ログイン“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น
“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”
แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น
“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”
แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน
“ยังอีก!”
นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้างใน
คนเป็นสามีได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจที่ภรรยาสาวกลัวเกินเหตุ แกล้งมาก็นานน่าจะชินได้แล้วนะ ได้แต่คิดคนเดียวในใจอย่างปลง ๆ ก่อนล้มตัวลงนอนต่อแต่ยังไม่ทันจะหลับลึกมากไปกว่านี้ เนื่องจากได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเบา ๆ ทำให้เขาลืมตาสีนิลขึ้นมองไปทางร่างเล็กที่มีเพียงผ้าขนหนูพันเอาไว้หลวม ๆ มือกุมไว้ตรงปมกันหลุดไม่ให้สามีเห็นร่างกายมากไปกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ แม้จะเห็นมาแล้วก็เถอะ
กรรณิกาค่อย ๆ เดินตัวลีบชิดกับผนังเพื่อแต่งตัว โดยมีสายตาคู่คมมองอย่างไม่ละสายตา หญิงสาวเลือกใส่เดรสกระโปรงยาวกรอมเท้าสีเทาใส่รองเท้าแตะรัดข้อสีดำพร้อมออกเดินทางไปเที่ยวตามโปรแกรมที่วางไว้ก่อนจะมาถึงที่นี่
ระหว่างนั้นชายหนุ่มลุกขึ้นด้วยร่างเปลือยเปล่าอย่างไม่หาอะไรปิด ทำให้ร่างกำยำสูงใหญ่สะท้อนกับกระจกที่หญิงสาวส่องอยู่ ก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องตกใจ พลางใช้มือปิดตาเพื่อไม่ให้เห็นภาพอุกอาจตา
“ทำอะไรอย่างนี้คะพี่นนท์!!”
โอ๊ย!! จะทำให้เราหัวใจวายไปถึงไหนนะ!
“กิ่งจ๋า” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก้มหน้าเป่าลมหายใจรินรดกับซอกคอขาวเนียนอย่างไม่ให้เธอตั้งตัว
“คะ?”
“หยิบผ้าเช็ดตัวให้พี่หน่อยค่ะ”
กรรณิกาหยิบให้ทั้งที่ยังปิดตาอยู่ แม้สติยังกลับมาได้ไม่เต็มร้อย เพราะหลุดลอยไปกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ร่างสูงขยับตัวออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อจะพันผ้าเช็ดตัวเมื่อได้ผ้าขนหนูผืนสีขาวสะอาดตามที่ต้องการ
ก่อนไปไม่ลืมที่จะสูดดมกลิ่นหอม ๆ จากร่างบาง ออกจากห้องน้ำมาเขาก็ไม่เห็นหญิงสาวร่างเล็กอยู่ในห้องแล้ว สงสัยจะอายอยู่ล่ะมั้ง คิดแล้วก็เดินไปแต่งตัวโดยเลือกใส่สีกล้ามสีขาวสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเดียวกันและกางเกงสีฟ้าครามเข้าชุดกัน ระหว่างนั้นมีสายจากเจ้าของโรงแรมโทรเข้ามา
“ว่าไง” กรอกน้ำเสียงห้าว ๆ ลงไปเมื่อกดรับแล้ว
(“ฉันกับเมียรอแกอยู่ห้องอาหารเมื่อคืนแล้ว รีบ ๆ ลงมาล่ะ”) อัครเดชพูดจบก็ชิงวางสายไปเสียก่อน ไม่ทันที่ปลายสายได้ตอบรับหรือแม้แต่จะปฏิเสธ
“มาไวไปไวสมกับเป็นมันจริง ๆ”
ก่อนออกจากห้องนอนเพื่อพาภรรยาไปกินข้าวเช้ากับอัครเดชและชณิดาภา ก็เห็นเธอนั่งเล่นมือถืออยู่โซฟาในห้องนั่งเล่นพร้อมเปิดทีวีขนาดสี่สิบสองนิ้วไปด้วย แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจที่จะดู เปิดไว้เพื่อให้มีเสียงอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น เขายังรู้มาอีกว่าหญิงสาวเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ที่เงียบ ๆ ต้องให้มีเสียงเพลงหรือเสียงทีวีอยู่เป็นเพื่อน และเขามักจะเห็นเช่นนี้อยู่ บ่อย ๆ จนเป็นภาพชินตา
“หิวยังคะ”
“กำลังหิวเลยค่ะพี่นนท์”
“งั้นปะ” และไม่ลืมที่จะปิดทีวีก่อนออกห้องพร้อมกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่ใส่ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับพักค้างคืนไปคนละสองสามชุด
“ไอ้อัครโทรมาเมื่อกี้บอกว่ารอกินข้าวเช้าอยู่ห้องอาหาร” น้ำเสียงนุ่มทุ้มพูดขึ้นเมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์แล้ว
“กิ่ง!! ทางนี้” ชณิดาภาเรียกชื่อเพื่อนสนิท ทันทีที่เห็นทั้งคู่จูงมือกันเข้ามาในห้องอาหาร ทำให้แขกที่อยู่นั่งกินข้าวหันมองกันทั้งร้าน เมื่อเห็นต้นตอของความเสียงดังก็เห็นว่าเป็นภรรยาเจ้าของโรงแรมก็หันไปกินข้าวกันต่อ
“ที่รักเบา ๆ หน่อย อายเขา” อัครเดชกระซิบบอกข้างหูภรรยาเสียงเบา คุณเธอดีใจจนออกนอกหน้าตั้งแต่เมื่อคืน หลังแยกกับคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ห้องอาหาร เขาก็ขับรถกลับบ้านเพื่อบอกภรรยาว่ากรรณิกาและนนทภัทรมาพักที่นี่ อีกทั้งยังรบเร้าให้เขาพามาหาทันทีที่รู้เรื่อง ต้องกล่อมอยู่นานว่าพรุ่งนี้ค่อยไปหาก็ได้หรือจะนัดมากินข้าวเช้าด้วยกันยังได้เลย นั่นแหละ คุณเธอถึงตอบตกลง
“ชิ!!” สะบัดหน้าอย่างขัดใจที่ถูกขัดแข้งขัดขาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าสามี
เธองอน ไม่พูดไม่คุยกันตั้งแต่เมื่อคืน ที่ไม่ยอมบอกว่าเพื่อนสาวมาฮันนีมูนที่นี่ แม้เขาจะให้เหตุผลว่าเพิ่งรู้ก็ตาม
“คิดถึงที่สุด” กระโดดกอดเพื่อนพร้อมกับหอมแก้มกันไปกันมาอย่างคิดถึง
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







