Masukอีกคนได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีต อีกคนมาจากโลกอนาคต ส่วนอีกคนที่เธอไม่ได้เลือก กลับเป็นคนที่คอยปกป้องเธอมาโดยตลอด ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอมาพร้อมกับระบบ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
Lihat lebih banyakเดือนธันวาคม ปี 1979 ที่ชนบททางตอนเหนือของจีน หมู่บ้านหลี อากาศหนาวเหน็บ หิมะตกหนัก หลังจากที่หิมะหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส น้ำในแม่น้ำกลายเป็นสีฟ้า อยู่ไม่ไกลสามารถมองเห็นหุบเขาได้อย่างชัดเจน อากาศหนาวถึงกระดูก
เฉินเทียนหยู่ ร่างกายเปียกปอนสั่นเทา พยายามพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ลอยเข้าฝั่ง แม้ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตาม แต่…เทียนหยู่กลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด เขานึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็รู้สึกร้อนรน เทียนหยู่นิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าเรียวสวยของจ้าวหมิงอวี้แล้ว ริมฝีปากหนาก็หยักโค้งเล็กน้อย
ขอแค่เขาได้ปลดกระดุมเสื้อของจ้าวหมิงอวี้ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ เธอก็ต้องยอมมาเป็นเมียเขาแต่โดยดี มือทั้งสองข้างของเทียนหยู่สั่นเทา เขารีบพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ขึ้นไปบนฝั่ง ก่อนจะออกแรงกระชากเสื้อของเธอออกอย่างแรง อีกนิดเดียวเท่านั้น เขาจะได้สัมผัสเรือนร่างอันขาวเนียนนี้แล้ว
แค่ก ๆ !! จ้าวหมิงอวี้สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง สำลักน้ำจนหน้าแดงไปหมด เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ลืมขึ้น เธอแปลกใจมากอยู่ ๆ ก็มารู้ตัวว่าเธอพลัดตกลงไปในน้ำ เธอกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงไม่ใช่เหรอ ? ทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ ? ครู่นั้น…เหมือนเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
เสียงนั่นบอกกับเธอว่าจ้าวหมิงอวี้คนเดิมได้ตายไปแล้ว พอแสงปริศนานั่นให้เธอดื่มอะไรบางอย่าง ก็ได้บอกกับเธอว่า…จะส่งวิญญาณเธอกลับมาช่วงเวลาที่ยังไม่ได้เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้น ทันใดนั้น…จ้าวหมิงอวี้ก็ได้รู้ความจริงว่าเทียนหยู่ร่วมมือกับน้องสาวเธอคิดอยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ
จ้าวหมิงอวี้พยายามผลักเทียนหยู่ออกห่าง เธอจำได้ว่า…น้ำวิเศษที่เธอกินเข้าไป ทำให้เธอมีแรงเหนือกว่าคนอื่น เธอก็อยากจะลองดูเหมือนกัน เทียนหยู่ไม่รู้ว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว จ้าวซิ่วเหมยบอกกับเทียนหยู่ว่า หล่อนจะไปตามชาวบ้านมาที่นี่ แล้วเขาจะได้พี่สาวของหล่อนทำเมียอย่างที่ได้คุยกันไว้
เฉินเทียนหยู่นึกถึงภาพที่เขาจะได้ร่วมรักกับจ้าวหมิงอวี้ เขาก็ยิ่งบ้าคลั่ง อยากจะครอบครองเธอเสียตอนนี้ แต่…อยู่ ๆ เฉินเทียนหยู่ก็รู้สึกถึงแรงถีบที่ท้องของเขา ทำให้เขาจุกจนทำตัวไม่ถูก จ้าวหมิงอวี้รีบดันร่างตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะเตะไปที่หน้าของเฉินเทียนหยู่อย่างแรง
“บ้าเอ้ย !! ฉันเจ็บนะโว้ย !! ” จ้าวหมิงอวี้ใช้เท้ากดหน้าเฉินเทียนหยู่ไปที่พื้น จากนั้นเธอก็รีบกระโดดลงไปในน้ำ ก่อนจะว่ายหนีไปขึ้นฝั่งอีกฝั่งหนึ่ง
เมื่อชาติที่แล้ว…จ้าวหมิงอวี้แอบมาว่ายน้ำเล่นที่นี่เป็นประจำ ตอนนี้เธอว่ายน้ำเก่งกว่าเมื่อก่อนมาก สภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลย โชคดีที่เฉินเทียนหยู่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเธอ จ้าวหมิงอวี้ถอนหายใจโล่งอก เธอไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเธอไม่ได้สติ เธอจะเป็นยังไง ?
จ้าวหมิงอวี้รีบเดินไปจับปลาแถวนั้นมากอดไว้ ก่อนที่เธอจะสิ้นใจตาย เธออดอยากมานานหลายวัน พอจับปลามาได้ เธอก็ดีใจมาก ในใจแอบคิด ไม่คิดว่าเธอจะจับปลาตัวนี้ได้ด้วยมือเปล่า…
ทางด้านของเฉินเทียนหยู่ เขานอนกุมท้องร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น จ้าว หมิงอวี้กอดปลาตัวนั้นหันไปมองเฉินเทียนหยู่ เธอกำลังจะเดินกลับไปที่บ้าน ทว่าครู่นั้น…เธอก็ได้ยินเสียงของชาวบ้านดังแว่วมา คนที่เดินนำกลุ่มชาวบ้านมาเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่จ้าวซิ่วเหมยน้องสาวของเธอ
จ้าวซิ่วเหมยสวมเสื้อคลุมหนาสีแดงสดเดินมา หล่อนผลิยิ้ม ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวหมิงอวี้
“พี่หมิงอวี้ พี่มาอยู่กับพี่เทียนหยู่ได้ยังไงคะ ?” มีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเฉินเทียนหยู่กำลังกุมท้องร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ก็รีบเข้าไปช่วย
จ้าวหมิงอวี้เม้มปากแน่น เหตุการณ์ในตอนนี้ไม่ต่างจากเหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้วเลย เฉินเทียนหยู่กระโดดลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ แล้วชาวบ้านก็มาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี
“พี่หมิงอวี้ พี่อยากจะแต่งงานกับพี่เทียนหยู่ พี่ก็แค่มาบอกพ่อกับแม่ ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย”
สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ? เธอต้องยอมแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ในวัย 30 ปีแต่โดยดี เธอกลายเป็นแม่เลี้ยง เลี้ยงลูกทั้งสองของเฉินเทียนหยู่ พอเธอแต่งงานเข้าไปอยู่ที่บ้านเฉิน เธอก็ต้องอยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ สุดท้ายก็สิ้นใจตายอย่างอนาถ ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอไม่ใช่จ้าว หมิงอวี้คนเดิมอีกต่อไป
ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่…คนที่คอยหาทางทำลายชีวิตเธอ อยากจะผลักเธอตกไปอยู่ในหลุมนรกอย่างจ้าวซิ่วเหมยไม่เคยเปลี่ยนไปเลย จ้าวหมิงอวี้จ้องหน้าจ้าวซิ่วเหมยอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“พี่ตกลงไปในน้ำกับเทียนหยู่ตอนไหน ? ตั้งแต่เมื่อไร ? ไม่เห็นหรือไงว่าเทียนหยู่อยู่ห่างจากพี่น่ะ ถ้าตาเธอไม่บอดน่าจะเห็นทุกอย่างนะ”
น้ำเสียงของจ้าวหมิงอวี้เรียบนิ่ง เย็นชา สีหน้าและแววตาไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวใด ๆ เลย จ้าวซิ่วเหม่ยถูกย้อนถึงกับพูดอะไรไม่ออก คนที่อ่อนแอไม่เคยสู้ใครมาก่อนอย่างจ้าวหมิงอวี้ ปากดีตั้งแต่เมื่อไรกัน
“ฉันได้ยินพี่คุยกับพี่เทียนหยู่ก่อนหน้านั้น ฉันก็นึกว่าพี่กับพี่เทียนหยู่กระโดดลงไปในน้ำด้วยกันซะอีก”
แววตาของจ้าวหมิงอวี้พลันกระตุกวูบ ก่อนหน้านั้นคนที่ยืนอยู่กับเธอคือจ้าวซิ่วเหม่ยไม่ใช่เหรอ ? ตอนนั้นเธอไม่ทันได้ระวังตัว เธอโน้มตัวลงไปดูปลา จ้าวซิ่วเหมยฉวยโอกาสนั้นผลักเธอตกลงไปในน้ำ เมื่อชาติที่แล้ว…เธอพยายามอธิบายให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่…พ่อกับแม่กลับไม่ฟังสิ่งที่เธอบอกเลย เอาแต่สนใจสินสอดที่บ้านเฉินเสนอให้กับพวกเขา อีกอย่าง…คนที่พ่อกับแม่รักนักรักหนาก็คือจ้าวซิ่วเหมย ลูกสาวคนเล็กที่แสนดีของพวกท่าน เพราะแบบนี้…พ่อกับแม่ถึงไม่เชื่อคำพูดของเธออย่างไรล่ะ พ่อกับแม่ยังบอกอีกว่า…ถ้าจ้าวซิ่วเหมยไม่มาบอกเรื่องนี้ให้พวกท่านรู้
พวกท่านคงไม่รู้ว่าเธอแอบไปคบหากับเฉินเทียนหยู่ หาว่าเธอโกรธจ้าวซิ่วเหมย ถึงได้ใส่ร้ายจ้าวซิ่วเหมย
“ซิ่วเหมย เธอพูดอะไรของเธอ ก่อนที่พี่จะตกลงไปในน้ำ คนที่อยู่กับพี่ก็คือเธอไม่ใช่เหรอ เธอบอกกับพี่ว่าเธออยากจะได้ปลาไปทำอาหารไม่ใช่เหรอ ? นี่ไง พี่จับปลามาให้เธอแล้ว ปลาใหญ่ขนาดนี้ เธอกินได้นานหลายวันเลยนะ แต่น่าเสียดาย เสื้อผ้าพี่ขาดหลุดลุ่ยหมดแล้ว”
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงใสเรียบนิ่ง เหอเจี้ยนกั๋วยืนอยู่ข้างหลังจ้าวซิ่วเหมยมองมาที่จ้าวหมิงอวี้ น้ำเสียงของเธอทำให้เขารู้สึกสงสารเธอมาก เขาหันไปมองจ้าวซิ่วเหมย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ซิ่วเหมย พี่สาวเธอดีกับเธอขนาดนี้ เธอกล้าใส่ร้ายพี่สาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไง ?”
ที่พวกเขาตามจ้าวซิ่วเหมยมาที่นี่ เพราะหล่อนบอกกับทุกคนว่าพี่สาวของหล่อนกับเฉินเทียนหยู่กระโดดลงไปในน้ำด้วยกัน น้ำเสียงของจ้าวซิ่วเหมยแลดูเป็นห่วงพี่สาวมาก พวกเขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับจ้าวหมิงอวี้ ถึงได้รีบวิ่งมาที่นี่ดู
แต่ว่า…สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่เหมือนที่คิด จ้าวหมิงอวี้อยู่อีกฝั่งหนึ่ง พวกเขาสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน จ้าวซิ่วเหมยโมโหมาก เห็นปลาที่จ้าว หมิงอวี้ถืออยู่ ถึงกับหุบยิ้มพูดอะไรไม่ออก วินาทีนั้น…จ้าวซิ่วเหมยก็รู้สึกกลัว ชาวบ้านที่เดินตามหล่อนมาก็เริ่มซุบซิบนินทาลับหลังหล่อน
“ซิ่วเหมย คราวหน้าคราวหลังอย่าพูดแบบนี้อีกเข้าใจไหม ? พวกเราก็นึกว่าหมิงอวี้กับเทียนหยู่แอบมาพลอดรักกันที่นี่ซะอีก อีกอย่าง…หมิงอวี้ดีกับเธอขนาดนี้ อากาศหนาวแบบนี้ยังลงไปจับปลาให้เธอเลย เธอมาใส่ร้ายพี่สาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไง มีสมองก็หัดใช้สมองบ้างสิ !!”
ชาวบ้านไม่มีใครเชื่อว่าจ้าวหมิงอวี้จะทำเรื่องอย่างว่ากับเฉินเทียนหยู่ที่นี่ได้ จ้าวหมิงอวี้มีใบหน้าสะสวย ไม่สนใจคนอย่างเฉินเทียนหยู่หรอก จ้าวซิ่วเหมยอ้าปากค้าง อยากจะโต้แย้งแต่หล่อนก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรดีให้ชาวบ้านได้เข้าใจ
“ซิ่วเหมย อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเข้าใจไหม ? เธอผลักพี่ตกลงไปในน้ำเพราะอยากจะให้พี่จับปลามาให้เธอไม่ใช่เหรอ ? พี่จะไม่โทษเธอนะซิ่วเหมย แต่เธออย่าทำอะไรแบบนี้อีก” จ้าวซิ่วเหมยถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินจ้าวหมิงอวี้บอกแบบนั้น
“อะไรนะ ?!! เธอผลักพี่สาวตัวเองตกลงไปในน้ำเหรอ ?!! ” เหอเจี้ยนกั๋วไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่อว่าจ้าวซิ่วเหมยไม่หยุด จ้าวซิ่วเหมยเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ หล่อนพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ จ้าวหมิงอวี้พูดแค่ไม่กี่คำ พวกเขากลับเชื่ออย่างนั้นเหรอ ? จ้าวซิ่วเหมยไม่เข้าใจ ว่าทำไมเรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงไม่เป็นอย่างที่หล่อนคิด
ตอนนี้หล่อนกลัวมาก หล่อนรับไม่ได้ที่ถูกคนอื่นต่อว่าหล่อนแบบนี้ จ้าวซิ่วเหม่ยไม่อยากให้ชาวบ้านต่อว่าหล่อนอีก หล่อนจำใจต้องขอโทษจ้าวหมิงอวี้ออกไป
“พี่หมิงอวี้ ฉันขอโทษ ฉันมันไม่ดีเอง พี่ยกโทษให้ฉันได้ไหม ? ฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก”
พูดจบ…จ้าวซิ่วเหมยก็ร้องไห้วิ่งออกมาจากตรงนั้น พอทุกคนเห็นจ้าวซิ่วเหมยวิ่งไปแล้วก็รีบเดินเข้าไปปลอบใจจ้าวหมิงอวี้ เธอเห็นน้องสาวที่แสนดีของเธอวิ่งไปแล้ว ก็กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก ครู่นั้นก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น
“หลีกไป ฉันจะจับปลา” เสียงเข้มอันทรงพลังนั่น ทำให้จ้าวหมิงอวี้ถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง
เฉินเทียนหยู่แต่งงานกับจ้าวหมิงอวี้ได้ 10 วัน เขารู้สึกมีความสุขมากที่ได้จ้าวหมิงอวี้มาเป็นภรรยา แม้ว่าเขาจะทำเรื่องอย่างว่ากับจ้าวหมิงอวี้ไม่ได้ แต่…มือเขายังอยู่ครบ เขาบังคับให้จ้าวหมิงอวี้ใช้ปากช่วยเขาแทน ทุกครั้งที่เฉินเทียนหยู่เห็นจ้าวหมิงอวี้ร้องไห้อ้อนวอน เขารู้สึกดีมากมีอยู่วันหนึ่ง…เฉินเทียนหยู่ไปเล่นไพ่ได้เงินมาเยอะ เขาคิดอยากจะไปสนุกกับอวิ๋นเฟยสักหน่อย ขณะที่เขากำลังเดินไปที่หมู่บ้านเทียนเฟิงอยู่นั้น ไม่รู้ว่าใครมาดักทำร้ายร่างกายเขา คนคนนั้นใช้กระสอบครอบศีรษะเขาไว้ คนคนนั้นลงมือทำร้ายร่างกายเขาอย่างไม่ปรานีเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฉินเทียนหยู่…เขากลับสงสัยว่าจ้าวหมิงอวี้มีชู้ สวมเขาให้เขา ก่อนวันแต่งงาน…มีชายปริศนาคนหนึ่งมาหาเฉินเทียนหยู่ที่บ้าน ชายคนนั้นขอให้เขาดีกับจ้าวหมิงอวี้ให้มาก ๆ ถ้าเขาทำอะไรไม่ดีกับจ้าวหมิงอวี้ ชายคนนั้นจะเป็นคนมาจัดการเขาวันนั้นเฉินเทียนหยู่มองไม่ชัดว่าชายปริศนาคนนั้นเป็นใคร เฉินเทียนหยู่ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจ จ้าวหมิงอวี้มีใบหน้าสะสวย เรียนเก่ง ไม่แปลกใจที่จะมีผู้ชายตามมาวอแว ยังไงจ้าวหมิงอวี้ก็ต้องแต่งงานกับเขา เขาจึงไม่สงสัยอะไรตั้งแต่วัน
สวี่หมิงหาวเป็นกังวลมาก เขาไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของพระเอกนิยายเรื่องนี้อยู่ที่ปักกิ่งเป็นยังไงบ้าง เขาโทรไปหาก็ไม่มีใครรับสาย นายอำเภอที่เคยรับใช้เขาตอนนี้ก็ไม่โผล่หน้ามาให้เขาเห็น พ่อกับแม่ของพระเอกก็ไม่ส่งเงินมาให้เขาใช้นานหลายเดือนแล้วสวี่หมิงหาวเกิดสงสัย หรือว่าพ่อกับแม่ของพระเอกในนิยายเรื่องนี้จะรู้ความจริงแล้วว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของพวกเขา แต่…เขาก็ไม่กลัวหรอกนะ เขาไม่เชื่อว่าคนที่มาจากโลกอนาคตอย่างเขาจะมีจุดจบเหมือนตัวประกอบในนิยายเรื่องนี้อีกไม่นาน…ทางตอนใต้จะพัฒนา เขาอยากจะเดินทางไปตั้งตัวที่นั่น บางทีเขาอาจจะได้เจอกับคนใหญ่คนโตก่อนที่จะได้ขึ้นรับตำแหน่งก็ได้ เขาจะทำให้คนพวกนั้นมาเป็นขี้ข้ารับใช้เขาให้ได้ ในอนาคตเขาจะได้ปกครองประเทศนี้อย่างที่หวังไว้แต่…ฟ้ากลับเล่นตลกกับสวี่หมิงหาว วันที่เขากำลังจะขึ้นรถไฟ เขาก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกมาจับตัวเขาที่สถานีรถไฟ เขาถูกจับข้อหาฉ้อโกงหลอกเอาเงินของพ่อกับแม่พระเอก สุดท้าย…สวี่หมิงหาวก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปขังคุกพอจ้าวซิ่วเหมยรู้เรื่อง…หล่อนมีเงินติดตัวอยู่ 100 หยวน หล่อนรีบเก็บของหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ส่วนสวี่หมิงหราน…ไม่มีคนหา
“ พี่ไปฝึกทหารเถอะนะ พี่ได้เป็นทหารก็ดีเหมือนกัน ” หยางอี้เฟิงเห็นจ้าวหมิงอวี้ไม่ร้องไห้ เขากลับรู้สึกปวดใจ แต่…สิ่งที่เธอพูดก็ถูก ก่อนที่พ่อจะกลับไปที่ปักกิ่ง พ่อยังบอกกับเขาว่า‘ พ่อให้คนสืบเรื่องกิจการของลูกกับหมิงอวี้แล้ว กิจการที่ลูกทำอยู่ก็ดี ถ้าลูกตั้งใจพัฒนาโรงงาน พ่อเชื่อว่าอีกไม่นานโรงงานของลูกจะกลายเป็นโรงงานใหญ่และเป็นโรงงานสำคัญต่อประเทศ แต่…พอลูกไปถึงจุดนั้น ใครจะหนุนกลังลูกได้ ลูกจะปกป้องผลโยชน์ของตัวเองได้หรือ ? ตอนนี้ลูกยังมีพ่อหนุนหลังอยู่ พ่ออยากจะให้ทุกคนได้รับรู้ว่าลูกคือลูกชายของพ่อ จะไม่มีใครกล้าแตะต้องลูก ’‘ อีกไม่นาน…พ่อกับแม่ก็ต้องลงจากตำแหน่งแล้ว ไม่มีอำนาจในมือ ตระกูลโจวคือนักการเมือง ลูกจะพาหมิงอวี้กลับไปที่ปักกิ่งโดยที่ไม่มีตำแหน่งค้ำคอไม่ได้ หมิงอวี้จะเจอกับคำดูถูก พ่ออยากให้ลูกไปฝึกทหารสักสามเดือน ทำให้ทุกคนเห็นว่าลูกชายของพ่อสามารถสืบทอดตำแหน่งพ่อได้ พวกเขาจะได้หุบปากไม่กล้าว่าอะไรลูกอีก ’เขาเข้าใจสิ่งที่พ่อบอกกับเขา ร้านขายเนื้อหมูเขาเปิดขายมานาน เพราะมีหลี่หมิงเหยาหนุนหลัง ร้านขายเนื้อหมูเขาถึงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเข้าใส่สิ่งที่พ่อกำลังสื่อ อ
มีแค่หยางอี้เฟิงเท่านั้นที่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นเป็นใคร วันที่พ่อส่งเขาให้แม่ของหยางจื้อชิงดูแล เขาก็อายุได้ 8 ขวบแล้ว เขายังจำหน้าพ่อกับแม่ของเขาได้ดี เขายังจำคำพูดของพ่อก่อนที่พ่อกับแม่จะกลับไปที่ปักกิ่ง พ่อกับแม่เขาดูแก่ตัวไปมาก เขาไม่คิดว่า…พ่อกับแม่เขาจะมีฐานะสูงส่งเช่นนี้หยางอี้เฟิงลุกจากเก้าอี้ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นแม่ เห็นหยาดน้ำใสรื้นขอบดวงตาคู่นั้น เขาก็รีบโผเข้ากอดแม่แน่น“ แม่ครับ ” สุดท้าย…หูจิงจิงก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โผกอดลูกชายที่ห่างหายไปนานในอ้อมอกแน่นไม่ยอมปล่อย“ ลูกแม่ ฮึก ๆ สุดท้ายแม่ก็ตามหาเจอสักที ฮือ ๆ แม่ขอโทษ แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกไป ฮึก ๆ ”หยางอี้เฟิงเห็นแม่ร้องไห้สะอื้น เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้จะปลอบประโลมแม่อย่างไรดี“ ผมไม่ถือโทษโกรธแม่ แม่อย่าร้องครับ ผมอยู่นี่แล้ว ” โจวไท่เหาได้ยินหยางอี้เฟิงเรียกพ่อ ก็เกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ตนกับหูจิงจิงมีลูกชายเพียงคนเดียว ลูกชายห่างหายไปตั้งนานหลายปี พอได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง ตนจะไม่ดีใจได้อย่างไร โจวไท่เหาเดินเข้าไปกอดหยางอี้เฟิง ตบที่ไหล่เบา ๆ ก่อนจะบอกออกไปว่า“ หลิวหมิง กลับไปที่ปักกิ่งกับพ่อนะ











