Partager

บทที่ 5

Auteur: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฝั่งตะวันตกของตนเอง เจียงหวนก็รู้สึกราวกับฟ้าจะถล่มลงมา การกลับมาจากการถวายตัวจอมปลอมครั้งนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย

อวี๋ผินจ้องเล่นงานนางอย่างไม่ลดละก็เรื่องหนึ่ง ตอนนี้เจียกุ้ยเฟยก็จงเกลียดจงชังนางไปด้วยเช่นกัน ทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้นางออกจากตำหนักจิ่นหวาอีก เช่นนี้ก็ยิ่งไม่มีทางนำของกินไปส่งให้ฝ่าบาทได้

คาดว่าพรุ่งนี้เช้าตรู่ คำสั่งลดตำแหน่งของนางคงมาถึงเป็นแน่

เสี่ยวเจารีบร้อนทายาบนใบหน้าให้เจียงหวน ก็เห็นสีหน้าของนางซีดขาวราวกับคนสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก นางก็รู้ทันทีว่าสมองของตัวเองที่แม้แต่ละครวังหลังยังดูไม่เข้าใจ การเข้ามาพัวพันในวังหลังย่อมไม่มีผลดี!

“นายหญิงน้อยอย่ากลัวไปเลยเพคะ ท่านทำของกินไปอย่างสบายใจเถิด เดี๋ยวตอนค่ำบ่าวจะออกไปส่งให้ฝ่าบาทเอง บ่าวจะช่วยพาท่านไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทให้ได้ เพื่อจัดการอวี๋ผินที่ลงโทษคนตามอำเภอใจ!”

เสี่ยวเจายังคงทุบหน้าอกรับปากกับเจียงหวนอย่างหนักแน่น เจียงหวนค่อย ๆ ดึงมือนางไว้

“เสี่ยวเจา เจ้าไม่ต้องทำเรื่องพวกนี้หรอก สัญญากับข้า ต่อไปอย่าพูดกับพวกเขาอีก มีอะไรให้ข้าเป็นคนพูดเอง”

หากไม่ใช่เพราะเด็กโง่คนนี้เอ่ยปากข่มขู่ ไม่แน่ว่านางอาจจะโดนตบน้อยลงไปหนึ่งฉาดก็ได้ แต่เมื่อมองเห็นขอบตาที่แดงก่ำของเสี่ยวเจา เจียงหวนก็ไม่สามารถเอ่ยคำตำหนิออกมาได้แม้แต่คำเดียว

คงต้องโทษที่นางไร้ประโยชน์เอง หากนางมีตำแหน่งสูงส่ง มีอำนาจบาตรใหญ่ ต่อให้เสี่ยวเจาจะด่าทอใครข้างนอก ก็คงไม่มีใครกล้าว่าอะไร

...

ณ ตำหนักหย่างซิน

กองฎีกาที่สูงเป็นภูเขา ทำให้ฮั่วหลินที่ตอนแรกยังกระปรี้กระเปร่า บัดนี้กลับมีสายพระเนตรว่างเปล่า

ขนมดอกซิ่งสองสามชิ้นที่เจียงหวนยัดใส่มือให้เมื่อเช้าทรงเสวยหมดไปนานแล้ว พระกระยาหารเช้าคือข้าวเย็นชืดหนึ่งมื้อ กลางวันก็เป็นข้าวต้มขาวกับผักอีก มื้อค่ำก็คงหนีไม่พ้นอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้

พอคิดว่าวันนี้ท้องของตนจะต้องทนทุกข์อีกครั้ง สีพระพักตร์ของฮั่วหลินก็ยิ่งดูย่ำแย่มากขึ้น

“จวงฉางไจ้ยังไม่มาหรือ?”

ฮั่วหลินเหลือบมองสีของท้องฟ้าข้างนอก ก็ใกล้จะถึงเวลาเสวยมื้อค่ำแล้ว เจียงหวนผู้นี้ช่างไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย ป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักเอาของกินมาส่งให้เขาอีก

หวังเต๋อกุ้ยที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “หากฝ่าบาททรงมีพระประสงค์จะพบจวงฉางไจ้ บ่าวไปตามนางมาให้ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้อง” ฮั่วหลินตอบด้วยสีพระพักตร์เย็นชา น้ำเสียงฟังดูน่าขนลุกยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก

รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังเต๋อกุ้ยแข็งค้าง ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ อีก ติดตามฝ่าบาทมานานขนาดนี้ เขายังคงเดาอารมณ์ไม่ถูกแม้แต่น้อย

เมื่อครู่ยังทรงคิดถึงคนอยู่เลย พออีกครู่ก็ไม่อยากพบเสียแล้ว

ฮั่วหลินทรงลูบพระอุทรของตนเองผ่านชุดคลุมมังกร รู้สึกว่าแม้แต่เรี่ยวแรงจะพิโรธก็ยังไม่มี ในยามนี้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพระเนตรไม่ใช่ฎีกาอีกต่อไป แต่เป็นบัวลอยสีขาวนวลอันอวบอิ่มลูกแล้วลูกเล่า

น้ำสาโทเข้มข้น บัวลอยหวานสดชื่น หนึ่งถ้วยลงท้องรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้น

ให้ตายเถอะ คืนนี้ต้องสั่งลดตำแหน่งเจียงหวน!

“ฝ่าบาท อวี๋ผินมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ตอนนี้สีพระพักตร์ของฮั่วหลินดูไม่ดีนัก หวังเต๋อกุ้ยที่เข้าไปทูลรายงานยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง

“ไล่นางไป”

หวังเต๋อกุ้ยกลืนน้ำลาย เอ่ยปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ อีกครั้ง “อวี๋ผินทูลว่า จวงฉางไจ้รู้สึกไม่สบาย วันนี้นางจึงมาส่งของแทนจวงฉางไจ้พ่ะย่ะค่ะ”

พระกรรณของฮั่วหลินกระดิกทันที ทรงวางพู่กันชาดลง แต่ยังคงทำสีพระพักตร์เย็นชาเช่นเดิม “ให้นางเข้ามา”

หวังเต๋อกุ้ยเผยรอยยิ้มออกมาทันที “ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!”

ขณะที่หันหลังกลับไป หวังเต๋อกุ้ยก็แอบจดจำไว้ในใจเงียบ ๆ ว่า ตอนนี้จวงฉางไจ้คือผู้ที่ได้รับพระกรุณาเป็นอันดับหนึ่ง เพียงแค่เอ่ยชื่อของนางขึ้นมาก็ได้ผลดีเป็นพิเศษ!

“อวี๋ผิน ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านเข้าไป”

ใบหน้าของอวี๋ผินแสดงความดีใจ ก่อนจะเรียกให้ชุ่ยอิงถือกล่องอาหารตามเข้าไปในตำหนักหย่างซิน

ก็แค่ส่งของกินมิใช่หรือ? ใครบอกว่ามีแต่เจียงหวนเท่านั้นที่ส่งได้? นางส่งก็เหมือนกัน!

ก่อนที่จะเข้าไป นางจัดเสื้อผ้าของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าจะทำให้ฮั่วหลินไม่พอพระทัย

อย่างไรเสียเมื่อหนึ่งปีก่อน นางยังเป็นถึงอวี๋เฟย

ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนระอุ นางตั้งใจทำข้าวต้มมะระเพื่อดับร้อนถวายฝ่าบาท ส่งติดต่อกันหลายวัน แต่กลับไม่ได้รับความโปรดปรานใด ๆ ตรงกันข้าม กลับได้รับข่าวการลดตำแหน่งของนางลงมาเป็นอวี๋ผิน

ครั้งนี้ จะต้องไม่มีข้อผิดพลาดอีกเด็ดขาด!

“ฝ่าบาท คืนนี้หม่อมฉันได้ต้มบัวลอย เมื่อคิดว่าพระองค์ทรงมีราชกิจมากมาย จึงรีบนำมาถวายทันทีเพคะ”

อวี๋ผินดัดเสียงจนอ่อนหวานเย้ายวน ฟังแล้วแทบจะทำให้อ่อนระทวย สายพระเนตรของฮั่วหลินเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามเบือนหนีจากกล่องอาหารนั้นอย่างสุดความสามารถ

บัวลอย!

บัวลอย!

“เชิญฝ่าบาทเสวยเพคะ”

ถ้วยใบเล็กถูกยื่นมาถึงพระหัตถ์ของฮั่วหลิน สายพระเนตรฉายแววผิดหวัง ในถ้วยมีแต่น้ำเป็นส่วนใหญ่ บัวลอยมีเพียงสี่ลูก ทั้งยังเล็กกว่าลูกตาเสียอีก

เจียงหวนเสียดายวัตถุดิบหรืออย่างไร?

บัวลอยของเมื่อวานยังใหญ่เกือบครึ่งกำปั้นเลยนี่นา

บัวลอยหนึ่งลูกเข้าพระโอษฐ์ พระขนงที่ขมวดแน่นของฮั่วหลินไม่ได้คลายลงเลยแม้แต่น้อย รสชาติไม่ใช่ ไม่เหมือนกับที่เจียงหวนส่งมาเมื่อวานเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงแม้จะไม่อร่อยเท่าที่ควร ฮั่วหลินที่กำลังหิวโซก็ยังคงอดทน แสร้งทำเป็นเสวยอย่างช้า ๆ จนหมด

“พอใช้ได้ เรายังมีราชกิจต้องจัดการ อวี๋ผินกลับไปก่อนเถิด”

อวี๋ผินประสานมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น จ้องมองฮั่วหลินด้วยสายตาที่ร้อนแรงจนแทบจะละลาย

“ฝ่าบาท ไม่ทราบว่าเมื่อวานนี้จวงฉางไจ้ทำให้ฝ่าบาททรงสบายพระทัยหรือไม่เพคะ นางเข้าวังมายังไม่นาน ฝีมือของหม่อมฉัน นางยังเรียนรู้ได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบ หม่อมฉันได้เตรียมเรื่องน่าประหลาดใจบางอย่างไว้ที่ตำหนัก ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะ...”

ฮั่วหลินทรงฟังพลางใช้นิ้วพระหัตถ์หมุนเล่นบนฎีกาไปมา ที่แท้ฝีมือของเจียงหวน ก็เรียนมาจากอวี๋ผินหรอกหรือ?

เช่นนั้นบัวลอยถ้วยนี้ ก็จงใจทำมาเพื่อยั่วให้อยากแล้วจากไป?

“ได้ กลับไปรอเถิด”

แม้ว่าน้ำเสียงของฮั่วหลินจะไม่นุ่มนวล แต่ก็ยังทำให้อวี๋ผินดีใจจนเนื้อเต้น

ฟังจากความหมายของฝ่าบาทแล้ว คืนนี้จะเสด็จไปหาที่ตำหนักของนางหรือ?

หากไม่ติดว่าต้องรักษากิริยาในวัง อวี๋ผินคงอยากจะกระโดดโลดเต้นกลับตำหนักไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าเจียงหวนจะเดาถูกว่าฝ่าบาททรงโปรดปรานบัวลอย!

ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าแค่ส่งบัวลอยก็จะได้ถวายตัว ปีที่แล้วนางคงไม่ลำบากทำข้าวต้มมะระอะไรนั่น จนทำให้ต้องถูกลดตำแหน่ง!

“นายหญิงน้อย ฝ่าบาทเสด็จไปที่ตำหนักของอวี๋ผินแล้วเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเจาทายาที่แก้มให้เจียงหวน พลางเบะปากเล็ก ๆ ด้วยความโมโห

“เขาจะไปไหนก็เรื่องของเขา เกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย”

เจียงหวนพูดอย่างไม่มีเรี่ยวแรง อวี๋ผินไปส่งของกินให้ฝ่าบาทแทนนาง ตอนค่ำก็ได้ถวายตัวอีก ไม่รู้ว่าต้องเตรียมอาหารเลิศรสจากทั่วทุกสารทิศไว้มากมายเพียงใด สนมคนโปรดคนใหม่อย่างนางคงเป็นได้แค่ดอกไม้ที่เบ่งบานชั่วครู่ พรุ่งนี้ก็คงไม่เห็นแสงตะวันแล้ว

มีเวลาไปอิจฉาอวี๋ผิน สู้เอาเวลามาคิดว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดีกว่า

“เสี่ยวเจา หม้อเหล็กที่ข้าเคยให้เจ้าไปซื้อ ซื้อกลับมาแล้วหรือยัง? ข้าหิวแล้ว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 212

    “ทูลรายงานอะไร!” น้ำเสียงอันทรงอำนาจของไทเฮาดังขึ้นทันที แฝงไว้ด้วยความกดดันที่ไม่อาจโต้แย้งได้ “ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท ยังต้องรอให้ทูลรายงานอีกหรือ? หลีกไป!”สิ้นเสียง ประตูตำหนักบรรทมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสียงดังปังไทเฮาในชุดลายหงส์สีม่วงเข้ม ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโมโห เสด็จเข้ามาอย่างเกรี้ยวก

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 200

    ทุกคนจ้องมองด้วยความตกตะลึง แล้วสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็เกิดขึ้นสุราที่หกลงบนพรมสีเข้ม ไม่ได้กระเซ็นเป็นจุดด่างสีดำเหมือนสุราทั่วไป แต่กลับส่งเสียงฟู่ออกมาเบาๆ สิ่งที่ตามมาคือฟองสีขาวละเอียดพวยพุ่งขึ้นฟองขาวกระจายตัวอย่างรวดเร็ว กัดกร่อนผ้าพรมในพื้นที่เล็กๆ นั้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสี

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 199

    เสื้อคลุมมังกรผืนใหญ่อบอุ่นโอบล้อมร่างนางไว้ แฝงไว้ด้วยรัศมีอันเป็นเอกลักษณ์และความปลอดภัยที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจของฮั่วหลิน[ฮึ่ม มองอะไรกัน? เรายินดี][เสื้อคลุมมังกรของเรา เราอยากให้ใครเราก็จะมอบให้คนนั้น]เสียงความคิดของฮั่วหลินที่แฝงไว้ด้วยการปกป้องและความเผด็จการที่ยากจะสังเกตได้ ดังก้องไปถึ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 170

    “ค่อย ๆ กิน” ฮั่วหลินยื่นถ้วยชาให้ แววตาแฝงไว้ด้วยความเอ็นดู “ไม่มีผู้ใดแย่งเจ้ากินสักหน่อย”เจียงหวนดื่มชาหนึ่งอึก น้ำชาช่วยลดความหวานในปากได้พอดิบพอดีนางแอบเงยหน้ามอง พบว่าสายตาของฮั่วหลินยังคงจ้องนางอยู่ นางรีบคีบขนมแป้งกรอบอินทผลัมให้เขาทันที“ฝ่าบาทลองชิมดูเพคะ รสชาติดีมากจริง ๆ”ฮั่วหลินถ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status