Masukวันที่เจอกันในงานสัมมนาวันนั้นธีรภพไม่อาจละสายตาจากบัตรพนักงานที่ห้อยอยู่บนคอของดารินในวันที่พวกเขาเจอกันได้
ชื่อบริษัทที่ปรากฏบนบัตรนั้นติดอยู่ในหัวเขา ราวกับมันกำลังบอกใบ้ว่าเขายังมีโอกาสได้พบเธออีก
ธีรภพ ตั้งใจจ้าง ดาริน มาเป็นสถาปนิกสำหรับโครงการรีสอร์ตของเขาอย่างเต็มที่
เพราะเขาค้นพบว่าเธอคือหัวหน้าทีมออกแบบที่ถูกเสนอชื่อจากบริษัทออกแบบชั้นนำ
หลังจากเห็นชื่อของเธอในรายชื่อผู้เข้าร่วมเสนอผลงาน ธีรภพแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นดาริน
รักแรกที่เขาเคยทำให้เจ็บช้ำ แม้เวลาจะผ่านมาสิบปี แต่ความรู้สึกผิดในใจเขาไม่เคยจางหายไป
เขาตัดสินใจว่าโครงการนี้ไม่ใช่แค่โอกาสในเชิงธุรกิจ แต่เป็นหนทางเดียวที่เขาจะได้พบเธออีกครั้ง
ธีรภพนั่งอยู่ในห้องประชุมส่วนตัว ภายใต้แสงไฟอ่อนๆ ที่สะท้อนกับแฟ้มประวัติของทีมออกแบบตรงหน้าเมื่อศิวะเลขาของเขาทักขึ้นพร้อมนำเสนอทางเลือกอื่น
"คุณธีรภพ แน่ใจเหรอครับว่าจะเลือกทีมนี้? ยังมีตัวเลือกอื่นที่ถูกกว่าอีกหลายเจ้า"
ธีรภพละสายตาจากแฟ้มประวัตินั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองเลขาของเขาด้วยแววตานิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
"ผมต้องการทีมนี้"
ศิวะถอนหายใจเบาๆ ก่อนเปิดเอกสารอีกฉบับนำเสนออีกครั้ง
"งบประมาณอาจบานปลายได้ถ้าทำงานร่วมกับทีมนี้ เรามีตัวเลือกที่คุณภาพใกล้เคียงกัน และยัง…."
ธีรภพยกมือขึ้นห้ามอย่างสุภาพ แต่เด็ดขาด
"ไม่ต้องพูดต่อ ผมตัดสินใจแล้ว"
เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มประวัติที่ระบุชื่อ "ดาริน ภัทรสรณ์" ไว้ในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ
ก่อนเปิดดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ชื่อที่เขียนไว้บนแฟ้มไม่ใช่แค่ชื่อของคนที่เขากำลังเลือกด้วยเหตุผลทางธุรกิจ
แต่เป็นชื่อของคนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา
ธีรภพนิ่งไปชั่วครู่ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ผมต้องการเธอ" คำพูดนั้นดังก้องในหัว แม้จะไม่ได้หลุดจากปากออกมา
"จัดการเรื่องเอกสารติดต่อให้เรียบร้อย ผมอยากให้เธอเริ่มงานเร็วที่สุด"
เมื่อเลขาออกไป ธีรภพเอนตัวพิงเก้าอี้ ทอดสายตาไปยังวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก่อนพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"ดารินคราวนี้พี่จะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแล้ว"
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจและความหวังความตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้แก้ไขสิ่งที่เขาทำผิดพลาดเมื่อสิบปีก่อน
งานนี้ทำให้ ดาริน และ ธีรภพ ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเป็น โครงการออกแบบรีสอร์ตหรูท่ามกลางธรรมชาติที่เขาใหญ่
ซึ่งถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่บริษัทของธีรภพต้องการสร้างเพื่อขยายธุรกิจ
ดาริน ได้รับการว่าจ้างในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบสถาปัตยกรรม เนื่องจากผลงานที่เธอสร้างชื่อไว้นั้นมีเอกลักษณ์และโดดเด่น
โดยเฉพาะการออกแบบที่โดดเด่นและเรียบหรู
ด้าน ธีรภพ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการมุ่งหวังให้รีสอร์ตแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยว
เขาลงมาดูแลโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเองเพราะต้องการควบคุมทุกรายละเอียด แต่สิ่งที่เขาต้องการคือ
หัวหน้าทีมออกแบบปรากฏตัว เธอคือดาริน รักแรกที่เขาเคยทิ้งไปเมื่อสิบปีก่อน งานนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือทีมออกแบบและเจ้าของโครงการต้องใช้เวลาศึกษาพื้นที่ร่วมกันเป็นเดือนๆ
เพื่อปรับแบบตามสภาพแวดล้อมจริง ดารินจึงไม่มีทางหลีกเลี่ยงการเจอกับธีรภพ
การเดินทางสำรวจพื้นที่ครั้งแรกของทีมออกแบบกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นความทรงจำเก่าให้กลับมา
ทุกครั้งที่มีการประชุมและพูดคุยเรื่องงาน ธีรภพมักใช้โอกาสนั้นพยายามพูดคุยถึงอดีตระหว่างเขาและเธอ ดารินไม่ได้สงสัยในตอนแรกว่าเขาตั้งใจเลือกเธอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป
เธอสังเกตได้ว่าธีรภพจงใจสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน ตั้งแต่การร่วมเดินทางไปดูพื้นที่
"รินพรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กับพี่นะ"เขาเอ่ยชวนเรียบๆ แต่เสียงนั้นจริงจังจนเธอไม่กล้าปฏิเสธทันที "ทำไมคุณต้องไปด้วย? ให้ฉันกับทีมออกแบบจัดการเรื่องพื้นที่ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
ดารินตอบกลับทันที พยายามเก็บความไม่พอใจไว้ให้ลึกที่สุด "พี่อยากเห็นพื้นที่ด้วยตัวเอง แล้วงานนี้เราต้องร่วมกันตัดสินใจ"
เขาพูดเหมือนทุกอย่างคือเรื่องงาน แต่แววตากลับดูเจ้าเล่ห์อย่างที่ดารินไม่ชอบเลย
"งั้นก็ให้ทีมสถาปนิกคนอื่นไปสิคะ ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ออกแบบได้" ธีรภพยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ย "แต่เธอคือคนเดียวที่พี่ไว้ใจไม่ใช่แค่ในฐานะสถาปนิก แต่ในฐานะคนที่เข้าใจพี่ที่สุด"ดารินเม้มปากแน่น หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้น ทั้งเพราะความโกรธและความสับสน
เธอรู้ว่าเขากำลังใช้โอกาสเรื่องงานมาเป็นข้ออ้างให้ได้ใกล้ชิดเธอ
"คุณธีรภพ ถ้าจะเล่นเกมแบบนี้เพื่อทำให้เราย้อนกลับไปเหมือนเมื่อก่อน ฉันบอกเลยว่ามันไม่เวิร์ก"
"พี่ไม่ได้ต้องการย้อนกลับไป" เขาสบตาเธอแน่วแน่ "พี่อยากเริ่มใหม่ต่างหาก"คำพูดนั้นทำเอาดารินนิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ แต่เธอไม่แสดงความหวั่นไหวออกไป
สุดท้าย เธอปฏิเสธไม่ได้ และต้องเดินทางไปเขาใหญ่กับธีรภพในวันรุ่งขึ้น
การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นเพียงการทำงานสำหรับดาริน แต่สำหรับธีรภพ มันคือโอกาสที่เขาตั้งใจ
ใช้เพื่อแก้ไขอดีตและบอกความจริงที่เขาเก็บไว้ตลอดสิบปี…
ดาริน พยายามรักษาระยะห่างจาก ธีรภพ อย่างเต็มที่
เพราะเธอรู้ดีว่าการเข้าใกล้เขามากเกินไปอาจทำให้ตัวเองเจ็บอีกครั้ง เธอบอกตัวเองอยู่เสมอว่า
ตอนนี้เขาไม่ใช่คนรักเหมือนในอดีต แต่เป็นเจ้านายของเธอที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความเป็นมืออาชีพ
การแสดงออกของเธอเต็มไปด้วยความ เฉยชา และควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงที่สุด
"คุณธีรภพ มีอะไรอีกไหมคะ ถ้าไม่มี ฉันขอตัวไปเตรียมงานต่อ"เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ว่าเขากำลังพยายามหาเรื่องพูดคุยนอกเหนือจากงาน
ธีรภพรับรู้ได้ถึงกำแพงที่ดารินสร้างขึ้น แต่เขาก็ไม่ยอมถอยกลับ ความตั้งใจเดียวของเขาคือ พังทลายความเฉยชานั้นให้ได้
บรรยากาศในสวนที่บ้านดารินอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความสุข เมื่อธีรภพยืนเคียงข้างดารินในวันสำคัญของพวกเขา ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในรักที่แท้จริง ซึ่งในนั้นมีเพื่อนที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับดารินและศิวะ พวกเขาเป็นส่วนสำคัญในการก้าวผ่านหลายอุปสรรคด้วยกันพลอยดารา, เพื่อนรักของดารินยืนอยู่ข้าง ๆ ดารินในวันนี้ รอยยิ้มของเธอเผยความยินดีที่เห็นเพื่อนรักหาคนที่เหมาะสมกับชีวิตได้ พร้อมกันนั้นยังดูแลลูกอย่างดีได้ยินข่าวดีเธอก็ยินดีร่วมดีใจอย่างเต็มใจ"ยัยรินเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ฉันดีใจมากที่เห็นแกในวันนี้" พลอยดารากล่าวขณะกอดดาริน"ขอบคุณมากนะพลอย ฉันดีใจที่มีแกอยู่เคียงข้างเสมอมา" ดารินตอบ พร้อมทั้งกอดเธอแน่นศิวะ เลขาที่รู้ใจของธีรภพที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็เผยรอยยิ้มและสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขารู้ดีถึงเส้นทางที่พวกเขาผ่านมาด้วยกัน ทุกคนยืนอยู่เคียงข้างในความฝันของทั้งคู่ที่ได้กลายเป็นจริงแล้ว"ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเหมือนกับการเห็นเจ้านายที่สุดรักมีความสุขครับ" ศิวะพูดอย่างอบอุ่นการเดินลงทางเดินของดารินและธีรภพถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะจากเพ
บรรยากาศยามเย็นในบ้านของดารินเงียบสงบ ท้องฟ้าคล้อยต่ำลงตามเวลาที่ล่วงไปไม่นาน เสียงรถยนต์ที่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านทำให้ดารินต้องลุกขึ้นไปมองจากหน้าต่างธีรภพในชุดเรียบง่ายแต่สุภาพก้าวลงจากรถพร้อมด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาหอบดอกไม้ช่อสวยในมือ อีกมือหนึ่งถือกล่องของขวัญเล็ก ๆ"พี่ภพมาถึงแล้วค่ะ" ดารินพูดเบา ๆ ขณะมองพ่อและแม่ที่นั่งอยู่"ถ้าเขาพร้อมมาขอโอกาสจากครอบครัวเรา พ่อกับแม่ก็พร้อมฟัง" พ่อพูดเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นดารินพยักหน้าเปิดประตูเชิญธีรภพเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อมก่อนส่งยิ้มบาง ๆ ให้พ่อแม่ของดาริน"สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ ผมธีรภพนะครับ" เขาเอ่ยด้วยเสียงสุภาพทั้งสองรับไหว้แต่ยังคงมองเขานิ่ง ดารินนั่งลงข้างแม่ของเธอ ธีรภพตั้งใจหันไปมองพ่อของดารินก่อนพูดอย่างจริงจัง"ผมต้องขอโทษที่เคยทำให้รินเสียใจในอดีต ผมรู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ ผมต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า ผมตั้งใจจะดูแลรินอย่างดีที่สุด"พ่อของดารินเลื่อนสายตาไปมองลูกสาวก่อนหันกลับมาที่ธีรภพ"และถ้าคุณทำให้ลูกสาวพ่อร้องไห้อีกล่ะ? พ่อควรจะไว้ใจคุณอีกครั้งจริง ๆ ไหม?"คำ
ที่ห้องพัก ธีรภพนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล ดารินนั่งลงข้างเขา พลางส่งยิ้มบาง ๆ ที่พยายามปลอบโยน แต่เขากลับยื่นมือมาจับมือของเธอไว้แน่น“ริน” เขาเริ่มเสียงนุ่มจริงจัง "พี่อยากให้รินหยุดไปไซต์งานอีก พี่ไม่อยากให้รินเสี่ยงอะไรอีกแล้ว”ดารินมองธีรภพด้วยแววตาแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู “พี่ภพ รินแค่ท้อง ไม่ได้ป่วยนะคะ รินยังทำงานได้ แล้วอีกอย่าง งานในไซต์ยังไม่เสร็จดีด้วย รินเป็นหัวหน้าทีม จะให้ทิ้งไปตอนนี้คงไม่ดีนัก”ชายหนุ่มถอนหายใจ หันตัวมาประสานสายตากับเธอ น้ำเสียงจริงจังยิ่งขึ้น “ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นนะ พี่เป็นห่วงริน พี่รู้ว่าที่ไซต์งานมันไม่ได้สบาย อากาศร้อน บางที่ยังต้องเดินลุยฝุ่นลุยดิน พี่แค่อยากให้รินพักผ่อน ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”ดารินยิ้มอ่อน ๆ ก่อนเอื้อมมือไปจับแก้มของเขา “รินเข้าใจค่ะว่าพี่ภพห่วง แต่รินอยากทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน รินไม่ได้คิดจะทำจนเหนื่อยเกินไป รินจะคอยระวังตัวเอง แล้วรินก็มีพี่ภพคอยดูแลนี่นา ไม่ใช่เหรอคะ”ธีรภพจ้องมองเธอ รู้ดีว่าดารินเป็นคนเด็ดเดี่ยว เธอพูดถูกว่าเขาควรเชื่อใจเธอ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหว
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น แพรวากลับมาที่ไซต์งานด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี มีหลายสายที่เธอได้รับจากบริษัทต้นสังกัด แจ้งว่าเธอต้องถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพด่วนในช่วงบ่ายของวันถัดมา ผู้จัดการโครงการได้เข้ามาที่ไซต์งานเพื่อประชุมกับทีม เขาประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างเป็นทางการ"บริษัทเห็นสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงบุคลากรบางตำแหน่งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน" โดยเฉพาะในตำแหน่งของคุณแพรวา เราได้ทำการประเมินแล้วว่า คุณจะต้องกลับไปที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพทันที และจะมีผู้ที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน"คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดไปชั่วขณะ ดารินนั่งอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม โดยมีธีรภพนั่งใกล้เธอ เขาหันไปมองแพรวาที่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าตกใจระคนไม่พอใจ"ดิฉันมีสิทธิ์รู้เหตุผลที่ต้องกลับไหมคะ?" แพรวากลั้นอารมณ์ไม่พอใจ พยายามพูดอย่างระมัดระวังผู้จัดการเหลือบมองเอกสารในมือก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง "จากการประเมิน บริษัทพบว่ามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานและความประพฤติของคุณ เราเล็งเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งนี้จะส่งผลดีกับโครงการในภาพรวม"แพรวาเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ สายตาเหลื
เช้าวันรุ่งขึ้น ธีรภพตื่นขึ้นมาจัดเตรียมงานและบอกดารินว่าเขาต้องออกไปทำธุระที่โรงแรมของเขาในตัวเมือง ส่วนดารินเองต้องออกไปหน้างานเพื่อดูความคืบหน้า และเธอชวนพลอยดาราไปด้วยที่ไซต์งาน ท่ามกลางแสงแดดยามสายและเสียงเครื่องจักรทำงาน ดารินยืนตรวจสอบแผนงานในมือขณะที่พูดคุยกับวิศวกรหน้างาน ใบหน้าของเธอขาวขึ้นเล็กน้อยจากความอ่อนเพลียที่สะสมมา และอากาศร้อนที่โอบล้อมร่างก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหมดแรง"ยัยริน แกไหวไหม" พลอยดาราที่มองเห็นอาการของเธอถามอย่างเป็นห่วง"ไหวๆฉันแค่มึนๆ นิดหน่อย" ดารินตอบยิ้มอ่อน ก่อนที่จะยืนโงนเงนเล็กน้อยยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ โลกทั้งใบก็เหมือนจะมืดสนิทลงทันที หูของเธออื้อจนเสียงพูดคุยรอบข้างเลือนหาย ร่างของดารินค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของพลอยดารา"ยัยริน! ยัยริน!" พลอยดาราร้องลั่น ทำให้คนรอบข้างรีบวิ่งเข้ามา พนักงานคนหนึ่งรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาธีรภพทันทีที่โรงแรมธีรภพที่กำลังพูดคุยเรื่องงานอยู่ ได้รับสายด่วนจากพลอยดารา น้ำเสียงร้อนรนของเธอทำให้เขาตัวเย็นวาบ“ธีรภพคะ! ยัยรินเป็นลมที่ไซต์งานค่ะ! รีบมาหน่อยนะคะ ยัยรินอาการไม่ดีเลย”ธีรภพไม่รอช้า วางเอกสารลงและวิ่งออก
ธีรภพก้มตัวลง ช้อนร่างบางของดารินขึ้นในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาสบตาเธอ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาช่างดูซุกซน"พี่ภพ จะทำอะไรคะ!" ดารินเอ่ยเสียงสูง หัวใจเต้นโครมคราม"พี่แค่อยากให้รินผ่อนคลายบ้าง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพี่จัดการเอง" เขาพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ"แต่รินไม่ได้ขอให้พี่ทำแบบนี้นี่นา!" เธอโวยวายเบา ๆ แต่ไม่ได้พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนเขาธีรภพเดินพาเธอเข้าห้องน้ำ วางเธอลงที่ขอบอ่างอาบน้ำก่อนจะเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงมา"คืนนี้ พี่จะดูแลรินให้เหมือนเจ้าหญิงเลยดีไหม" เขาเอ่ยขณะที่ถอดเสื้อคลุมตัวเองออก ดวงตาของเขาฉายประกายขี้เล่นดารินหน้าแดงซ่าน "พี่ภพ! ไม่เอานะ"ธีรภพยิ้มกว้าง "พี่ล้อเล่นน่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้ารินเหนื่อย ก็ลองแช่น้ำสบาย ๆ จะดีกว่า"เขาจัดการเตรียมน้ำอุ่นพร้อมฟองสบู่หอมอ่อน ๆ ก่อนจะยืนพิงประตูห้องน้ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย "เดี๋ยวพี่ออกไปรอข้างนอก รินจะได้มีเวลาอาบน้ำ"ดารินมองเขาด้วยความโล่งใจนิด ๆ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มประดับที่มุมปาก"ขอบคุณค่ะ พี่ภพ" เสียงของเธอนุ่มนวลลงธีรภพยิ้มอ่อน ก่อนจะปิดประตูให้เธอพักผ่อนในอ่างน้ำอุ่น ๆ ช่วงเวลานั้น แม้จะเงียบสงบ แต่ความ







