LOGIN
เสียงเพลงรักที่เปิดภายในงานและแสงสว่างจากหลอดไฟทางตั้งเรียงรายเป็นทิวแถวตามแนวถนนเริ่มส่องประกายเป็นสีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สีขาว น้ำเงิน แดง สีเหลือง ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงบริเวณจัดงาน ซึ่งเป็นลานกว้างภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่เป็นของตระกูลดังประจำจังหวัดที่ใช้สถานที่จัดงานในวันนี้ บอกให้ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณรู้ว่าตรงนี้มีการจัดงานแต่งงานกัน
ด้านหน้ามีซุ้มไว้ต้อนรับแขกเหรื่อที่ติดป้ายชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ทั้งยังจัดมุมถ่ายรูปให้คนที่ชื่นชอบถ่ายรูปได้มีภาพถ่ายไปลงโซเชียลของตัวเอง ตกแต่งด้วยดอกไม้สดโทนขาวชมพูอย่างดอกกุหลาบสลับชมพูอ่อนของดอกลิลลี่ จากช่างมากฝีมือที่ถูกจ้างมาให้ทำงานนี้ ซึ่งจัดได้สวยถูกใจตามแบบที่ลูกค้ารีเครวส จนได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากแขกที่ได้รับเชิญมางาน
ใกล้กันนั้นมีภาพถ่ายพรีเวดดิ้งตั้งโชว์บนขาตั้งไว้กว่าสิบรูป แต่ละภาพบอกเล่าความรู้สึกต่างกัน อย่างภาพแรกเป็นรูปที่นนทภัทรอยู่ในชุดราชปะแตน เสื้อสีครีม มีสไบลายจกสีฟ้าน้ำทะเลพาดบนบ่าข้างซ้าย เข้าชุดกันกับโจงกระเบนสีแดงเลือดหมู ส่งผลให้ชายหนุ่มดูดีมีสง่าราศี ยืนโอบกอดว่าที่เจ้าสาวที่เชิดหน้ามาทางซ้ายเล็กน้อยคอยส่งยิ้มให้กล้องตามแต่ช่างภาพจะบอก ใบหน้าเรียวงามถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา ผมที่มัดรวบเป็นประจำ ถูกเกล้าเป็นมวยรวบเก็บไว้กลางกระหม่อมปักด้วยปิ่นลายไทยที่มารดามอบให้ หญิงสาวอยู่ในชุดไทยประยุกต์เย็บลายลูกไม้อย่างดี ตัวชุดเป็นแบบคอตั้งแขนยาวเข้าชุดกันกับผ้าซิ่นสีแดงซึ่งทำจากผ้าอินเดียสีทอง
รูปที่สอง หญิงสาวในชุดเกาะอกหันหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันท่ามกลางแสงของพระอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า พลางส่งยิ้มกันอย่างสื่อความหมาย แสดงถึงความรักที่มีให้แก่กันและกัน
อีกรูปเป็นชุดไพรเวตที่แม้จะดูเป็นชุดที่ธรรมดา เรียบง่าย ทว่าหรูหราด้วยเป็นของแบรนด์เนมชื่อดัง เดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าเป็นภาพที่เธอและเขาชอบมากที่สุดในบรรดาภาพถ่ายทั้งหมด เพราะหมายถึงตัวตนของเขาและเธอจริง ๆ
“เป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม” คุณนันทวัฒน์ เกรียงไกร บิดาของเจ้าบ่าวถามคนงานถึงความเรียบร้อยของงาน เมื่อท่านเดินมาตรวจดูด้วยตัวเอง
“เรียบร้อยดีครับ”
“ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกนะ”
“ครับ” คนงานตอบสั้น ๆ ก่อนเดินเลี่ยงไปทำอย่างอื่นต่อ
ชายวัยกลางคนที่เกษียณอายุก่อนกำหนด มองภาพรวมของงานแต่งงานของลูกชายและลูกสะใภ้ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้สำหรับรองรับแขก ทุกโต๊ะถูกปูด้วยผ้าสีขาวลายลูกไม้ บนโต๊ะทั้งมีแก้วน้ำ ถ้วยใบเล็ก ๆ พร้อมทั้งช้อนและตะเกียบ ตามจำนวนเก้าอี้ที่จัดไว้แปดตัวคุมด้วยผ้าคลุมสีครีมคาดด้วยโบสีเหลืองทองสำเร็จรูปผูกไว้ด้านหลัง
มองไปด้านหน้าจะเห็นว่ามีโพรเจกเตอร์ขนาดใหญ่สองฟากฝั่งกำลังฉายภาพความเป็นไปของคนในงาน ใกล้ ๆ กันมีเวทีชุดใหญ่ตั้งอยู่ด้วยความสูงประมาณเมตรครึ่ง เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดถูกวางไว้บนนั้น เพื่อรอการแสดงสดในไม่กี่นาทีข้างหน้า
ใครเห็นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเป็นงานใหญ่งานช้างของปี สมเป็นลูกของคนมีอันจะกิน ซึ่งความคิดของคนเหล่านั้นก็ถูกเสียด้วย เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นลูกหลานของคนมีชื่อเสียงในจังหวัดและยังติดท็อปเท็นที่ทรงอิทธิพลและชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งจังหวัดและต่างอำเภอที่อยู่ใกล้เคียงกัน
แขกเหรื่อทยอยมากันบ้างแล้ว เป็นผลให้เจ้าภาพอันประกอบไปด้วยบิดามารดาของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ออกมาต้อนรับก่อน เนื่องด้วยนนทภัทรและกรรณิกายังแต่งองค์ทรงเครื่องยังไม่แล้วเสร็จ
“สวัสดีครับ” คุณกรรชัย รุ่งโรจน์ บิดาของเจ้าสาวกล่าวทักทายผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งสนิทสนมกันพอควร เดินควงแขนภรรยาเข้างานมา
“สวัสดีครับคุณชัย คุณวัฒน์” พร้อมกับเดินยกมือไหว้ตอบ เมื่อเดินมาถึงตัว พลางถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนิมสนม
“สบายดีนะครับ” บิดาของเจ้าบ่าวถามบ้าง
“ก็ตามวัยแหละครับ เราต่างก็อยู่วัยนี้กันแล้ว สุขภาพก็เป็นธรรมดาอย่างคนรุ่นเรานั่นแหละ” ท่านเอ่ยเย้าแหย่อย่างอารมณ์ดี
“ท่าจะจริงครับ จะลุกจะนั่งทีต้องระวัง” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างหัวเราะออกมากับประโยคของคุณกรรชัย
พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ คุณกรรชัยถึงได้เชิญให้แขกคนสำคัญเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่เตรียมไว้ ยิ่งมืดเท่าไรผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานมามากขึ้นเรื่อย ๆ บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็มาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ แล้วนัดมาพบปะกันที่นี่เพื่อรวมกันให้ได้ครบจำนวนเก้าอี้ที่จัดรอไว้
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







