Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-01-01 20:45:46

ราวเที่ยงวัน ผ้าที่หลัวอวิ๋นซักก็แห้งแล้ว เพราะนางให้เขาบิดให้หมาดที่สุดจะได้แห้งเร็ว ๆ ประจวบเหมาะกับคนในหมู่บ้านวิ่งมาทางบ้านของนางที่อยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้านชายเขา ทำให้นางต้องเตรียมตั้งรับ

“อาฉี อาหลาน เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” หลงซ่ง กลับจากขายเนื้อหมูป่าในตลาดม่อยวน ได้ฟังชาวบ้านที่วันนี้ไม่ได้ออกไปทำงาน ต่างมารุมล้อมเหล่าคนร้ายชุดดำที่ศาลบรรพชนของหมู่บ้านชายเขา และเมื่อคนเหล่านั้นยังไม่ได้สติดี พูดว่ายืนถามบ้านหลังริมชายเขา แต่กลับตื่นมาอีกทีก็โดนมัดอยู่ตรงนี้ เขาที่ไม่ได้ฟังนางซุ่นหว่านบ้านข้างเคียงก็รีบวิ่งไปหาเด็ก ๆ ทั้งสอง

“ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้วมีน้ำตาลปั้นของข้าหรือไม่” หลงฉีไม่ได้สนใจท่าทีแตกตื่นของบิดาสักนิด แต่กลับทวงถามขนมของโปรดของเขา

“เจ้าอยู่นี่แล้วอาหลานเล่า” ไป๋หลานเด็กหญิงคนนี้ก็เหมือนลูกหลานของชาวบ้านชายเขา แม้นางอาภัพมารดาสาบสูญ แต่กลับเข้มแข็งและอยู่ที่บ้านหลังนี้ลำพังจนอดชื่นชมไม่ได้ และแต่ละคนแวะเวียนกันมาสอบถามทุกวัน

“ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะท่านลุงซ่ง” ไป๋หลานเรียกให้หลัวอวิ๋นเปลี่ยนชุด แล้วออกมาเจอชาวบ้านได้แล้ว และท่านลุงหลงซ่งจะเป็นกระบอกเสียงให้นางเกี่ยวกับตัวตนของเขา

“นะ...นั่น...คือผู้ใดกัน” หลงซ่งมองท่าทีเด็กหนุ่มผู้นี้อายุไม่น่าจะถึงสิบห้าหนาว สวมเสื้อผ้าอย่างชาวบ้าน แต่กลับมีผิวพรรณผุดผ่องดั่งคนเมืองหลวงที่เคยแวะเวียนมาเที่ยวในตลาดม่อยวน

เขาเป็นพรานป่านำของป่าหายากบ้าง ง่ายบ้างไปขาย ทำให้เจอผู้คนมากมาย และแยกแยะได้ถึงผิวพรรณ รูปร่างหน้าตาว่าเป็นคนแถบใด อย่างเด็กหนุ่มผู้นี้ผิวพรรณผุดผ่อง แม้อยู่ในชุดชาวบ้านก็ไม่อาจกลบรัศมีผู้ดีมีเงินเลยสักนิด

“นี่คือญาติห่าง ๆ ของท่านแม่ข้าเอง เขามาตามหาท่านแม่ตามจดหมายที่ท่านแม่ทิ้งไว้ สุดท้ายก็มาพบกับข้าเมื่อวานเจ้าค่ะ” ไป๋หลานแต่งเรื่องลื่นไหลไร้พิรุธ ทำให้หลัวอวิ๋นต้องมองนางอีกครั้ง ความสามารถนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ทั้งฉลาดและไหวพริบดีอีกด้วย

“ญาติเจ้ารึ มาคนเดียวไม่มีคนติดตามมารึ ข้าก็เป็นห่วงเจ้าอยู่บ้านชายเขาคนเดียว มีญาติมาหาบ้างก็สบายใจ” หลงซ่งยังคิดพาเด็กหญิงผู้นี้ไปอยู่บ้านด้วยกัน แต่เมื่อคิดถึงความเหมาะสมแล้วก็ไม่อาจทำใจได้ เพราะนางก็เติบโตขึ้นทุกวัน ชาวบ้านจะติฉินนินทาเอาได้ แล้วอีกอย่างไม่ได้เป็นญาติสนิทกับนางอีกด้วย

“ไม่มีเจ้าค่ะ เขาเพียงแต่ห่วงมารดาของข้าเลยออกเดินทางเพียงลำพัง และจะอยู่กับข้าสักพัก”

หลัวอวิ๋นพยักหน้ารับกับคำพูดของนาง เพราะไม่มีข้ออ้างใดดีไปกว่าเรื่องที่นางแต่งอีกแล้ว

“เช่นนั้นก็ดี เจ้าจะได้มีเพื่อน เป็นเด็กผู้หญิงอยู่คนเดียวก็ลำบาก” หลงซ่งพูดต่อไปโดยมีนางซุ่นหว่านฟังอยู่เงียบ ๆ เพื่อเก็บรายละเอียด ทั้งผิวพรรณรูปร่างนับว่าใช้ได้ จึงอยากทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มผู้นี้

“เจ้านามว่าอันใดรึ ผิวพรรณช่างเนียนละเอียดนัก”

หลัวอวิ๋นได้ฟังคำพูดที่ชื่นชมตัวเอง แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับดูคุกคามชอบกลจนต้องหันไปยักคิ้วส่งสัญญาณให้นางเป็นคนแนะนำตัวเขาดีกว่า

“เขาแซ่หลัวชื่ออวิ๋นคำเดียว เป็นลูกของลูกพี่ลูกน้องท่านน้าสามบ้านรอง ตอนเขาเด็กมารดาข้าเคยเลี้ยงเขามาก่อน”

ซุ่นหว่านฟังแล้วก็งงนิดหน่อย เป็นลูกของลูกพี่ลูกน้องน้าสามบ้านรอง สรุปว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องหรือญาติห่าง ๆ กันแน่นับญาติไม่ถูกทีเดียว

“อ้อ เป็นเช่นนั้น”

“พวกเจ้าไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ข้าได้ยินว่าโจรมาทางบ้านพวกเจ้าจึงเป็นห่วงแทบแย่” หลงซ่งเปรยออกมาในที่สุด เขาเป็นห่วงลูกชายคนนี้มาก ตอนเขาสามหนาวเกือบโดนสตรีชั่วขาย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ตั้งใจเลี้ยงดูบุตรชายคนนี้อย่างดี วันหน้าหวังได้พึ่งพายามชรา

“เอ๋...เมื่อคืนข้าไม่ได้ยินเสียงอันใดเลยนะเจ้าคะ คนเหล่านั้นโดนผีป่า ผีบรรพบุรุษหรือไม่ หากมีเรื่องเช่นนั้นคงไม่เล็ดลอดหูพวกเราสามคนเป็นแน่” ไป๋หลานกล่าวเสริมเรื่องที่หลงฉีพูดเกริ่นกับป้าซ่งหว่านไว้ก่อนหน้านี้

“นั่นน่ะสิ ข้าก็บอกผู้นำไปแล้วว่าต้องเป็นเรื่องลี้ลับแน่ ๆ วิญญาณบรรพบุรุษปกป้องคนในหมู่บ้านของเราเอาไว้แล้ว ไหว้บรรพบุรุษปีนี้ข้าจะทำอาหารให้เยอะทีเดียว ขอบคุณที่ช่วยปกปักรักษาพวกเราทุกคน” ป้าซ่งหว่านเชื่อสนิทใจ แต่คนในหมู่บ้านกลับยังคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่เช่นนั้นคนร้ายเหล่านั้นจะถูกมัดแล้วนำไปไว้ที่ศาลบรรพชนได้อย่างไร

“เอาเถอะ ข้าจะไปดูสักหน่อยเผื่อท่านผู้นำหมู่บ้านต้องการให้ข้าช่วย” หลงซ่งจึงฝากบุตรชายเอาไว้กับไป๋หลานแล้วก็หยิบลูกกวาดที่ซื้อมาจากในตลาดให้กับพวกเขา คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นหลงฉี ทั้งบอกกับบิดาว่าจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ไป๋หลานไม่ซุกซนเด็ดขาด

หลังจากท่านลุงหลงซ่งกับป้าซุ่นหว่านจากไปแล้ว ไป๋หลานก็เดินสำรวจร่างกายของชายผู้นี้อีกที นับว่าใบหน้าของเขาสะอาดหมดจรดนักเมื่ออาบน้ำแล้ว เห็นได้ว่าเป็นคุณชายคิ้วหนา หน้าหยก ตาคม จมูกชันลาด น่าหลงใหลยิ่ง ศีรษะจรดปลายเท้าขาวสะอาดประหนึ่งอาบน้ำวันละสามหน ขัดกันก็แต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ และรัดเกล้าบนหัวที่ทำจากทองคำประดับด้วยพลอยสีแดงเม็ดใหญ่ มันโดดเด่นสะดุดตาเกินไป

“รัดเกล้าบนหัวเจ้านั้นต้องเอาออก ต้องผูกผมด้วยผ้าแทน ข้าว่างปักไว้ขายอยู่หนึ่งชิ้น เจ้าก็เอาไปใช้เถอะ ส่วนอันนั้นเอาไปขายนำเงินมากินใช้ตอนอยู่ที่นี่เถอะ” ไป๋หลานคิดว่าตัวตนของเขาตอนนี้ไม่จำเป็นต้องแต่งกายหรูหรา แค่เป็นชาวบ้านธรรมดาก็พอ

หลัวอวิ๋นไม่ได้คิดอะไร และนี่เป็นของมีค่าเดียวที่ติดกาย ยามปกติเขาไม่ได้ไปไหนจึงไม่เคยพกเงินมาก่อน และอยู่ข้างนอกก็ต้องใช้เงิน นี่เป็นของราชสำนัก หากขายย่อมต้องมีราคาแพง จึงถอดแล้วยกให้นาง

“เจ้าก็เอาไปขายเถอะ ข้าหลบอยู่ที่นี่ก่อน แต่ราคาของมันไม่ต่ำกว่าห้าร้อยตำลึง อย่าโดนหลอกเสียเล่า” หลัวอวิ๋นกำชับนาง จากนั้นเขาก็ไปนอนพักสักหน่อย ร่างกายของเขายังไม่ได้แข็งแรงดีนัก เพราะหนีมาตลอดหลายวันแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน เจอผลไม้ก็เด็ดกินตามทาง ตามแต่ชะตากรรมจะกำหนด

“ได้” ไป๋หลานรับมาแล้วก็เดินไปหยิบผ้าปักลายลายกิเลนน่าจะเหมาะกับเขาสักหน่อยมาให้เขาผูกผม แต่เจ้าหลงฉีกลับยืนตกตะลึงอยู่นิ่งไม่ยอมขยับ จนต้องแปลกใจอดถามไม่ได้

“เป็นอะไรไปหลงฉี”

“พี่ไป๋หลาน เงินห้าร้อยตำลึงมันจะมากแค่ไหนกันขอรับ”

ไป๋หลานได้ฟังคำตอบของเจ้าอ้วนก็เข้าใจทันที ชาวบ้านได้เห็นเงินสองสามตำลึงต่อครั้งก็นับเป็นเรื่องดีมากแล้ว เพราะแต่ละครัวเรือนไม่ได้ร่ำรวย ฤดูร้อนเพาะปลูกเก็บเสบียงและเงินไว้ฤดูหนาว ยามมีพายุหิมะบ้านเรือนพังจะได้มีเงินซ่อมแซม ดังนั้นเหมือนทำเงินหนึ่งปีเพื่อใช้หนึ่งปีเป็นแบบนี้วนเวียนกันไปเรื่อย ๆ

“ก็มากอยู่ พอให้พวกเรากินใช้สักสิบยี่สิบปีได้สบาย” ส่วนมากนางจะใช้เงินประมาณหนึ่งถึงสองตำลึงเงินต่อเดือน และจากขายพวกลูกดอก หน้าไม้ที่นางฝากท่านลุงหลงซ่งไปขาย หนึ่งเดือนนางจะทำสักสองครั้ง และต่อไปนางคิดจะทำเปลด้วยเชือกถักผ้า แต่ยังเลือกผ้าที่มีความเหนียวและคงทนยังไม่ได้ จึงยังไม่ได้ทำ ส่วนความฝันอยากมีร้านขนมคงต้องรอไปก่อน เขาและหลงฉีก็มีความอยากมีร้านเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีทุน

เปลเป็นของที่คนหาของป่าชอบเชียวหล่ะ เพราะแค่หาต้นไม้ที่มีระยะห่างพอให้เปลผูกติดกับต้นไม้ จากนั้นก็ลงนอนอย่างสบาย ป้องกันสัตว์มีพิษที่หากินกลางคืนด้วย หากผูกสูงหน่อยก็พ้นจากภัยอันตรายอีกด้วย

“โอ้โห...ข้าไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนั้น ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่” หลงฉีอยากไปขายของกับพี่สาวด้วย ตนไม่คิดว่าแค่ของที่รัดบนผมของเจ้าคนใจเสาะนั่นจะมีราคาแพงเพียงนี้ นับว่าเจ้านี่นำโชคมาให้พวกเขาแล้ว

“ได้สิ พวกเรานั่งเกวียนจากหมู่บ้านข้าง ๆ ไปเถอะ เกวียนของหมู่บ้านพวกเราน่าจะขนคนร้ายถึงสองเที่ยว อีกอย่างข้าก็ไม่อยากให้ใครรู้ด้วย” ไป๋หลานหารือกับน้องชายของตน ที่ล่วงรู้ความลับของนางมากที่สุด

หลงฉีพยักหน้าเห็นด้วยทันที และร่วมลงเรือลำเดียวกันแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเขาย่อมปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายแน่นอน และหันหลังไปบอกหลัวอวิ๋นญาติปลอม ๆ ของพี่ไป๋หลาน

“เจ้าอยู่บ้านดี ๆ เล่า ใครมาเรียกก็ห้ามเปิด แล้วข้าจะซื้อขนมมาฝาก”

หลัวอวิ๋นอยากจะเขกกะโหลกเจ้าเปี๊ยกอวดดีนี่สักที หากไม่ใช่ว่าช่วยเหลือเขาไว้ล่ะก็ โดนเตะก้นโด่งไปด้านนอกแล้ว

“พวกเจ้าไม่ต้องห่วง รีบไปเถอะอย่ามัวโอ้เอ้เลือกร้านเครื่องประดับที่ไม่ค่อยดูถูกลูกค้าและให้เงินดีหน่อย” หลัวอวิ๋นแม้เป็นห่วงเจ้าเด็กสองคนนี้ แต่ทว่าท่าทางของไป๋หลานดูเหมือนไม่ใช่เป็นคนหลอกง่ายเท่าไหร่ นางน่าจะรับมือได้

“ไม่ต้องห่วงข้าจัดการได้” ไป๋หลานมีร้านหยกขาวที่เคยรู้จักกับคนงาน เพราะเคยช่วยเหลือเขาเมื่อปีก่อน เรื่องอันธพาลรังแก จึงคิดว่าเขาน่าจะพึ่งพาได้

สองพี่น้องต่างแซ่เดินออกจากบ้านด้วยสีหน้าแช่มชื่น ภายในใจหลงฉีสดใสมาก เขาไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้ และมันทำให้เขารู้สึกร่ำรวยทันที เขาเดินอย่างไม่รู้จักเหนื่อยไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีระยะทางสองลี้ได้อย่างสบายนัก จากนั้นก็ขึ้นเกวียนวัวเข้าตลาดม่อยวนที่มีด้วยกันสามเที่ยว คือเช้ามืด เที่ยงวัน และตอนเย็น

ทั้งสองคนนั่งใกล้กันแล้วก็เงียบไม่ได้พูดสิ่งใด นอกจากจ่ายเงินคนละสามอีแปะเป็นค่าโดยสาร ไม่นานนักก็เห็นกำแพงเมืองเขตม่อยวนสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จนคนที่นาน ๆ จะมาตลาดสักครั้งอย่างหลงฉีอดตื่นเต้นไม่ได้

“พี่ไป๋หลานขอรับ นั่นคนเยอะมาก” แม้เป็นช่วงเที่ยงวันที่แสงแดดเจิดจ้า แต่ก็ไม่ทำให้คนที่เดินทางมาในตลาดม่อยวนดูลดลงเลยสักนิด เว้นเสียแต่ตอนเย็นที่ตลาดสดปิดแล้ว เหลือแต่ร้านเหลาอาหาร และร้านริมทาง

“อื้มรู้แล้วลงเถอะเกวียนจอดแล้ว” หลงฉีมัวแต่ตื่นเต้นจนไม่ลงจากเกวียนเสียทีจนนางต้องเรียกเขา

“เจ้าหนูถ้าจะกลับก็มาตรงนี้เล่า เที่ยวสุดท้ายมีช่วงเย็น อย่าเถลไถลเดี๋ยวจะได้เดินกลับเอง” คนขับเกวียนเห็นเจ้าหนูน้อยที่ตลาดอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งจะมีพรานหนุ่มใหญ่มาด้วย แต่วันนี้มากันลำพังคาดว่าทางหมู่บ้านชายเขาคงกำลังยุ่งกัน

“ขอรับ/เจ้าค่ะ” สองเสียงประสานรับคำท่านลุงคนขับเกวียนแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในตลาด เป้าหมายของเขาคือร้านหยกขาวที่รู้จักกับคนงานในร้าน

เมื่อถึงร้านหยกขาวแล้ว ไป๋หลานจึงเรียกพี่เสี่ยวซ่านออกมาคุยกันด้านนอก พร้อมกับส่งรัดเกล้าให้เขาดู

“อาหลานเจ้ามาหาข้าถึงร้านเช่นนี้ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่” สีหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่เคยช่วยเขาไว้ไม่ค่อยสู้ดีนัก

“พี่เสี่ยวซ่าน ข้ามาขายสมบัติบิดาของดูต่างหน้าของท่านแม่ที่ทิ้งไว้ นี่เป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว ข้ายังเด็กหาเลี้ยงตัวเองก็ลำบากนัก ยังต้องเลี้ยงน้องชายคนนี้ให้ดีอีก ท่านช่วยให้เถ้าแก่ร้านท่านตีราคาหน่อยได้หรือไม่ หากได้ราคาดีหน่อยข้าจะตัดใจขายมัน”

น้ำเสียงเศร้ากับแววตาที่คลอหน่วยในดวงตา ทำให้เสี่ยวซ่านสะอื้นไห้กับชะตาชีวิตของเด็กตัวน้อยเสียจริง เขารับมันมาถือเอาไว้ จากนั้นก็เดินเข้าไปในร้านหยกขาวหารือกับเถ้าแก่

แต่ทว่าท่าทางของเด็กสองคนที่ยืนอยู่หน้าร้านอย่างนอบน้อม สะดุดตาใครคนหนึ่งที่เดินทางมายังม่อยวนเป็นครั้งแรก ทั้งเห็นของชิ้นนั้นแล้วเอะใจเล็กน้อย รวมทั้งแอบฟังเรื่องราวของเด็กน้อยคนนี้พลันในใจนึกสงสาร หากเขาซื้อจากนางน่าจะซื้อได้ในราคาเจ็ดร้อยตำลึง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 84

    “องค์หญิงสาม ห้ามให้ผู้ใดเห็นสูตรขนมนี้เด็ดขาด เป็นสูตรลับและทำให้ขนมอร่อยกว่าคนทั่วไป ส่วนวัตถุดิบท่านสั่งซื้อมาได้เลย ข้าจะจัดหาให้ครบส่งไปให้ท่านไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานพูดอย่างมีไมตรี แต่นอกจากขายอาวุธนางยังได้ขายวัตถุดิบทำขนมอีกด้วย ดูอย่างไรก็ได้เปรียบทุกประตู แบบนี้ไม่ขาดดุลการค้าแน่นอน

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 83

    เมื่อมาถึงพวกเขาทำความเคารพแล้วก็นั่งลง แต่หลงฉีเห็นไหเหล้าที่โต๊ะองค์ชายรองมีมากกว่าผู้อื่นไม่พอ ยังหันมองเขายิ้ม ๆ อีกด้วย “นี่ท่าน!” หลงฉีตรากตรำหลายวันกว่าจะได้เหล้าชั้นดีมา แต่องค์ชายรองกลับดื่มคนเดียวขนาดนั้น เหล้าของเขาไม่หมดแล้วหรือ “หลงฉีมาแล้วรึ ขนมนี้อร่อยยิ่งนัก กินกับส

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 82

    ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 81

    “เจ้าใส่ยาในไหเหล้าหรือไม่ เหตุใดยิ่งดื่มก็อยากจะดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันรสหอมหวานดื่มมากควรจะเลี่ยน” หลงฉีคิดไว้แล้วไหเดียวไม่เคยพอ เพราะเขาก็ทดลองแล้วดื่มไม่เมาดื่มได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทำกำไรดีนักเพราะเรียกหาได้บ่อย ๆ “นี่เป็นเหล้าท้อจักรพรรดิทำจากลูกท้อและเกสรดอกท้อตัวผู้ รสชา

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 80

    หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 79

    “สั่งการลงไป ให้เบิกอาหารในคลังไปส่งยังบ้านหลงฉีเอาไว้สำหรับทำทานแจกชาวบ้าน” “เอ่อ...ฝ่าบาทแต่อาหารบ้านจิ้งอันโหวเป็นคนทำนะพ่ะย่ะค่ะ” จูเฟยเอ่ยเตือน เพราะเจ้าหนูน้อยนั้นก็คงจะไปแจกอย่างเดียว “จริงสินะ...เช่นนั้นก็ส่งไปบ้านท่านน้าหรงเถอะ” ขณะสั่งการจูเฟย คนที่เขาคิดถึงอยู่ท

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 30

    ไป๋หลานหันขวับไปตามเสียง ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่มาในวันนี้อีกคน แต่สาบานได้หากมายุ่งกับนางและท่านแม่จะเตะโด่งให้ดู “นี่ผู้ใดอีก...หากก้าวเข้ามาล่ะก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ไป๋หลานไม่ไว้หน้าผู้ใดอีกแล้ว แค่นี้นางกับมารดาก็ยุ่งยากวุ่นวายพออยู่แล้ว ไม่ว่าผู้ใดกล้าดีก็ลองดู “หึ...ข้าก็สามีม

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 29

    “เจ้าอย่าคิดมาก ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า” ไป๋เนี่ยนเจินเจ็บปวดใจที่ตนเองเป็นต้นเหตุที่นางต้องลำบากมาหลายปี เท่านั้นไม่พอยังต้องพลัดพรากจากลูกสาวตัวน้อยอีกต่างหาก แต่ละวันนางสองแม่ลูกผ่านไปไม่ง่ายเลยสักนิด เขาอยากชดเชยในสิ่งที่นางขาด “แต่ข้า...” อวี๋หรงที่ไม่เจอกับสามีหลายปี ความรักความผูกพันมั

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 28

    เฉินจื่อเซียวให้คนของตัวเองรีบกลับไปนำตัวคนผู้นี้มาจากเหมืองแร่ทองคำที่อยู่ริมชายแดนฝั่งตะวันตกของเป่ยเหลียง เพราะคิดว่าเขาเป็นคนที่สำคัญที่จะช่วยให้เยียนอ๋องได้กลับเมืองหลวงอย่างสมศักดิ์ศรีพร้อมราชโองการของอดีตฮ่องเต้ฉบับที่ถูกต้อง และที่สำคัญเขามีนามว่า ‘ไป๋เนี่ยนเจิน’ ไป๋เนี่ยนเ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 26

    เมื่อมองสีหน้าของคุณชายเฉินผู้นี้นางก็คิดว่าน่าจะไว้ใจเขาได้ จึงเข้าไปอาบน้ำแล้วเอาหมั่นโถวนึ่งเอาไว้กินระหว่างทาง “หลานเอ๋อร์ลูกรัก ไม่กินข้าวก่อนรึ” อวี๋หรงทำอาหารเอาไว้เผื่อทุกคน นางเห็นว่าลูกสาวเอาหมั่นโถวนึ่งก็คิดว่าน่าจะรีบ จึงถามอย่างเป็นห่วง “ไม่ต้องเป็นห่วงท่านแม่ เจ้าหลงฉ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status