Masukระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสองจะมีบันไดทางเดินเป็นตัวเชื่อม ชั้นสองนั้นเป็นห้องทำงานของนนทภัทรและเลขาหน้าห้องอย่างผ้าแพร ตัวห้องกั้นด้วยไม้แต่งเติมด้วยผนังกระจกสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ และมีภูเขาสูงเป็นฉากหลังให้กับบ้านพัก ส่วนของพนักงานแผนกอื่น ๆ จะอยู่อีกด้านหนึ่งในชั้นเดียวกัน
ด้วยตัวบ้านทุกหลังทำจากไม้เฌอร่าสไตล์วินเทจสีขาว ยกพื้นไม่สูงมากน่าจะราว ๆ แปดสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ และไม่สูงพอจะบดบังความสวยงามของสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบ ภายในบ้านพักมีขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวบ้านเพื่อใช้สำหรับออกมาพักผ่อนหย่อนใจให้ใกล้กับธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแค่การออกมารับลมเย็น ๆ กระทั่งนั่งจิบกาแฟหรืออื่น ๆ ตามแต่ลูกค้าจะเลือกทำ ลักษณะบ้านพักก็มีให้บริการแก่ลูกค้าเพียงแค่สองแบบ คือเหมาะสำหรับพักผ่อนเป็นครอบครัวในวันหยุดไปจนถึงคู่รักคู่ฮันนีมูน ซึ่งอย่างหลังต้องจองกันข้ามเดือนเลยทีเดียว เพราะมีในจำนวนจำกัด
และภายในสำนักงานแทบไม่เคยมีวันไหนที่ไม่เปิดใช้งาน อันเนื่องจากจำนวนลูกค้าที่มีมากนั่นเองที่จะเข้าเช็กอินอย่างสม่ำเสมอแทบไม่มีขาดช่วง หรือคนไหนอยู่ไกลหน่อยอยากจะมาพักที่นี่ก็โทรมาจองล่วงหน้าถึงหนึ่งสัปดาห์แถมบางวันสายโทรศัพท์แทบไหม้
“สวัสดีค่ะคุณนนท์” พนักงานสาวที่อยู่แผนกต้อนรับลูกค้าเอ่ยทักเจ้านาย เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยมาดผู้บริหาร นนทภัทรพยักหน้ารับเล็กน้อยตลอดทางจนขึ้นมาถึงห้องทำงาน
“สวัสดีค่ะเจ้านาย” คุณผ้าแพร หญิงวัยสามสิบเก้าปี ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเขา และเป็นคนที่บิดาไว้วางใจให้มาช่วยติวงานในช่วงที่เขาเข้ามารับตำแหน่งประธานใหม่ ๆ
เมื่อก่อนผ้าแพรหรือพี่แพรที่เขาเรียกเคยเป็นเลขาของท่านประธานใหญ่มาก่อน พอท่านวางมือเธอเลยมาเป็นเลขาให้กับชายหนุ่มมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งหญิงสาวเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบดีเยี่ยมในทุกสถานการณ์ที่พบเจอ แถมอย่างสุดท้ายคงจะเป็นการเข้าขาของเจ้านายและลูกน้องที่ช่างรู้ใจกันเป็นอย่างดี
“สวัสดีครับพี่แพร วันนี้มีเอกสารอะไรด่วนที่ต้องเซ็นบ้างไหมครับ” นนทภัทรหยุดคุยกับเลขาคู่ใจ
“มีค่ะ พี่วางไว้บนโต๊ะทำงานแล้วนะคะ”
เวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกน้องคนอื่น ๆ ผ้าแพรจะใช้คำที่สนิทสนมกับเจ้านายอยู่เสมอคงเป็นเพราะชายหนุ่มขอไว้นั่นเอง
“ขอบคุณครับ” ผู้บริหารคนปัจจุบันของ NK Garden Resort เดินเข้าห้องทำงานเคลียร์เอกสารสำคัญเพื่อที่สุดสัปดาห์นี้จะได้ไปฮันนีมูนกับภรรยาสุดที่รักที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปที่ไหน
เปิดประตูห้องเข้าไปจะเห็นโต๊ะทำงานไม้สักตั้งอยู่ซ้ายมือสี่สิบห้าองศา ใกล้กันมีตู้เอกสารวางหันหน้าเข้ากับชุดโซฟารับแขกสีน้ำตาลเยื้องกับโต๊ะทำงานเล็กน้อย ดูเข้ากันกับผนังสีขาวลายตารางหมากรุกสีน้ำตาลที่ชายหนุ่มเลือกได้เป็นอย่างดี
ช่วงเช้านนทภัทรเซ็นเอกสารที่เลขานำมาวางไว้กว่าสิบแฟ้มถึงเสร็จเรียบร้อย มีเงยหน้ามองไปทางร้านเบเกอรีบ้างเป็นครั้งคราว ก็เห็นกรรณิกากำลังขะมักเขม้นบริการลูกค้าอยู่ โดยมีผู้ช่วยอีกสองคนคอยเสิร์ฟ หรือบางคนมารับขนมที่หญิงสาวเปิดรับออร์เดอร์ไว้ มองร่างบางจนชื่นใจแล้วก็หันมาตั้งใจทำงานอีกครั้ง เพื่อที่ช่วงพักเที่ยงจะได้ไปกินข้าวกลางวันกับภรรยา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ทำให้นนทภัทรที่กำลังเซ็นอนุมัติเงินเดือนของพนักงานอยู่ตอบรับทั้งที่ยังไม่เงยหน้า หลังกลับจากไปกินข้าวมื้อกลางวันกับกรรณิกามาตนก็ไม่ได้วอกแวกอีกเลย ตั้งใจทำงานให้แล้วเสร็จเพื่อไปหาภรรยาที่ทำขนมอยู่ในร้านเบเกอรรี่ จนไม่รู้ว่ากาแฟดำที่เลขานำมาเสิร์ฟก็ยังไม่ได้กินจนเย็นจืดชืดหมด
“เชิญครับ” ก่อนจะเอ่ยเชื้อเชิญให้คนที่อยู่หน้าประตูไม้โอ๊คสีน้ำตาล เมื่อได้รับอนุญาต หญิงวัยกลางคนก็เดินอย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสีดำมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายที่กำลังขะมักเขม้นอ่านเอกสารที่เธอยกเข้ามาอยู่
“คุณนนท์คะ ห้าโมงครึ่งแล้วค่ะ”
เลขาอย่างเธอต้องเข้ามาแจ้งเจ้านายเมื่อเลยเวลาเลิกงานมาแล้วครึ่งชั่วโมงพร้อมกับวางเอกสารฉบับสุดท้ายที่ถือเข้ามาลงบนโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม
“ครับพี่แพร” ชายหนุ่มตอบ “ผมว่าจะเซ็นเอกสารชุดนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับครับ” พร้อมกับชี้กองแฟ้มอีกสามสี่เล่มที่วางอยู่ให้ผ้าแพรดู ซึ่งรวมกับแฟ้มเอกสารที่เธอหยิบเข้ามาเมื่อครู่ด้วย
“ค่ะ งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
คนที่มีวัยวุฒิน้อยกว่ายกมือไหว้อย่างให้ความเคารพ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







