مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
หลังจากกลับตำหนักแล้ว อวี๋ผินก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ตอนกลางวันนางก็ทำอาหารอีกสองสามอย่างส่งไปให้ฮ่องเต้

รสชาติธรรมดา แต่ก็ดีกว่าตรงที่เป็นอาหารร้อน ๆ !

คีบคำนี้ก็เป็นกับข้าวร้อน ๆ คีบคำนั้นก็เป็นกับข้าวร้อน ๆ !

ฮั่วหลินทรงยื่นตะเกียบไปคีบไม่หยุด เสวยอย่างสง่างามและเชื่องช้า

ต้องอย่างนี้สิ เขาเป็นถึงฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองแว่นแคว้น มีแต่อาหารในคุกเท่านั้นแหละที่เย็นชืด!

อวี๋ผินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ฝ่าบาทเพคะ หากพระองค์ทรงโปรด คืนนี้หม่อมฉันจะลงมือเตรียมเครื่องเสวยให้พระองค์ด้วยตนเองนะเพคะ”

ฮั่วหลินทรงลดสายพระเนตรลง เป็นเพราะเขาไม่เคยเรียกอวี๋ผินมาเข้าเฝ้าเลย นางถึงได้จงใจเล่นตัวกับเขา ไม่ยอมแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา?

เมื่อนึกถึงบัวลอยที่เจียงหวนทำในวันนั้น ฮั่วหลินก็อยากจะลองชิมดูว่า อวี๋ผินผู้ที่สามารถสอนเจียงหวนได้นั้น จะมีฝีมือดีเลิศเพียงใด

ฮั่วหลินทรงวางตะเกียบลง ใช้ผ้าที่ขันทีส่งมาให้เช็ดพระหัตถ์

“คืนนี้ เจ้ามาที่ตำหนักหย่างซิน”

เมื่ออวี๋ผินได้ยินดังนั้น ในใจก็รู้สึกดีใจจนแทบคลั่ง แต่บนใบหน้ายังคงรักษากิริยาสำรวมไว้ ขานรับเสียงเบา “เพคะ ฝ่าบาท”

...

ไม่นาน ม่านราตรีก็มาเยือน

อวี๋ผินสวมชุดชาววังที่งดงามหรูหรา ชายกระโปรงปักลวดลายสลับซับซ้อน แต่เนื้อผ้ากลับบางเบาอย่างยิ่ง จนสามารถมองเห็นผิวด้านในได้ราง ๆ

นางยืนอยู่หน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ แต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน เพื่อที่จะได้แสดงด้านที่งดงามที่สุดของตนเองให้ฮั่วหลินได้ทอดพระเนตร

“พระสนม ท่านช่างงดงามเหลือเกินเพคะ ฝ่าบาทจะต้องทรงโปรดอย่างแน่นอน” ชุ่ยอิงยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยชมไม่หยุดปาก

อวี๋ผินยิ้มเล็กน้อย สายตาฉายแววภาคภูมิใจ

“ชุ่ยอิง ไปยกซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานจานนั้นมา” อวี๋ผินออกคำสั่ง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ

ชุ่ยอิงรับคำทันที ยกซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานสีแดงฉ่ำวาวจานหนึ่งเข้ามา

อาหารจานนี้เป็นสิ่งที่อวี๋ผินตั้งใจเตรียมให้ฮั่วหลินเป็นพิเศษ ไม่เพียงแต่เลือกใช้ซี่โครงชั้นดี ยังเติมเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษลงไปด้วย หวังว่าจะทำให้ฮั่วหลินพอพระทัย

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ขันทีจากกรมวังฝ่ายในก็มาถึง ประกาศเรียกอวี๋ผินให้ไปถวายตัว

อวี๋ผินรับเสื้อคลุมจากมือของชุ่ยอิง มาคลุมผิวที่มองเห็นอยู่รำไรไว้ใต้เสื้อคลุม จากนั้นจึงถือกล่องอาหารตามขันที มุ่งหน้าไปยังตำหนักหย่างซิน

ระหว่างทาง อารมณ์ของอวี๋ผินก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ ราวกับได้มองเห็นความสำเร็จในคืนนี้แล้ว

ภายในตำหนักหย่างซินอบอวลไปด้วยกลิ่นอำพันทะเล ขณะที่อวี๋ผินถือกล่องอาหารก้าวข้ามธรณีประตู นางก็จงใจถอดเสื้อคลุมออก แล้วยังดึงเสื้อตัวนอกที่เป็นผ้าโปร่งลงอีกครึ่งนิ้ว

วันนี้นางตั้งใจอบร่ำด้วยเครื่องหอมเหอฮวนที่ดินแดนฝั่งตะวันตกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการ กลิ่นหอมหวานเลี่ยนผสมกับกลิ่นซี่โครงผัดเปรี้ยวหวาน อบอวลจนหวังเต๋อกุ้ยยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

“ฝ่าบาท~” อวี๋ผินลากเสียงยาว เดินโยกย้ายส่ายสะโพกมาอยู่เบื้องหน้าฮั่วหลิน

“หม่อมฉันลงมือทำซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานด้วยตนเอง ฝ่าบาทลองชิมดูสิเพคะ?”

ขณะที่เลื่อนจานกระเบื้องไปเบื้องหน้า ร่างอันอรชรของอวี๋ผินก็ไม่ทันระวัง

น้ำซอสกระเด็นลงบนฎีกา ทำให้ตัวอักษรสองสามตัวบนนั้นย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้ม

ฮั่วหลินขมวดพระขนงอย่างแทบจะไม่ให้ใครสังเกตได้ ภายใต้แสงเทียนริบหรี่ ดวงพระเนตรที่ดำสนิทราวกับน้ำหมึกคู่นั้นมองไม่ออกว่าทรงรู้สึกเช่นไร

เมื่อจ้องมองซี่โครงที่มันวาวจานนั้น ขมับของเขาก็เต้นตุบ ๆ

เขาวางฎีกาลง เอนกายไปด้านหลัง พิงกับเก้าอี้ไม้แดง

อวี๋ผินนี่ไปตกท่อระบายน้ำแล้วใช้เครื่องหอมอาบน้ำสิบรอบหรืออย่างไร?

เหม็นจนปวดหัวไปหมดแล้ว!

แต่ว่า...

สายพระเนตรของฮั่วหลินเหลือบไปเล็กน้อย จับจ้องอยู่ที่ชามซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานอย่างเย็นชา

ฝีมือที่ดีกว่าเจียงหวน มันเป็นอย่างไรกันแน่?

เห็นแก่อาหาร ฮั่วหลินก็อดทนแล้วอดทนอีก หยิบตะเกียบขึ้นมา คีบซี่โครงชิ้นหนึ่ง แล้วกัดเข้าไป

เนื้อหมูที่เคลือบด้วยน้ำเชื่อมและมีกลิ่นคาวระเบิดออกในพระโอษฐ์ ลูกกระเดือกของฮั่วหลินขยับขึ้นลงอย่างยากลำบากสองครั้ง

ต่อมรับรสถูกโจมตีอย่างรุนแรง จนดวงพระเนตรพลอยเบิกค้างไปด้วย

นี่มันของที่คนทำขึ้นมาได้จริง ๆ หรือ?

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอของที่รสชาติแย่กว่าข้าวเย็นชืดของห้องเครื่องเสียอีก สตรีผู้นี้เป็นนักฆ่าหรือไร?

สวรรค์! เราทำผิดอะไรไป? เหตุใดจึงต้องมารับความทุกข์ทรมานเช่นนี้!

ทว่าอวี๋ผินกลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วของนางไต่ขึ้นมาถึงเข็มขัดหยกของฮั่วหลินแล้ว

“ฝ่าบาททรงเหนื่อยล้าจากราชกิจ มิสู้ให้หม่อมฉันนวดพระอังสาให้ดีหรือไม่...” นางจงใจโน้มตัวลงมา เสื้อบริเวณไหล่เลื่อนหลุด เผยให้เห็นเสื้อชั้นในสีชมพูครึ่งหนึ่งจากคอเสื้อที่หลวมโพรก

แปะ...

ตะเกียบงาช้างถูกฟาดลงบนโต๊ะ ไม่หนักไม่เบา แต่เสียงกลับดังชัดเจนอย่างยิ่ง

ฮั่วหลินค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แสงจันทร์และแสงเทียนสาดส่องผสมผสานกัน ขับเน้นให้พระวรกายที่สูงใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งดูสง่างามและน่าเกรงขามมากขึ้น

อวี๋ผินไม่ทันตั้งตัว สบเข้ากับดวงพระเนตรที่เย็นเยียบของเขา ก็ตกใจจนตัวสั่น

อาการตัวสั่นนั้นกลับทำให้จานซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานบนโต๊ะคว่ำลง น้ำซอสกระเด็นไปทั่ว ทิ้งรอยด่างดวงไว้บนอาภรณ์ของนาง

“หวังเต๋อกุ้ย”

ฮั่วหลินไม่แม้แต่จะทอดพระเนตรนาง ทรงสะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังให้ น้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยความอำมหิต

“เอาของสกปรกนี่ทั้งคนทั้งจานโยนออกไป”

อวี๋ผินตกใจจนหน้าซีดเผือด ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงเปลี่ยนสีพระพักตร์กะทันหันเช่นนี้

“ฝ่าบาท! ฝ่าบาทโปรดอภัยด้วย หม่อมฉันไม่ทราบว่าทำสิ่งใดให้ฝ่าบาททรงกริ้ว...”

นางคลานเข้าไปใกล้ฮั่วหลิน ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าฉลองพระองค์ของฮั่วหลิน เพื่อรั้งเขาไว้

ฮั่วหลินทรงสะบัดชายฉลองพระองค์ ถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเฉยเมย ขมับเริ่มมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาเล็กน้อย

“ไม่ออกไป อยากจะตายอยู่ที่นี่หรือ?”

น้ำเสียงนี้เด็ดขาดนัก อวี๋ผินคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อได้ยินคำขาดสุดท้าย ก็ได้แต่นิ่งงันอยู่ตรงนั้น ใบหน้าขาวซีด ตัวสั่นระริก

ฮั่วหลินไม่มีความสงสารแม้แต่น้อย “หวังเต๋อกุ้ย หูหนวกหรือ?”

หวังเต๋อกุ้ยตัวสั่นงันงก ขานรับไม่หยุด แล้วรีบเรียกคนเข้ามา

อวี๋ผินตกใจจนเดินไม่เป็น สุดท้ายจึงถูกหมอม่อรับใช้ร่างใหญ่สองคนหิ้วปีกแล้วลากออกจากตำหนักหย่างซินไป

มวยผมของนางหลุดลุ่ย ชุดกระโปรงผ้าไหมเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำซอส รองเท้าปักข้างหนึ่งก็ไม่รู้ว่าหลุดหายไปตอนไหน

มีขันทีเฝ้ายามตอนกลางคืนถือโคมไฟเดินผ่านมา แสงไฟที่ไม่สว่างนักกลับส่องให้เห็นสภาพอันน่าสมเพชของนางได้อย่างชัดเจน

เรื่องราวนี้อึกทึกครึกโครมเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดขึ้นในวังที่ทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีคนจับตามองอยู่แล้ว

วันรุ่งขึ้น ข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับการถวายตัวของอวี๋ผินก็แพร่สะพัดไปทั่ว

“ได้ยินหรือยัง? ซี่โครงของอวี๋ผินทำเอาฝ่าบาททรงคลื่นไส้จนอาเจียนเลยนะ!”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะ ว่ากันว่านางถอดเสื้อผ้าเพื่อยั่วยวน จึงถูกฝ่าบาทขับไล่ออกไปอย่างรุนแรง!”

“ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดปรานวังหลังมานานแล้ว แต่นางกลับคิดว่าตนเองเป็นข้อยกเว้น น่าสงสารจริง ๆ ”

...

ตำหนักรองฝั่งตะวันตก เจียงหวนกำลังย่างมันเทศด้วยไฟถ่าน เสี่ยวเจาที่อยู่ข้าง ๆ เล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติ สีหน้าดีใจจนเก็บไม่อยู่

“ฮ่า ๆ ๆ นายหญิงน้อย บ่าวยังได้ยินมาอีกว่าตอนที่อวี๋ผินถูกลากกลับตำหนัก เสื้อตัวนอกที่เป็นผ้าโปร่งของนางยังถูกเกี่ยวจนขาดไปหลายแห่ง สภาพน่าสมเพชเหลือเกินเพคะ”

เจียงหวนได้แต่จุดเทียนไว้อาลัยให้อวี๋ผินในใจ

บอกหน่อยเถิด จะหาเรื่องใครไม่หาเรื่อง ดันไปหาเรื่องฮ่องเต้ที่อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ผู้นั้น นี่ไม่ใช่หาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?

เจียงหวนไม่เข้าใจ นางเอาแต่ย่างมันเทศต่อไป

“เรื่องพวกนี้เจ้าพูดให้ข้าฟังก็พอแล้ว แต่อย่าให้คนนอกได้ยินเป็นอันขาด”

เดี๋ยวจะถูกนำไปสร้างเรื่องอีก นางยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายปีนะ...

เสี่ยวเจายิ้มร่าพลางขานรับ “นายหญิงน้อยวางใจเถิด บ่าวรู้ว่าควรทำอย่างไร”

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ฮั่วหลินไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนสองนายบ่าวคู่นั้นเลย

เขาหิวจนปวดท้องบิด แต่บนโต๊ะกลับมีเพียงพระกระยาหารเจที่เย็นชืดกองอยู่

ใบผักสีเหลืองเหี่ยวแช่อยู่ในน้ำแกงขุ่น ๆ เต้าหู้ก็มีสีขาวอมเทาอย่างน่าประหลาด ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีเพียงน้อยนิด

เขาเป็นฮ่องเต้! เหตุใดจึงต้องเสวยแต่ของพวกนี้!

เงินที่คนในห้องเครื่องได้รับทุกวัน เอาไปให้หมากินหมดแล้วหรือไร?

หรือว่ามีคนยักยอกเงินในท้องพระคลัง ยักยอกจนแม้แต่จะทำอาหารร้อน ๆ ให้เขาสักมื้อก็ยังทำไม่ได้!

ฮั่วหลินนวดขมับ

อดทนคีบผักขึ้นเสวย รสชาติจืดชืดจนแทบจะถือตะเกียบเงินในพระหัตถ์ไว้ไม่ไหว

ในหัวของเขาค่อย ๆ ปรากฏภาพบัวลอยที่เจียงหวนถือในคืนนั้น

ผ่านไปหลายวันแล้ว ร่างกายของเจียงหวนน่าจะหายดีแล้วกระมัง?

เขาสามารถเรียกเจียงหวนมาอีกครั้งได้แล้วใช่หรือไม่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 298

    ฮั่วหลินยังคงไม่วางใจ ทว่าเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของนาง ก็ทำได้เพียงพยักหน้า[ฮือ ไล่ข้าไปเช่นนี้อีกแล้ว][หากเจออันตรายเข้าอีกจะทำอย่างไรเล่า ฉะนั้นข้าไปเป็นเพื่อนนางก็แล้วกัน][อืมๆ เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นอย่างมาก]เจียงหวนได้ยินเสียงในใจของเขา จึงยิ้มไล่เขา“รีบเสด็จกลับห้องทรงพระอักษรของฝ่าบาท

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 296

    “ฝ่าบาทเสด็จ!”ฮั่วหลินแทบจะสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงรายงานนี้ เสื้อคลุมของเขาปลิวม้วนไปตามแรงเดิน ฝีเท้าเร่งรีบกว่ายามปกติช่วงประชุมเช้าเขามัวแต่ยื้อยุดฉุดรั้งอยู่กับตาเฒ่าพวกนั้น พวกเขาทะเลาะราวกับฟ้าดินจะถล่มลงมาเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเขาข่มความหงุดหงิดในใจสะสางราชกิจจนเสร็จสิ้น ครั้นเสร็จ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 294

    เจียงหวนชำเลืองมองไหมดิ้นทองและอัญมณีสีแดงที่ส่องประกายจนแสบตาแวบหนึ่ง ในใจไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์นางไม่อยากคอสเพลย์เป็นเศรษฐีใหม่ไร้รสนิยมที่ชอบใส่สร้อยทองเส้นใหญ่ๆ หรอกนะนางพยักหน้าเล็กน้อย “เวินกุ้ยเหรินมีน้ำใจแล้ว”หลิ่วซูเหยาก้าวเท้ามาข้างหน้า กิริยาสุขุมสง่างาม นางประคองกล่องผ้าไหมที่บรรจุแท่น

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 273

    “อ้อ เลือกสนมใหม่”เจียงหวนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ราวกับได้สติกลับมา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน “ฮั่วหลิน!? เลือกสนม!?”“พระสนม โปรดระวังวาจาด้วยเพคะ!” เสี่ยวเจาตกใจจนเกือบเข้ามาปิดปากนาง “ข่าวกระจายไปทั่วแล้วเพคะ ฝ่าบาททรงตรัสว่าเจียกุ้ยเฟย ไม่สิ หลินตาอิ้งมีพฤติกรรมขาดคุณธรรม และตำหนักในก็ว่า

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status