แชร์

ตอนที่7ผู้มีพระคุณ1

ผู้เขียน: LiHong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-30 18:12:09

ชายแดนด่านเทียนเหมิน

รถม้าของสาวงามกลุ่มหนึ่งเดินทางผ่านหน้าค่ายทหารเทียนเหมินตั้งแต่รุ่งสาง เสียงล้อบดถนนดินดำแว่วดังไม่ขาดสาย

สาวงามนางหนึ่งในรถม้าคันท้ายขบวนสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งตรงพุ่มไม้ริมชายป่า จึงสั่งสารถีให้หยุดก่อน เมื่อม้าหยุดฝีเท้า นางจึงพาเรือนร่างอ้อนแอ้นลงมาเพื่อมองสิ่งนั้นใกล้ๆ

สิ่งที่นางเห็นคือดรุณีน้อยผู้หนึ่งกำลังนอนสลบไสลอยู่หลังพุ่มไม้ อายุราวสิบหกปี ดวงหน้าเรียวเล็กงดงามเป็นเอก รูปร่างสมส่วนดูดี มีผิวพรรณเนียนละเอียดสีขาวราวหยกพิสุทธิ์ ประหนึ่งสามารถสะท้อนแสงได้

อาภรณ์ที่สวมใส่เป็นผ้าแบบโบราณสีขาวพิสุทธิ์ทั้งตัว  รัดรึงแนบเนื้อ ปิดแค่เนินอกอวบตึง เผยหน้าท้องแบนราบ                ช่วงเอวกลมกลึง กระโปรงสั้นคลุมแค่เข่าเผยเรียวขาเสลาขาวผ่อง ปลายเท้าเปลือยเปล่า

“พี่เย่เสีย นั่นคือสิ่งใด?”

เสียงแว่วหวานจากสาวงามนางหนึ่งบนรถม้าเอ่ยถามสตรีผู้ลงมาด้านล่างหลังพุ่มไม้

เย่เสียขมวดคิ้วหรี่ตาเพ่งพินิจการแต่งกายที่ล่อแหลม              ใส่เหมือนมิได้ใส่ของแม่นางน้อยเนิ่นนาน พลางใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ปลายจมูกอีกฝ่ายเพื่อสำรวจลมหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยสุ้มเสียงมั่นใจว่า

“เป็นสาวงามผู้หนึ่ง ดูจากการแต่งกาย ข้าคิดว่าคงเป็นคนของหอคณิกาอิงฮวาคู่แข่งของพวกเราปะไร”

หญิงสาวนิ่งคิดนัยน์ตาแวววาวแล้วกล่าวต่อด้วยสีหน้าคล้ายผู้ทรงภูมิหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง

“ได้ข่าวว่าดาวเด่นคนใหม่เขี่ยราชินีบุปผางามคนเก่าออกจากตารางงานหอ กระทั่งดาวเด่นผู้นั้นถูกนางคณิกาคนเก่ารุมริษยาอย่างรุนแรงจนถูกกลั่นแกล้งสารพัด ท้ายที่สุดถูกขับไล่ออกมาอย่างไร้เยื่อใย ต้องใช่แน่ๆ”

“โอว...” สาวงามนางหนึ่งยกมือกุมอกอุทานเสียงหวาน  “เช่นนั้นพี่สาวรีบช่วยนางเถิด น่าสงสารเหลือเกิน”

ค่ายทหารชายแดนด่านเทียนเหมิน

เรือนพักแต่ละหลังยกโคมขึ้นสูง พื้นที่ราบฝั่งตะวันออกยังมีคบไฟส่องสว่างให้ทุกกระโจมที่ตั้งเรียงราย

ทหารหลายนายที่มิได้รับบาดเจ็บมากมายอันใดต่างพากันล้อมวงรอบกองไฟเพื่อร่ำสุรา ยังมีหลายคนที่หาความสำราญยามค่ำคืน

แน่นอนว่าสิ่งที่เรียกว่าความสำราญสำหรับชายชาญ ย่อมไม่พ้นอิสตรี

ค่ายหน้าด่านชายแดนเกือบทุกค่ายมักจะมีหญิงนางโลมประจำค่ายเสมอ เพราะพวกทหารที่เป็นบุรุษย่อมมีอารมณ์กำหนัดตามธรรมชาติยากระงับ

ยามออกศึกต้องห่างบ้านไกลภรรยา ทว่าความต้องการยังคงมีไม่ลดทอน หากไม่ปลดปล่อยออกเสียบ้างได้อึดอัดตายกันพอดี หรือหากไปยุ่งกับทหารหญิงซึ่งนับว่าผิดกฎมหันต์ เสี่ยงต่อโทษทัณฑ์ที่ไม่คุ้มค่าเช่นนั้น พวกเขาไม่เสี่ยงอยู่แล้ว

เช่นนี้ที่เรือนฝั่งประจิมของค่ายทหารจึงมีหญิงสาวถูกเรียกตัวจากหอคณิกาเลื่องชื่อมารอปรนนิบัติตั้งแต่สามวันที่แล้ว                                  

ก่อนขบวนทหารจะเข้ามาพำนักเสียอีก

วันนี้ทุกนางจึงวุ่นวายกับการแต่งกายพรมน้ำมันหอมกันตั้งแต่สายัณห์ พลบค่ำยามอิ่วสี่เค่อ[1] พวกนางก็พร้อมถูกเรียกตัวกันทุกคนแล้ว

ทว่าหนึ่งในจำนวนแม่นางเหล่านั้นกลับมีดรุณีน้อยผู้หนึ่งกำลังยืนนิ่งๆ ด้วยท่าทีอึ้งงัน ทั้งสับสนคล้ายไม่เข้าใจในชีวิต

นางยืนกะพริบตาปริบๆ เอียงหน้าน้อยๆ งุนงงมาก

คณิกาผู้หนึ่งเห็นท่าทางทึ่มทื่อเยี่ยงนั้นพลันเดินเข้าหาพลางเหยียดริมฝีปากสีแดงชาดทำเสียงจิจ๊ะอย่างนึกขัดเคือง ก่อนเรียกนามเสียงดัง

“ลี่เซียน!”

เจ้าของนามมิได้สะดุ้งหรือตกใจอันใด เพียงมองผู้เรียกขานนิ่งๆ เห็นอีกฝ่ายยืนเท้าสะเอวขยับปากสีแดงจัดพร่ำบ่นอีกว่า

“เจ้านี่นะ สมองต้องทึบมากเป็นแน่ ถึงได้ถูกไล่ออกมาจากที่เก่า”

นางกล่าวด้วยสีหน้ายับย่นยุ่งยากใจ พลางล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบตำราผสานหยินหยางออกมายื่นส่งให้

“เอาไปเลย ข้ายกให้เจ้า”

เจ้าของตำรามีนามว่าเย่เสีย สายตาที่มองตำราบ่งบอกว่าเสียดายเหลือเกิน แต่ยังคงตัดใจส่งให้อีกฝ่ายแล้ว

“หาซื้อยากมาก ข้ารักที่สุดด้วยนะเล่มนี้ เฮ้อ!”

ตำรานี้มีภาพวาดร่วมรักระหว่างชายหญิงและเคล็ดลับเอาใจบุรุษมากมายร้อยกระบวนท่า

ลี่เซียนรับเอาไว้ หาได้ปฏิเสธอันใดไม่

เย่เสียยังคงชี้แนะอย่างเคร่งเครียด “ข้าช่วยได้เท่านี้ล่ะ ท่าทางโง่เขลาเบาปัญหาเช่นเจ้า หากอยากอยู่รอดและมีชีวิตที่ดี จงทำตนเองให้เป็นที่โปรดปรานให้ได้ จำไว้”

กล่าวจบก็เดินกรีดกรายจากไป ทิ้งไว้เพียงแม่นางน้อยให้ยืนเบื้อใบ้เช่นเดิม

ผ่านไปชั่วครู่  ลี่เซียนจึงเปิดตำราทีละหน้า กวาดสายตามองแค่ปราดเดียวก็จำได้จนหมดทั้งเล่ม แจ่มกระจ่างทุกท่วงท่า ก่อนจะเก็บเข้าแขนเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า

เพราะนางสังเกตได้ว่าสตรีนามเย่เสียให้ความสำคัญกับตำราเล่มนี้มาก ย่อมมีค่าควรเมืองแน่นอน

ยามนี้เด็กสาวได้ยินเสียงของทหารผู้หนึ่งเข้ามาสั่งการไม่กี่ประโยคก็จากไป เหล่าคณิกาจึงพากันมอบหมายงานว่าใครจักรับหน้าที่ไปปรนนิบัติบุรุษส่วนใดของค่ายทหาร

ได้ยินเย่เสียโวยวายอย่างไม่ยินยอมว่า “ไอ่หย๋า! จะให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติท่านอ๋องหรือ?”

นางส่ายหน้าไปมา กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“เดิมทีข้าก็มั่นใจในเสน่ห์ของตนอยู่หรอก แต่เมื่อเช้า               ข้าแอบเห็นท่านอ๋องแวบหนึ่ง เขาตัวโตสูงใหญ่ ใส่หน้ากากสีดำ ใบหน้าครึ่งซีกที่เผยให้เห็นเฉยชาดุดัน แววตามืดดำแฝงความอำมหิตโหดร้าย ท่าทางน่ากลัวมาก ข้ายังรู้ว่าใบหน้าภายใต้หน้ากาก อัปลักษณ์น่าเกลียดด้วย โอ๊ย! ท่านแม่ ตีข้าทำไมเล่า?”

ผู้ถูกเรียกขานว่า ’ท่านแม่’ เป็นคนคุมหอและดูแลคณิกาทั้งหมด นางถลึงตาใส่เย่เสีย กล่าวตำหนิเสียงแหลม

“เจ้ากำลังหมิ่นเบื้องสูงอยู่นะรู้ตัวหรือไม่? หึ! อัปลักษณ์แล้วอย่างไร? ไยเจ้าขวัญเทียมฟ้านัก!”

เย่เสียเบ้ปาก ลูบเรียวแขนบริเวณที่ถูกตี บ่นอุบอิบ

“แต่รุ่ยอ๋องน่าสะพรึงจริงๆ นะ และปัญหามิใช่หน้าตาอัปลักษณ์แต่เป็นความอำมหิตโฉดชั่วเหมือนปีศาจต่างหาก ฉายาเลื่องลือของพระองค์คืออ๋องทมิฬฆ่าคนให้แดดิ้นเช่นผักปลา หากใครทำให้ไม่พึงใจขึ้นมา ฉับเดียวเท่านั้น เลือดสาดเลยนะ”

“ยังจะพูดมาก! ปากกล้าเช่นนี้ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย”

“โอ๊ย!”

เสียงโต้เถียงและทุบตีด่าทอนั้นทำเอานางคณิกาคนอื่นๆ หัวเราะคิก แล้วช่วยกันแย้งว่า

“ชายอัปลักษณ์แต่ร่ำรวยสูงศักดิ์ไม่ดีที่ใด?”

เย่เสียเถียงเสียงสูง “โอ้! แต่เขาโหดมากนะ”

ตามด้วยเสียงถูกตีแขนดังเพียะ

“โอ๊ย! ท่านแม่!”

กิริยาเปิดเผยไร้ความสุขุมเช่นนั้นพาบรรยากาศคุกรุ่นอึมครึมเมื่อครู่ให้กลายเป็นสดใสชื่นมื่นอย่างแปลกประหลาด ทว่าน่าสนใจอย่างมากในความรู้สึกของลี่เซียน

นางมองทุกสิ่งรอบกายอย่างสงสัย ไม่เข้าใจอันใด

[1] ยามอิ่วสี่เค่อ คือเวลา 18.00 น.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่24แม่นางชุดแดง 1

    หลังจากสั่งการให้เหล่าทหารเร่งมือปัดกวาดสิ่งอัปมงคลของพวกมือสังหารจนเหี้ยนเตียน เหลือเพียงส่งศีรษะอาบโลหิตไปให้จักรพรรดิจ้าวถังไห่เฉิงพาร่างสูงเดินนำหน้าเว่ยฉีเข้ามายังเรือนส่วนตัวเพื่อตรวจตราห้องหับว่าลูกน้องจัดการเรียบร้อยดีหรือไม่ อ๋องหนุ่มเป็นบุรุษรักสะอาด ทั้งเย่อหยิ่งถือตัว แม้มิได้ชมชอบชีวิตหรูหราอันใด หากแต่บนความเรียบง่ายนั้นกลับต้องเต็มไปด้วยความประณีตเรียบร้อยอย่าว่าแต่คราบเลือดของนักฆ่าที่เปรอะเปื้อนเลย กระทั่งเส้นผมของผู้อื่นก็อย่าได้ปรากฏให้เห็นในเรือนส่วนตัวของเขาหลังจากโบกมือเบาๆ ให้พลทหารที่ยืนรายรอบออกไปจนหมด ถังไห่เฉิงก็เดินไปนั่งยังโต๊ะกลมริมหน้าต่างด้วยกิริยาเรียบเรื่อย สีหน้าเรียบเฉย โดยมีเว่ยฉีเข้ามาดูแลรินน้ำชาส่งให้“นั่งลง”“พ่ะย่ะค่ะ”เนื่องจากเป็นทั้งเจ้านายและสหายคนสนิท อ๋องหนุ่มกับแม่ทัพหนุ่มมักจะหาเวลาพูดคุยนอกเหนือเรื่องภารกิจการรบหรือกลยุทธ์การศึกเสมอเว่ยฉีย่อมรู้ใจว่ายามนี้นายเหนือหัวต้องการทราบสิ่งใด เขาจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอย่างรู้หน้าที่“มารดาของเย่เสียกับมารดาของกระหม่อมรักใคร่กันดุจพี่น้อง มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นหลายปี ตัวเย่เสียเองก็ไว้ใจ

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่23ปรนนิบัติ 2

    เย่เสียยังคงตั้งอกตั้งใจชี้แนะด้วยน้ำเสียงเครียดเคร่งอย่างต่อเนื่องว่า“ลี่เซียนเอ๋ยลี่เซียน ต่อแต่นี้และตลอดไป ตัวของเจ้าได้มีบุรุษผู้เป็นเจ้าของทั้งกายใจแล้ว คือรุ่ยอ๋องถังไห่เฉิง ส่วนผู้เป็นเจ้าของตัวข้าก็คือเจ้า” เย่เสียมองสบตากลมโตวาวใสราวกระต่ายน้อยพลัดถิ่นของลี่เซียนแล้วเอ่ยเน้นคำอีกครา“จำไว้ เจ้าอยู่ข้ารอด เจ้าตายข้าม้วย เข้าใจไหม?”ลี่เซียนกะพริบตารับฟังนิ่งๆ เริ่มเข้าใจได้ไม่ยากเย็น หญิงสาวอมยิ้มน่าเอ็นดูกล่าวเสียงนุ่มหวานว่า “หากข้าใช้ชีวิตที่นี่ได้ดีและอยู่รอดปลอดภัย พี่เย่เสียย่อมมีความสุขกายสบายใจไร้กังวล ไม่ต้องทนให้ท่านแม่ในหอคณิกาตบตีอีก”ถ้อยวาจาใสซื่อนี้ทำผู้ฟังถึงขั้นน้ำตาซึม “อืม...ถูกต้อง”เย่เสียหยิบผ้าชั้นนอกสวมใส่ให้แม่นางน้อยพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แต่ว่าท่านอ๋องรูปงามมากเหลือเกิน เจ้าเป็นสตรีของพระองค์ย่อมลำบากไม่มากก็น้อย การรักษาความโปรดปรานยิ่งมีอุปสรรคสาหัสหนักหนา”เย่เสียมัดสายผูกเอวให้ลี่เซียน แล้วจับอีกฝ่ายให้นั่งลงบนเตียงนอนก่อนช่วยสางผมดำขลับเงางามดุจม่านหมึกสายไหม ถักเปียเล็ก ๆ ขดรอบมวยที่ม้วนขึ้น ปักปิ่นดอกพลับพลึงสีแดง ปล่อยผมสยาย

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่23ปรนนิบัติ 1

    เบื้องหน้าของทั้งสองคืออ๋องหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงเข้มกำลังนั่งจิบชาด้วยกิริยาเนิบนาบฉาบทับความสูงศักดิ์เลิศล้ำ ในมือถือตำราเล่มหนาที่เปิดอ่านไปแล้วหลายหน้า บ่งบอกได้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นมานานมากแล้วมิได้ออกไปหาสิ่งของให้ผู้ใดทั้งสิ้นถังไห่เฉิงเงยหน้าคมคายจากตำรา ถามเสียงขรึม“มีอะไร?”เว่ยฉีเหลือบตามองเย่เสียแวบหนึ่ง กำลังจะเอ่ยคำรายงานที่ตระเตรียมมากับคนงามหมายช่วยสหายของอีกฝ่าย กลับได้ยินเสียงเย็นเยียบจากนายเหนือหัวเอ่ยตัดบทว่า“ช่างเถอะ! เจ้าไปเบิกทองจากบัญชีส่วนกลางในนามข้า เพื่อนำไปมอบให้หอเหินหย่า แจ้งว่าขอไถ่ตัวคน นามลี่เซียน”เว่ยฉีมองรุ่ยอ๋องอย่างไม่เข้าใจนัก เป็นเย่เสียที่ความคิดฉับไวกว่า นางยื่นหน้าออกจากแผ่นหลังกว้าง ถามเสียงสั่นว่า“ท่านอ๋อง ลี่เซียนแม้ไม่รู้ความ แต่นางมิใช่คนร้ายแน่ๆ ขอพระองค์ทรงเมตตา อย่าไถ่ถอนนางมาลงทัณฑ์เลยนะเพคะ”แม่ทัพหนุ่มพลันเบิกตา คิดอยากตีสตรีขวัญเทียมฟ้าเหลือเกิน กล้าเอ่ยวาจาห้ามมัจจุราชมิให้โหดเหี้ยมได้อย่างไร?เย่เสียย่อมเข้าใจความนัยแห่งแววตาเขา นางรีบหดหัวมุดเข้าแผ่นหลังหุบปากเงียบ ยืนตัวสั่นต่อไปทว่าเพียงครู่พลันโผล่หัวออกม

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่22นอนนิ่งๆ

    ฝ่ายสตรีนอนนิ่งไม่ขยับ มอบอิสระแก่เรียวนิ้วแกร่งได้นวดคลึงเต็มที่ ความรู้สึกอึดอัดในอกและเจ็บแปลบในกระดูกค่อยๆ สลายหายไปเพราะฝ่ามือเขา เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นแสนสบายร่างกายน้ำเสียงเปี่ยมอำนาจกระซิบข้างหู “ข้าถามเจ้าอยู่”ลี่เซียนพลันขนลุกชูชัน ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นวาบผ่านแวบหนึ่ง คล้ายสายฟ้าฟาดใส่ ให้รู้สึกแปลบปลาบจักจี้ นางตอบกลับอู้อี้ น้ำเสียงเจือความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง“เพราะข้าทำผิดมหันต์”“เจ้าทำผิดอะไร?”หญิงสาวเอียงหน้าน้อย ๆ ใช้ดวงตาใสสะอาดคลอเคล้าด้วยหยดน้ำฉ่ำหวานจ้องนิ่งที่ดวงตาคมกล้า“ข้าเป็นต้นเหตุให้พวกเขาต้องตาย”ถังไห่เฉิงเลิกคิ้ว “หมายถึงนักฆ่า?”คนงามพยักหน้าหงึกหงักตอบรับตาใส “อืม...”“เจ้ากับนักฆ่าเป็นพวกเดียวกันหรือไร?”ลี่เซียนส่ายหน้าปฏิเสธ ทำท่าจะร้องไห้อีกแล้วชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงจับพลิกร่างบางให้นอนหงาย เนตรมังกรดำจัดจ้องลึกที่ดวงตานาง“ห้ามร้อง!”หญิงสาวพลันยู่หน้ากลั้นน้ำตาบ่นอุบอิบ“ท่านไม่ควรสั่งฆ่าทุกคนเยี่ยงนั้น สวรรค์เบื้องบนคงลงบัญชีอาญา นรกเบื้องล่างย่อมรอลงทัณฑ์ท่านแล้ว”ชายหนุ่มตะลึงวูบ ม่านตาหรี่แคบ เขาแค่นเสียงเย็น“หากมิใช่ฝ่า

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่21สุภาพสง่างาม 2

    ท่ามกลางเสียงครวญครางโหยหวนของผู้คุมที่ถูกตัดเอ็นสะบั้นความเป็นชาย ถังไห่เฉิงยังคงใจเย็น เขาเอื้อมมือขึ้นจับศีรษะของลี่เซียนให้ฝังเข้าไปในกล้ามเนื้อหน้าอก หมายให้นางหยุดปาก พลางพึมพำเสียงเครียดว่า “เจ้าช่างเปรียบเปรย...”หญิงสาวสะอื้น ตอบกลับว่า “ข้าใคร่ศึกษาเพียงของท่าน ไม่ปรารถนาเห็นของใครทั้งนั้น”บุรุษแค่นเสียงเย็น ยังรู้สึกไม่ยินยอม “มันสุภาพหรือ?”ลี่เซียนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับหนักแน่น“อืม...สงบนิ่งยิ่ง”“...”ถังไห่เฉิงกัดฟันกรอด น้ำเสียงขรึมจัด “หากมันตื่นผงาดรับรองว่าเจ้าไม่พูดเช่นนี้แน่ มันทั้งทรงพลังและดุดันหาใดเปรียบ”นางพลิกใบหน้าเบาๆ กับแผงอกเขา พลันนึกถึงประโยคสั่งเสียของมารดาที่ฝากฝังผ่านนักพรตในอารามสตรีไร้เดียงสาคือพิษร้าย วาจาบุรุษเชื่อมิได้ลี่เซียนล้วนประจักษ์ ‘วาจาบุรุษย่อมหลอกลวง’นางจึงชำเลืองมองเอวบุรุษก่อนไล่สายตาช้อนมองตั้งแต่เบื้องล่างขึ้นด้านบน จากหน้าท้องตึงแน่นผ่านแผงอกหนาจนถึงปลายคางคมสัน มองเขาอย่างจริงจังด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่าไม่เชื่อสักนิด ไยโกหกกัน?เรียวคิ้วคมของบุรุษกระตุกวูบ เมื่อก้มมองแววตานางนับเป็นครั้งแรกในชีวิตของรุ่ยอ๋องแห่งต้าถังที่ค

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนที่21สุภาพสง่างาม 1

    เสียงสะอื้นไห้ยังคงดังเป็นระลอกอย่างต่อเนื่องน้ำเสียงเช่นนั้นถังไห่เฉิงล้วนจำได้ ทั้งยังจับทิศทางได้แม่นยำ ไม่รอให้ใครนำทาง ชายหนุ่มก็พุ่งกายเข้าไปแล้วจังหวะเดียวกันพลันได้ยินเสียงแหบต่ำของบุรุษครางลั่น“อ๊าก!”ตามด้วยเสียงดรุณีพร่ำคำละล่ำละลัก “ข้าขอโทษ...”“เจ้า...เจ้า...”“ข้ามิได้ตั้งใจนะ”“อั่ก”เสียงตุ้บดังขึ้นคราหนึ่งแม้ไม่ดังมาก แต่ก็พอฟังออกว่าเป็นเสียงของคนตัวใหญ่ล้มลงกระแทกพื้นด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสกำแพงหินของห้องขังปริแตกจนช่องลมขยายใหญ่ขึ้น ยังผลให้แสงจากโคมไฟด้านนอกอีกฝั่งสาดส่องเข้ามากระทั่งแปรเปลี่ยนความสลัวรางภายในให้กลายเป็นสว่างจ้าถังไห่เฉิงพุ่งกายปราดเปรียว พริบตาเดียวก็เข้ามาถึงหน้าห้องขังที่เป็นกรงเหล็กด้านในสุด ทันได้เห็นผู้คุมร่างกำยำกำลังนอนดิ้นพล่าน สองตาแดงก่ำดุจโลหิต ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด สองมือกุมท้องน้อยไว้แน่น เลือดไหลนองเต็มเป้ากางเกงชั้นในข้างกายเขาคือท่อนเอ็นสีแดงฉาน ความเป็นชายถูกสะบั้นตัดขาดจนสิ้นส่วนสตรีนามลี่เซียนผู้ถูกพันธนการด้วยเชือกรอบลำตัวและโซ่เหล็กรัดข้อมือไพล่หลังกลับลอยอยู่กลางอากาศเรือนผมดำขลับยุ่งเหยิงแผ่สยาย ปลายเท้าคู

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status