Masuk“กลับมาแล้วเหรอลูก” คุณภาวิดาที่กำลังช่วยแม่บ้านยกอาหารที่ปรุงสุกเรียบร้อยแล้วมาตั้งโต๊ะ ก่อนจะเดินออกมารับบุตรสาวถึงหน้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถที่คุ้นหูแล่นเข้ามาจอดในโรงรถข้างบ้าน พอเห็นสภาพลูกแล้วนางต้องยกมือทาบอก ด้วยตอนนี้นันท์นลินดูไม่จืด ไม่เหลือเคล้าเมื่อเช้าเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“นลิน! ไปทำอะไรมา ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ล่ะห๊ะ!” พลางจับแขนลูกสาวพลิกตะแคงหมุนซ้ายหมุนขวาอย่างต้องการหาบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บ
“หนูไปส่งครีมค่ะ เลยมีสภาพอย่างนี้” ตอบอย่างไม่ได้ตกใจอะไรทั้งนั้นและไม่ได้อธิบายเพิ่ม ทั้งที่มารดายังทำหน้าตื่นตกใจระคนไม่เชื่อ
“ไปอาบน้ำก่อนไป ค่อยมากินข้าว” พยุงร่างของบุตรสาวเข้ามาในบ้านอย่างทุลักทุเล ยืนมองดูลูกสาวจนหญิงสาวก้าวบันไดขั้นสุดท้ายถึงเดินไปหาสามี
“คุณแล้วนลินล่ะ เมื่อกี้ใช่เสียงรถของลูกหรือเปล่า” ประมุขของบ้านที่นั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ในห้องนั่งเล่นเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นภรรยาที่รักเดินเข้ามาคนเดียว
“ลูกขึ้นไปอาบน้ำน่ะค่ะ กลับมาเหงื่อไหลโชกเชียว”
“แล้วไปทำอะไรมาล่ะ”
“เห็นว่าขนของไปส่งของให้ลูกค้าน่ะค่ะ” คนฟังพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่คู่ชีวิตบอก
ท่านไม่เคยสอนให้ลูก ๆ งอมืองอเท้า อยากทำอะไรให้ทำไปเลยอย่ารีรอ เพราะเวลาไม่เคยรอใคร เมื่อลูกสาวขอทำครีมขายท่านก็ไม่ขัด ทั้งยังได้ให้เงินไปก้อนหนึ่งด้วยซ้ำเพื่อเป็นทุนตั้งตัว จากนั้นไม่นานทุนที่ได้ลงทุนไปก็ได้กำไรกลับมามากมาย
“คุณภาคะตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้วค่ะ” แม่บ้านเข้ามาบอก ขณะทั้งคู่ที่กำลังนั่งพูดคุยกัน
“ขอบใจจ้ะ”
นางไม่ค่อยชอบให้ใครเรียกว่าคุณหญิงเลยให้แม่บ้านทุกคนเรียกด้วยชื่อเล่นก็พอ ซึ่งบ้านหลังนี้มีแม่บ้านอยู่สามคน มีสามีของหัวหน้าแม่บ้านเป็นคนขับรถและคนสวน โดยที่คุณนันท์วัฒน์ได้ทำบ้านพักให้แม่บ้านได้พักอาศัย แยกจากตัวบ้านใหญ่ชัดเจน อีกทั้งยังอยู่กึ่งกลางบ้านเกรียงไกรและบ้านรุ่งโรจน์
ระหว่างนั้นนันท์นลินเดินลงมาทันได้ยินพอดีเข้ามาอ้อนขอมารดาอย่างน่ารักน่าเอ็นดูราวกับเป็นเด็กตัวเล็กที่ร้องจะเอาขนม เพราะตอนนี้เธอรู้สึกหิวจนแสบท้องไปหมด
“คุณพ่อคุณแม่คะไปกินข้าวกันเถอะค่ะ นลินหิวข้าวแล้ว”
“รอพี่นนท์กับพี่กิ่งก่อนสิลูก พี่เขายังไม่มาเลยนะ”
“จริงด้วย! พี่กิ่งบอกวันนี้มีเมนูใหม่มาให้ชิม เราลืมไปได้ยังไงนะ”
ทำไมเพิ่งมานึกได้ตอนนี้นะ พูดกับพี่สะใภ้เสียดิบดีว่าจะไปหาขนมที่ร้านกินเสียหน่อย หากก็ไม่ได้ไปเสียนี่
“ยังไงพี่กิ่งก็ห่อมาให้หนูอยู่แล้ว” นางได้แต่พูดปลอบใจเพราะรู้ว่าลูกสาวชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ ห้ามว่าอ้วนก็ไม่ฟัง ไม่รู้รั้นเหมือนใคร
ขณะนั้นนนทภัทรและกรรณิกาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเห็นว่าทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ทำไมวันนี้กลับค่ำล่ะลูก”
“ลูกค้ามาซื้อโป๊ยเซียนน่ะค่ะเลยปิดร้านค่ำไปหน่อย” กรรณิกาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“’งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ จะได้อาบน้ำพักผ่อนกัน” คุณนันทวัฒน์ชวน เพราะเลยเวลาอาหารมาครึ่งชั่วโมงแล้ว พลางประคองคู่ชีวิตให้เดินไปพร้อมกันด้วย โดยมีหนุ่มสาวเดินรั้งท้าย
“พี่กิ่งเหลือเค้กมาให้นลินบ้างไหมคะ”
น้องสามีทวงถามถึงของกิน เพราะไม่เห็นพี่สะใภ้ถือถุงหรือกล่องเข้ามา เป็นผลให้พี่ชายมอบมะเหงกให้
“โอ๊ย!! พี่นนท์ ทำไมชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิงบอบบางอย่างน้องด้วย” คนถูกทำร้ายร่างกายบ่นกระปอดกระแปดพลางลูบตรงที่ถูกมะกอกจากมือพี่ชายไปด้วย
“มีน่ะมี แต่ต้องกินข้าวก่อน เข้าใจไหม”
“ทราบค่ะคุณพี่” ลากเสียงยาวแล้วก็วิ่งหายไปในห้องอาหาร กลัวจะได้กินมะกอกอีก
ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรน้องสาวเขาจะโตสักทีนะ นนทภัทรได้แต่คิดและส่ายหัวอย่างปลงตก
...และคืนนั้นนันทนลินก็ไม่ผิดหวังเมื่อพี่สะใภ้คนสวยเสิร์ฟของหวานอร่อย ๆ เป็นการตบท้าย โดยมีบิดามารดาและพี่ชายคอยห้ามสองสาวไม่ให้กินเยอะ
สำนักงานต้อนรับลูกค้าสไตล์ไทยประยุกต์ร่วมสมัยสองชั้นปลูกสร้างอยู่ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่ ชั้นล่างทำจากปูน ตรงกลางเป็นโถงกว้างเปิดโล่ง ภายในตกแต่งไว้รองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว ด้านซ้ายของห้องจัดเป็นเคาน์เตอร์สำหรับบริการลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเช็กอินหรือเช็กเอาท์มีชุดโซฟาสีน้ำตาลวางไว้ใกล้ ๆ กันสองชุด
ส่วนขวามือนั้นแบ่งพื้นที่ให้เป็นห้องรับประทานอาหารที่มีทั้งอาหารไทยอาหารเทศ และเครื่องดื่มให้เลือกสรรมากมาย โดยฟากหนึ่งเป็นประตูกระจกใสบานใหญ่กั้นระหว่างตัวอาคารกับธรรมชาติด้านนอกเหมือนกับว่าเราได้อยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรนานาพันธุ์
มองผ่านกระจกไปจะพบกับทุ่งกุหลาบหลากสีที่กรรณิกานำมาลงกำลังแข่งกันออกดอกให้ผึ้งน้อยบินมาดูดกินเกสรจนได้รับคำชมอย่างล้นหลามถึงขนาดถามหาคนจัดสวน ติดกันกับห้องอาหารยังถูกแบ่งเป็นห้องสำหรับสัมมนาอีกสองห้อง แต่ละห้องจุคนได้ราว ๆ สามสิบคน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




