Masukทว่ากว่าจะสำเร็จได้ก็ลองผิดลองถูกกันอยู่นานถึงเป็นที่พอใจ นั่นแหละถึงปล่อยขายในโซเชียล ซึ่งไม่มีหน้าร้าน คงเป็นเพราะพวกเธอยังเรียนกันด้วยเลยไม่มีเวลามาดูแลร้านได้อย่างเต็มที่
“ปาล์ม น้ำทิพย์มานานแล้วเหรอ” นันท์นลินเดินมาหาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนตัวประจำของพวกเธอทั้งสาม
“ก่อนหน้าแกสิบห้านาทีเอง” ปาล์มหรือชมพูนุท กณิกาตอบเพื่อนทั้งที่ยังไม่เงยหน้าจากหน้าจอมือถือ ด้วยกำลังตอบข้อความลูกค้าที่ทักเข้ามาสอบถามผลิตภัณฑ์ที่ทางร้านจัดจำหน่าย
“อ๋อ แล้วทำอะไรอยู่”
“กำลังตอบลูกค้าอยู่น่ะสิ”
“เราช่วยปะ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ” พลางยื่นมือถือให้เพื่อนอย่างไว เพราะตอนเธอนี้เริ่มที่จะเมื่อยมือแล้วเหมือนกันที่ต้องมานั่งกดอะไรอย่างนี้นาน ๆ
“หลังเลิกเรียนเราไปส่งสินค้าให้ลูกค้ากันนะ โอเคไหม” น้ำทิพย์หรือ สลิลทิพย์ ตะวันชวนเพื่อน
“ได้ ๆ”
“แล้วจะทันก่อนพี่ไปรฯ (ไปรษณีย์) จะปิดเหรอ” ชมพูนุทถามอย่างสงสัย เนื่องจากพวกเธอเลิกเรียนในช่วงนั้นพอดี
“วันนี้วันศุกร์เราเรียนถึงบ่ายสองเองนะแก” และความจำเป็นเลิศของนันท์นลินช่วยบอกแก่คนขี้ลืมได้เป็นอย่างดี
“อ๋อ เราลืมวันนี้เอง แฮ่ ๆ” เกาแก้มตัวเองอย่างเขินเมื่อหน้าแตกต่อหน้าเพื่อนสนิททั้งสอง
ปกติพวกเธอจะส่งของแค่สามวันเท่านั้น คือวันจันทร์ ศุกร์ และเสาร์ที่สลิลทิพย์และชมพูนุทจะไปส่งเอง เพราะบ้านอยู่ใกล้กลับที่ตั้งไปรษณีย์ ที่ส่งแค่สามวันเพราะต้องแบ่งเวลามาแพ็กของลงกล่อง แถมยังต้องเรียนอีกจะให้ส่งทุกวันคงไม่ไหว
“นี่! พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ!” รัชนกเดินเข้ามาถามทั้งสองสาวด้วยน้ำเสียงกระโชกกระชาก หลังสลิลทิพย์เดินไปเข้าห้องน้ำแค่เสี้ยววินาที “งานที่อาจารย์ชัยวัตรสั่งเสร็จหรือยังของกลุ่มพวกฉันที่ฝากทำ”
“ยัง! ส่งอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ” เป็นนันท์นลินที่ตอบแทนชมพูนุท
เธอไม่ค่อยชอบรัชนกที่คอยหาเรื่องกลุ่มพวกเธอ ทั้งยังให้ทำงานให้อยู่เป็นประจำถึงจะอยู่กลุ่มเดียวกันแต่ไม่เคยถูกกัน หากไม่เคยพูดกันดี ๆ เลยสักครั้ง เพราะอะไรนั่นก็สุดที่จะรู้เหมือนกัน
ที่คุณเธอมาถามอย่างนี้คงเป็นเพราะให้ชมพูนุทรับทำงานให้เมื่อคราวก่อน พอปฏิเสธไปว่าไม่รับทำ นางจะคอยเร้าหรือขอให้ทำจนได้ ชมพูนุทไม่อยากมีเรื่องเลยตอบรับไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะไม่อยากให้เธอหรือชมพูนุทมีปากเสียงกันกับนังนกเอี้ยงเกาะติดอย่างกับปลิงนี่
“เอ่อ ก็ใช่ไง”
“นลินพอเถอะนะ” ชมพูนุทเขย่าแขนเพื่อนไม่ให้ตอบโต้ นันท์นลินเลยได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มที่ต้องคอยเป็นเบี้ยล่างให้คนพวกนี้โขกสับอยู่ร่ำไป
ไม่รู้ตอนนั้นหลงให้พวกนี้มาอยู่กลุ่มได้ยังไงถึงเห็นว่าเป็นคนดีเรียบร้อย ดูเป็นคนจริงใจคนหนึ่ง ลับหลังว่าคนอื่นอย่างเสีย ๆ หาย ๆ จนนักศึกษาทั้งคณะต่างรู้ดีว่ารัชนกและพวกชอบนินทาว่าร้ายเขาไปทั่ว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าใครเลย แถมคนเขาพูดกันหนาหูอีกว่ารัชนกนั้นมีเสี่ยคอยส่งเสียเลี้ยงดูมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ถึงมีข้าวของดี ๆ ใช้
ใช่! รัชนกเป็นเด็กเสี่ย!
เธอเพิ่งรู้ไม่นานมานี้เหมือนกัน ทั้งที่นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยพูดกันให้แซดว่ามีเสี่ยขับรถคันโก้มารับถึงคณะ เธอไม่เคยเชื่อจนได้เห็นกับตา
“วันจันทร์จะเอามาให้นะ” ชมพูนุทบอกอย่างอยากยุติการมีปากเสียงอีกของทั้งสอง
“เออ! ทำให้เรียบร้อยด้วยล่ะ” พอได้คำตอบเป็นที่พอใจ รัชนกถึงเดินออกไปจากตรงนั้น โดยมีเธอเพื่อน ๆ ของคุณเธอเดินตามต้อย ๆ
เฮ้อ! สองสาวถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“ยัยนกนั่นมันมาหาเรื่องอะไรแกสองคนหรือเปล่า” สลิลทิพย์เอ่ยถามเพื่อน เมื่อเห็นหลังยัยรัชนกแวบ ๆ
“มาทวงงานกับปาล์มอะสิ”
“เหรอ...ฉันน่าจะอยู่ด้วยเนอะ จะได้ช่วยเธอฟันปากยัยนั่นได้” เธอไม่น่าไปเข้าห้องน้ำเลย อดรับฝีปากกับยัยรัชนกจนได้
อ้อ เห็นสลิลทิพย์อย่างนี้ แต่ก็มีแฟนเป็นรองประธานโรงแรมชื่อดังของเมืองสุราษฎร์เลยเชียว ซึ่งคบหากันมาก็นานตั้งแต่เพื่อนของเธอเรียนอยู่มอห้ามั้ง
“ช่างเถอะน่า เทอมหน้าก็จบแล้ว” ชมพูนุทตัดความรำคาญด้วยการตัดบท แล้วกระตุ้นให้นันท์นลินไปสนใจเรื่องอื่นแทน “เราว่านลินควรตอบข้อความลูกค้าก่อนนะ ก่อนจะมากจนตอบไม่ไหว”
“จริงด้วย!” และก็ได้ผลเสียด้วย เมื่อหญิงสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังค้างตอบคำถามของลูกค้าอยู่หลายราย
“เฮ้อ เสร็จสักที” เมื่อตอบคำถามจากลูกค้าเสร็จก็ถอนหายใจโล่งอก ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา “ทันเวลาเรียนพอดีเลย”
“หวัดดีครับสาว ๆ” ทว่ายังไม่ทันที่สามสาวจะลุกไปไหนก็มีเสียงชายหนุ่มที่คนเดินเข้ามาทักเสียก่อน
“นัด! ตกใจหมดเลย” คนถูกทักจากทางด้านหลังหันมาแหวใส่เพื่อนชาย ซึ่งเจ้าตัวก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วมานั่งเบียดข้าง ๆ เธอแทน เลยได้สายตาเขียว ปั้ดมองแรงใส่
“ก็เราไง”
“ทิพย์เราขึ้นห้องเรียนเถอะ ปล่อยให้คู่จิ้นเขาคุยกันเองดีกว่า” ชมพูนุทชวนสลิลทิพย์
“บ้าแล้วแก” ถูกเพื่อนแซวบ่อย ๆ ก็อายเป็นเหมือนกันนะที่ต้องอยู่กับผู้ชายหล่ออย่างณัฐพลน่ะ
“คนอื่นไปกันหมดแล้ว เราก็ตามเขาไปบ้างดีกว่านะ”
“เอ้า มาทักก็คิดว่าจะพูดอะไรที่ไหนได้ ฮึ่ม”
ณัฐพลได้แต่ส่ายหัวน้อย ๆ กับตัวเองเมื่อเห็นอาการของหญิงสาวที่ตนจะเริ่มรุกหนัก แต่รุกอีท่าไหนนะคุณเธอถึงยังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกจีบ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)