Masuk“น้องกิ่ง พี่ขอให้น้องมีความสุขในชีวิตคู่นะ...แกด้วยนะนนท์ อย่าทำให้น้องฉันเสียใจล่ะ” กานตพงศ์ รุ่งโรจน์ ผู้บริหารร้านอาหารครัวรุ่งโรจน์ พี่ชายของกรรณิกาพ่วงด้วยเพื่อนสนิทของนนทภัทร มือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามาสวมกอดและอวยพรให้น้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กับเพื่อนสนิทเขาใช้นิ้วชี้ชี้หน้าแกมใช้น้ำเสียงข่มขู่เพื่อให้น้องเขยกลัว
สำหรับนนทภัทรแล้วหากลัวสิ่งที่เพื่อนขู่ไม่ เพราะถูกเลี้ยงมาคู่กันเลยรู้ไส้รู้พุงจนหมด มันไปทำอะไรที่ไหนเขารู้ แม้กระทั่งเรื่องที่เขากับ อัครเดชได้ยินมาก็มีมูลบ้าง หากเขายังปิดปากเงียบ เหมือนสุภาษิตที่ว่า ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แม้กานตพงศ์ไม่พูดเขาก็ไม่คิดที่จะทำให้หญิงคนรักต้องเสียใจอยู่แล้ว
“ขอบใจเว้ยกานต์” พลางตบบ่าเพื่อนเบา ๆ แต่สายตาที่ใช้มองเพื่อนอย่างตาขวางนี่สิ เป็นเหตุให้กานตพงศ์กอดน้องน้อยแน่นกว่าเดิมเพื่อแกล้งน้องเขยเล่น นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ตนทำสำเร็จ แค่ในเรื่องนี้เรื่องเดียว...ที่ชนะมันได้
“ขอบคุณค่ะพี่กานต์” กรรณิกากอดพี่ชายและเอ่ยขอบคุณให้ได้ยินกันแค่สองคนพี่น้อง
วันนี้พี่ชายของเธออยู่ในชุดเสื้อโปโลสีขาวทับด้วยสูทสีชมพูอ่อนที่ดูไม่เป็นทางการมากนัก และสวมกางเกงสีเดียวกันกับเสื้อ ดู ๆ แล้วช่างละมุนไม่น้อย ซึ่งเธอสังเกตเห็นว่าตั้งแต่พี่ชายก้าวเท้าเข้ามาในงาน สาวน้อยสาวใหญ่ต่างส่งสายตาอย่างเชื้อเชิญ หากเขาก็หาได้สนใจไม่
“ไม่เป็นไรจ้ะ” พี่ชายที่รักน้องสาวมากยอมปล่อยอ้อมแขนแกร่งที่กอดน้องเล็กออก อดใจหายไม่ได้ที่น้องน้อยจะไม่ได้อยู่ในอ้อมอกของเขาแล้ว ก่อนหันมองเพื่อนสนิทพ่วงน้องเขย “...แกไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นก็ได้มั้งไอ้นนท์ นี่น่ะน้องสาวฉัน ฉันจะกอดจะหอมน้องสาวตัวเองไม่ได้หรือยังไง”
เขาล่ะหมั่นไส้มันจริง ๆ หวงได้แม้กระทั่งพี่ชาย ซึ่งเป็นการแสดงความรักให้กันมาตั้งแต่เด็กและเคยชินที่จะแสดงออกอย่างนี้ แถมมันยังเห็นกับตาบ่อย ๆ
จะหวงอะไรหนักหนาก็ไม่รู้ ราวกับเด็กน้อยอายุสามขวบหวงของเลย เขาล่ะเพลีย
“พี่ชายก็ไม่ได้! ยังไงก็ผู้ชาย!” นนทภัทรว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด สีหน้าบึ้งตึง พลางดึงร่างของแฟนสาวที่กลายเป็นภรรยามากอด พลางหอมแก้มให้มันได้เห็นเป็นบุญตา
ถ้ามันมีแฟนบอกเลยว่าเขานี่แหละ...จะทำให้มันหัวร้อนหนักกว่าเขาเป็นเลย คอยดู น้องเขยคาดโทษพี่เมียในใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...งั้นฉันเข้าไปข้างในงานก่อนดีกว่า ก่อนจะถูกน้องเขยเตะ” กานตพงศ์ปล่อยเสียงหัวเราะออกมากับอาการหวงของเจ้าบ่าวที่มีต่อเจ้าสาว แล้วไปดูความเรียบร้อยช่วยบิดามารดา
“อืม ฝากด้วยแล้วกัน” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เพราะตอนนี้ตนสนใจแต่เจ้าสาวเพียงคนเดียว
“พี่กิ่ง พี่นนท์ ได้เวลาขึ้นเวทีแล้วค่ะ” นันท์นลิน เกรียงไกร เดินมาตามพี่ชายและพี่สะใภ้ที่กำลังรับแขกอยู่ให้ไปรอกล่าวอะไรเล็กน้อยบนเวที
สาวน้อยร่างเล็กในชุดกระโปรงบานสีชมพูยาวประมาณเข่า เสื้อและกระโปรงถูกเย็บให้อยู่ในชุดเดียวกัน ใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยวถูกปัดด้วยบลัชออนเบอร์ใหญ่ออกสีชมพูเล็กน้อยเพิ่มความน่ารักไปอีกเท่าตัว ใครพบใครเห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ถึงความสวยน่ารักของบุตรสาวของคุณนันทวัฒน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องหวงลูก แต่คงเทียบไม่ติดกับพี่ชายทั้งสองอย่างนนทภัทรและ กานตพงศ์หรอกที่น้องจะไปไหนมาไหนต้องไปด้วยทุกครั้ง ครั้นหญิงสาวขึ้นปีหนึ่ง พี่ ๆ ต่างยุ่งกับงานของตัวเองเลยไม่ค่อยมีเวลาคุม ทำให้เธอหายใจหายคอข้องขึ้นมาบ้าง
“นลินน่ารักจัง”
“สวยจังเลยนลิน”
“หนูดูโตขึ้นเยอะเลยนะลูก”
ว่ากันตามตรงคือไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหน ทุกคนมักชื่นชมเธอเป็นทิวแถว และเธอก็ไม่ได้อวยตัวเองด้วย เพราะได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก่อนออกมาไม่วายมีคุณหญิงคุณนายมาล้อมหน้าล้อมหลังถามเอาคำตอบกับคุณแม่อีก
“ลูกสาวของคุณพี่ทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างนี้ ไม่ทราบว่ามีแฟนแล้วหรือยังคะ” คุณป้าคนหนึ่งถามมารดา หลังแนะนำให้เธอรู้จักกับอีกฝ่าย
“คงจะยังไม่มีหรอกค่ะ” ส่วนคนถูกชมว่าลูกสาวสวยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ดีเลยสิคะ ดิฉันจะได้แนะนำลูกชายให้รู้จักกับลูกสาวของคุณพี่” ตอนนั้นที่เธอได้ยินได้แต่ยิ้มฝืด ๆ ส่งให้
“อุ้ย อย่าเลยดีกว่าค่ะคุณน้อง คุณพี่ว่าเรื่องความรักของหนุ่มสาวปล่อยให้เป็นไปตามบุพเพของเด็ก ๆ เขา น่าจะดีกว่านะคะ” คุณภาวิดาปฏิเสธด้วยคำตอบที่นิ่มนวล หากแต่รูปประโยคโดยรวมแล้วคือการปฏิเสธกลาย ๆ
คนฟังได้แต่ยิ้มแก้เก้อ
“เชิญตามสบายนะคะ ขอตัวไปรับแขกคนอื่น ๆ ก่อน”
พอออกจากตรงนั้นพร้อมมารดา นันท์นลินถึงหายใจสะดวกขึ้น ดีนะที่พ่อแม่ปล่อยให้หาแฟนเอง เพราะเธอคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักจะเป็นยังไง
ก่อนปัดความคิดพวกนั้นออก เมื่อเห็นว่าพี่สะใภ้กำลังจัดแจงดูชุดให้พี่ชายว่ามีความเรียบร้อยดีหรือไม่ ฟากพี่ชายก็ทำไม่ต่างกัน นันท์นลินได้แต่มองภาพนั้นอย่างชื่นชมในความรักของคนที่เธอรักทั้งสอง
ไม่รู้ว่าจะมีใครรักและดูแลเธออย่างที่พี่นนท์ทำกับพี่กิ่งบ้างหรือเปล่า คงปล่อยให้เป็นตามบุญตามกรรมดีกว่าเนอะ คิดมากไปก็ปวดหัว เปล่า ๆ เจ้าหญิงน้อยของบ้านเกรียงไกรได้แต่บ่นอุบอยู่คนเดียว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เสียงหวาน ๆ ของพี่สะใภ้เปล่งออกมา ส่งผลให้คนที่งึมงำอยู่คนเดียวสะดุ้งตกใจ
ดีนะไม่มีใครสังเกต ไม่อย่างนั้นคงถามไม่จบไม่สิ้นแน่ โดยเฉพาะ...พี่ชายที่ชื่อนนทภัทร เกรียงไกร
“น้องเป็นเพศชายนะคะ ร่างกายแข็งแรงดี ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ เชิญญาติ ๆ ไปนั่งรอในห้องพักฟื้นก่อนนะคะ อีกสักครู่บุรุษพยาบาลจะเข็นคุณแม่ตามไปค่ะ” เป็นนานกว่าแพทย์ที่ทำคลอดโดยวิธีธรรมชาติให้กรรณิกาจะออกมาบอกด้วยตัวเอง“ขอบคุณคุณหมอครับ”“ยินดีค่ะ” ก่อนหมอสูติคนนั้นจะกลับเข้าไปอีกครั้งในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อลูกชายตัวน้อยได้ลืมตาดูโลก สิบนาทีก่อนมีเด็กเพิ่งคลอดร้องไห้จ้า เขาคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นลูกตนแน่ ๆ ทำให้คุณพ่อมือใหม่ลุกไปเกาะประตูกระจกทึบอย่างตื่นเต้น“แม่...ครับ...ลูกผม...เป็นผู้ชาย กิ่ง...คลอดลูกชาย...แล้วครับ” นนทภัทรละล่ำละลักบอก“จ้า ๆ แม่รู้แล้ว”“ขอบคุณแม่มากนะครับ” ชายหนุ่มคุกเข่าก้มกราบแทบเท้ามารดาผู้ให้กำเนิดทั้งน้ำตายังคลอหน่วย ทำให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมามองภาพนั้นด้วยความซึ้งใจไม่ได้“ผมรักแม่ครับ” เป็นนานกว่าเขาจะเงยหน้ามาพูดกับมารดาแล้วสวมกอดท่านด้วยหัวใจเปี่ยมสุขมีคนบอกว่าตอนที่ท่านยังอยู่ให้บอกรักท่าน
เมื่อกินมื้อเย็นร่วมกับทุกคน นนทภัทรพยุงภรรยาท้องแก่ใกล้คลอดขึ้นไปบนห้อง แม้ถูกคัดค้านไม่เห็นด้วยที่คนท้องเดินขึ้นเดินลงบันได ทว่าสะใภ้ของบ้านนี้ให้เหตุผลว่าเดินบ่อย ๆ จะได้คลอดง่าย ๆ ทุกคนถึงเลิกห่วงกังวล“หนูขอตัวขึ้นนอนก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่”“จ้ะ” แม่สามีตอบรับ แล้วหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนหลบมุมอยู่ใกล้ ๆ “อุ่นนมไปให้หนูกิ่งด้วยนะน้อยหน่า”“ค่ะคุณภา”“เชิญครับ” เข้าห้องมาได้ไม่นานเสียงเคาะห้องประตูดังขึ้นจากผู้ช่วยแม่บ้านหรือเป็นตัวแม่บ้านเองที่เป็นคนยกมาให้ด้วยตัวเอง“พี่เอานมมาให้คุณกิ่งค่ะ”นนทภัทรเดินออกไปรับแทนเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังเปลี่ยนชุดนอนอยู่ในห้องน้ำ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวเดินออกมาพอดี“ขอบคุณค่ะ” พลางยื่นมือไปรับแก้วมายกดื่มจนหมด“ดื่มนมแล้ว ก็นอนนะคะ” กรรณิกาชวนลูกน้อยที่เธอเฝ้าประคบประหงมมานานหลายเดือน ซึ่งหมอนัดคลอดในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า “อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะ ฝันหวานจ้าคนดีของแม่”
“เพราะรักที่ไม่สมหวังยังไงล่ะนัด อีกอย่างชีวิตของนกน่าสงสารมากเลยนะ”ใช่! น่าสงสารที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนึงมาเจอเรื่องแบบนี้ได้“อืม ๆ เอาที่นลินสบายใจเลยแล้วกันนะ”ก็เจ้าทุกข์เขาไม่แจ้งความจะให้เขาทำยังไงได้ล่ะ นอกจากยอมอย่างจำใจ“เอ๊ะ! นี่เลือดของใคร”นันท์นลินผละไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น หันเหจะจัดเครื่องแต่งกายนักศึกษาให้เรียบร้อยกับพบรอยเลือดเปื้อนเสื้อสีขาวเป็นจุด ๆ หันซ้ายหันขวาว่าตัวเองได้รับบาดแผลหรือเปล่าก็ไม่เห็นว่ารู้สึกแสบตรงส่วนไหน เลยมาสำรวจอีกคนที่หันหลังอย่างเร็วรี่ทำท่าจะเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างมีพิรุธ รีบวิ่งไปคว้าแขนแกร่งให้หันมาทางตัวเองทว่าแรงผู้ชายมีมากนักถึงไม่ขยับไปไหน จนเป็นเธอเองที่เดินมายืนต่อหน้าเขา“เลือดนายหรือเปล่านัด”ถามไปงั้นแหละไม่ต้องการคำตอบหรอก เพราะรู้ว่าเขาไม่ตอบคำถาม เธอเลยใช้สายตามองหาบาดแผลแทนจนมาปะกับเสื้อนักศึกษาสีขาวแขนสั้นของเขามีรอยขาดคล้ายมีดบาดแถมมีเลือดซึมออกมา แม้บาดแผลจะไม่ลึก แต่ปล่อยให้เลือดไหลออกมาโดยไม่หาอะไรมาห้ามเลือดมันก็ไหลออก
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!ปัง!ณัฐพลกระแทกประตูห้องน้ำหลายต่อหลายครั้งถึงเป็นผลสำเร็จเมื่อเขาใช้แรงที่มีทั้งหมดถีบประตูไม้ครั้งสุดท้ายพร้อมทั้งเรียกชื่อแฟนสาวไป พร้อม ๆ กัน เลยทำให้ตอนนี้เขามีแต่เหงื่อไหลโชกตัว“นลิน!! เธอทำบ้าอะไรนก!!”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของคนตัวสูง เมื่อเห็นสาวคนรักถูกกดตรงผนังห้องน้ำเกิดว้าวุ่นใจอย่างที่สุด พอจะเข้าไปช่วยน้ำเสียงข่มขู่ของรัชนกเรียกสติความห่วงใยต่อนันท์นลินได้ผลชะงัด เพราะทางนั้นมีตัวประกันอยู่จะทำอะไรคงยาก“อย่าเข้ามานะ!!”เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังเหนือกว่า พยายามพลิกร่างของนันท์นลินให้มาอยู่ข้างหน้าก็ล็อกคอพร้อมใช้มีดจี้ไปด้วย สร้างความหวาดเสียวต่อชายหนุ่มยิ่งนัก“อย่าเข้ามาถ้าไม่อยากให้ยัยนี่ศพไม่สวยตายอยู่ในห้องน้ำนะนัด ไม่เชื่อก็ลองดู!”ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าแล้วเห็นว่าตนเสียเปรียบ ชายหนุ่มถึงก้าวถอยห่างออกมาเมื่อคนรักพยักหน้าให้อย่างบอกความนัยว่าเธอยังไหวไม่ต้องเป็นห่วง“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ”“เป็นอย่างท
มื้อเช้าสำหรับครอบครัวเกรียงไกรผ่านไปด้วยดีเมื่อพี่สะใภ้ไม่มีอาการแพ้ท้องใด ๆ หลังกลับมาบ้านนันท์นลินก็ได้ทราบข่าวดีเลยว่ากำลังจะได้เป็นคุณอา และตอนนี้เธอก็อยู่บนรถของณัฐพลที่ไปรับตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ดีที่เธอกินข้าวอิ่มแล้วไม่อย่างนั้นเขารอนานแน่ ๆวันนี้หญิงสาวเข้าไปส่งงานที่ค้างไว้แล้วจะเลยไปรับครีมที่บ้านของน้ำทิพย์อีกไม่รู้ว่าอยู่หรือเปล่าจะโทรไปถามเพื่อนก็ไม่รับสาย เลยโทรไปถามกับปาล์ม ซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนแทนถึงได้รู้ว่าโทรศัพท์ของเพื่อนสาวหายและยังไม่ได้ไปซื้อ ทำให้ไม่สามารถติดต่อใครได้ในขณะนี้“นัดรอนลินก่อนจะเข้าห้องน้ำ” เมื่อออกจากห้องอาจารย์ประจำสาขาวิชา นันท์นลินเกิดปวดเบาขึ้นมาเลยบอกคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ รอ“โอเค รอตรงนี้นะ”หญิงสาวยกมือเป็นสัญลักษณ์โอเคแล้วหายเข้าห้องน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกัน รัชนกที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบตามเข้าไปอย่างรวดเร็วเธอกลับมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้วแม้จะอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ก็ตาม เพราะกลัวเมียหลวงของเสี่ยพรชัยที่เธอเคยคั่วจะตามมาเจอ ยังรู้อีกว่าวันนี้นันท์นลินจะเข้ามาส่งงาน รัชนกเลยเข้ามาดักรอ จ
สนามนำชัยเอทีวี“พรุ่งนี้เข้ามอพร้อมกันนะ” ณัฐพลไปรับแฟนสาวมาสนามด้วยกันกล่าวแกมบังคับให้เธอตอบตกลง“จะย้อนไปย้อนมาให้เปลืองน้ำมันรถเล่นเหรอ” เอาจริง ๆ เธอไม่ได้จะประชดอะไรเขาหรอก“อยากรับให้ไปพร้อมกันไม่ได้หรือไง” เห็นหน้างอง้ำของแฟนหนุ่มแล้วเธอเกิดอยากแกล้งเขาขึ้นมาครามครัน และไม่คิดถึงผลที่จะตามมา“ไม่ได้สิ พอดีนัดหนุ่มไว้” ร่างบางเริ่มแผนแรก โดยไม่หันไปมองคนตัวโตเพราะกลัวจะเผยพิรุธออกมา ณัฐพลได้ฟังเช่นนั้นรู้สึกไหววูบในอก“มันเป็นใคร!” น้ำเสียงเข้มจัด ทำให้คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเล่นแรงไปกำลังจะเอ่ยขอโทษกับไม่ทันเสียแล้วเมื่อชายหนุ่มรวบร่างเข้าไปกอด“ผู้-ชาย-ที่-นัด-ไว้-มัน-เป็น-ใคร! บอกมานะ!” คนหึงจนควันออกหูไม่รู้ว่าถูกแฟนสาวแกล้งย้ำคำทีละพยางค์“คนที่อยู่ตรงหน้าไงเล่า ปล่อย!” พลางยันอกแกร่งที่กอดรัดแทบเป็นเนื้อเดียวกันให้ขยับออกกลับไม่เป็นอย่างใจคิด เพราะแรงผู้หญิงหรือจะสู้ผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์อย่างเขาได้ คิดผิดคิดใหม่ได้นะที่รัก ณัฐพลนึกอย่างครื
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกา
“กิ่งคะ...” นนทภัทรเรียกชื่อของคนรักด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางสูดกลิ่นกายของคนตัวเล็กเข้าปอด“คะ...?” ยัยกิ่งแกเป็นอะไรของแกเนี่ย ทำไมเสียงถึงสั่นอย่างนี้ กรรณิกาคิด“หนูจะอาบน้ำก่อนพี่ หรือให้พี่อาบก่อนดี” คนตัวโตที่พยายามอดกลั้นอารมณ์ตัวเองสุดฤทธิ
“เย้ ๆ วู๊ ๆ วี๊ดวิ๊ว~” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงผิวปากของเพื่อน ๆ เจ้าบ่าวที่ยังคงผิวปากแซว และเห็นจะมีกานตพงศ์ที่โห่ร้องออกมาเสียงดังกว่าใครเพื่อนอย่างถูกอกถูกใจ“เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวีตกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงในช่วงที่สาว ๆ หลายคนต่างเฝ้าคอย...เรามาดูพร้อมกันนะคะคุณพลว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เป็นเจ้าสา
ระหว่างที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังเดินเข้าไปในงาน ขณะเดียวกันนั้นพิธีกรก็ขึ้นไปดำเนินงานบนเวทีเพื่อแนะนำตัวบ่าวสาวให้ทุกคนได้รู้จัก“สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมอัครพล ภิญโญ ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพให้มาเป็นพิธีกรในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส คู่กับสลิลทิพย์ ตะวันครับ”พิธีกรก็ไม่ใช่ที่ไหน เป็นน้องชายข







