้ากันนางจะอ้าปากถามเรื่องเงินก็ใช่ที่ มาตอนนี้พอมีเงินที่หามาได้ด้วยตนเองแล้วนางย่อมจะมือเติบอยู่บ้างเป็นธรรมดา“ผงสมุนไพรนี้ แค่โปรยไปในอากาศจะทำให้คนที่สูดดมหลับใหลไม่ได้สติ เจ้าใช้อย่างระมัดระวัง เอาศพของสามคนนี้ไปโยนไว้บนเตียงของสุ่ยอี้โหรว ในเมื่อนางอยากยุแยงใ
Read More
บทที่ 9 ลงทัณฑ์
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสาวใช้ทำให้สุ่ยอี้โหรวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง เมื่อคืนนี้นางเฝ้ารอให้คนของนางกลับมารายงานผลแต่ก็ไม่มีผู้ใดกลับมา อีกทั้งทางเรือนเหมันต์ก็เงียบกริบราวกับไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น นางไม่อาจจะเข้าไปสอบถามความเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยได้จึงทำได้แค่รอเพียงเท่านั้น เพราะความกังวลใจทำให้นางนอนไม่หลับพลิกตัวไปมาด้วยความกังวลใจแต่แล้วนางหลับใหลไปในยามใดก็สุดรู้ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเหล่าสาวใช้ ท่าทีแตกตื่นตกใจของพวกนางทำให้นางรีบก้มลงสำรวจตนเองในทันที“กรี๊ด” เสียงร้องของนางทำให้บรรดาผู้คุ้มกันเรือนรีบเข้ามา แต่เมื่อเห็นว่าสภาพร่างกายของนางไม่เรียบร้อยอีกทั้งสาวใช้บางคนเริ่มมีสติแล้วช่วยกันขับไล่พวกเขาให้รีบลงจากเรือน คนที่พอจะมีสติอยู่บ้างรีบห้ามปรามไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเรือนในทันที“อี๋เหนียง! อี๋เหนียงเจ้าคะ” เสียงของตงฮวาผู้เป็นสาวใช้คนสนิทช่วยเรียกคืนสติของสุ่ยอี้โหรวให้กลับคืนมา ยามนี้ร่างกายของนางนั้นเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์มาปกปิด คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนตามลำตัวทำให้เนื้อตัวของนางสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น ชายหนุ่มที่นอนบนเต
Read More
บทที่ 10 การหย่าร้าง
ในขณะที่ทางฝั่งเรือนใหญ่กำลังชำระความกับสุ่ยอี้โหรว โม่ชิงเยว่ก็กำลังนั่งดื่มด่ำกับน้ำชาที่ชุ่ยเหมยพึ่งจะชงเสร็จ ส่วนเด็กๆ ในยามนี้กำลังนั่งเล่นหุ่นกระบอกไม้ที่ชุ่ยเหมยซื้อมาอย่างเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง“ฮูหยิน จะไม่ให้บ่าวไปสืบดูหน่อยหรือว่าเฉินมามาผู้นั้นคุ้มค่ากับเงินที่ท่านจ่ายไปหรือไม่” เมื่อชุ่ยเหมยถามเช่นนี้โม่ชิงเยว่ก็ส่ายหน้า“สถานการณ์ชี้นำขนาดนั้นถ้านางไม่ลงมือก็โง่เต็มทีแล้ว เฮ้อ เพียงแต่เงินที่หามาได้ต้องนำมาใช้จ่ายเพราะเรื่องนี้ข้าล่ะอดรู้สึกปวดใจไม่ได้จริงๆ” เมื่อโม่ชิงเยว่เอ่ยเช่นนี้ชุ่ยเหมยก็ทอดถอนใจออกมา“ไม่ได้การ บ่าวขอไปดูให้แน่ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะหูหนวกตาบอดหลงเชื่อคำแก้ตัวของสุ่ยอี๋เหนียงหรือไม่” เมื่อพูดจบชุ่ยเหมยก็รีบเร้นกายออกจากไปในทันที ทำให้โม่ชิงเยว่จำต้องส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจกับนิสัยที่พอคิดได้ก็ลงมือทำเลยของชุ่ยเหมย นิสัยเช่นนี้จะว่าดีก็ถือว่าดีจะว่าแย่ก็ถือว่าแย่ จะทำอะไรหากไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อนผลลัพธ์ที่ตามมาก็มักจะเลวร้ายเสมอชุ่ยเหมยหายตัวไปนานกว่าที่คาดไว้แต่โม่ชิงเยว่กลับไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด ด้วยรู้ดีว่าคนของนางมีไหวพริบที่ดีแ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status