LOGINย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนเกิดราชวงศ์ต้าถัง
คู่รักคู่หนึ่งสาบานยึดมั่นรักกันจนแก่เฒ่า แม้ตายจากก็จะมิพรากดวงใจไปให้ใคร
ฝ่ายสตรีเป็นถึงองค์หญิงสูงศักดิ์สะคราญโฉม นามซีซิน
ฝ่ายบุรุษเป็นสามัญชนรั้งตำแหน่งพลทหารม้า ทว่าฝีมือกลับเก่งกล้ากว่าผู้ใด ทั้งเชี่ยวชาญม้าศึก องอาจผึ่งผาย แม้มิได้รูปงามสะกดสายตาแต่ก็น่าคบหาไม่น้อย
เขามีนามว่าเฟิงซือหง
แต่ด้วยสองใจมีรักผูกพัน ไม่หวั่นแม้ต่างยศศักดิ์ชาติตระกูล ฐานันดรกางกั้น
ฝ่ายชายจึงบากบั่นกรำศึกหนักกระทั่งได้เป็นแม่ทัพพิทักษ์ดินแดน รักษาความกร้าวแกร่งดุจหินผา ฝ่ายหญิงยิ่งเฝ้าบ่มเพาะถนอมตัวเพียรรอบุรุษหนึ่งเดียวจนวัยล่วงเลยย่างยี่สิบปี
ในที่สุดเมื่อบุรุษสร้างผลงานมีความดีความชอบกลับมา จึงได้สมรสพระราชทานสมใจกับองค์หญิงสูงศักดิ์อันที่รัก
แม้งานมงคลจักล่าช้า ทว่าสามีภรรยาเคียงคู่หวานล้ำเคียงข้างหวานซึ้ง ผ่านคืนวันหวานชื่นด้วยกันดุจห้วงฝัน
กาลเวลาเคลื่อนผ่านอย่างราบรื่น สามีเดินทางนำทัพสร้างผลงาน พลทหารในอาณัติสมัครสมานสามัคคี ภรรยาดูแลหลังเรือน บ่าวไพร่ภักดี จวนพยัคฆ์สุขสงบ
กระทั่งฝ่ายชายเดินทางกรำศึกปราบโจรทะเลทราย บังเอิญช่วยเหลือสาวน้อยนางหนึ่งเอาไว้ได้
ทั้งสองเกิดถูกชะตาโดยมิได้นัดหมาย สนิทสนมชิดเชื้ออย่างไม่อาจห้ามใจ
สุดท้ายฝ่ายบุรุษจึงตัดสินใจพานางกลับจวนเพื่อขออนุญาตภรรยารับสตรีอีกคนเป็นอนุอย่างถูกต้อง
แม้ซีซินจักรักสามีมากเพียงใด แต่ด้วยนางเป็นองค์หญิงซึ่งเติบโตในวังหลังทั้งยังเคร่งครัดบัญญัติสตรีครองเรือน จึงเข้าใจและยอมรับได้ถึงการมีสามภรรยาสี่อนุของบุรุษ
หญิงสาวเลือกมองข้ามสัญญาใจที่เคยมีให้กัน แย้มยิ้มด้วยใจบริสุทธิ์ จำยอมรับอนุของสามีอย่างใจดี แบ่งปันค่ำคืนหวานชื่นตามธรรมเนียมปฏิบัติอย่างใจกว้าง
ทนมองเขามีความสุขยามโอบกอดสตรีอื่น
ทุกวันซีซินทั้งอดทนและยอมรับได้ ทว่ากลับเป็นฝ่ายสตรีผู้มาทีหลังที่ไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง
ดรุณีน้อยยังอ่อนต่อโลกหล้าทั้งยังไม่ประสาต่อความรัก
นางอดรนทนมิได้ยามที่ฝ่ายสามีไปเยือนเรือนของสตรีอีกคน แม้ว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นถึงภรรยาเอกผู้มาก่อนก็ตาม นางแสดงออกชัดเจนไม่มีเก็บข่ม ทั้งแง่งอนร่ำไห้ น้อยอกน้อยใจ เร่งเอาใจสารพัดเพื่อขอความเมตตาจากบุรุษ
หลังเรือนเริ่มวุ่นวายวันละน้อย
กระนั้นซือหงเพียงยิ้มรับ บอกกับซีซินเสียงนุ่มว่าอย่าได้ถือสาหาความเพราะนางยังเด็กเหลือเกิน จะอย่างไรสตรีนางน้อยย่อมไม่อาจเทียบเท่าฮูหยินผู้สง่างามรู้ความของเขาได้ แค่สตรีที่มีไว้ปรนนิบัติเรื่องบนเตียง ไม่นับเป็นอะไร
ซีซินนิ่งฟังไม่เอ่ยวาจา แต่ในใจกลับกังขาไม่หลงเชื่อ
แค่กามกิจหรือ?
เช่นนั้นยามจุมพิตแนบชิดสัมผัส
ยามลูบไล้เคล้นคลึงทั่วเรือนร่าง
ยามสอดใส่พากันไต่บันไดสวรรค์จนถึงฝั่งฝันบนฟากฟ้า
ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าไม่รู้สึกอะไรเลย
ไม่เคยรู้สึกลึกซึ้ง ไม่เคยรู้สึกผูกพัน
หากไม่นับเป็นอะไร เหตุใดยามนี้เราสอง...
แม้ใจร้อนรุ่มดุจไฟสุม ทว่ายังคงรักษาความสง่างามตามวิสัย พลางเพ่งพิศดวงตาคู่คมของคนคุ้นเคยซึ่งมักจะมองนางด้วยรักใคร่เสน่หาเพียงหนึ่งเดียวเสมอมา ไม่เคยมองใคร
ทว่าบัดนี้กลับมิเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว
ดวงตาซึ่งทอประกายลึกล้ำคู่นี้มิได้มีเพียงนางอยู่ในนั้น
นัยน์ตาบุรุษเป็นสิ่งที่ยึดมั่นไม่ได้อีกต่อไป
สตรีไร้เดียงสาคือพิษร้าย วาจาบุรุษเชื่อมิได้
ท้ายที่สุดด้วยต้องการเป็นหนึ่ง แม่นางน้อยจึงใช้ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของตนชนะใจบุรุษจนเกิดผล กระทั่งสามารถยึดครองเรือนร่างกร้าวแกร่งได้ถึงเจ็ดราตรีติดต่อกัน แม้มิต้องใช้ยากำหนัดผิดศีลธรรมก็ตาม
นับว่ายาวนานพอที่จะทำให้ห่างเหินจากอีกคนได้ไม่ยาก เพราะการกระทำนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารขั้วอำนาจนางสนม หรือรักษาสมดุลสกุลใดเฉกเช่นเชื้อพระวงศ์
ปัญหาหลังเรือนที่เกิดขึ้นมิใช่จากสตรีเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นเพราะจิตใจหวั่นไหวของบุรุษอย่างไม่ต้องสงสัย
ในเมื่อเขาไม่หนักแน่นมั่นคงอีกต่อไป สุดท้ายปลายทางเป็นเช่นใด เพียงหลับตาย่อมรู้แจ้งเห็นสัจธรรม
ภรรยาเอกอย่างซีซินทั้งใจกว้างและมองการณ์ไกล
ที่สำคัญ สตรีผู้หนึ่งซึ่งถือกำเนิดจนเติบใหญ่จากวังหลัง ล้วนหล่อหลอมให้นางเป็นสตรีที่เด็ดขาดเฉียบคมเหนือใคร
ซีซินเลือกวิธีเฉกเช่นสตรีชั้นสูงทั่วไป นั่นคือการสงบนิ่งอย่างสุขุมเยือกเย็นเพื่อสยบทุกความวุ่นวายหลังเรือนมิให้เป็นที่ครหาจนเสื่อมเสียมาถึงสามี ต้องอดทนมองคู่ยวนยางด้วยดวงใจที่ปวดร้าว ผ่านม่านตาร้อนผ่าวทุกวัน
กระนั้นท่าทางยังคงเปรียบประดุจนางพญาผู้เข้มแข็ง นางไม่จำเป็นต้องอ่อนแอให้ใครเห็น
ต่อมาสตรีนางน้อยก็ตั้งครรภ์ สามีหนึ่งเดียวยิ่งรักใคร่หลงใหลไม่ลืมหูลืมตา ทะนุถนอมอีกฝ่ายราวหยกล้ำค่า
กระทั่งซีซินยังรู้สึกตัวได้ว่า ตนเองถูกสามีลืมเสียสิ้น
เมื่อเว่ยฉีฝึกฝนเชิงยุทธ์จนเก่งกาจ สร้างผลงานการรบ มีความดีความชอบมากมาย กระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ จึงมาประจำการที่ค่ายทหารหน้าด่านแห่งนี้ โดยมีปณิธานมั่นคงว่าจะไม่แต่งงาน ขอตายในสนามรบเพื่อต้าถังเขายังไม่ลืมกลับไปแก้แค้นที่บ้านบิดา ยัดข้อหาเล็กน้อยอย่างสาแก่ใจ จนอีกฝ่ายย่อยยับถูกลูกเมียทิ้งไปอย่างน่าสมเพชบุรุษมีชีวิตอยู่มิสู้ตาย ส่วนสตรีไร้ยางอายย่อมกลายเป็นหม้ายหย่าร้าง บุตรชายที่มีด้วยกันยังเกเรเกรี้ยวกราดไม่ต่างจากเดรัจฉาน กินนอนที่บ่อนไม่เคยกลับบ้าน อกตัญญูไม่ไยดีบุพการีหลังจากบิดาบ้านแตกไร้ซึ่งความสุขเปี่ยมล้นทุกขเวทนา เว่ยฉีจึงรามือแล้วจากมา ใช้ชีวิตกับมารดาอย่างมีความสุขต่อมาเรื่องไม่คาดคิดพลันบังเกิด เมื่อมารดาของเย่เสียเกิดล้มป่วยด้วยโรคร้ายที่พบได้บ่อยในหญิงนางโลม ไม่นานก็สิ้นชีพจากไปเงียบๆเป็นมารดาของเว่ยฉีที่ช่วยทำศพให้ ยามนั้นเว่ยฉียังคิดจะไถ่ตัวเย่เสียออกมาทว่าข่าวร้ายพลันบังเกิดอีกคำรบ มารดาของเว่ยฉีเสียชีวิตกะทันหัน ด้วยอุบัติเหตุครั้งที่เดินทางไปไหว้พระขอพรวันนั้นฝนตกลมกรรโชกแรงถนนลื่นกระทั่งรถม้าตกเขา มารดาของเว่ยฉีตายอนาถคาซากรถม้า เงินที่เก็บออม
หลังจากสั่งการให้เหล่าทหารเร่งมือปัดกวาดสิ่งอัปมงคลของพวกมือสังหารจนเหี้ยนเตียน เหลือเพียงส่งศีรษะอาบโลหิตไปให้จักรพรรดิจ้าวถังไห่เฉิงพาร่างสูงเดินนำหน้าเว่ยฉีเข้ามายังเรือนส่วนตัวเพื่อตรวจตราห้องหับว่าลูกน้องจัดการเรียบร้อยดีหรือไม่ อ๋องหนุ่มเป็นบุรุษรักสะอาด ทั้งเย่อหยิ่งถือตัว แม้มิได้ชมชอบชีวิตหรูหราอันใด หากแต่บนความเรียบง่ายนั้นกลับต้องเต็มไปด้วยความประณีตเรียบร้อยอย่าว่าแต่คราบเลือดของนักฆ่าที่เปรอะเปื้อนเลย กระทั่งเส้นผมของผู้อื่นก็อย่าได้ปรากฏให้เห็นในเรือนส่วนตัวของเขาหลังจากโบกมือเบาๆ ให้พลทหารที่ยืนรายรอบออกไปจนหมด ถังไห่เฉิงก็เดินไปนั่งยังโต๊ะกลมริมหน้าต่างด้วยกิริยาเรียบเรื่อย สีหน้าเรียบเฉย โดยมีเว่ยฉีเข้ามาดูแลรินน้ำชาส่งให้“นั่งลง”“พ่ะย่ะค่ะ”เนื่องจากเป็นทั้งเจ้านายและสหายคนสนิท อ๋องหนุ่มกับแม่ทัพหนุ่มมักจะหาเวลาพูดคุยนอกเหนือเรื่องภารกิจการรบหรือกลยุทธ์การศึกเสมอเว่ยฉีย่อมรู้ใจว่ายามนี้นายเหนือหัวต้องการทราบสิ่งใด เขาจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอย่างรู้หน้าที่“มารดาของเย่เสียกับมารดาของกระหม่อมรักใคร่กันดุจพี่น้อง มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นหลายปี ตัวเย่เสียเองก็ไว้ใจ
เย่เสียยังคงตั้งอกตั้งใจชี้แนะด้วยน้ำเสียงเครียดเคร่งอย่างต่อเนื่องว่า“ลี่เซียนเอ๋ยลี่เซียน ต่อแต่นี้และตลอดไป ตัวของเจ้าได้มีบุรุษผู้เป็นเจ้าของทั้งกายใจแล้ว คือรุ่ยอ๋องถังไห่เฉิง ส่วนผู้เป็นเจ้าของตัวข้าก็คือเจ้า” เย่เสียมองสบตากลมโตวาวใสราวกระต่ายน้อยพลัดถิ่นของลี่เซียนแล้วเอ่ยเน้นคำอีกครา“จำไว้ เจ้าอยู่ข้ารอด เจ้าตายข้าม้วย เข้าใจไหม?”ลี่เซียนกะพริบตารับฟังนิ่งๆ เริ่มเข้าใจได้ไม่ยากเย็น หญิงสาวอมยิ้มน่าเอ็นดูกล่าวเสียงนุ่มหวานว่า “หากข้าใช้ชีวิตที่นี่ได้ดีและอยู่รอดปลอดภัย พี่เย่เสียย่อมมีความสุขกายสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องทนให้ท่านแม่ในหอคณิกาตบตีอีก”ถ้อยวาจาใสซื่อนี้ทำผู้ฟังถึงขั้นน้ำตาซึม “อืม...ถูกต้อง”เย่เสียหยิบผ้าชั้นนอกสวมใส่ให้แม่นางน้อยพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แต่ว่าท่านอ๋องรูปงามมากเหลือเกิน เจ้าเป็นสตรีของพระองค์ย่อมลำบากไม่มากก็น้อย การรักษาความโปรดปรานยิ่งมีอุปสรรคสาหัสหนักหนา”เย่เสียมัดสายผูกเอวให้ลี่เซียน แล้วจับอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเตียงนอนก่อนช่วยสางผมดำขลับเงางามดุจม่านหมึกสายไหม ถักเปียเล็ก ๆ ขดรอบมวยที่ม้วนขึ้น ปักปิ่นดอกพลับพลึงสีแดง ปล่อยผมสยาย
เบื้องหน้าของทั้งสองคืออ๋องหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงเข้มกำลังนั่งจิบชาด้วยกิริยาเนิบนาบฉาบทับความสูงศักดิ์เลิศล้ำ ในมือถือตำราเล่มหนาที่เปิดอ่านไปแล้วหลายหน้า บ่งบอกได้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นมานานมากแล้วมิได้ออกไปหาสิ่งของให้ผู้ใดทั้งสิ้นถังไห่เฉิงเงยหน้าคมคายจากตำรา ถามเสียงขรึม“มีอะไร?”เว่ยฉีเหลือบตามองเย่เสียแวบหนึ่ง กำลังจะเอ่ยคำรายงานที่ตระเตรียมมากับคนงามหมายช่วยสหายของอีกฝ่าย กลับได้ยินเสียงเย็นเยียบจากนายเหนือหัวเอ่ยตัดบทว่า“ช่างเถอะ! เจ้าไปเบิกทองจากบัญชีส่วนกลางในนามข้า เพื่อนำไปมอบให้หอเหินหย่า แจ้งว่าขอไถ่ตัวคน นามลี่เซียน”เว่ยฉีมองรุ่ยอ๋องอย่างไม่เข้าใจนัก เป็นเย่เสียที่ความคิดฉับไวกว่า นางยื่นหน้าออกจากแผ่นหลังกว้าง ถามเสียงสั่นว่า“ท่านอ๋อง ลี่เซียนแม้ไม่รู้ความ แต่นางมิใช่คนร้ายแน่ๆ ขอพระองค์ทรงเมตตา อย่าไถ่ถอนนางมาลงทัณฑ์เลยนะเพคะ”แม่ทัพหนุ่มพลันเบิกตา คิดอยากตีสตรีขวัญเทียมฟ้าเหลือเกิน กล้าเอ่ยวาจาห้ามมัจจุราชมิให้โหดเหี้ยมได้อย่างไร?เย่เสียย่อมเข้าใจความนัยแห่งแววตาเขา นางรีบหดหัวมุดเข้าแผ่นหลังหุบปากเงียบ ยืนตัวสั่นต่อไปทว่าเพียงครู่พลันโผล่หัวออกม
ฝ่ายสตรีนอนนิ่งไม่ขยับ มอบอิสระแก่เรียวนิ้วแกร่งได้นวดคลึงเต็มที่ ความรู้สึกอึดอัดในอกและเจ็บแปลบในกระดูกค่อยๆ สลายหายไปเพราะฝ่ามือเขา เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นแสนสบายร่างกายน้ำเสียงเปี่ยมอำนาจกระซิบข้างหู “ข้าถามเจ้าอยู่”ลี่เซียนพลันขนลุกชูชัน ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นวาบผ่านแวบหนึ่ง คล้ายสายฟ้าฟาดใส่ ให้รู้สึกแปลบปลาบจักจี้ นางตอบกลับอู้อี้ น้ำเสียงเจือความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง“เพราะข้าทำผิดมหันต์”“เจ้าทำผิดอะไร?”หญิงสาวเอียงหน้าน้อย ๆ ใช้ดวงตาใสสะอาดคลอเคล้าด้วยหยดน้ำฉ่ำหวานจ้องนิ่งที่ดวงตาคมกล้า“ข้าเป็นต้นเหตุให้พวกเขาต้องตาย”ถังไห่เฉิงเลิกคิ้ว “หมายถึงนักฆ่า?”คนงามพยักหน้าหงึกหงักตอบรับตาใส “อืม...”“เจ้ากับนักฆ่าเป็นพวกเดียวกันหรือไร?”ลี่เซียนส่ายหน้าปฏิเสธ ทำท่าจะร้องไห้อีกแล้วชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงจับพลิกร่างบางให้นอนหงาย เนตรมังกรดำจัดจ้องลึกที่ดวงตานาง“ห้ามร้อง!”หญิงสาวพลันยู่หน้ากลั้นน้ำตาบ่นอุบอิบ“ท่านไม่ควรสั่งฆ่าทุกคนเยี่ยงนั้น สวรรค์เบื้องบนคงลงบัญชีอาญา นรกเบื้องล่างย่อมรอลงทัณฑ์ท่านแล้ว”ชายหนุ่มตะลึงวูบ ม่านตาหรี่แคบ เขาแค่นเสียงเย็น“หากมิใช่ฝ่า
ท่ามกลางเสียงครวญครางโหยหวนของผู้คุมที่ถูกตัดเอ็นสะบั้นความเป็นชาย ถังไห่เฉิงยังคงใจเย็น เขาเอื้อมมือขึ้นจับศีรษะของลี่เซียนให้ฝังเข้าไปในกล้ามเนื้อหน้าอก หมายให้นางหยุดปาก พลางพึมพำเสียงเครียดว่า “เจ้าช่างเปรียบเปรย...”หญิงสาวสะอื้น ตอบกลับว่า “ข้าใคร่ศึกษาเพียงของท่าน ไม่ปรารถนาเห็นของใครทั้งนั้น”บุรุษแค่นเสียงเย็น ยังรู้สึกไม่ยินยอม “มันสุภาพหรือ?”ลี่เซียนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับหนักแน่น“อืม...สงบนิ่งยิ่ง”“...”ถังไห่เฉิงกัดฟันกรอด น้ำเสียงขรึมจัด “หากมันตื่นผงาดรับรองว่าเจ้าไม่พูดเช่นนี้แน่ มันทั้งทรงพลังและดุดันหาใดเปรียบ”นางพลิกใบหน้าเบาๆ กับแผงอกเขา พลันนึกถึงประโยคสั่งเสียของมารดาที่ฝากฝังผ่านนักพรตในอารามสตรีไร้เดียงสาคือพิษร้าย วาจาบุรุษเชื่อมิได้ลี่เซียนล้วนประจักษ์ ‘วาจาบุรุษย่อมหลอกลวง’นางจึงชำเลืองมองเอวบุรุษก่อนไล่สายตาช้อนมองตั้งแต่เบื้องล่างขึ้นด้านบน จากหน้าท้องตึงแน่นผ่านแผงอกหนาจนถึงปลายคางคมสัน มองเขาอย่างจริงจังด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าไม่เชื่อสักนิด ไยโกหกกัน?เรียวคิ้วคมของบุรุษกระตุกวูบ เมื่อก้มมองแววตานางนับเป็นครั้งแรกในชีวิตของรุ่ยอ๋องแห่งต้าถังที่ค







