Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-01 20:43:48

เสียงที่ดังขึ้นด้านนอก หากฟังให้ดีมีเสียงฝีเท้าย่ำอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ท่าทางคนเหล่านี้น่าจะมีอาวุธครบมือจ้องจะฆ่าฟันได้ทุกเมื่อ หากปล่อยให้เข้ามาค้นไม่ดีแน่ ไม่ปลอดภัยต่อทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้

“ไม่ทราบผู้ใดมาตะโกนเรียกอยู่ข้างนอกเจ้าคะ” ไป๋หลานไม่เพียงจับเชือกที่มีกลไกยิงธนูจากด้านนอก ยังเป็นเชือกที่มีกลไกยิงลูกดอกจากด้านในอีกด้วย เพื่อความปลอดภัยของนางและหลงฉี หากคนเหล่านั้นพังประตูเข้ามานางไม่มีทางเลือก นอกจากจัดการพวกเขาแล้วพาหลงฉีหนี ส่วนคนเจ็บที่ช่วยมาแล้วแต่วาสนา แต่จะใจดำทิ้งเขาก็ตัดใจไม่ลง จึงได้คิดหาทางอยู่ในใจ

“ข้าเป็นคนของทางการ มาตามจับคนร้าย” เสียงตอบกลับด้านนอกทำให้ไป๋หลานยิ้มขำ

หากมาจับคนร้ายจริง ก็ควรจะจับตัวพวกมันกันเอง เพราะแต่ละคนเท่าที่ฟังเสียงแล้วน่าจะเป็นคนร้ายไม่ต้องสืบ อีกอย่างเด็กหนุ่มผู้นี้คงจะมีฐานะไม่ธรรมดา ถึงได้มาตามเก็บถึงที่นี่ ทำเช่นนี้คิดจะฝังเขาเอาไว้กลางป่าริมชายแดนเขตม่อยวนแน่ ๆ

“เจ้ารู้จักเขาหรือไม่” ไป๋หลานกระซิบถามคนที่นอนบนแคร่ที่ทับด้วยฟาง

“ไม่ องครักษ์ของข้าชื่อจูเฟย นั่นไม่ใช่เสียงของเขา” เยียนอ๋องรับรู้ดีว่าตำแหน่งของตนนั้นเป็นที่จับตามองของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอย่างยิ่ง เพราะฐานะเยียนอ๋องของเขานั้นเป็นฐานะอ๋องที่สืบทอดจากบิดา โดยเสด็จอาจำใจแต่งตั้งกันข้อครหาจากประชาชนเรื่องฮ่องเต้ทรราช

หลังจากเสด็จอาชิงอำนาจจากเสด็จปู่ขึ้นตำแหน่งฮ่องเต้เมื่อแปดปีก่อน บิดาของเขาพลีชีพเพื่อปกป้องบัลลังก์ และซ่อนเขาเอาไว้ในช่องลับหลังเตียงบรรทมเสด็จปู่

เขาเห็นฮ่องเต้หลัวเหวินเทาในตอนนี้เข่นฆ่าเสด็จปู่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ และก็เสด็จพ่อที่ยืนกรานปกป้อง ตอนนั้นเขาอายุเพียงห้าหนาว ทำให้ตกใจจนเกือบฉี่ราด แต่ทว่าก็จดจำคำสั่งของเสด็จปู่ได้ดีนำราชโองการสุดท้ายหนีออกทางช่องลับและเก็บเอาไว้ในที่ที่ปลอดภัย

หลังจากสถาปนารัชศกใหม่ เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องการตายของเสด็จปู่ และการขึ้นครองราชย์อย่างไม่ชอบธรรมของเสด็จอา แต่ทว่าเสด็จอาก็ไม่คิดปล่อยเขาให้มีชีวิตอย่างปกติ เพราะนอกจากแต่งตั้งเขาเป็นเยียนอ๋องตำแหน่งตามเสด็จพ่อแล้ว ยังส่งคนมาตามฆ่าเขาอยู่เป็นนิจ

เขาใช้ชีวิตในถ้ำเสือวังมังกรมาแปดปี จนปีนี้ถึงเทศกาลล่าสัตว์มีราชโองการบังคับให้เขาเข้าร่วม จากนั้นก็ส่งนักฆ่ามาติดตามเขาจนต้องแยกกันหนีกับจูเฟย จนตอนนี้เขาหนีมาถึงชายแดนในเขตม่อยวน คนเหล่านั้นก็ยังไล่ล่าไม่ยอมปล่อย

“เจ้าศัตรูเยอะจริง ๆ” ไป๋หลานบ่น แล้วก็ใช้สมองคิด จากนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่ามีชาที่ทำให้เมาจนสลบไป นางจะใช้วิธีใดดีจนเมื่อคิดออกจึงก่อไฟขึ้น จากนั้นถอนต้นใบชาที่มีฤทธิ์ทำให้สลบแล้วพัดควันออกไปด้านนอกน่าจะดี

“ในนี้ไม่มีคนร้ายหรอกเจ้าค่ะ บิดาข้าเพิ่งจะออกไปส่งกลุ่มมือปราบของทางการเมื่อสักครู่ รอประเดี๋ยวได้หรือไม่ข้าจะไปตามวิ่งไม่ถึงหนึ่งเค่อก็กลับมาแล้ว” ไป๋หลานคิดจะยืมลูกธนูของเขาย้อนกลับด้วยการเอาคนของทางการมาขู่ พร้อมกับถ่วงเวลาให้หลงฉีจัดการสุมกองไฟเผาต้นชาสลบไปทางกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าบ้าน

“ทางการรึ!” เหล่าคนร้ายเริ่มระแวง จนเมื่อควันในบ้านที่คุกรุ่นอย่างประหลาดโชยออกมาด้านนอกประตู

“เจ้าค่ะ ท่านรอสักครู่ข้าไปไม่นาน”

“ไม่ต้อง ข้าแค่เข้าไปตรวจค้นก็พอ แค่ก แค่ก แค่ก” เสียงไอของคนที่พูด และคนอื่น ๆ ก็ไอออกมาเช่นกัน จากนั้นคนเหล่านั้นก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา ดวงตาแดงก่ำ สมองมึนเบลอเห็นภาพไม่ชัดเจนนัก ยามนี้ก็มืดค่ำอีกด้วย

“พี่ไป๋หลานทำอย่างไรต่อขอรับ”

“พัดควันแรง ๆ ให้ออกไปด้านนอก” ไป๋หลานไปคว้ากระจาดที่เอาไว้ตากพริกและสมุนไพรขึ้นพัดถี่ ๆ นางแรงมากกว่าหลงฉีจึงทำให้ควันฟุ้งไปด้านนอกรวดเร็ว

เมื่อได้ยินเสียงไอหนักขึ้นนางก็ยิ่งเพิ่มแรง จากที่ตอนแรกจะหนีออกด้านหลังพาหลงฉีไปซ่อน ก็นึกสงสารคนที่บาดเจ็บจะช่วยเขาสักครั้ง ดังนั้นหากนางทำไม่สำเร็จเขาก็จะเป็นอันตราย

วันนี้เหล่าผู้ใหญ่บ้านและท่านลุงหลงซ่งคงจะพากันขนเนื้อหมูป่าขึ้นเกวียนวัวออกไปแล้ว คนในหมู่บ้านที่เหลือก็เป็นชาวบ้านธรรมดาไร้ฝีมือในการต่อกรกับคนร้าย ดังนั้นหากทำให้พวกมันสลบได้ จับเชือกมัดเอาไว้แล้วนำตัวพวกนี้ไปไว้ในศาลบรรพชนของหมู่บ้าน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

แค่ก แค่ก แค่ก!!!

เสียงไอค่อย ๆ เบาลง เบาลง จากนั้นก็เริ่มไม่มีเสียงแล้วไป๋หลานจึงหมอบคลานเหมือนฝึกทหารไปกับพื้นเพื่อเลี่ยงควันจากใบชาสลบไปดูความเคลื่อนไหวด้านนอก ปรากฏว่าไม่มีคนไหนขยับ ทั้งนอนสลบอยู่ด้านนอกรวมกัน

“หลงฉีพอแล้วเอาน้ำมาดับ”

หลงฉีวิ่งหลุน ๆ ไปเอาถังใส่น้ำมาดับกองไฟจากนั้นก็ออกไปดูด้านนอก เห็นคนแต่งชุดดำนอนกองรวมกันอยู่ยี่สิบคน

“ทำอย่างไรต่อพี่ไป๋หลาน”

“มัดพวกเขาแล้วลากไปกองที่ศาลบรรพชน”

ไป๋หลานนำตัวเจ้าเด็กหนุ่มผู้นั้นมาอย่างไร ก็เอาเจ้าพวกคนร้ายพวกนี้ไปที่ศาลบรรพชนของหมู่บ้านอย่างนั้น เนื่องจากหมู่บ้านชายเขาเป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มาก การที่มีคนบุกรุกมามากมายเพียงนี้ย่อมเป็นที่เลื่องลือ ถึงหูทางการโดยเร็ว

“มัดเสร็จหรือยัง” ไป๋หลานถามหลงฉี

อะ...ฮึบ!

หลงฉีมัดเชือกคนสุดท้ายเสร็จก็ยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่ออย่างรู้สึกว่าเหนื่อยเล็กน้อย แต่ว่าการมัดเงื่อนแบบพี่ไป๋หลานนับว่าง่ายและรวดเร็วนัก

“เสร็จแล้วขอรับ” หลงฉีบอกกับพี่สาว เมื่อจัดการเสร็จแล้วเขาก็วิ่งไปดื่มน้ำในบ้านก่อนจะไปดูพี่สาวลากคนพวกนี้ออกไป

พี่ไป๋หลานแบ่งเป็นสองกอง แล้วจับเจ้าพวกนี้ลากไปพร้อม ๆ กัน หลงฉีใช้แรงน้อยนิดช่วยด้วย แต่พละกำลังก็สู้พี่ไป๋หลานไม่ได้ พี่ไป๋หลานของเขาเก่งที่สุด จนเขาอดทึ่งกับการลากผู้ใหญ่ยี่สิบคนออกไปกองรวมที่หน้าศาลบรรพชนไม่ได้

เมื่อกองไว้เสร็จแล้วทั้งคู่ก็รีบออกไป จากนั้นก็ได้ยินสุนัขเห่าหอนเป็นระยะ ทำให้ต้องรีบซ่อนตัวเองในความมืดและหลบหลีกออกไป ดีที่คนในหมู่บ้านกลัวผีสางอยู่บ้างทำให้ไม่มีใครออกมาดู แม้หมาจะเห่าดังเพียงใดก็ตาม

เมื่อกลับมาถึงบ้านสองพี่น้องช่วยกันเอากองฟางออกจากตัวคนเจ็บ จากนั้นก็เริ่มซักถามที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด

“เอาล่ะเจ้าจะเล่าได้หรือยังว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน” ไป๋หลานคิดว่าหมดเวลาเล่นสนุกแล้ว หากคนผู้นี้มีคนร้ายไล่ล่าเพียงนี้ก็คงต้องมีเรื่องใหญ่ นางจะได้ระมัดระวังตัวเอาไว้

“เจ้าเอาพวกเขาไว้ที่ใด” หลัวอวิ๋นถามกลับ เขาเห็นการจัดการเหล่าคนร้ายพวกนั้นของสองเด็กแสบก็อึ้งไปเหมือนกัน แต่ที่อึ้งกว่าคือนางลากคนมากมายขนาดนั้นไปคนเดียวได้อย่างไร ‘นี่มันเรี่ยวแรงปีศาจชัด ๆ’

“ศาลบรรพชนหมู่บ้าน พรุ่งนี้คงมีเรื่องประหลาดลือกันไปอีกหน่อย แต่ช่างเถอะไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว” เรื่องผีสางเป็นเรื่องที่คนในหมู่บ้านหวาดกลัว หากคนเหล่านั้นตื่นขึ้นมาหน้าศาลบรรพชนคงจะได้ลือเรื่องศาลบรรพชนของหมู่บ้านชายเขาศักดิ์สิทธิ์ จับคนร้ายเอาไว้ได้

“ข้าแซ่หลัว ชื่อคำเดียวว่าอวิ๋น” หลัวอวิ๋นค่อย ๆ เล่าแต่ไม่นึกว่านางจะใจร้อนถามต่อก่อนจะเอ่ยคำต่อไป

“แล้วที่บอกเป็นอ๋องคืออะไร” ไป๋หลานถามขึ้นทันที

“ข้ามีตำแหน่งเป็นเยียนอ๋อง แปดปีก่อนข้าเป็นบุตรของบิดาข้าตำแหน่งเยียนอ๋องเช่นเดียวกัน แต่เสด็จอาของข้าอยากขึ้นเป็นฮ่องเต้จึงก่อกบฏแย่งชิงอำนาจขึ้น ข้าเหลือรอดผู้เดียวบิดาและมารดาของข้าตายหมด” เขาเล่าย่อ ๆ ไม่ลงรายละเอียดลึกนัก เพราะหากจะเล่าให้เข้าใจก็คงใช้เวลาเป็นวัน

“ตอนนี้เจ้ากับฮ่องเต้ก็เป็นศัตรูกันสินะ มิน่าไล่ล่าเอาชีวิตเจ้า” ไป๋หลานนึกถึงตอนร่างนี้เกิด มารดาของร่างนี้ก็พลัดพรากจากบิดาเพราะไฟสงคราม มารดานางเคยบอกว่าบิดาของนางคือ ไป๋เนี่ยนเจิน เขาเป็นแม่ทัพแนวหน้า ออกรบและหายสาปสูญไม่รู้ว่าเป็นหรือตายมาแปดปีแล้ว เท่ากับอายุของนาง

เดิมไป๋หลานก็อยากรู้ว่าบิดาของนางคือผู้ใด เขาทำให้มารดาของนางที่ตัดสินใจมาอยู่ชายแดนเพื่อรอข่าวจากเขา สุดท้ายตระกูลอวี๋ ที่เป็นตระกูลมารดาก็มาพาตัวไป ทำให้นางเป็นเด็กที่ถูกทิ้งอีกครั้งในโลกใหม่แห่งนี้

ความเจ็บปวดในส่วนลึกของเจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่ ทุกครั้งที่นึกถึงมารดาขอบตาของไป๋หลานร้อนผ่าว จมูกแสบ ๆ คล้ายคนจะร้องไห้อยู่ทุกครั้ง แต่นั่นมันเป็นชะตาที่เจ้าของร่าง และนางยากจะเลี่ยงได้

“ใช่...แต่เจ้าร้องไห้เพราะสงสารข้ารึ” หลัวอวิ๋นสังเกตสีหน้าของไป๋หลาน พบว่าขอบตานางแดงขึ้น

“ไม่ใช่ ตอนข้าเกิดก็เกิดเรื่องเช่นกัน เพราะไฟสงครามทำให้ทุกคนพลัดพราก” ไป๋หลานพูดเสียงแผ่ว แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องอะไรเพิ่มเติมอีก นางเข้าห้องของตัวเองและกำชับให้หลงฉีนอนได้แล้ว ส่วนหลัวอวิ๋นก็ปล่อยเอาไว้บนแคร่กับผ้าห่มอีกหนึ่งผืนก็แล้วกัน

ดีที่หนิงโจวในฤดูร้อนไม่มียุง ทำให้หลัวอวิ๋นไม่ต้องทนถูกยุงกัด ส่วนหลงฉีก็เดินมาหาหลัวอวิ๋นพร้อมกับถามเขาอย่างเป็นห่วงเล็กน้อย เล็กน้อยจริง ๆ

“ท่านกลัวผีหรือไม่” เสียงกระซิบแผ่วที่ข้างหูทำให้คนฟังเริ่มหลอน หลัวอวิ๋นคิดว่าจะนอนหลับอย่างเป็นสุข แต่เจ้าอ้วนกลับมาเขย่าขวัญสั่นประสาทเขาเสียอย่างนั้น

“ไม่...ขะ...ข้าไม่กลัว ลูกผู้ชายย่อมเข้มแข็ง”

หลัวอวิ๋นตอบด้วยน้ำเสียงองอาจ แต่สีหน้าท่าทางของเจ้าอ้วนทำให้เขาเริ่มเกร็ง ๆ จนคิดว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีสิ่งลี้ลับหรือไม่

“แน่ใจนะ...ว่าไม่กลัว...ข้าเคยได้เย็นเสียงดังกุ๊ก ๆ กู๋แล้วข้ากลัวจนสั่นเลยล่ะ ที่สำคัญตดแตกต้องวิ่งออกจากห้องไปนอนกับพี่ไป๋หลาน หากเจ้า...บรึ๋ยยย ไม่พูดดีกว่า”

หลัวอวิ๋นฟังไปไม่รู้จะกลัวหรือขำเจ้านี่ดี กลัวจนตดแตกสุดท้ายก็เก็บกลั้นเอาไว้ไม่ไหวจึงหัวเราะออกมา

ฮ่า ฮ่า ฮ่า...!

หลงฉีที่อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีเริ่มโกรธเขาแล้วที่หัวเราะ นี่เขาเล่าเรื่องผีที่น่ากลัวนะ

“ช่างเถอะ เจ้าก็นอนไปคนเดียวแล้วกัน บ้านนี้มีห้องนอนสองห้อง ต่อให้ข้าอยากใจดีให้เจ้านอนด้วยก็ไม่ได้ มันอึดอัด ข้าไปแล้ว”

เมื่อเจ้าอ้วนกลมนั้นเดินเอามือไพล่หลังพุงล้ำหน้าไปแล้ว ก็ปรากฏเสียงดังกุ๊ก ๆ กู๋ จริง ๆ จากเยียนอ๋องที่ไม่เกรงกลัวผู้ใดก็เริ่มขนกายลุกชันด้วยความกลัวเสียแล้ว

ตับ ตับ ตับ ตั๊บแก!

“เย้ย...เจ้าอ้วนหลงฉีกลับมาก่อน”

เมื่อเสียงตุ๊กแกร้องพร้อมกับเสียงลมหวิวพัดมา ส่งให้ประตูดังกึก ๆ แล้วก็มีเสียงสารพัดเสียงดังขึ้นทำให้หลัวอวิ๋นตะโกนเรียกหลงฉี แต่เขากลับไม่ออกมา ทำให้คนเจ็บที่ขยับไม่ได้แบบเขาต้องนอนหวาดกลัวฉี่เกือบราด และเข้าใจแล้วว่ากลัวจนตดแตกอาการเป็นอย่างไร

แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงคนที่มาเรียกนั้นปลุกให้ทั้งบ้านตื่น รวมทั้งคนที่เพิ่งนอนไปเมื่อเช้าได้ลืมตาขึ้น

“แย่แล้ว แย่แล้ว ไป๋หลานตื่นหรือยัง เร็วเข้า เร็ว ๆ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 84

    “องค์หญิงสาม ห้ามให้ผู้ใดเห็นสูตรขนมนี้เด็ดขาด เป็นสูตรลับและทำให้ขนมอร่อยกว่าคนทั่วไป ส่วนวัตถุดิบท่านสั่งซื้อมาได้เลย ข้าจะจัดหาให้ครบส่งไปให้ท่านไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานพูดอย่างมีไมตรี แต่นอกจากขายอาวุธนางยังได้ขายวัตถุดิบทำขนมอีกด้วย ดูอย่างไรก็ได้เปรียบทุกประตู แบบนี้ไม่ขาดดุลการค้าแน่นอน

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 83

    เมื่อมาถึงพวกเขาทำความเคารพแล้วก็นั่งลง แต่หลงฉีเห็นไหเหล้าที่โต๊ะองค์ชายรองมีมากกว่าผู้อื่นไม่พอ ยังหันมองเขายิ้ม ๆ อีกด้วย “นี่ท่าน!” หลงฉีตรากตรำหลายวันกว่าจะได้เหล้าชั้นดีมา แต่องค์ชายรองกลับดื่มคนเดียวขนาดนั้น เหล้าของเขาไม่หมดแล้วหรือ “หลงฉีมาแล้วรึ ขนมนี้อร่อยยิ่งนัก กินกับส

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 82

    ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 81

    “เจ้าใส่ยาในไหเหล้าหรือไม่ เหตุใดยิ่งดื่มก็อยากจะดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันรสหอมหวานดื่มมากควรจะเลี่ยน” หลงฉีคิดไว้แล้วไหเดียวไม่เคยพอ เพราะเขาก็ทดลองแล้วดื่มไม่เมาดื่มได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทำกำไรดีนักเพราะเรียกหาได้บ่อย ๆ “นี่เป็นเหล้าท้อจักรพรรดิทำจากลูกท้อและเกสรดอกท้อตัวผู้ รสชา

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 80

    หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 79

    “สั่งการลงไป ให้เบิกอาหารในคลังไปส่งยังบ้านหลงฉีเอาไว้สำหรับทำทานแจกชาวบ้าน” “เอ่อ...ฝ่าบาทแต่อาหารบ้านจิ้งอันโหวเป็นคนทำนะพ่ะย่ะค่ะ” จูเฟยเอ่ยเตือน เพราะเจ้าหนูน้อยนั้นก็คงจะไปแจกอย่างเดียว “จริงสินะ...เช่นนั้นก็ส่งไปบ้านท่านน้าหรงเถอะ” ขณะสั่งการจูเฟย คนที่เขาคิดถึงอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status