Masukส่วนกรรณิกาเองก็มองสำรวจเครื่องแต่งกายของแฟนหนุ่มบ้าง ซึ่งตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมทับด้วยสูทสีครีมเข้าชุดกันกับกางเกง โดยเลือกใช้เนกไทสีชมพูอ่อนที่เธอซื้อให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ดูหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่ออยู่บนตัวของเขา
“ไปกันเลยไหมคะ” หายใจหายคอสะดวกถึงเอ่ยชวนกันไปงาน พลางงอแขนให้เจ้าสาวหมาด ๆ ได้ควง
คนตัวเล็กพยักหน้าตอบเสียงเบา “ค่ะ”
“กิ่งสวยมากเลยนะ” ร่างสูงกระซิบคำหวานข้างหูเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน เมื่อเดินออกมาไกลจากบ้านพักรับรองที่ตนเปิดไว้แล้ว
“ขอบคุณค่ะ พี่นนท์ก็หล่อเหมือนกัน”
“กิ่งไม่ต้องเขินพี่จนหน้าแดงก็ได้”
เห็นอาการอายม้วนของหญิงสาวเลยเกิดอาการอยากแกล้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อลดอาการตื่นเต้นทั้งของตนเองและสาวคนรักไปในตัว การหยอกเย้าคนรักให้เขินอาย คงเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เขาขาดไม่ได้เสียแล้วสิ
“พี่นนท์น่ะ…” หญิงสาวค้อนวงใหญ่ส่งไปให้ พร้อมยกมือเรียวบางตีแขนแกร่งจนได้ยินเสียงเพียะ
“โอ๊ย!! พี่เจ็บนะ” ลูบแขนตัวเองป้อย ๆ อย่างอยากให้แฟนสาวเห็นใจ กรรณิกาเห็นแล้วเกิดอาการมันเขี้ยวขึ้นอีกคราเลยหยิกขมับเข้าบั้นเอวให้เป็นของแถม
“ฝากไว้ก่อนเถอะ คืนนี้จะลงโทษให้หนัก” นนทภัทรกระซิบขู่ จนคนฟังอกสั่นขวัญหายไปหมดแล้วในตอนนี้
ผู้คนที่มาร่วมงานเห็นทั้งคู่เดินหยอกล้อกัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก อดที่จะชื่นชมความสวยความหล่อของบ่าวสาวไม่ได้...
“พักดื่มน้ำก่อนไหมคะ” มือหนาเปิดฝาขวดออก ก่อนยื่นขวดน้ำมาให้ เธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาไปหยิบตอนไหน เห็นอยู่ว่าเขายืนอยู่ข้างกายตลอด แต่นั่นแหละคิดไปเองก็ไม่ได้คำตอบ จะให้ง้างปากเขาก็ไม่เอาอีกเช่นกัน
“พี่นนท์ไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เสียงหวานถามเมื่อไม่เห็นเจ้าบ่าวถือขวดของตัวเอง
“ดื่มขวดเดียวกับกิ่งไง” ไม่ทันขาดคำ มือหนาแย่งจากมือบางไปกินหน้าตาเฉย
เอ่อ...จะเรียกว่าจูบปากทางอ้อมได้ไหมนะ เธอได้แต่ตั้งคำถามถามตัวเองในใจเพราะจะหันไปคุยกับคนข้าง ๆ คงมีอายกันบ้างแหละ
“เป็นยังไงกันบ้างลูก ตื่นเต้นไหม”
คุณขวัญฤทัยควงสามีเดินเข้ามาถามลูกสาว หลังลูกมาเปลี่ยนให้ไปพัก พลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยความดีใจที่ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้หมดห่วงเสียทีที่มีคนดี ๆ อย่างนนทภัทร ชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นคนดูแลต่อจากนางและสามี เหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหาเมียให้แม่อุ้มหลานเสียที
“ที่สุดเลยค่ะคุณแม่” กรรณิกาตอบมารดาเสียงสั่น โดยมีมือหนาของเจ้าบ่าวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูก มีพี่นนท์อยู่ข้าง ๆ” น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณภาวิดาที่เดินตามหลังประมุขของบ้านรุ่งโรจน์ ทันได้ยินประโยคของเพื่อนสนิทถามลูกสะใภ้พอดี
“ค่ะคุณแม่”
แม่สามีพยักหน้า เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจจากลูกสะใภ้ที่นางเอ็นดูเหมือนลูก เนื่องจากเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน ทั้งยังเลี้ยงมาเองกับมือจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหญิงสาวรู้สึกเช่นอยู่ตอนนี้ ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่ได้มีงานแต่งงานเป็นของตัวเองก็มีความสุขระคนตื่นเต้นกันทั้งนั้น เนื่องด้วยนางเคยผ่านช่วงเวลาสำคัญอย่างนั้นมาแล้ว
“ขวัญจ๊ะ ฉันว่าเราเข้าไปในงานดีกว่านะ...ปล่อยให้ลูก ๆ ต้อนรับแขกกันเองเถอะ” ผู้เป็นใหญ่ของบ้านเกรียงไกรหันมาชวนเพื่อน
“งั้นเราไปกันเลยนะ จะได้ดูความเรียบร้อยด้วย” คนถูกชวนว่าอย่างเห็นด้วย
นนทภัทรเห็นบิดาและมารดาเข้างานแล้ว จึงหันใบหน้าหล่อคมมามองภรรยาที่กำลังใช้กระดาษซับหน้าอยู่ เห็นอย่างนั้นเลยยื่นมือแย่งมาซับให้ด้วยตัวเองไม่ได้
“พี่ทำให้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งตกใจ
ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่เห็นภาพนี้ต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว เมื่อเจ้าบ่าวแสดงความรักต่อเจ้าสาวให้เห็น ตบท้ายด้วยหอมแก้มสาวคนรักโชว์แขกเป็นของรางวัล
แฟนหนุ่มแสดงความรักต่อธารกำลังเช่นนี้ กรรณิกาที่ทำตัวไม่ถูกรู้สึกว่าใบหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพงร้อนผ่าวอย่างเขินอาย จนแทบมุดสิงเข้าร่างแฟนหนุ่มได้อยู่รอมร่อ ช่างภาพที่จ้างมาช่างรู้ใจเสียจริง เพราะว่าถ่ายภาพอิริยบถต่าง ๆ ที่เจ้าบ่าวแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเจ้าสาวหวานจนมดขึ้นไปหลายต่อหลายซอต ชายหนุ่มไม่ได้แค่เอาใจแฟนสาวนี้ต่อหน้าสื่อ แต่ทำอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
“พอแล้วค่ะพี่นนท์” เจ้าสาวแย่งกระดาษซับหน้ามันมาถือไว้เอง นนทภัทรเห็นอาการเขินอายอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องเป็นถามอย่างห่วงใยแทน
“กิ่งเหนื่อยไหม”
“ไม่ค่ะ พี่นนท์ล่ะคะ?” กรรณิกาตอบยิ้ม ๆ แล้วถามกลับบ้าง
“ไม่เลย...พี่มีความสุขที่เราจะเดินเคียงคู่กันไปอย่างนี้ พี่ขอบคุณกิ่งมากนะ” ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ที่มีวันนี้ได้เพราะหญิงสาวยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้คนดี ๆ อย่างนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิดดูแลซึ่งกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า
“ขอบคุณทำไมคะ” กรรณิกาเอียงคอถาม รู้สึกงงงวยกับประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ย พอสบตาสีดำสนิทของเขาถึงรู้ถึงความรักที่เขาแสดงออกมา สำหรับเธอแล้วไม่มีคำไหนจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะทั้งเธอและเขาต่างเคยบอกไปแล้วอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน ตอนนี้เพียงแค่ใช้ใจมองก็รู้ถึงข้างในว่าเราสองคนมีความคิดตรงกัน อย่างที่เขาบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกที่แสดงออกมาก็ไม่ได้ต่างไปเช่นกัน
ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายคนนี้ดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ไปที่ไหนจะมีเขาคอยรับส่งเสมอ ขอแค่เอ่ยปากบอกเขาก็พร้อมเป็นสารถีที่ดีของเธอ...ตลอดไป
“พี่รักกิ่งนะ”
“กิ่งก็รักพี่นนท์ค่ะ”
คำว่ารักของเขาช่างมีอิทธิพลต่อใจของเธอนัก เมื่อก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ถึงนนทภัทรจะพูดจาด้วยคำเสียงอ่อนโยนสักเพียงใด สำหรับเธอแล้วไม่เท่ากับการกระทำที่เขาเพียรมอบให้...แม้แต่น้อย
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา





![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

