LOGINตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตาม
จนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน
“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน
“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”
“เรากลับก่อนนะ”
“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว
“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน
“อืม ๆ”
“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…
“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยังไม่ถึงประตูบ้านรุ่งโรจน์เลยด้วยซ้ำ
“มากันแล้วเหรอลูก มา ๆ เข้าบ้านก่อนนะ” คุณขวัญหทัยออกมารับลูกสาวและบุตรเขยถึงหน้าบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงรถขับเข้ามา
“สวัสดีค่ะแม่ คิดถึงที่สุด” หญิงสาวร่างเล็กสวมกอดเอวมารดาก่อนจะหอมแก้มอย่างที่บอกจริง ๆ
“สวัสดีครับ” นนทภัทรไม่ได้ยกมือไหว้อย่างเช่นทุกครั้งที่มาที่นี่หรือไปทำงานไกล ๆ หลายวันเวลากลับมาจะยกมือไหว้เสมอ
“จ้ะ กลับมาปลอดภัยแม่ก็หายห่วงแล้วล่ะ” คุณหญิงที่เป็นดวงใจของคุณกรรชัยบอกลูกเขยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเอ็นดู
“แล้วนั่นซื้ออะไรมาถือเต็มไม้เต็มมือเลย” ทักแล้วก็เข้าไปจะช่วยถือ กลับถูกชายหนุ่มรุ่นลูกปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรครับ ของฝากแค่ไม่กี่ถุงเอง”
คุณกรรชัยที่กำลังเอนหลังอ่านหนังสือธรรมะอยู่เงยหน้าขึ้น ตอนได้ยินเสียงพูดคุยของสองแม่ลูกดังเข้ามาจนถึงห้องรับแขก คนเป็นบุตรสาวกำลังเล่าเรื่องไปเที่ยวสุราษฎร์ธานีให้ฟังอย่างได้อรรถรสเมื่อไม่มีใครเบรก พอเดินมาถึงหน้าห้องที่บิดากำลังนั่งอยู่กลับเงียบเสียงลง เมื่อมารดากระซิบบอกให้เบาเสียง เนื่องจากคุณพ่อกำลังอ่านหนังสืออยู่ กรรณิกาพยักหน้ารับทราบแล้วเดินเข้าไปหาบิดาพร้อมมารดาที่เดินนำเข้าไปก่อน
“คุณคะลูกกลับมาแล้วนะ” พลางเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ สามีที่ขยับให้นั่งข้างกัน
“คิดถึงจังเลย” เข้าไปนั่งอีกฝั่งแล้วสวมกอดบิดาไว้แน่นปิดท้ายด้วยหอมแก้มสากของคุณกรรชัยฟอดใหญ่
“สวัสดีครับ”
นนทภัทรเป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้ามา พลางวางถุงของฝากที่ตนและภรรยาซื้อไว้บนโต๊ะกระจกที่วางอยู่ตรงกลางและไม่ลืมที่จะยกมือไหว้พ่อตา
“ไหว้พระเถอะลูก เป็นไงบ้างล่ะ ไปเที่ยว เอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าไปฮันนีมูนมากกว่านะ สนุกไหมล่ะลูก” คนที่เป็นพ่อตาทักทายลูกเขยกลับ แล้วเอ่ยแซวบุตรสาวของตนเอง และก็จริงเสียด้วยเมื่อเห็นริ้วรอยบนใบหน้าเรียวงามของลูกสาว
“คุณพ่อก็…” ไม่ลืมที่จะส่งค้อนวงใหญ่ให้
ทั้งพ่อ ทั้งสามีและพี่ชายชอบทำให้เธอเขินอายอยู่เรื่อย หรือว่าไม่มีคนให้แกล้ง ถึงมาหยอกกับเธอแบบนี้ ต่อว่าบุคคลทั้งสามในใจอย่างไม่อยากให้ใครได้ยิน
“ได้ไปเที่ยวแค่เขื่อนเชี่ยวหลานเองค่ะ” กรรณิกาบอก
“แม่ก็เห็นในข่าวเหมือนกันว่ามีพายุเข้า”
“ใช่ค่ะ เลยได้แต่เดินไปชายหาดหน้าบ้านพักของณิดาแค่นั้น”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” คุณขวัญหทัยถามยิ้ม ๆ
“ก็...ค่ะ”
“เอ้า มากันเหนื่อย ๆ ขึ้นไปพักก่อนไป แล้วตอนเย็นจะกินข้าวกับแม่ไหมลูก” คุณขวัญหทัยเอ่ยถาม เพราะทั้งสองยังไม่ได้ไปรายงานคุณนันทวัฒน์และภาวิดาเลยว่ากลับมาถึงแล้ว
“กินค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ของพี่นนท์จะมากินข้าวเย็นบ้านเราด้วยนะคะ” ร่างบางตอบในสิ่งมารดาสงสัย พอดีว่าเธอโทรรายงานคุณแม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะถึงบ้านรุ่งโรจน์ด้วยซ้ำ
ท่านพยักหน้าเข้าใจ และคิดว่าวันนี้ตอนเย็นจะทำอะไรดี พอลูก ๆ ขึ้นห้องไปแล้วก็ดูถุงหลากหลายอย่างที่ลูกเขยหิ้วมา มีทั้งกุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้งอยู่หลายห่อ เพราะรู้ว่าคนเป็นสามีชอบกินเป็นอย่างมาก แถมยังซื้อแถวนี้ก็แพงมากเลยไม่ค่อยได้ซื้อกินเท่าไหร่และอีกถุงเป็นปลากรอบ วันนี้คงจะทำยำสามกรอบเสียแล้ว และก็ไม่ผิดหวังเมื่ออาหารที่วางอยู่บนโต๊ะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นของที่ซื้อมาจากสุราษฎร์แทบทั้งหมด
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







