LOGINส่วนกรรณิกาเองก็มองสำรวจเครื่องแต่งกายของแฟนหนุ่มบ้าง ซึ่งตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมทับด้วยสูทสีครีมเข้าชุดกันกับกางเกง โดยเลือกใช้เนกไทสีชมพูอ่อนที่เธอซื้อให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ดูหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่ออยู่บนตัวของเขา
“ไปกันเลยไหมคะ” หายใจหายคอสะดวกถึงเอ่ยชวนกันไปงาน พลางงอแขนให้เจ้าสาวหมาด ๆ ได้ควง
คนตัวเล็กพยักหน้าตอบเสียงเบา “ค่ะ”
“กิ่งสวยมากเลยนะ” ร่างสูงกระซิบคำหวานข้างหูเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน เมื่อเดินออกมาไกลจากบ้านพักรับรองที่ตนเปิดไว้แล้ว
“ขอบคุณค่ะ พี่นนท์ก็หล่อเหมือนกัน”
“กิ่งไม่ต้องเขินพี่จนหน้าแดงก็ได้”
เห็นอาการอายม้วนของหญิงสาวเลยเกิดอาการอยากแกล้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อลดอาการตื่นเต้นทั้งของตนเองและสาวคนรักไปในตัว การหยอกเย้าคนรักให้เขินอาย คงเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เขาขาดไม่ได้เสียแล้วสิ
“พี่นนท์น่ะ…” หญิงสาวค้อนวงใหญ่ส่งไปให้ พร้อมยกมือเรียวบางตีแขนแกร่งจนได้ยินเสียงเพียะ
“โอ๊ย!! พี่เจ็บนะ” ลูบแขนตัวเองป้อย ๆ อย่างอยากให้แฟนสาวเห็นใจ กรรณิกาเห็นแล้วเกิดอาการมันเขี้ยวขึ้นอีกคราเลยหยิกขมับเข้าบั้นเอวให้เป็นของแถม
“ฝากไว้ก่อนเถอะ คืนนี้จะลงโทษให้หนัก” นนทภัทรกระซิบขู่ จนคนฟังอกสั่นขวัญหายไปหมดแล้วในตอนนี้
ผู้คนที่มาร่วมงานเห็นทั้งคู่เดินหยอกล้อกัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก อดที่จะชื่นชมความสวยความหล่อของบ่าวสาวไม่ได้...
“พักดื่มน้ำก่อนไหมคะ” มือหนาเปิดฝาขวดออก ก่อนยื่นขวดน้ำมาให้ เธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาไปหยิบตอนไหน เห็นอยู่ว่าเขายืนอยู่ข้างกายตลอด แต่นั่นแหละคิดไปเองก็ไม่ได้คำตอบ จะให้ง้างปากเขาก็ไม่เอาอีกเช่นกัน
“พี่นนท์ไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เสียงหวานถามเมื่อไม่เห็นเจ้าบ่าวถือขวดของตัวเอง
“ดื่มขวดเดียวกับกิ่งไง” ไม่ทันขาดคำ มือหนาแย่งจากมือบางไปกินหน้าตาเฉย
เอ่อ...จะเรียกว่าจูบปากทางอ้อมได้ไหมนะ เธอได้แต่ตั้งคำถามถามตัวเองในใจเพราะจะหันไปคุยกับคนข้าง ๆ คงมีอายกันบ้างแหละ
“เป็นยังไงกันบ้างลูก ตื่นเต้นไหม”
คุณขวัญฤทัยควงสามีเดินเข้ามาถามลูกสาว หลังลูกมาเปลี่ยนให้ไปพัก พลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยความดีใจที่ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้หมดห่วงเสียทีที่มีคนดี ๆ อย่างนนทภัทร ชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นคนดูแลต่อจากนางและสามี เหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหาเมียให้แม่อุ้มหลานเสียที
“ที่สุดเลยค่ะคุณแม่” กรรณิกาตอบมารดาเสียงสั่น โดยมีมือหนาของเจ้าบ่าวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูก มีพี่นนท์อยู่ข้าง ๆ” น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณภาวิดาที่เดินตามหลังประมุขของบ้านรุ่งโรจน์ ทันได้ยินประโยคของเพื่อนสนิทถามลูกสะใภ้พอดี
“ค่ะคุณแม่”
แม่สามีพยักหน้า เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจจากลูกสะใภ้ที่นางเอ็นดูเหมือนลูก เนื่องจากเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน ทั้งยังเลี้ยงมาเองกับมือจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหญิงสาวรู้สึกเช่นอยู่ตอนนี้ ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่ได้มีงานแต่งงานเป็นของตัวเองก็มีความสุขระคนตื่นเต้นกันทั้งนั้น เนื่องด้วยนางเคยผ่านช่วงเวลาสำคัญอย่างนั้นมาแล้ว
“ขวัญจ๊ะ ฉันว่าเราเข้าไปในงานดีกว่านะ...ปล่อยให้ลูก ๆ ต้อนรับแขกกันเองเถอะ” ผู้เป็นใหญ่ของบ้านเกรียงไกรหันมาชวนเพื่อน
“งั้นเราไปกันเลยนะ จะได้ดูความเรียบร้อยด้วย” คนถูกชวนว่าอย่างเห็นด้วย
นนทภัทรเห็นบิดาและมารดาเข้างานแล้ว จึงหันใบหน้าหล่อคมมามองภรรยาที่กำลังใช้กระดาษซับหน้าอยู่ เห็นอย่างนั้นเลยยื่นมือแย่งมาซับให้ด้วยตัวเองไม่ได้
“พี่ทำให้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งตกใจ
ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่เห็นภาพนี้ต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว เมื่อเจ้าบ่าวแสดงความรักต่อเจ้าสาวให้เห็น ตบท้ายด้วยหอมแก้มสาวคนรักโชว์แขกเป็นของรางวัล
แฟนหนุ่มแสดงความรักต่อธารกำลังเช่นนี้ กรรณิกาที่ทำตัวไม่ถูกรู้สึกว่าใบหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพงร้อนผ่าวอย่างเขินอาย จนแทบมุดสิงเข้าร่างแฟนหนุ่มได้อยู่รอมร่อ ช่างภาพที่จ้างมาช่างรู้ใจเสียจริง เพราะว่าถ่ายภาพอิริยบถต่าง ๆ ที่เจ้าบ่าวแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเจ้าสาวหวานจนมดขึ้นไปหลายต่อหลายซอต ชายหนุ่มไม่ได้แค่เอาใจแฟนสาวนี้ต่อหน้าสื่อ แต่ทำอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
“พอแล้วค่ะพี่นนท์” เจ้าสาวแย่งกระดาษซับหน้ามันมาถือไว้เอง นนทภัทรเห็นอาการเขินอายอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องเป็นถามอย่างห่วงใยแทน
“กิ่งเหนื่อยไหม”
“ไม่ค่ะ พี่นนท์ล่ะคะ?” กรรณิกาตอบยิ้ม ๆ แล้วถามกลับบ้าง
“ไม่เลย...พี่มีความสุขที่เราจะเดินเคียงคู่กันไปอย่างนี้ พี่ขอบคุณกิ่งมากนะ” ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ที่มีวันนี้ได้เพราะหญิงสาวยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้คนดี ๆ อย่างนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิดดูแลซึ่งกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า
“ขอบคุณทำไมคะ” กรรณิกาเอียงคอถาม รู้สึกงงงวยกับประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ย พอสบตาสีดำสนิทของเขาถึงรู้ถึงความรักที่เขาแสดงออกมา สำหรับเธอแล้วไม่มีคำไหนจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะทั้งเธอและเขาต่างเคยบอกไปแล้วอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน ตอนนี้เพียงแค่ใช้ใจมองก็รู้ถึงข้างในว่าเราสองคนมีความคิดตรงกัน อย่างที่เขาบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกที่แสดงออกมาก็ไม่ได้ต่างไปเช่นกัน
ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายคนนี้ดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ไปที่ไหนจะมีเขาคอยรับส่งเสมอ ขอแค่เอ่ยปากบอกเขาก็พร้อมเป็นสารถีที่ดีของเธอ...ตลอดไป
“พี่รักกิ่งนะ”
“กิ่งก็รักพี่นนท์ค่ะ”
คำว่ารักของเขาช่างมีอิทธิพลต่อใจของเธอนัก เมื่อก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ถึงนนทภัทรจะพูดจาด้วยคำเสียงอ่อนโยนสักเพียงใด สำหรับเธอแล้วไม่เท่ากับการกระทำที่เขาเพียรมอบให้...แม้แต่น้อย
“น้องเป็นเพศชายนะคะ ร่างกายแข็งแรงดี ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ เชิญญาติ ๆ ไปนั่งรอในห้องพักฟื้นก่อนนะคะ อีกสักครู่บุรุษพยาบาลจะเข็นคุณแม่ตามไปค่ะ” เป็นนานกว่าแพทย์ที่ทำคลอดโดยวิธีธรรมชาติให้กรรณิกาจะออกมาบอกด้วยตัวเอง“ขอบคุณคุณหมอครับ”“ยินดีค่ะ” ก่อนหมอสูติคนนั้นจะกลับเข้าไปอีกครั้งในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อลูกชายตัวน้อยได้ลืมตาดูโลก สิบนาทีก่อนมีเด็กเพิ่งคลอดร้องไห้จ้า เขาคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นลูกตนแน่ ๆ ทำให้คุณพ่อมือใหม่ลุกไปเกาะประตูกระจกทึบอย่างตื่นเต้น“แม่...ครับ...ลูกผม...เป็นผู้ชาย กิ่ง...คลอดลูกชาย...แล้วครับ” นนทภัทรละล่ำละลักบอก“จ้า ๆ แม่รู้แล้ว”“ขอบคุณแม่มากนะครับ” ชายหนุ่มคุกเข่าก้มกราบแทบเท้ามารดาผู้ให้กำเนิดทั้งน้ำตายังคลอหน่วย ทำให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมามองภาพนั้นด้วยความซึ้งใจไม่ได้“ผมรักแม่ครับ” เป็นนานกว่าเขาจะเงยหน้ามาพูดกับมารดาแล้วสวมกอดท่านด้วยหัวใจเปี่ยมสุขมีคนบอกว่าตอนที่ท่านยังอยู่ให้บอกรักท่าน
เมื่อกินมื้อเย็นร่วมกับทุกคน นนทภัทรพยุงภรรยาท้องแก่ใกล้คลอดขึ้นไปบนห้อง แม้ถูกคัดค้านไม่เห็นด้วยที่คนท้องเดินขึ้นเดินลงบันได ทว่าสะใภ้ของบ้านนี้ให้เหตุผลว่าเดินบ่อย ๆ จะได้คลอดง่าย ๆ ทุกคนถึงเลิกห่วงกังวล“หนูขอตัวขึ้นนอนก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่”“จ้ะ” แม่สามีตอบรับ แล้วหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนหลบมุมอยู่ใกล้ ๆ “อุ่นนมไปให้หนูกิ่งด้วยนะน้อยหน่า”“ค่ะคุณภา”“เชิญครับ” เข้าห้องมาได้ไม่นานเสียงเคาะห้องประตูดังขึ้นจากผู้ช่วยแม่บ้านหรือเป็นตัวแม่บ้านเองที่เป็นคนยกมาให้ด้วยตัวเอง“พี่เอานมมาให้คุณกิ่งค่ะ”นนทภัทรเดินออกไปรับแทนเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังเปลี่ยนชุดนอนอยู่ในห้องน้ำ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวเดินออกมาพอดี“ขอบคุณค่ะ” พลางยื่นมือไปรับแก้วมายกดื่มจนหมด“ดื่มนมแล้ว ก็นอนนะคะ” กรรณิกาชวนลูกน้อยที่เธอเฝ้าประคบประหงมมานานหลายเดือน ซึ่งหมอนัดคลอดในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า “อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะ ฝันหวานจ้าคนดีของแม่”
“เพราะรักที่ไม่สมหวังยังไงล่ะนัด อีกอย่างชีวิตของนกน่าสงสารมากเลยนะ”ใช่! น่าสงสารที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึงมาเจอเรื่องแบบนี้ได้“อืม ๆ เอาที่นลินสบายใจเลยแล้วกันนะ”ก็เจ้าทุกข์เขาไม่แจ้งความจะให้เขาทำยังไงได้ล่ะ นอกจากยอมอย่างจำใจ“เอ๊ะ! นี่เลือดของใคร”นันท์นลินผละไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น หันเหจะจัดเครื่องแต่งกายนักศึกษาให้เรียบร้อยกับพบรอยเลือดเปื้อนเสื้อสีขาวเป็นจุด ๆ หันซ้ายหันขวาว่าตัวเองได้รับบาดแผลหรือเปล่าก็ไม่เห็นว่ารู้สึกแสบตรงส่วนไหน เลยมาสำรวจอีกคนที่หันหลังอย่างเร็วรี่ทำท่าจะเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างมีพิรุธ รีบวิ่งไปคว้าแขนแกร่งให้หันมาทางตัวเองทว่าแรงผู้ชายมีมากนักถึงไม่ขยับไปไหน จนเป็นเธอเองที่เดินมายืนต่อหน้าเขา“เลือดนายหรือเปล่านัด”ถามไปงั้นแหละไม่ต้องการคำตอบหรอก เพราะรู้ว่าเขาไม่ตอบคำถาม เธอเลยใช้สายตามองหาบาดแผลแทนจนมาปะกับเสื้อนักศึกษาสีขาวแขนสั้นของเขามีรอยขาดคล้ายมีดบาดแถมมีเลือดซึมออกมา แม้บาดแผลจะไม่ลึก แต่ปล่อยให้เลือดไหลออกมาโดยไม่หาอะไรมาห้ามเลือดมันก็ไหลออก
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!ปัง!ณัฐพลกระแทกประตูห้องน้ำหลายต่อหลายครั้งถึงเป็นผลสำเร็จเมื่อเขาใช้แรงที่มีทั้งหมดถีบประตูไม้ครั้งสุดท้ายพร้อมทั้งเรียกชื่อแฟนสาวไป พร้อม ๆ กัน เลยทำให้ตอนนี้เขามีแต่เหงื่อไหลโชกตัว“นลิน!! เธอทำบ้าอะไรนก!!”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของคนตัวสูง เมื่อเห็นสาวคนรักถูกกดตรงผนังห้องน้ำเกิดว้าวุ่นใจอย่างที่สุด พอจะเข้าไปช่วยน้ำเสียงข่มขู่ของรัชนกเรียกสติความห่วงใยต่อนันท์นลินได้ผลชะงัด เพราะทางนั้นมีตัวประกันอยู่จะทำอะไรคงยาก“อย่าเข้ามานะ!!”เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังเหนือกว่า พยายามพลิกร่างของนันท์นลินให้มาอยู่ข้างหน้าก็ล็อกคอพร้อมใช้มีดจี้ไปด้วย สร้างความหวาดเสียวต่อชายหนุ่มยิ่งนัก“อย่าเข้ามาถ้าไม่อยากให้ยัยนี่ศพไม่สวยตายอยู่ในห้องน้ำนะนัด ไม่เชื่อก็ลองดู!”ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วเห็นว่าตนเสียเปรียบ ชายหนุ่มถึงก้าวถอยห่างออกมาเมื่อคนรักพยักหน้าให้อย่างบอกความนัยว่าเธอยังไหวไม่ต้องเป็นห่วง“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ”“เป็นอย่างท
มื้อเช้าสำหรับครอบครัวเกรียงไกรผ่านไปด้วยดีเมื่อพี่สะใภ้ไม่มีอาการแพ้ท้องใด ๆ หลังกลับมาบ้านนันท์นลินก็ได้ทราบข่าวดีเลยว่ากำลังจะได้เป็นคุณอา และตอนนี้เธอก็อยู่บนรถของณัฐพลที่ไปรับตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ดีที่เธอกินข้าวอิ่มแล้วไม่อย่างนั้นเขารอนานแน่ ๆวันนี้หญิงสาวเข้าไปส่งงานที่ค้างไว้แล้วจะเลยไปรับครีมที่บ้านของน้ำทิพย์อีกไม่รู้ว่าอยู่หรือเปล่าจะโทรไปถามเพื่อนก็ไม่รับสาย เลยโทรไปถามกับปาล์ม ซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนแทนถึงได้รู้ว่าโทรศัพท์ของเพื่อนสาวหายและยังไม่ได้ไปซื้อ ทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้ในขณะนี้“นัดรอนลินก่อนจะเข้าห้องน้ำ” เมื่อออกจากห้องอาจารย์ประจำสาขาวิชา นันท์นลินเกิดปวดเบาขึ้นมาเลยบอกคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ รอ“โอเค รอตรงนี้นะ”หญิงสาวยกมือเป็นสัญลักษณ์โอเคแล้วหายเข้าห้องน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกัน รัชนกที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบตามเข้าไปอย่างรวดเร็วเธอกลับมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้วแม้จะอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็ตาม เพราะกลัวเมียหลวงของเสี่ยพรชัยที่เธอเคยคั่วจะตามมาเจอ ยังรู้อีกว่าวันนี้นันท์นลินจะเข้ามาส่งงาน รัชนกเลยเข้ามาดักรอ จ
สนามนำชัยเอทีวี“พรุ่งนี้เข้ามอพร้อมกันนะ” ณัฐพลไปรับแฟนสาวมาสนามด้วยกันกล่าวแกมบังคับให้เธอตอบตกลง“จะย้อนไปย้อนมาให้เปลืองน้ำมันรถเล่นเหรอ” เอาจริง ๆ เธอไม่ได้จะประชดอะไรเขาหรอก“อยากรับให้ไปพร้อมกันไม่ได้หรือไง” เห็นหน้างอง้ำของแฟนหนุ่มแล้วเธอเกิดอยากแกล้งเขาขึ้นมาครามครัน และไม่คิดถึงผลที่จะตามมา“ไม่ได้สิ พอดีนัดหนุ่มไว้” ร่างบางเริ่มแผนแรก โดยไม่หันไปมองคนตัวโตเพราะกลัวจะเผยพิรุธออกมา ณัฐพลได้ฟังเช่นนั้นรู้สึกไหววูบในอก“มันเป็นใคร!” น้ำเสียงเข้มจัด ทำให้คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเล่นแรงไปกำลังจะเอ่ยขอโทษกับไม่ทันเสียแล้วเมื่อชายหนุ่มรวบร่างเข้าไปกอด“ผู้-ชาย-ที่-นัด-ไว้-มัน-เป็น-ใคร! บอกมานะ!” คนหึงจนควันออกหูไม่รู้ว่าถูกแฟนสาวแกล้งย้ำคำทีละพยางค์“คนที่อยู่ตรงหน้าไงเล่า ปล่อย!” พลางยันอกแกร่งที่กอดรัดแทบเป็นเนื้อเดียวกันให้ขยับออกกลับไม่เป็นอย่างใจคิด เพราะแรงผู้หญิงหรือจะสู้ผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์อย่างเขาได้ คิดผิดคิดใหม่ได้นะที่รัก ณัฐพลนึกอย่างครื
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกา
“กิ่งคะ...” นนทภัทรเรียกชื่อของคนรักด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางสูดกลิ่นกายของคนตัวเล็กเข้าปอด“คะ...?” ยัยกิ่งแกเป็นอะไรของแกเนี่ย ทำไมเสียงถึงสั่นอย่างนี้ กรรณิกาคิด“หนูจะอาบน้ำก่อนพี่ หรือให้พี่อาบก่อนดี” คนตัวโตที่พยายามอดกลั้นอารมณ์ตัวเองสุดฤทธิ
“เย้ ๆ วู๊ ๆ วี๊ดวิ๊ว~” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงผิวปากของเพื่อน ๆ เจ้าบ่าวที่ยังคงผิวปากแซว และเห็นจะมีกานตพงศ์ที่โห่ร้องออกมาเสียงดังกว่าใครเพื่อนอย่างถูกอกถูกใจ“เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวีตกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงในช่วงที่สาว ๆ หลายคนต่างเฝ้าคอย...เรามาดูพร้อมกันนะคะคุณพลว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เป็นเจ้าสา
ระหว่างที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังเดินเข้าไปในงาน ขณะเดียวกันนั้นพิธีกรก็ขึ้นไปดำเนินงานบนเวทีเพื่อแนะนำตัวบ่าวสาวให้ทุกคนได้รู้จัก“สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมอัครพล ภิญโญ ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพให้มาเป็นพิธีกรในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส คู่กับสลิลทิพย์ ตะวันครับ”พิธีกรก็ไม่ใช่ที่ไหน เป็นน้องชายข







