Share

ตอนที่7ผู้มีพระคุณ1

Auteur: LiHong
last update Dernière mise à jour: 2025-12-30 18:12:09

ชายแดนด่านเทียนเหมิน

รถม้าของสาวงามกลุ่มหนึ่งเดินทางผ่านหน้าค่ายทหารเทียนเหมินตั้งแต่รุ่งสาง เสียงล้อบดถนนดินดำแว่วดังไม่ขาดสาย

สาวงามนางหนึ่งในรถม้าคันท้ายขบวนสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งตรงพุ่มไม้ริมชายป่า จึงสั่งสารถีให้หยุดก่อน เมื่อม้าหยุดฝีเท้า นางจึงพาเรือนร่างอ้อนแอ้นลงมาเพื่อมองสิ่งนั้นใกล้ๆ

สิ่งที่นางเห็นคือดรุณีน้อยผู้หนึ่งกำลังนอนสลบไสลอยู่หลังพุ่มไม้ อายุราวสิบหกปี ดวงหน้าเรียวเล็กงดงามเป็นเอก รูปร่างสมส่วนดูดี มีผิวพรรณเนียนละเอียดสีขาวราวหยกพิสุทธิ์ ประหนึ่งสามารถสะท้อนแสงได้

อาภรณ์ที่สวมใส่เป็นผ้าแบบโบราณสีขาวพิสุทธิ์ทั้งตัว  รัดรึงแนบเนื้อ ปิดแค่เนินอกอวบตึง เผยหน้าท้องแบนราบ                ช่วงเอวกลมกลึง กระโปรงสั้นคลุมแค่เข่าเผยเรียวขาเสลาขาวผ่อง ปลายเท้าเปลือยเปล่า

“พี่เย่เสีย นั่นคือสิ่งใด?”

เสียงแว่วหวานจากสาวงามนางหนึ่งบนรถม้าเอ่ยถามสตรีผู้ลงมาด้านล่างหลังพุ่มไม้

เย่เสียขมวดคิ้วหรี่ตาเพ่งพินิจการแต่งกายที่ล่อแหลม              ใส่เหมือนมิได้ใส่ของแม่นางน้อยเนิ่นนาน พลางใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ปลายจมูกอีกฝ่ายเพื่อสำรวจลมหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยสุ้มเสียงมั่นใจว่า

“เป็นสาวงามผู้หนึ่ง ดูจากการแต่งกาย ข้าคิดว่าคงเป็นคนของหอคณิกาอิงฮวาคู่แข่งของพวกเราปะไร”

หญิงสาวนิ่งคิดนัยน์ตาแวววาวแล้วกล่าวต่อด้วยสีหน้าคล้ายผู้ทรงภูมิหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง

“ได้ข่าวว่าดาวเด่นคนใหม่เขี่ยราชินีบุปผางามคนเก่าออกจากตารางงานหอ กระทั่งดาวเด่นผู้นั้นถูกนางคณิกาคนเก่ารุมริษยาอย่างรุนแรงจนถูกกลั่นแกล้งสารพัด ท้ายที่สุดถูกขับไล่ออกมาอย่างไร้เยื่อใย ต้องใช่แน่ๆ”

“โอว...” สาวงามนางหนึ่งยกมือกุมอกอุทานเสียงหวาน  “เช่นนั้นพี่สาวรีบช่วยนางเถิด น่าสงสารเหลือเกิน”

ค่ายทหารชายแดนด่านเทียนเหมิน

เรือนพักแต่ละหลังยกโคมขึ้นสูง พื้นที่ราบฝั่งตะวันออกยังมีคบไฟส่องสว่างให้ทุกกระโจมที่ตั้งเรียงราย

ทหารหลายนายที่มิได้รับบาดเจ็บมากมายอันใดต่างพากันล้อมวงรอบกองไฟเพื่อร่ำสุรา ยังมีหลายคนที่หาความสำราญยามค่ำคืน

แน่นอนว่าสิ่งที่เรียกว่าความสำราญสำหรับชายชาญ ย่อมไม่พ้นอิสตรี

ค่ายหน้าด่านชายแดนเกือบทุกค่ายมักจะมีหญิงนางโลมประจำค่ายเสมอ เพราะพวกทหารที่เป็นบุรุษย่อมมีอารมณ์กำหนัดตามธรรมชาติยากระงับ

ยามออกศึกต้องห่างบ้านไกลภรรยา ทว่าความต้องการยังคงมีไม่ลดทอน หากไม่ปลดปล่อยออกเสียบ้างได้อึดอัดตายกันพอดี หรือหากไปยุ่งกับทหารหญิงซึ่งนับว่าผิดกฎมหันต์ เสี่ยงต่อโทษทัณฑ์ที่ไม่คุ้มค่าเช่นนั้น พวกเขาไม่เสี่ยงอยู่แล้ว

เช่นนี้ที่เรือนฝั่งประจิมของค่ายทหารจึงมีหญิงสาวถูกเรียกตัวจากหอคณิกาเลื่องชื่อมารอปรนนิบัติตั้งแต่สามวันที่แล้ว                                  

ก่อนขบวนทหารจะเข้ามาพำนักเสียอีก

วันนี้ทุกนางจึงวุ่นวายกับการแต่งกายพรมน้ำมันหอมกันตั้งแต่สายัณห์ พลบค่ำยามอิ่วสี่เค่อ[1] พวกนางก็พร้อมถูกเรียกตัวกันทุกคนแล้ว

ทว่าหนึ่งในจำนวนแม่นางเหล่านั้นกลับมีดรุณีน้อยผู้หนึ่งกำลังยืนนิ่งๆ ด้วยท่าทีอึ้งงัน ทั้งสับสนคล้ายไม่เข้าใจในชีวิต

นางยืนกะพริบตาปริบๆ เอียงหน้าน้อยๆ งุนงงมาก

คณิกาผู้หนึ่งเห็นท่าทางทึ่มทื่อเยี่ยงนั้นพลันเดินเข้าหาพลางเหยียดริมฝีปากสีแดงชาดทำเสียงจิจ๊ะอย่างนึกขัดเคือง ก่อนเรียกนามเสียงดัง

“ลี่เซียน!”

เจ้าของนามมิได้สะดุ้งหรือตกใจอันใด เพียงมองผู้เรียกขานนิ่งๆ เห็นอีกฝ่ายยืนเท้าสะเอวขยับปากสีแดงจัดพร่ำบ่นอีกว่า

“เจ้านี่นะ สมองต้องทึบมากเป็นแน่ ถึงได้ถูกไล่ออกมาจากที่เก่า”

นางกล่าวด้วยสีหน้ายับย่นยุ่งยากใจ พลางล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบตำราผสานหยินหยางออกมายื่นส่งให้

“เอาไปเลย ข้ายกให้เจ้า”

เจ้าของตำรามีนามว่าเย่เสีย สายตาที่มองตำราบ่งบอกว่าเสียดายเหลือเกิน แต่ยังคงตัดใจส่งให้อีกฝ่ายแล้ว

“หาซื้อยากมาก ข้ารักที่สุดด้วยนะเล่มนี้ เฮ้อ!”

ตำรานี้มีภาพวาดร่วมรักระหว่างชายหญิงและเคล็ดลับเอาใจบุรุษมากมายร้อยกระบวนท่า

ลี่เซียนรับเอาไว้ หาได้ปฏิเสธอันใดไม่

เย่เสียยังคงชี้แนะอย่างเคร่งเครียด “ข้าช่วยได้เท่านี้ล่ะ ท่าทางโง่เขลาเบาปัญหาเช่นเจ้า หากอยากอยู่รอดและมีชีวิตที่ดี จงทำตนเองให้เป็นที่โปรดปรานให้ได้ จำไว้”

กล่าวจบก็เดินกรีดกรายจากไป ทิ้งไว้เพียงแม่นางน้อยให้ยืนเบื้อใบ้เช่นเดิม

ผ่านไปชั่วครู่  ลี่เซียนจึงเปิดตำราทีละหน้า กวาดสายตามองแค่ปราดเดียวก็จำได้จนหมดทั้งเล่ม แจ่มกระจ่างทุกท่วงท่า ก่อนจะเก็บเข้าแขนเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า

เพราะนางสังเกตได้ว่าสตรีนามเย่เสียให้ความสำคัญกับตำราเล่มนี้มาก ย่อมมีค่าควรเมืองแน่นอน

ยามนี้เด็กสาวได้ยินเสียงของทหารผู้หนึ่งเข้ามาสั่งการไม่กี่ประโยคก็จากไป เหล่าคณิกาจึงพากันมอบหมายงานว่าใครจักรับหน้าที่ไปปรนนิบัติบุรุษส่วนใดของค่ายทหาร

ได้ยินเย่เสียโวยวายอย่างไม่ยินยอมว่า “ไอ่หย๋า! จะให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติท่านอ๋องหรือ?”

นางส่ายหน้าไปมา กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“เดิมทีข้าก็มั่นใจในเสน่ห์ของตนอยู่หรอก แต่เมื่อเช้า               ข้าแอบเห็นท่านอ๋องแวบหนึ่ง เขาตัวโตสูงใหญ่ ใส่หน้ากากสีดำ ใบหน้าครึ่งซีกที่เผยให้เห็นเฉยชาดุดัน แววตามืดดำแฝงความอำมหิตโหดร้าย ท่าทางน่ากลัวมาก ข้ายังรู้ว่าใบหน้าภายใต้หน้ากาก อัปลักษณ์น่าเกลียดด้วย โอ๊ย! ท่านแม่ ตีข้าทำไมเล่า?”

ผู้ถูกเรียกขานว่า ’ท่านแม่’ เป็นคนคุมหอและดูแลคณิกาทั้งหมด นางถลึงตาใส่เย่เสีย กล่าวตำหนิเสียงแหลม

“เจ้ากำลังหมิ่นเบื้องสูงอยู่นะรู้ตัวหรือไม่? หึ! อัปลักษณ์แล้วอย่างไร? ไยเจ้าขวัญเทียมฟ้านัก!”

เย่เสียเบ้ปาก ลูบเรียวแขนบริเวณที่ถูกตี บ่นอุบอิบ

“แต่รุ่ยอ๋องน่าสะพรึงจริงๆ นะ และปัญหามิใช่หน้าตาอัปลักษณ์แต่เป็นความอำมหิตโฉดชั่วเหมือนปีศาจต่างหาก ฉายาเลื่องลือของพระองค์คืออ๋องทมิฬฆ่าคนให้แดดิ้นเช่นผักปลา หากใครทำให้ไม่พึงใจขึ้นมา ฉับเดียวเท่านั้น เลือดสาดเลยนะ”

“ยังจะพูดมาก! ปากกล้าเช่นนี้ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย”

“โอ๊ย!”

เสียงโต้เถียงและทุบตีด่าทอนั้นทำเอานางคณิกาคนอื่นๆ หัวเราะคิก แล้วช่วยกันแย้งว่า

“ชายอัปลักษณ์แต่ร่ำรวยสูงศักดิ์ไม่ดีที่ใด?”

เย่เสียเถียงเสียงสูง “โอ้! แต่เขาโหดมากนะ”

ตามด้วยเสียงถูกตีแขนดังเพียะ

“โอ๊ย! ท่านแม่!”

กิริยาเปิดเผยไร้ความสุขุมเช่นนั้นพาบรรยากาศคุกรุ่นอึมครึมเมื่อครู่ให้กลายเป็นสดใสชื่นมื่นอย่างแปลกประหลาด ทว่าน่าสนใจอย่างมากในความรู้สึกของลี่เซียน

นางมองทุกสิ่งรอบกายอย่างสงสัย ไม่เข้าใจอันใด

[1] ยามอิ่วสี่เค่อ คือเวลา 18.00 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 19

    หลิงเจินยังพูดไม่หมด ถังไห่เฉิงพลันสลัดบ่ากว้างออกจากฝ่ามือเหล็กไหลของอู๋จวินได้ในที่สุด บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยแทรกเสียงเข้ม “นางมิใช่อย่างที่เจ้าคิด! และข้าย่อมไม่มีทางถูกใครหลอกลวงโดยง่าย เจ้าอย่าริอาจหาญดูแคลนความสามารถของข้า”“...!?”อ๋องหนุ่มเดินตรงเข้ามาทางหญิงสาวที่เก้าอี้หินอย่างเร็ว สีหน้าของเขาเย็นชา สายตายิ่งดุดัน กระนั้นเขากลับไม่พูดไม่จาต่อจากนั้น เพียงโน้มตัวลงและยื่นมือเรียวยาวให้ลี่เซียนเพราะหากชักช้า ภรรยาของเขาคงได้นอนหลับตรงนี้แน่ ทุกครั้งที่นางฟังนิทาน พลังมหาศาลคล้ายถูกสูบจนสิ้น และนางย่อมต้องได้นอนกลางวันหลังกินอาหารอิ่มก่อนเท่านั้นอ๋องทมิฬผู้เคร่งขรึมเหี้ยมโหดโฉดทุกสมรภูมิผู้นี้เป็นสามีที่ดูแลเอาใจใส่และทะนุถนอมภรรยาหนึ่งเดียวของเขามากเมื่อแม่นางน้อยเหลือบตาเห็นถังไห่เฉิง สองแขนเรียวเล็กก็กางออกโดยสัญชาตญาณชายหนุ่มโอบร่างนุ่มด้วยอ้อมแขนอย่างรักใคร่หวงแหน ให้นางได้ซุกซบแผงอกอุ่นของเขา มองนางถูใบหน้านวลเนียนคลอเคลียไปมาเบาๆ เพื่อหามุมสบาย ฟังเสียงครางหวิวอย่างผ่อนคลายคล้ายลูกแมวน้อยอยู่ครู่หนึ่งจึงปรายตามองหลิงเจินอย่างอำมหิตคาดโทษ แม้อีกฝ่ายจักเป็นสหายตั้งแต่

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 18

    ภายใต้ต้นไม้กฤษณาหอมกรุ่นร่มรื่นเย็นสบายลี่เซียนเห็นอีกฝ่ายจู่ๆ เงียบงัน ก็มิได้เอ่ยคำทำลายความเงียบนั้น เพียงพินิจอีกฝ่ายนิ่งๆ สังเกตจากรูปร่างหน้าตางดงามและผิวพรรณเนียนละเอียดขาวผ่องเปล่งประกาย ดูก็รู้ว่าเชื้อสายคงเป็นสตรีชั้นสูง นางจึงคาดเดาได้ไม่ยาก พลางถามเสียงเนือย“เจ้าเป็นลูกของภรรยาเอกผู้แทรกกลางนางนั้นหรือ?”หลิงเจินยังคงทอดมองเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า หาได้เปล่งวาจาใด แต่นั่นย่อมเพียงพอแล้วสำหรับลี่เซียนหมอหญิงแค่นยิ้มเย็นชา แต่ในใจกลับรู้สึกเป็นมิตรต่อพระชายามากยิ่งขึ้นนางจึงกล่าวต่ออย่างเถรตรงเฉกเช่นสหายที่ดีที่พึงกระทำต่อกัน ไร้ฐานันดรของอีกฝ่ายกางกั้น ปราศจากความห่างเหินแบ่งแยกชนชั้นเหมือนเช่นคราแรก สรรพนามที่เรียกขานยังเปลี่ยนไปเล็กน้อย“สามีมากภรรยานับเป็นเรื่องธรรมดาของชายหญิงทั่วไป ทว่าบุตรของพวกเขามิได้คิดเช่นนั้นกันทุกคน ข้าหนีออกจากบ้านด้วยเงินทองที่แอบเก็บออมเอาไว้ รวมกับที่แอบขโมยท่านแม่มา”“...”ลี่เซียนชะงักพลางมุ่นคิ้ว ขโมย?หลิงเจินปรายตามองลี่เซียนนิ่งๆ ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่หรี่แคบพร้อมคำถามคาดคั้นกับคำว่า ‘ขโมย’นางเหยียดยิ้มหยันแล้วเล่าต่อ “เงิน

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 17

    เมื่อนั่งเคียงกันแล้ว สองตาหลิงเจินเพียงมองไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่อันไกลโพ้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า“หมู่บ้านห่างไกลความเจริญมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเป็นเพียงหมอชาวบ้านธรรมดา ทว่ากลับมีรูปร่างหน้าตาสง่างามโดดเด่น พื้นเพของเขาเป็นเพียงสามัญชนไร้สกุลยิ่งใหญ่ บิดามารดาล้วนตายจากไป ญาติมิตรอพยพย้ายถิ่นฐานจนหมดสิ้น เนื่องจากไม่เคร่งครัดธรรมเนียมปฏิบัติจึงอยู่กินกับภรรยาตั้งแต่อายุยังน้อยโดยมิได้ผ่านการแต่งงานอันใด ยามนั้นพวกเขายังไม่มีฐานะอะไร ต่อมา...ฝ่ายชายมีโอกาสสร้างผลงานความดีความชอบเพราะสามีภรรยาเดินทางเข้าเมืองหลวงและได้รักษาอาการเจ็บป่วยปางตายให้ขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งจนขุนนางผู้นั้นหายดีเป็นปลิดทิ้ง จากนั้น...หมอหนุ่มซึ่งเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงเริ่มมีชื่อเสียง เงินทองไหลมาเทมา กระทั่งมีหน้ามีตาและมีฐานะที่ดี ผู้คนนับถือ มีเกียรติยศสูงส่งตามลำดับ”ยามเอ่ยเรื่องราว หลิงเจินมองเห็นว่าพระชายานิ่งฟังอย่างตั้งใจยิ่ง ท่าทางคงชอบฟังนิทานจริงๆ หญิงสาวจึงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดุจเดิม“สิ่งไม่คาดฝันพลันบังเกิด เมื่อฝ่ายบุรุษมีสตรีมาติดพัน นางผู้นั้นเป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์ตระกูลใหญ่ ปั

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 16

    ประโยคยาวเหยียดนั้นทำถังไห่เฉิงชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจในอกแกร่งวูบไหวอ่อนยวบสองตาคู่คมจ้องมองลี่เซียนอย่างลึกซึ้งสุดจะหยั่ง มีความรักใคร่ท่วมท้นอยู่ในนั้นอย่างไม่ปิดบังในขณะที่หลิงเจินถึงกับก้าวเท้าถอยหลังอย่างตระหนกนี่...นางเคยพูดอะไรไปตอนเมาเหล้าหรือไม่? แย่แล้ว...ลี่เซียนถอนหายใจอย่างคนปลงตก เอ่ยอีกครา “หากเจ้าจะต่อว่าย่อมเป็นข้าที่สมควรถูกกระทำ เพราะข้าเป็นฝ่ายเข้าหาท่านอ๋องแต่แรก ข้าแค่ต้องการปกป้องเขา ไม่คิดแย่งเขาจากใคร หากว่าเจ้ากับเขาเป็นคนรักกันจริงๆ ข้าก็พร้อมจะจากไป...”หญิงสาวเอ่ยไม่ทันจบ หลิงเจินพลันร้องห้าม“พระชายา! ท่านอย่าได้เอ่ยอีกเลยเพคะ”ลี่เซียนกะพริบตาปริบๆ เอียงหน้าน้อยๆ มองหลิงเจินอย่างตกใจเบาๆความเงียบสงัดปกคลุมรอบด้านโดยพลัน บรรยากาศบังเกิดความวังเวงทันทีทั้งลี่เซียนและหลิงเจินต่างมองหน้ากันเงียบเชียบไม่มีใครเอ่ยวาจาใดต่อจากนั้นแม้แต่คำเดียว...หลังผ่านพ้นภาวะกระอักกระอ่วนอันอึดอัดเนิ่นนานหลิงเจินถอนหายใจลึกยาว นึกละอายใจเหลือจะกล่าว ทั้งยังรู้สึกนับถือน้ำใจอีกฝ่ายอย่างยิ่งหลังจากได้พบพานและสนทนาเช่นนี้ หลิงเจินถึงได้รู้ว่าถังไห่

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 15

    ประโยคต่อมาของลี่เซียน ทำหลิงเจินตกใจนักนี่มิใช่การประกาศตัดใจเพื่อยกสามีที่เป็นถึงรุ่ยชินอ๋องให้นางอย่างใจกว้างหรอกหรือไร?สตรีผู้นี้ช่าง....หมอหญิงคนงามไม่อาจหาคำใดมาเอื้อนเอ่ยต่อจากนั้นลี่เซียนผินดวงหน้าพริ้มเพรามาทางหลิงเจิน คลี่ยิ้มน้อยๆ แต่งามล้ำเลิศยิ่ง “เรื่องราวระหว่างเจ้ากับท่านอ๋อง ข้าจะไม่ถามท่านอ๋องให้เสียเวลา เพราะบุรุษยามอยู่ต่อหน้าสตรีแต่ละคนย่อมมีเหตุผลแตกต่างกัน วาจาจะเชื่อได้หรือไม่ ยังยากจะคาดเดายิ่ง ข้าจึงเลือกถามเจ้าตามตรง ทว่า...”น้ำเสียงเย็นฉ่ำให้รู้สึกชุ่มชื่นจับหัวใจ แต่กลับหนาวเหน็บซึมลึกถึงกระดูกไขอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ แม่นางน้อยเว้นระยะวาจาเพียงชั่วครู่ ยังผลให้คนฟังหัวใจกระตุกแทบทะลุออกมานอกทรวงอกฝ่ามือของหลิงเจินเริ่มชื้นเหงื่อ แต่เนื้อตัวกลับเย็นจัด นางเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวรอบด้านของหญิงสาวทั้งสองคือสวนดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งกำลังเบ่งบานล้อแสงตะวัน ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์สดใสมากนัก หากแต่ความรู้สึกของผู้คนกลับมิได้สดใสดั่งที่ควรห่างออกไปไม่ไกลคือกลุ่มผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเย่เสีย อิงอิง ฉ่ายหรง ตงฟาง เสี่ยวเจี๋ย รวมถึงถังไห่เฉิงที่เดิน

  • อ๋องทมิฬ (ภาคต่อของพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ)   ตอนพิเศษ 14

    ทว่าในจังหวะที่อิงอิงกำลังจะขยับปากประกาศกร้าว เป็นเย่เสียที่รีบเดินขึ้นหน้ามาบดบังเอาไว้ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม“แม่นางอิงกับแม่นางหลิงเป็นสตรี พระชายาย่อมต้อนรับพวกท่านเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ”ลี่เซียนเพียงยกยิ้มบางเบาส่งให้ เดินนำหน้าสตรีทุกคนไปด้วยกิริยาแช่มช้า สีหน้าปกติ มิรู้ได้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่เมื่อเย่เสียเปิดฉาก ฉ่ายหรงจึงเปิดตาม“พระชายาได้เตรียมบุปผาบานสะพรั่งเอาไว้ให้พวกท่านได้ชมและน้ำชาชั้นเลิศให้ได้ชิม ทางนั้นเจ้าค่ะ”กล่าวพลางผายฝ่ามือเชื้อเชิญให้หันหน้าเดินไปอีกฝั่ง เป็นการส่งสัญญาณให้เสี่ยวเจี๋ยและตงฟางรีบเข้ามาจับประคองอิงอิงกับหลิงเจินแล้วพาเดินไปทันทีทุกอย่างทั้งรวดเร็วและรวบรัด คนสนิททั้งสี่ของลี่เซียนล้วนไม่ธรรมดาในศาลาจึงเหลือเพียงแขกเหรื่อฝ่ายบุรุษคล้อยหลังขบวนเสด็จของพระชายาผู้งดงาม ถังไห่เฉิงจึงร่วมดื่มชากับอู๋จวิน เว่ยฉี และหวังหย่ง โดยมีเมิ่งหรูคอยดูแลปรนนิบัติรินน้ำชาให้เช่นเดิมบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างสหายดำเนินไปครู่ใหญ่ เป็นเมิ่งหรูที่เริ่มทนไม่ไหว นางลอบกะพริบตาส่งสัญญาณบางอย่างให้หวังหย่งไปหนึ่งครา เพื่อให้สามีถือโอกาสฟ้องร้องท่านอ๋องเรื่องที่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status