LOGINกว่าสามเดือนแล้วที่ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกัน ความหวานมักถูกเติมจากผู้เป็นสามีอยู่เนือง ๆ ไม่ได้ลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา อย่างตอนนี้หลังออกไปคุยงานกับลูกค้ามา ชายหนุ่มก็หอบช่อกุหลาบช่อใหญ่ที่แวะซื้อจากร้านดอกไม้มาให้ภรรยาสาวที่กำลังเก็บกวาดเช็ดถูตามโต๊ะเก้าอี้อย่างขะมักเขม้น
“ใกล้เสร็จยังครับ” เดินเข้ามากอดจากด้านหลัง ไม่ลืมจะหอมแก้มนวลเนียนฟอดใหญ่อย่างไม่อายสายตาใคร
“เสร็จแล้วค่ะ” พลางหันมาตอบ ผละออกกลมแขนที่โอบกอด ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปไหนไกลก็โดนมือหนาคว้าข้อมือไว้ “คะ?”
“พี่ให้...” พลางยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาว
“ขอบคุณนะคะ” ร่างบอบบางกระโดดหอมแก้มสากแล้ววิ่งออกจากตรงนั้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ข้างนี้ด้วยสิ” ไม่วายก้าวขายาวตามไป พลางใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปข้างแก้มซ้าย “เดี๋ยวจะน้อยใจกันนะ”
อ้อนขออย่างน่ารัก ไม่รู้หรือไงว่าเขิน คิดแล้วได้บิดตัวไปมาอย่างขวยเขิน ชายหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ ก้มหน้าให้หญิงสาวหอมอีกข้างและเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
ลูกจ้างสาวสองคนและนันท์นลินที่กำลังนั่งกินขนมปังไส้แยมกระเจี๊ยบ ส่งเสียงแซวดังขึ้นมาให้เธอได้อายเล่น พวกเธอนั่งมองอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะฉากหวานของพี่ ๆ
“ก้อยดูสิมดมาขนน้ำตาลในกระปุกเพียบเลย” นันท์นลินไม่วายเอ่ยแซว
“จริงด้วย แต่ทำไมถึงขนไปไม่หมดนะ”
ทั้งกายทั้งนันท์นลินยังคงหัวเราะไม่หยุด ส่วนคนโดนแกล้งหน้าแดงลามไปถึงใบหู แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“สวยหรือเปล่า พี่เลือกเองกับมือเลยนะ” ชายหนุ่มถาม เมื่อยกนิ้วโป้งให้น้อง ๆ โดยไม่ให้ร่างบางข้างกายสังเกตเห็น
“สวยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
กรรณิกาหมุนกุหลาบขาวช่อใหญ่ในมืออย่างคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับมันดี
“กิ่งคิดอะไรอยู่” พลางใช้ปลายนิ้วมือลูบไปตรงระหว่างคิ้วที่ขมวดกันให้คลายออก
“คิดว่าจะทำยังไงกับดอกกุหลาบช่อนี้น่ะค่ะ”
“อย่าบอกนะว่าจะเพาะชำกุหลาบอีกแล้ว” น้ำเสียงรู้ทันของสามี ทำให้คนถูกถามพยักหน้า
รู้ ๆ อยู่ว่าภรรยาของตัวเองชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้เป็นอย่างมาก ที่ ทำ ๆ อยู่ตอนนี้แทบไม่มีเวลาจะดูแลอยู่แล้วยังจะหาอะไรปลูกอีก แต่เขาคงขัดอะไรไม่ได้เพราะเขาเป็นคนหามาให้เอง
“ใช่ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างเต็มปากเต็มคำ
ก็เขาไม่ใช่หรือที่หอบอะไรพวกนี้มาให้เป็นประจำ กุหลาบช่อนี้คงไม่ปล่อยให้แห้งเฉาเหมือนดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ที่เขาซื้อมาให้อีกแน่
“กินอะไรกันอยู่ครับสาว ๆ น่าอร่อยเชียว” เข้ามาตั้งนานไม่ได้ดูว่า น้อง ๆ ทำอะไร มัวแต่สนใจคนรัก เขาก็ไม่มีสายตาไปมองอย่างอื่นแล้ว
ร่างสูงเดินมานั่งที่ว่างข้าง ๆ น้องสาวที่กำลังกินขนมปังอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ยอมเงยหน้ามองพี่ชายสักนิด
“กินขนมปังไส้แยมกระเจี๊ยบค่ะพี่นนท์” กายตอบ
เธอเป็นลูกหลานในหมู่บ้าน ครอบครัวมีฐานะยากจน ตัดสินใจไม่เรียนต่อในระดับที่สูงกว่านั้น เลยออกหางานทำเมื่อจบชั้นมอหก พอเห็นว่ามีร้านเบเกอรีเปิดใหม่รับสมัครพนักงานเลยเข้าไปสอบถามดู เป็นเหตุให้เธอได้เข้าทำงานมากว่าสองปี ถ้ามีเงินมากพอก็คิดว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยเปิดหรืออาจลงเรียนวันเสาร์อาทิตย์ก็เป็นได้ เนื่องจากอยากมีอาชีพไว้เลี้ยงตัวเองและพ่อแม่
“ว้าว หน้าตาน่ากินจัง” ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เพราะภรรยาไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่ามีเมนูใหม่มาแนะนำ สงสัยจะลืม
“กินด้วยกันสิคะพี่นนท์ เป็นสูตรใหม่ของทางร้านเลยนะ พี่กิ่งเพิ่งทำสำเร็จวันนี้นี่เอง”
ก้อย แฝดน้องของกายเป็นช่างพูดช่างคุย มานะทำงานไม่ว่างานจะหนักหรือเบา เธอทำหมด ทั้งยังเป็นคนนำเสนอเมนูใหม่ของร้านให้พี่ชายที่เคารพเท่า ๆ พี่กิ่งได้กินด้วยกัน
“ครับ” กายวางจานที่เดินไปหยิบมาเมื่อครู่ ตรงหน้าชายร่างสูงหนึ่งเดียวในร้าน “ขอบใจนะ”
“ไงเรา กินไม่พูดไม่จาเลยนะ” นนทภัทรแซวน้องสาวตัวเอง
“พี่นนท์น่ะ” สะบัดหน้าใส่พี่ชายเป็นของแถมที่มักขัดความสุขกับการกินของเธออยู่เรื่อย
“กิ่งมานั่งกินด้วยกันเร็ว” สามีดีเด่นประจำปีนี้ที่หลาย ๆ คนล้อลุกไปจูงมือร่างบางให้มานั่งข้าง ๆ กัน
ขนมปังไส้แยมกระเจี๊ยบเป็นสูตรใหม่ที่เธอเพิ่งทำสำเร็จโดยใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลยก็ว่าได้กว่าจะทำสำเร็จ เพื่อที่จะทำให้เหมือนแยมรสอื่น ๆ ที่เคยทำมาแล้ว แต่กระเจี๊ยบที่นำมาทำจะใช้แค่กลีบเลี้ยง รสชาติจะออกเปรี้ยว กลีบเลี้ยงมีคุณประโยชน์มากมาย เช่น ลดความดันโลหิตสูง และยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย[1]
[1] ข้อมูลจากหนังสือเภสัชกรรมไทยฯ รวบรวมโดย วุฒิ วุฒิธรรมเวช
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







