Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-01-01 20:43:30

เมื่อถึงบ้าน ไป๋หลานให้หลงฉีก่อไฟในเตาดินที่นางเพิ่งก่อเองได้ไม่นาน วันนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้สักที นางเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์จีน พบว่าคนสมัยก่อนใช้เตาไฟจากการก่อด้วยดินเหนียวขึ้นมา นางจึงเสริมความแข็งแรงด้วยไม้ไผ่ดัดแล้วใช้เถาวัลย์ผูกให้แน่นเป็นโครงก่อน จากนั้นนำดินเหนียวสีเหลืองผสมกับแกลบและใบไผ่นวดผสมน้ำ จากนั้นก็เอามาก่อตามโครงทั้งด้านนอกด้านใน

นางทำอยู่สองวันก็ได้เตาที่ใหญ่และสวยงามมีช่องให้วางหม้อถึงสองช่อง สามารถต้มน้ำหรือทำอาหารพร้อมกันได้และจะได้ไม่เปลืองไฟ ท่านแม่ทิ้งเครื่องครัวไว้พร้อมสรรพ นางจึงไม่ต้องซื้อหาใหม่ เพียงแต่ใช้ของเก่าที่มีอย่างถนอมเท่านั้น

ไป๋หลานยกคนเจ็บขึ้นบนแคร่อย่างง่ายดาย ทำเอาเยียนอ๋องอดทึ่งในพละกำลังของเด็กอย่างนาง เขาถูกแก้มัดแล้ว และลูกธนูยังไม่ถูกชักออก ทำให้เขายิ่งร้อนใจ

“ช่วยข้าอีกหน่อย ลูกธนูนั่น...”

“ไม่ต้องรีบร้อน ข้าต้องผ่ามันออก หากชักออกทำให้เป็นแผลฉกรรจ์” คนที่ทำสารพัดลูกดอกอย่างนางเป็นมีหรือจะไม่รู้จักลูกธนูอันนี้ คนรีบร้อนดึงก็เท่ากับหาเรื่องเจ็บตัว

นางเข้าไปในครัวจากนั้นต้มน้ำให้เดือด ก่อนจะสั่ง หลงฉีให้จัดการปอกเปลือกหน่อไม้

“หลงฉี ปอกให้หมดเลยนะ ข้าจะต้มให้เจ้ากินยันพรุ่งนี้เลย”

“ขอรับพี่ไป๋หลาน” หลงฉีเป็นเด็กดีเชื่อฟังคำพี่สาวข้างบ้านอย่างดี เขาปอกเปลือกหน่อไม้อย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนไป๋หลานนั้นต้มน้ำร้อนใส่ถังเอาไว้หนึ่งถังแล้วก็ต้มน้ำลวกกระดูกที่นางหั่นแล้วไล่ความคาว จากนั้นก็ต้มน้ำใส่กระดูกที่ลวกลงไป ใส่เกลือตุ๋นเอาไว้ก่อน จากนั้นมาจัดการคนด้านนอก

นางชักมีดปลายแหลมที่ให้ช่างตีเหล็กทำให้และลับจนแหลมคม กับยกตะเกียงน้ำมันมาจุด เอามีดรนไฟฆ่าเชื้อ จากนั้นก็จะเริ่มผ่า

“ข้าไม่มียาชา เจ้ากัดเจ้านี่อดทนหน่อยแล้วกัน” นางไม่เก่งการแพทย์ แต่ก็พอรู้ว่าจะเอาธนูออกยังไงไม่ให้มันเกิดแผลที่รักษายาก

เยียนอ๋องเข้าใจดีนางหมายถึงอะไร เขาเป็นคนที่อดทนเก่ง ดังนั้นเรื่องแค่นี้เขาย่อมอดทนได้ และรับผ้าจากนางมาใส่ปาก

เมื่อนางเริ่มเอามีดกรีด จากนั้นเขาก็เกร็งกล้ามเนื้อทันที แต่ทว่าปลายมีดที่กรีดลงมาทำให้เขาเจ็บปวดแทบขาดใจ แต่ก็อดทนไม่ร้องออกมา เมื่อนางดึงธนูออกแล้วเขาถึงกับสลบลงไป

ไป๋หลานเอาผ้ากดห้ามเลือดแล้วก็มองสีหน้าคนที่ช่วยเหลือ พบว่าเขาไม่มีสติแล้วจึงทำแผลเขาได้ง่ายหน่อย

นางเก็บสมุนไพรข้างบ้านจากที่ได้รับการเล่าจากปากท่านลุงหลงซ่ง สมุนไพรชนิดใดรักษาบาดแผลได้ นางก็นำมาปลูกเอาไว้ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้

“พี่ไป๋หลานเสร็จแล้วขอรับ”

เมื่อนางกำลังทำแผลเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ หลงฉีก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่าเขาปอกหน่อไม้เสร็จแล้ว นางจึงพยักหน้าให้ จากนั้นก็ทิ้งเขาไว้ตรงแคร่หน้าบ้าน แล้วเข้าครัวไปหุงข้าวกับต้มหน่อไม้ให้สุก

ไป๋หลานอยู่ที่นี่มาสามปีแล้วหลังจากเกิดใหม่ เริ่มแรกนางหุงข้าวไม่เป็น ลองผิดลองถูกอยู่นาน จากนั้นก็หุงเป็นและอร่อยอีกด้วย อีกเตานางใช้ต้มหน่อไม้ให้สุกเพราะกระดูกหมูก็ตุ๋นไปแล้ว เพียงเอาหน่อไม้ต้มสุกใส่ปล่อยให้น้ำเดือดอีกรอบก็อร่อยใช้ได้

เครื่องปรุงของนางมีพร้อม เพราะท่านลุงหลงซ่งซื้อมาฝากทุกครั้งที่ไปขายเนื้อสัตว์ในเมือง ดังนั้นอาหารของนางจึงอร่อยล้ำเลิศที่สุด สังเกตจากคนชิมอย่างหลงฉีตัวอวบอ้วนของนาง

กลิ่นหอมของข้าวสุกใหม่กับกลิ่นเนื้อหมูตุ๋นลอยขึ้นไปบนอากาศ ชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านของไป๋หลานยกจมูกขึ้นสูดดม พร้อมกับพูดคุยว่าพรานหลงซ่งเอาเนื้อมาฝากแม่หนูน้อยอีกแล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกท้องร้องจริง ๆ

“พี่ไป๋หลานหอมมากเลยขอรับ” หลงฉีเฝ้าอย่างใจจดใจจ่อเพื่อจะรอกินอาหารจากฝีมือพี่ไป๋หลาน เขาได้กลิ่นหอมต้มกระดูก กับข้าวสวยทำให้ท้องร้องออกมาน่าเกลียด

โครกZzzzz

เสียงนั้นสร้างความขบขันให้กับไป๋หลานอย่างยิ่ง นางจึงสั่งเจ้าหนูน้อยให้ไปเตรียมตัวกินข้าว

“หลงฉีไปอาบน้ำให้สะอาดเดี๋ยวมากินข้าว”

หลงฉีรีบวิ่งหายวับเข้าไปที่ห้องอาบน้ำด้านหลังบ้านทันที เพราะเขามาค้างที่นี่บ่อยจึงมีเสื้อผ้าอยู่ที่บ้านพี่ไป๋หลานสองชุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าร้อนไม่ต้องต้มน้ำอาบ เขาจึงอาบได้อย่างสบาย โดยใช้สบู่ที่พี่ไป๋หลานเป็นคนคิดทำขึ้นมาถูตัว

ไป๋หลานรู้ว่ามาอยู่ที่นี่ลำบาก นางจึงใช้ความรู้ที่มีจากโลกเดิมมาทำเครื่องอำนวยความสะดวกให้ตนเอง ตอนนางเรียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ดังนั้นคนสมัยก่อนใช้ไขมันสัตว์กับขี้เถ้าผสมกันทำให้เกิดเป็นสบู่ นางจึงทำขึ้นมาและพบว่ามันใช้ได้ดี และซักเสื้อผ้าสะอาดด้วย

และหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ นำพวกไม้หอมน้ำมันจากดอกไม้ป่าที่มีกลิ่นผสมลงไป เกิดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ติดตัว และหลงฉีชอบมาอาบน้ำบ้านนางเพราะกลิ่นกายเขาหอมฉุยนั่นเอง

หลังจากหลงฉีอาบน้ำเสร็จแล้ว ไป๋หลานก็ทำอาหารเสร็จพอดี นางจึงให้หลงฉีจัดโต๊ะรอนาง เพราะนางก็จะไปอาบน้ำเช่นกัน

หลงฉีนั้นดีอกดีใจที่จะได้กินต้มกระดูกหมูกับหน่อไม้หวาน ๆ จึงใช้ถ้วยใหญ่ตักให้พี่ไป๋หลานและตนเองคนละถ้วย จากนั้นตักข้าว เขาเหลือบตามองไปยังแคร่หน้าบ้าน เห็นคนที่พวกเขาช่วยกลับมานอนนิ่งไม่ไหวติง พลันในใจหลงฉีนึกสงสารจึงตักข้าวเพิ่มอีกถ้วย

เมื่อตักทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็เอามาตั้งโต๊ะรอพี่ไป๋หลานอาบน้ำจะได้กินพร้อมกัน เขาไม่ยอมกินก่อนเพราะอยากกินพร้อมกับพี่สาว

รอเพียงไม่นานไป๋หลานก็อาบน้ำออกมา จากนั้นเมื่อเห็นถ้วยข้าวสามถ้วยก็อมยิ้ม

‘เจ้าเด็กปากแข็งนี่ก็ห่วงคนอื่นเป็น’

นางคิดในใจเพราะเจ้านี่ร้อยไม่แบ่งพันก็ไม่แบ่งกระดูกหมูของเขา แต่ตักข้าวให้เจ้าคนแปลกหน้านั่นแล้ว

“นั่งขอรับ” หลงฉีลากเก้าอี้ตัวเล็กให้พี่ไป๋หลานส่วนเขานั่งฝั่งตรงข้าม เพราะเป็นบ้านหลังเล็ก จึงนั่งกินข้าวในโต๊ะที่ไม่สูงนัก กับม้านั่งพอดีตัวของพวกเขา

“นั่นจะแบ่งให้เจ้านั่นรึ” ไป๋หลานชี้ไปที่ถ้วยข้าวอีกถ้วย แต่ทว่าไร้ถ้วยต้มหน่อไม้

“ข้าก็ไม่อยากแบ่ง เห็นแก่ที่เขาเจ็บจะให้กินข้าวกับน้ำต้มก็แล้วกัน และให้หน่อไม้กับกระดูกหมูแค่ชิ้นเดียว”

ไป๋หลานถึงกับหัวเราะเจ้าอ้วนหลงฉี ขี้งกจริง ๆ แม้ว่าต้มหน่อไม้เขากินยันถึงพรุ่งนี้ก็ยังแบ่งให้คนอื่นนิดหน่อย แต่เอาเถอะคนยุคนี้ไม่ได้มีของกินดี ๆ มาก แบ่งมากแบ่งน้อยก็แบ่งให้

หลงฉีตักต้มกระดูกเข้าปากคำแรกเขาก็พริ้มตาหลับเคี้ยวหมูชิ้นใหญ่ซึมซับความอร่อย จนรู้สึกไม่อยากกลืนเพราะมันอร่อยเหลือเกิน

ช่วงหลังมานี้ท่านพ่อจับหมูป่าได้เดือนละสามตัวเกือบทุกเดือน เขาจึงได้กินเนื้ออร่อย ๆ อย่างนี้บ่อยกว่าแต่ก่อน ที่ได้กินเนื้อไก่และเนื้อกระต่ายเป็นส่วนมาก

“ดูทำเข้า กินดี ๆ” ไป๋หลานเห็นท่าทางกินของเจ้าหลงฉีแล้วอยากบิดแก้มจริง ๆ ท่าทางดูน่าหมั่นไส้สุด ๆ แต่ก็น่าเอ็นดูอยู่ในที

“ข้าไม่อยากกลืนเลย กว่าจะได้กินอีกครั้งต้องรออีกหลายวัน”

“รีบกินจะได้ไปป้อนเขาด้วย” ไป๋หลานยกหน้าที่ป้อนข้าวให้เจ้านั่นที่ยังลุกไม่ได้ให้กับหลงฉี แม้เขาจะแบะปากน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ทำให้นางค่อยสบายใจหน่อย

“พอเขาหายแล้วเราจะให้เขากลับไปเลยหรือไม่ขอรับ” หลงฉีถาม

“หากเขาจะกลับก็ย่อมได้ คงต้องรอให้หายดีก่อน” ไป๋หลานดูจากเสื้อผ้าและรัดเกล้าที่หัวของเขาน่าจะเป็นคนมียศศักดิ์ ให้เขาอยู่กับนางไปตลอดคงไม่ได้

“ก็ดีขอรับ ท่านเลี้ยงข้าแค่คนเดียวก็พอแล้ว”

ไป๋หลานส่ายหน้า แต่เอาเถอะเอาไว้เป็นเรื่องหลังจากนี้

หลงฉีกินข้าวไปสามถ้วยกับต้มหน่อไม้อีกสองถ้วย เขานับว่าคิดดีแล้วที่แบ่งข้าวไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นเจ้าคนอวดดีข้างนอกไม่ได้กินแน่นอน

เมื่อเขาล้างถ้วยเสร็จแล้วจึงมาป้อนข้าวเขา และก็ตบแก้มเขาเรียกสติให้ตื่นเสียก่อน

“นี่...ตื่นมากินข้าวก่อน เดี๋ยวก็ตายพอดี” แน่นอนว่าการปลุกของเขาพร้อมคำสาปแช่งได้ผล เพราะเจ้าหน้าหล่อนั่นลืมตาขึ้นพร้อมกับแววตาอาฆาตทันที

“กินข้าวอย่าเอาแต่มอง” หลงฉีใช้ช้อนตักข้าวขึ้นคำเล็ก ๆ กับน้ำต้มกระดูกและหน่อไม้ป้อนเขา โดยมีไป๋หลานนั่งจิบชามองดูอยู่ห่าง ๆ

หลัวอวิ๋นไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องพึ่งเจ้าตัวกระเปี๊ยกนี่เลยให้ตายเถอะ แต่ทว่าจะเรื่องมากก็ไม่ได้ เอาไว้คิดบัญชีตอนที่ตัวเองหายดีก็แล้วกัน

“เป็นยังไงอร่อยหรือไม่ พี่ไป๋หลานของข้าทำอาหารอร่อยที่สุดเชียวล่ะ ข้าน่ะกินข้าวตั้งสามถ้วย กินต้มอีกสองถ้วย” หลงฉียังไม่ทันฟังเจ้าคนแปลกหน้าตอบก็ชมเปาะแล้ว นั่นทำให้ไป๋หลานส่ายหน้า กับความช่างเอาอกเอาใจของเจ้าตัวแสบของนาง

“ไม่มีหมูเลยรึ” หลัวอวิ๋นถามพร้อมขมวดคิ้ว จากเคยกินดีอยู่ดี เนื้อไม่เคยขาดสักมื้อกลับต้องมากินข้าวกับหน่อไม้ต้มที่ไร้เนื้อเลยสักนิดมันทำให้เขาดูน่าสมเพชนัก

หลงฉีทำหน้าไม่พอใจ เขาให้กระดูกหมูเจ้านี่หนึ่งชิ้น ของอร่อยแบบนี้ต้องเก็บไว้กินทีหลังสิ จะเรียกร้องตั้งแต่คำแรกได้อย่างไร ไม่รู้จักเสียดายของ

“เจ้าคนไม่รู้จักของดี ของแบบนั้นจะต้องกินทีหลัง กินเข้าไปก่อน คำสุดท้ายข้าจะตักหมูให้เจ้า”

หลัวอวิ๋นเชื่อเลยเจ้าตัวแสบนี่ขี้งกชะมัด เขาได้ยินว่ามีกระดูกหมู แต่ทว่าเจ้านี่แบ่งให้เขาชิ้นเดียวไม่พอยังจะให้เขากินคำสุดท้าย

หากนี่ไม่เรียกพ่อไก่เหล็กขนสักเส้นไม่ยอมถอน จะให้เรียกคำไหนได้อีก

“ต้มหน่อไม้ของข้านะ เจ้ากินให้มีความสุขหน่อยไม่ได้หรือ กว่าข้าจะได้กินต้มกระดูกนี้ยากเย็นเพียงใดรู้หรือไม่”

หลงฉีป้อนไปก็บ่นไป แต่กลับทำให้ไป๋หลานรู้สึกสนุกสนานอย่างบอกไม่ถูก แต่ขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้นนางกลับได้ยินเสียงสัญญาณเตือนว่ามีคนผ่านมา และนั่นทำให้นางระแวดระวังมากขึ้น เพราะกลางคืนชาวบ้านไม่เข้าป่า

“มีคนตามหาเจ้ารึ” ไป๋หลานกระซิบถามพร้อมกับจับเชือกที่เป็นกลไกป้องกันตัว

“ไม่...ไม่น่าจะใช่ น่าจะตามฆ่า” หลัวอวิ๋นที่สีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยจากตอนแรกที่ซีดเผือด ตอนนี้กลับขรึมและเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าเขายังลุกไม่ขึ้น

“หลงฉีไปเอาผ้ามาคลุมตัวเขาเอาฟางมาทับ”

หลงฉีไม่โอ้เอ้จัดการตามที่พี่ไป๋หลานสั่ง และทำตัวไม่ให้มีพิรุธ แต่ทว่าข้าวคำสุดท้ายนั้นเขารีบจัดการกินเสียก่อน เพราะกระดูกหมูนั้นน่าเสียดาย จนเมื่อเสียงด้านนอกดังขึ้น “มีใครอยู่ในบ้านหรือไม่”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 84

    “องค์หญิงสาม ห้ามให้ผู้ใดเห็นสูตรขนมนี้เด็ดขาด เป็นสูตรลับและทำให้ขนมอร่อยกว่าคนทั่วไป ส่วนวัตถุดิบท่านสั่งซื้อมาได้เลย ข้าจะจัดหาให้ครบส่งไปให้ท่านไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานพูดอย่างมีไมตรี แต่นอกจากขายอาวุธนางยังได้ขายวัตถุดิบทำขนมอีกด้วย ดูอย่างไรก็ได้เปรียบทุกประตู แบบนี้ไม่ขาดดุลการค้าแน่นอน

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 83

    เมื่อมาถึงพวกเขาทำความเคารพแล้วก็นั่งลง แต่หลงฉีเห็นไหเหล้าที่โต๊ะองค์ชายรองมีมากกว่าผู้อื่นไม่พอ ยังหันมองเขายิ้ม ๆ อีกด้วย “นี่ท่าน!” หลงฉีตรากตรำหลายวันกว่าจะได้เหล้าชั้นดีมา แต่องค์ชายรองกลับดื่มคนเดียวขนาดนั้น เหล้าของเขาไม่หมดแล้วหรือ “หลงฉีมาแล้วรึ ขนมนี้อร่อยยิ่งนัก กินกับส

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 82

    ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 81

    “เจ้าใส่ยาในไหเหล้าหรือไม่ เหตุใดยิ่งดื่มก็อยากจะดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันรสหอมหวานดื่มมากควรจะเลี่ยน” หลงฉีคิดไว้แล้วไหเดียวไม่เคยพอ เพราะเขาก็ทดลองแล้วดื่มไม่เมาดื่มได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทำกำไรดีนักเพราะเรียกหาได้บ่อย ๆ “นี่เป็นเหล้าท้อจักรพรรดิทำจากลูกท้อและเกสรดอกท้อตัวผู้ รสชา

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 80

    หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 79

    “สั่งการลงไป ให้เบิกอาหารในคลังไปส่งยังบ้านหลงฉีเอาไว้สำหรับทำทานแจกชาวบ้าน” “เอ่อ...ฝ่าบาทแต่อาหารบ้านจิ้งอันโหวเป็นคนทำนะพ่ะย่ะค่ะ” จูเฟยเอ่ยเตือน เพราะเจ้าหนูน้อยนั้นก็คงจะไปแจกอย่างเดียว “จริงสินะ...เช่นนั้นก็ส่งไปบ้านท่านน้าหรงเถอะ” ขณะสั่งการจูเฟย คนที่เขาคิดถึงอยู่ท

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 48

    อวี๋หรงหน้าซีด แต่กลับเปลี่ยนเป็นยิ้มเมื่อเขาโดนเหล่าสหายทั้งหลายหยอกล้อ พาให้นึกถึงเมื่อตอนสามปีที่นางถูกบังคับแต่งงาน เขาก็สมควรถูกตราหน้าว่าไร้น้ำยา แต่งงานมาสามปีกว่าจะได้ลูกชาย ฮิฮิ! เมื่อภรรยายังหัวเราะเยาะเขา คนเป็นสามีรึจะยอม เขาจึงรวบภรรยาขึ้นแล้วเดินไปที่เตียงนอนก่อนจะจัด

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 33

    เมื่อหนีมาได้ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบกับลูกสาว คนรักเก่ากลับมาทวงรัก สามีใหม่กลับมาทวงคืน แต่กลับต้องท้องกับคนที่ถูกบังคับให้แต่งงาน เรื่องราวมันอีลุงตุงนังมาก จนนางก็ปวดหัวแทนมารดา “ห้ามรบกวนท่านแม่ นางอยากอยู่คนเดียว พวกท่านกินข้าวอิ่มแล้วก็แยกย้ายเถอะ” ไป๋หลานเข้าไปในครัวต้มข้าวข

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 32

    ท่านแม่วิ่งไปอ้วกที่ริมรั้วทำให้ไป๋หลานวิ่งตามไป จากนั้นสองบุรุษที่เป็นทั้งคนรักเก่า และสามีใหม่ก็วิ่งตามมาเช่นกัน “ท่านแม่...ไม่สบายใช่หรือไม่” ไป๋หลานลูบหลังมารดา นางสังเกตมาสักพักแล้วว่าเห็นท่านแม่อ่อนเพลีย แต่ถามเมื่อไหร่ก็บอกว่าไม่เป็นอะไร พักผ่อนสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว แต่วันนี้ไม่รู้ว่า

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 31

    “นี่แค่สั่งสอน หากท่านไม่ยอมเขียนหนังสือปลดภรรยา ข้าจะทำให้ท่านมีชีวิตก็เหมือนตายไปแล้วคอยดู ไม่เชื่อท่านก็ถามเยียนอ๋องดูว่าข้าพูดจริงหรือพูดเล่น เพราะข้าเก็บเขาได้ที่ชายป่า” ไป๋หลานเอาเท้าเหยียบที่ต้นขาของจิ้งอันโหวแล้วก็ก้มลงไปข่มขู่เขา มารดาของนางเจ็บช้ำมามากแล้ว ช่วงนี้ยิ่งเหมือนคนไม่ค่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status