Share

บทที่ 6

Author: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
“นายหญิงน้อยผู้แสนดีของบ่าว นี่มันเวลาไหนแล้ว ท่านยังจะคิดเรื่องกินอยู่อีกหรือ!”

เมื่อเสี่ยวเจาได้ยินว่านางยังคงคิดถึงหม้อเหล็กใบใหญ่นั่นอยู่ ก็ร้อนใจจนเดินวนไปวนมา

พวกคนในวังหลังเลือกปฏิบัติกับคนอื่นตามฐานะ ไม่ใช่เพิ่งจะเป็นแค่วันสองวันนี้ พอมีเรื่องไม่สบอารมณ์เข้าหน่อย ก็เอานายหญิงน้อยของนางมาเป็นที่ระบาย

ตอนนี้อุตส่าห์ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ไม่ฉวยโอกาสตีเหล็กตอนร้อน แต่กลับจะมาจุดไฟทำกับข้าวตอนร้อน ๆ เนี่ยนะ???

“หากปล่อยให้อวี๋ผินได้รับความโปรดปรานขึ้นมา หางของนางได้ชี้ขึ้นฟ้าจนทิ่มหน้านายหญิงน้อยแน่เพคะ”

เจียงหวนเท้าคางมองนางอย่างเฉยเมย

“พูดจบแล้วหรือยัง?”

เสี่ยวเจาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

“เช่นนั้นก็รีบไปยกหม้อเหล็กมาเถอะ”

เสี่ยวเจาแทบจะมืดไปแปดด้าน เหตุใดนายหญิงน้อยของนางถึงได้ดื้อรั้นพูดอะไรก็ไม่ฟังเช่นนี้!

เจียงหวนกลับแหงนหน้ามองฟ้าแล้วถอนหายใจ ตอนนี้นางถูกกักบริเวณ จะให้ทำอย่างไรได้อีก?

จะให้ร้องไห้ฟูมฟายไปอ้อนวอนฮั่วหลินอย่างนั้นหรือ?

เกรงว่าน้ำมูกน้ำตายังไม่ทันได้เช็ดให้แห้ง ผ้าแพรขาวคงได้มาพันรอบคอตายเสียก่อน

“ไหน ๆ ก็ออกไปไม่ได้แล้ว สู้เติมท้องให้อิ่มก่อนดีกว่า”

ขณะพูด นางก็หยิบขนมจากในจานขึ้นมาอีกชิ้นแล้วยัดเข้าปาก จนแก้มตุ่ยเหมือนกระรอกที่กำลังแอบกินอาหาร

เสี่ยวเจายังคงทำหน้าเศร้า มองเจียงหวนตาแป๋ว

เจียงหวนจึงต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย

“ถ้าข้ากินไม่อิ่ม ผอมโซจนดูซูบซีดแล้ว อวี๋ผินจะไม่หัวเราะจนปากจะฉีกถึงหูเลยหรือ?”

“พอฝ่าบาททอดพระเนตรเห็นว่าข้างกายมีหญิงแก่หน้าโทรมอยู่คนหนึ่ง เกิดไม่พอพระทัยขึ้นมาแล้วสั่งให้ข้าไปอยู่ตำหนักเย็น ชีวิตครึ่งหลังของพวกเราสองคนก็จบสิ้นกันพอดี”

ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ในใจเจียงหวนกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

นางไม่ได้อยากจะได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย!

ชาติที่แล้วดูละคร ในวังหลังมีสตรีมากมายเท่าไรที่ต้องตายเพราะแย่งชิงความโปรดปราน ส่วนนางก็เป็นแค่คนที่อยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ

แก่งแย่งชิงดีในวัง?

ไม่ ๆ ๆ นั่นไม่เหมาะกับนาง!

ทางที่ดีที่สุดคือให้ฮ่องเต้ลืมนางไปให้หมดสิ้น ปล่อยให้นางอยู่ในตำหนักเล็ก ๆ แห่งนี้ ทุกวันได้ไปทำอาหารกินกับเสี่ยวเจาที่ครัวเล็ก แค่นี้นางก็พอใจมากแล้ว!

สายตาของเสี่ยวเจาสั่นไหว ถูกเจียงหวนเกลี้ยกล่อมจนใจอ่อน ในที่สุดก็ยอมพาเจียงหวนไปดูหม้อเหล็กที่นางเฝ้ารอคอย

ทันทีที่เข้าครัวเล็ก เจียงหวนก็รู้สึกสบายใจดุจปลาได้น้ำ นางมองหม้อเหล็กที่เสี่ยวเจาซื้อกลับมาแล้ว รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

“เสี่ยวเจา เจ้าไปอุ้มห่านอ้วน ๆ มาตัวหนึ่ง วันนี้ข้าจะทำห่านตุ๋นในหม้อเหล็ก”

เสี่ยวเจาได้ยินแล้วก็รีบวิ่งออกไปอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็อุ้มห่านอ้วนกลมกลับมาหนึ่งตัว

เจียงหวนรับห่านมา บิดคอห่านเบา ๆ จัดการถอนขน ผ่าท้อง ควักเครื่องในออกมาอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางชำนาญราวกับเป็นแม่ครัวมาหลายปี

“พระสนม ฝีมือของท่านถ้าไปอยู่ข้างนอกวัง รับรองว่าเปิดภัตตาคารหรูได้สบายเลยเพคะ”

ดวงตาของเสี่ยวเจาเป็นประกาย แทบจะเข้าไปช่วยไม่ทัน ได้แต่อยู่ข้าง ๆ และกล่าวชื่นชมไม่หยุดปาก

เจียงหวนรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย มือก็ขยับอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่จะทะลุมิติเข้ามาในนิยาย นางก็เลี้ยงดูตัวเองเป็นอย่างดี

จะลำบากใครก็ช่างเถอะ แต่ปากท้องตัวเองต้องมาก่อน

หม้อเหล็กถูกเผาบนเตาไฟจนแดงฉาน เจียงหวนเทน้ำมันงาสองสามช้อนลงไป น้ำมันเดือดปุด ๆ อยู่ในหม้อ

นางเทชิ้นห่านที่หั่นไว้ลงไปในหม้อ ใช้ตะหลิวผัดไปมา เนื้อห่านส่งเสียง “ฉ่า ๆ ” อยู่ในหม้อ กลิ่นหอมเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วครัว

หนึ่งเค่อต่อมา เจียงหวนเปิดฝาหม้อ ห่านตุ๋นหม้อเหล็กที่ร้อนระอุส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ นางตักห่านตุ๋นใส่ชามใบใหญ่ แล้วโรยหน้าด้วยผักชีซอย

“กินข้าวได้!”

นับตั้งแต่เจียงหวนทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ก็มักจะพาเสี่ยวเจามาดื่มกินด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เสี่ยวเจาก็คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของเจียงหวนในช่วงนี้แล้ว

นางตักข้าวสวยมาสองชาม นั่งลงที่โต๊ะเตี้ยในครัวแล้วกินข้าวกับเจียงหวน

เสี่ยวเจารีบคีบเนื้อห่านขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วกัดเข้าไปหนึ่งคำ

“นายหญิงน้อย เนื้อห่านนี้นุ่มมากเลยเพคะ!”

เจียงหวนก็คีบเนื้อห่านขึ้นมาหนึ่งชิ้น กัดเข้าไปเบา ๆ

เนื้อห่านสดใหม่นุ่มชุ่มฉ่ำ มันฝรั่งและแครอทก็นุ่มละมุนเข้าเนื้อ น้ำซอสเข้มข้นกลมกล่อม

ต้องเป็นอาหารจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้านเราถึงจะกินอร่อย!

“ห่านตุ๋นหม้อเหล็กนี่ ช่วยให้หายอยากจริง ๆ ” เจียงหวนถอนหายใจอย่างพึงพอใจ

เสี่ยวเจากินข้าวคำหนึ่งกับข้าวคำหนึ่ง กินอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มตุ่ย “พระสนมเพคะ ห่านตุ๋นหม้อเหล็กที่ท่านทำนี้ หากฝ่าบาทได้ลองชิม จะต้องทรงโปรดแน่ ๆ เพคะ!”

เมื่อนึกถึงเสียงในใจของฮ่องเต้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจียงหวนก็ก้มหน้าก้มตากัดเนื้อห่านคำใหญ่เข้าไปอีกคำ

แม้แต่ข้าวร้อน ๆ ยังไม่ได้กิน ท้องก็ว่างอยู่ตลอดเวลา

อันที่จริง การเป็นฮ่องเต้ก็ไม่ได้ดีอะไรนักหนา

สองนายบ่าวนั่งอยู่ที่โต๊ะเตี้ย กินไปคุยไปอย่างสบายอารมณ์

อีกด้านหนึ่ง อวี๋ผินที่ได้พูดคุยกับฮ่องเต้เพราะบัวลอยถ้วยเดียว ก็ไม่มีอารมณ์จะไปสนใจเจียงหวนอีก เอาแต่คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้รับความโปรดปรานมากยิ่งขึ้น

วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งจะสาง อวี๋ผินก็ให้ชุ่ยอิงปรนนิบัติล้างหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็พาคนมุ่งหน้าไปยังห้องครัวอย่างกระตือรือร้น

บรรดานางกำนัลในครัวเห็นดังนั้น ก็รีบวางมือจากงานของตน แล้วคุกเข่าลงทำความเคารพ

“บ่าวคารวะอวี๋ผิน”

อวี๋ผินเชิดคางขึ้น ไม่แม้แต่จะชายตามองพวกนาง เห็นได้ชัดว่าไม่อยากจะพูดคุยกับคนพวกนี้ด้วยซ้ำ

ชุ่ยอิงก้าวไปข้างหน้า โบกมือให้เหล่านางกำนัลในครัว “เอาละ พวกเจ้าออกไปให้หมด”

เมื่อนายหญิงมีคำสั่ง เหล่านางกำนัลจะกล้าไม่ฟังได้อย่างไร รีบขานรับแล้วออกจากห้องครัวไปทันที

ในห้องครัวเหลือเพียงอวี๋ผินและชุ่ยอิงสองคน ก่อนหน้านี้อวี๋ผินก็เคยมาทำอาหารที่นี่แล้ว จึงพอจะรู้ว่าวัตถุดิบเก็บไว้ที่ไหน

นางสั่งให้ชุ่ยอิงนำแป้งข้าวเหนียวมา ล้างมือของตนเองจนสะอาด แล้วก็เริ่มลงมือทำบัวลอย

ชุ่ยอิงเห็นดังนั้นก็รีบกล่าวว่า “พระสนมเพคะ ท่านสูงศักดิ์เพียงนี้ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ให้บ่าวทำดีกว่านะเพคะ”

“ไม่ได้” อวี๋ผินส่ายหน้าอย่างแน่วแน่

นี่คืออนาคตของนาง จะให้คนอื่นทำนางไม่วางใจ

เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของฮ่องเต้ตอนที่นางนำบัวลอยไปถวายเมื่อวานนี้ มุมปากของอวี๋ผินก็ยกสูงขึ้น ในใจรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

“ฝ่าบาททรงโปรดบัวลอยที่ข้าทำ แน่นอนว่าข้าต้องลงมือทำด้วยตนเอง มีเพียงทำเช่นนี้ จึงจะแสดงถึงความจริงใจของข้าได้”

“พระสนมตรัสได้ถูกต้องที่สุดเพคะ” ชุ่ยอิงยืนยิ้มประจบอยู่ข้าง ๆ “ฝีมือของบ่าวจะไปเทียบกับพระสนมได้อย่างไร เป็นบ่าวที่โง่เขลาเองเพคะ”

อวี๋ผินอารมณ์ดี จึงไม่ถือสาหาความกับชุ่ยอิง เอาแต่จดจ่ออยู่กับการทำบัวลอย

นางเทแป้งข้าวเหนียวลงในชามอย่างไม่ค่อยชำนาญนัก เติมน้ำอุ่นในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วใช้มือนวดช้า ๆ ไม่นานบัวลอยลูกเล็ก ๆ ก็ปั้นเสร็จเรียบร้อย

ชุ่ยอิงคอยเป็นลูกมืออยู่ข้าง ๆ ไม่ลืมที่จะเอ่ยชม

“ฝีมือของพระสนมช่างประณีตบรรจงนัก แม้แต่การปั้นบัวลอยยังงดงามถึงเพียงนี้”

อวี๋ผินอารมณ์ดี มือก็ขยับเบาขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งเค่อต่อมา บัวลอยถ้วยหนึ่งก็ทำเสร็จออกมาจากหม้อ

นางยกบัวลอยที่ต้มเสร็จแล้ว จากนั้นกลับไปแต่งหน้าทำผมที่ห้องอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามชุ่ยอิงมุ่งหน้าไปยังตำหนักหย่างซิน

หวังเต๋อกุ้ยเมื่อทราบความประสงค์ของอวี๋ผิน ก็เข้าไปทูลรายงานต่อฮั่วหลิน

ฮั่วหลินเพียงแค่เหลือบพระเนตรขึ้นเล็กน้อย สีพระพักตร์เย็นชาและเฉยเมย

เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการว่าราชการ ยังไม่ได้เสวยอะไรเลย อวี๋ผินมาได้ถูกเวลาพอดี!

“ให้เข้ามา”

อวี๋ผินที่อยู่หน้าประตูได้รับคำอนุญาต ก็จัดปอยผมข้างหูของตนเอง รับบัวลอยมาจากมือของชุ่ยอิง แล้วบิดสะโพกเดินเข้าไปในประตูด้วยท่าทางเย้ายวน

“ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ต้มบัวลอย เปลี่ยนไส้ใหม่แล้วเพคะ เมื่อนึกว่าฝ่าบาทเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการว่าราชการ ยังไม่ได้เสวยอะไร จึงรีบนำมาถวายทันที”

ฮั่วหลินพยักพระพักตร์เบา ๆ พยักพเยิดไปทางหวังเต๋อกุ้ย

หลังจากที่หวังเต๋อกุ้ยใช้เข็มเงินทดสอบทีละอย่างแล้ว จึงค่อยยกไปถวายเบื้องพระพักตร์ฮั่วหลิน

“เชิญฝ่าบาทเสวยพ่ะย่ะค่ะ”

ฮั่วหลินรับถ้วยเล็กมา ครั้งนี้บัวลอยดูใหญ่กว่าครั้งที่แล้วอยู่บ้าง

เขาตักบัวลอยขึ้นมาหนึ่งลูกใส่เข้าพระโอษฐ์

ไส้หวานเกินไป แป้งก็หนาไปหน่อย

เจียงหวนเป็นอะไรไป เหตุใดถึงทำแบบขอไปทีมากขึ้นทุกวัน?

ถึงแม้จะไม่โปรด แต่เพราะหิวมาตลอดทั้งเช้า ฮั่วหลินก็ยังทรงเสวยบัวลอยสองสามลูกในถ้วยลงไปจนหมด

“พอใช้ได้”

ยังคงเป็นคำวิจารณ์สองคำที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกเช่นเดิม แต่กลับทำให้อวี๋ผินยิ่งมั่นใจมากขึ้น

ฝ่าบาททรงโปรดบัวลอยจริง ๆ แถมยังเป็นบัวลอยที่นางทำเองกับมือ มิฉะนั้นเหตุใดจึงไม่เห็นฝ่าบาทตรัสถึงเจียงหวนเลย

“ฝ่าบาททรงโปรดก็ดีแล้วเพคะ”

สายตาของอวี๋ผินฉายแววยินดีเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มกว้างกว่าเดิม

ที่แท้การจะได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทนั้นช่างง่ายดายถึงเพียงนี้ ดูท่าว่านางจะต้องพยายามให้มากขึ้น ทำอาหารให้ฝ่าบาทเสวยเยอะ ๆ เสียแล้ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status