LOGINอีกคนได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีต อีกคนมาจากโลกอนาคต ส่วนอีกคนที่เธอไม่ได้เลือก กลับเป็นคนที่คอยปกป้องเธอมาโดยตลอด ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอมาพร้อมกับระบบ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
View Moreเดือนธันวาคม ปี 1979 ที่ชนบททางตอนเหนือของจีน หมู่บ้านหลี อากาศหนาวเหน็บ หิมะตกหนัก หลังจากที่หิมะหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส น้ำในแม่น้ำกลายเป็นสีฟ้า อยู่ไม่ไกลสามารถมองเห็นหุบเขาได้อย่างชัดเจน อากาศหนาวถึงกระดูก
เฉินเทียนหยู่ ร่างกายเปียกปอนสั่นเทา พยายามพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ลอยเข้าฝั่ง แม้ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตาม แต่…เทียนหยู่กลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด เขานึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็รู้สึกร้อนรน เทียนหยู่นิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าเรียวสวยของจ้าวหมิงอวี้แล้ว ริมฝีปากหนาก็หยักโค้งเล็กน้อย
ขอแค่เขาได้ปลดกระดุมเสื้อของจ้าวหมิงอวี้ ต่อให้เธอไม่เต็มใจ เธอก็ต้องยอมมาเป็นเมียเขาแต่โดยดี มือทั้งสองข้างของเทียนหยู่สั่นเทา เขารีบพาร่างอันอ่อนแรงของจ้าวหมิงอวี้ขึ้นไปบนฝั่ง ก่อนจะออกแรงกระชากเสื้อของเธอออกอย่างแรง อีกนิดเดียวเท่านั้น เขาจะได้สัมผัสเรือนร่างอันขาวเนียนนี้แล้ว
แค่ก ๆ !! จ้าวหมิงอวี้สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง สำลักน้ำจนหน้าแดงไปหมด เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ลืมขึ้น เธอแปลกใจมากอยู่ ๆ ก็มารู้ตัวว่าเธอพลัดตกลงไปในน้ำ เธอกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงไม่ใช่เหรอ ? ทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ ? ครู่นั้น…เหมือนเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
เสียงนั่นบอกกับเธอว่าจ้าวหมิงอวี้คนเดิมได้ตายไปแล้ว พอแสงปริศนานั่นให้เธอดื่มอะไรบางอย่าง ก็ได้บอกกับเธอว่า…จะส่งวิญญาณเธอกลับมาช่วงเวลาที่ยังไม่ได้เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้น ทันใดนั้น…จ้าวหมิงอวี้ก็ได้รู้ความจริงว่าเทียนหยู่ร่วมมือกับน้องสาวเธอคิดอยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ
จ้าวหมิงอวี้พยายามผลักเทียนหยู่ออกห่าง เธอจำได้ว่า…น้ำวิเศษที่เธอกินเข้าไป ทำให้เธอมีแรงเหนือกว่าคนอื่น เธอก็อยากจะลองดูเหมือนกัน เทียนหยู่ไม่รู้ว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว จ้าวซิ่วเหมยบอกกับเทียนหยู่ว่า หล่อนจะไปตามชาวบ้านมาที่นี่ แล้วเขาจะได้พี่สาวของหล่อนทำเมียอย่างที่ได้คุยกันไว้
เฉินเทียนหยู่นึกถึงภาพที่เขาจะได้ร่วมรักกับจ้าวหมิงอวี้ เขาก็ยิ่งบ้าคลั่ง อยากจะครอบครองเธอเสียตอนนี้ แต่…อยู่ ๆ เฉินเทียนหยู่ก็รู้สึกถึงแรงถีบที่ท้องของเขา ทำให้เขาจุกจนทำตัวไม่ถูก จ้าวหมิงอวี้รีบดันร่างตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะเตะไปที่หน้าของเฉินเทียนหยู่อย่างแรง
“บ้าเอ้ย !! ฉันเจ็บนะโว้ย !! ” จ้าวหมิงอวี้ใช้เท้ากดหน้าเฉินเทียนหยู่ไปที่พื้น จากนั้นเธอก็รีบกระโดดลงไปในน้ำ ก่อนจะว่ายหนีไปขึ้นฝั่งอีกฝั่งหนึ่ง
เมื่อชาติที่แล้ว…จ้าวหมิงอวี้แอบมาว่ายน้ำเล่นที่นี่เป็นประจำ ตอนนี้เธอว่ายน้ำเก่งกว่าเมื่อก่อนมาก สภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลย โชคดีที่เฉินเทียนหยู่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเธอ จ้าวหมิงอวี้ถอนหายใจโล่งอก เธอไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเธอไม่ได้สติ เธอจะเป็นยังไง ?
จ้าวหมิงอวี้รีบเดินไปจับปลาแถวนั้นมากอดไว้ ก่อนที่เธอจะสิ้นใจตาย เธออดอยากมานานหลายวัน พอจับปลามาได้ เธอก็ดีใจมาก ในใจแอบคิด ไม่คิดว่าเธอจะจับปลาตัวนี้ได้ด้วยมือเปล่า…
ทางด้านของเฉินเทียนหยู่ เขานอนกุมท้องร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น จ้าว หมิงอวี้กอดปลาตัวนั้นหันไปมองเฉินเทียนหยู่ เธอกำลังจะเดินกลับไปที่บ้าน ทว่าครู่นั้น…เธอก็ได้ยินเสียงของชาวบ้านดังแว่วมา คนที่เดินนำกลุ่มชาวบ้านมาเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่จ้าวซิ่วเหมยน้องสาวของเธอ
จ้าวซิ่วเหมยสวมเสื้อคลุมหนาสีแดงสดเดินมา หล่อนผลิยิ้ม ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวหมิงอวี้
“พี่หมิงอวี้ พี่มาอยู่กับพี่เทียนหยู่ได้ยังไงคะ ?” มีชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเฉินเทียนหยู่กำลังกุมท้องร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ก็รีบเข้าไปช่วย
จ้าวหมิงอวี้เม้มปากแน่น เหตุการณ์ในตอนนี้ไม่ต่างจากเหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้วเลย เฉินเทียนหยู่กระโดดลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ แล้วชาวบ้านก็มาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี
“พี่หมิงอวี้ พี่อยากจะแต่งงานกับพี่เทียนหยู่ พี่ก็แค่มาบอกพ่อกับแม่ ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย”
สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ? เธอต้องยอมแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ในวัย 30 ปีแต่โดยดี เธอกลายเป็นแม่เลี้ยง เลี้ยงลูกทั้งสองของเฉินเทียนหยู่ พอเธอแต่งงานเข้าไปอยู่ที่บ้านเฉิน เธอก็ต้องอยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ สุดท้ายก็สิ้นใจตายอย่างอนาถ ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอไม่ใช่จ้าว หมิงอวี้คนเดิมอีกต่อไป
ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่…คนที่คอยหาทางทำลายชีวิตเธอ อยากจะผลักเธอตกไปอยู่ในหลุมนรกอย่างจ้าวซิ่วเหมยไม่เคยเปลี่ยนไปเลย จ้าวหมิงอวี้จ้องหน้าจ้าวซิ่วเหมยอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
“พี่ตกลงไปในน้ำกับเทียนหยู่ตอนไหน ? ตั้งแต่เมื่อไร ? ไม่เห็นหรือไงว่าเทียนหยู่อยู่ห่างจากพี่น่ะ ถ้าตาเธอไม่บอดน่าจะเห็นทุกอย่างนะ”
น้ำเสียงของจ้าวหมิงอวี้เรียบนิ่ง เย็นชา สีหน้าและแววตาไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวใด ๆ เลย จ้าวซิ่วเหม่ยถูกย้อนถึงกับพูดอะไรไม่ออก คนที่อ่อนแอไม่เคยสู้ใครมาก่อนอย่างจ้าวหมิงอวี้ ปากดีตั้งแต่เมื่อไรกัน
“ฉันได้ยินพี่คุยกับพี่เทียนหยู่ก่อนหน้านั้น ฉันก็นึกว่าพี่กับพี่เทียนหยู่กระโดดลงไปในน้ำด้วยกันซะอีก”
แววตาของจ้าวหมิงอวี้พลันกระตุกวูบ ก่อนหน้านั้นคนที่ยืนอยู่กับเธอคือจ้าวซิ่วเหม่ยไม่ใช่เหรอ ? ตอนนั้นเธอไม่ทันได้ระวังตัว เธอโน้มตัวลงไปดูปลา จ้าวซิ่วเหมยฉวยโอกาสนั้นผลักเธอตกลงไปในน้ำ เมื่อชาติที่แล้ว…เธอพยายามอธิบายให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่…พ่อกับแม่กลับไม่ฟังสิ่งที่เธอบอกเลย เอาแต่สนใจสินสอดที่บ้านเฉินเสนอให้กับพวกเขา อีกอย่าง…คนที่พ่อกับแม่รักนักรักหนาก็คือจ้าวซิ่วเหมย ลูกสาวคนเล็กที่แสนดีของพวกท่าน เพราะแบบนี้…พ่อกับแม่ถึงไม่เชื่อคำพูดของเธออย่างไรล่ะ พ่อกับแม่ยังบอกอีกว่า…ถ้าจ้าวซิ่วเหมยไม่มาบอกเรื่องนี้ให้พวกท่านรู้
พวกท่านคงไม่รู้ว่าเธอแอบไปคบหากับเฉินเทียนหยู่ หาว่าเธอโกรธจ้าวซิ่วเหมย ถึงได้ใส่ร้ายจ้าวซิ่วเหมย
“ซิ่วเหมย เธอพูดอะไรของเธอ ก่อนที่พี่จะตกลงไปในน้ำ คนที่อยู่กับพี่ก็คือเธอไม่ใช่เหรอ เธอบอกกับพี่ว่าเธออยากจะได้ปลาไปทำอาหารไม่ใช่เหรอ ? นี่ไง พี่จับปลามาให้เธอแล้ว ปลาใหญ่ขนาดนี้ เธอกินได้นานหลายวันเลยนะ แต่น่าเสียดาย เสื้อผ้าพี่ขาดหลุดลุ่ยหมดแล้ว”
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงใสเรียบนิ่ง เหอเจี้ยนกั๋วยืนอยู่ข้างหลังจ้าวซิ่วเหมยมองมาที่จ้าวหมิงอวี้ น้ำเสียงของเธอทำให้เขารู้สึกสงสารเธอมาก เขาหันไปมองจ้าวซิ่วเหมย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ซิ่วเหมย พี่สาวเธอดีกับเธอขนาดนี้ เธอกล้าใส่ร้ายพี่สาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไง ?”
ที่พวกเขาตามจ้าวซิ่วเหมยมาที่นี่ เพราะหล่อนบอกกับทุกคนว่าพี่สาวของหล่อนกับเฉินเทียนหยู่กระโดดลงไปในน้ำด้วยกัน น้ำเสียงของจ้าวซิ่วเหมยแลดูเป็นห่วงพี่สาวมาก พวกเขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับจ้าวหมิงอวี้ ถึงได้รีบวิ่งมาที่นี่ดู
แต่ว่า…สิ่งที่พวกเขาเห็นไม่เหมือนที่คิด จ้าวหมิงอวี้อยู่อีกฝั่งหนึ่ง พวกเขาสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน จ้าวซิ่วเหมยโมโหมาก เห็นปลาที่จ้าว หมิงอวี้ถืออยู่ ถึงกับหุบยิ้มพูดอะไรไม่ออก วินาทีนั้น…จ้าวซิ่วเหมยก็รู้สึกกลัว ชาวบ้านที่เดินตามหล่อนมาก็เริ่มซุบซิบนินทาลับหลังหล่อน
“ซิ่วเหมย คราวหน้าคราวหลังอย่าพูดแบบนี้อีกเข้าใจไหม ? พวกเราก็นึกว่าหมิงอวี้กับเทียนหยู่แอบมาพลอดรักกันที่นี่ซะอีก อีกอย่าง…หมิงอวี้ดีกับเธอขนาดนี้ อากาศหนาวแบบนี้ยังลงไปจับปลาให้เธอเลย เธอมาใส่ร้ายพี่สาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไง มีสมองก็หัดใช้สมองบ้างสิ !!”
ชาวบ้านไม่มีใครเชื่อว่าจ้าวหมิงอวี้จะทำเรื่องอย่างว่ากับเฉินเทียนหยู่ที่นี่ได้ จ้าวหมิงอวี้มีใบหน้าสะสวย ไม่สนใจคนอย่างเฉินเทียนหยู่หรอก จ้าวซิ่วเหมยอ้าปากค้าง อยากจะโต้แย้งแต่หล่อนก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรดีให้ชาวบ้านได้เข้าใจ
“ซิ่วเหมย อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเข้าใจไหม ? เธอผลักพี่ตกลงไปในน้ำเพราะอยากจะให้พี่จับปลามาให้เธอไม่ใช่เหรอ ? พี่จะไม่โทษเธอนะซิ่วเหมย แต่เธออย่าทำอะไรแบบนี้อีก” จ้าวซิ่วเหมยถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินจ้าวหมิงอวี้บอกแบบนั้น
“อะไรนะ ?!! เธอผลักพี่สาวตัวเองตกลงไปในน้ำเหรอ ?!! ” เหอเจี้ยนกั๋วไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่อว่าจ้าวซิ่วเหมยไม่หยุด จ้าวซิ่วเหมยเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ หล่อนพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ จ้าวหมิงอวี้พูดแค่ไม่กี่คำ พวกเขากลับเชื่ออย่างนั้นเหรอ ? จ้าวซิ่วเหมยไม่เข้าใจ ว่าทำไมเรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงไม่เป็นอย่างที่หล่อนคิด
ตอนนี้หล่อนกลัวมาก หล่อนรับไม่ได้ที่ถูกคนอื่นต่อว่าหล่อนแบบนี้ จ้าวซิ่วเหม่ยไม่อยากให้ชาวบ้านต่อว่าหล่อนอีก หล่อนจำใจต้องขอโทษจ้าวหมิงอวี้ออกไป
“พี่หมิงอวี้ ฉันขอโทษ ฉันมันไม่ดีเอง พี่ยกโทษให้ฉันได้ไหม ? ฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก”
พูดจบ…จ้าวซิ่วเหมยก็ร้องไห้วิ่งออกมาจากตรงนั้น พอทุกคนเห็นจ้าวซิ่วเหมยวิ่งไปแล้วก็รีบเดินเข้าไปปลอบใจจ้าวหมิงอวี้ เธอเห็นน้องสาวที่แสนดีของเธอวิ่งไปแล้ว ก็กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก ครู่นั้นก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น
“หลีกไป ฉันจะจับปลา” เสียงเข้มอันทรงพลังนั่น ทำให้จ้าวหมิงอวี้ถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ
“กลับมาคิดดูแล้ว ไอ้เทียนหยู่ก็ไม่ไม่แย่อย่างที่คิดนี่นา ว่าแต่…ลูกรู้ได้ยังไงว่าไอ้เทียนหยู่อยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ? ทำไมไอ้เทียนหยู่ไม่ไปขอให้แม่สื่อมาพูดกับพ่อ มาขอให้ลูกช่วยทำไม ?”จ้าวซิ่วเหมยได้ยินผู้เป็นพ่อถามแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะบอกออกไปว่า“พี่เขากลัวพ่อจะไม่ยอมรับพี่เขาค่ะ พี่เขาก็เลยให้แม่สื่อมาคุยกับฉัน พี่เขาอยากจะให้ฉันมาถามความคิดเห็นจากพ่อก่อน”“อย่าไปยุ่งกับไอ้เทียนหยู่อีก เดี๋ยวชาวบ้านคนอื่นจะเข้าใจผิด ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ สนิทกับผู้ชายคนอื่นมันดูไม่ดี”จ้าวเสี่ยวหลงไม่พอใจมากที่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตนสนิทสนมกับเฉินเทียนหยู่ แม้ว่าจ้าวซิ่วเหมยจะดูบ้าน ๆ ไม่สวยเท่าจ้าวหมิงอวี้ แต่จ้าวซิ่วเหมยมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าจ้าวหมิงอวี้ ไม่ได้เป็นหมันเหมือนจ้าวหมิงอวี้ จ้าวซิ่วเหมยเห็นสายตาที่พ่อมองมาที่หล่อนแล้ว อยู่ ๆ หล่อนก็ขนหนาวลุกในใจแอบคิด…ครอบครัวของนางเอกนิยายเรื่องนี้จริง ๆ เลยนะ ไม่ได้เรื่องเลยสักคน หมู่บ้านหลีนี้ แม้จะมีไฟฟ้าใช้ แต่ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครกล้าใช้ไฟฟ้าเลย ค่าไฟแพงกว่าที่พวกเขาคิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร สู้เข้า
ได้ยินคำว่ายา สีหน้าของจ้าวเสี่ยวหลงก็เปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะมองมาที่จ้าวซิ่วเหมย“นี่ลูกไปผลักหมิงอวี้ทำไม ? ลูกเสียสติไปแล้วหรือ ? ถ้าหมิงอวี้เป็นอะไรไปแล้วละก็ พ่อต้องเป็นคนนำเงินไปซื้อยามารักษามันนะ !! ”“พ่อ !! เงิน !! เงิน !! อะไรก็เงิน !! ” จ้าวซิ่วเหมยตลาดเสียงดังลั่นบ้านเพราะความโมโห ครู่นั้นจ้าวเหวินปิงลูกชายคนโตบ้านจ้าวก็ได้เอ่ยขึ้น“นี่หมิงอวี้ แกไปเอาแรงมาจากไหน ? ผู้ชายในหมู่บ้านนี้มาเห็นเข้า ไม่มีใครอยากได้แกไปทำเมียแน่” พูดจบ…จ้าวเหวินปิงก็ได้หันไปพูดกับผู้เป็นแม่ว่า“แม่ แม่บอกกับผมว่าอยากจะให้หมิงอวี้แต่งงานออกเรือนไปเพื่อจะเอาเงินสินสอดของหมิงอวี้มาแต่งเมียให้ผมไม่ใช่หรือ ? ไม่มีใครอยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าว่าหมิงอวี้แรงเยอะกว่าผม เราจะทำยังไงครับ”“เหวินปิง ลูกพูดอะไรของลูก ยังไงหมิงอวี้ก็ต้องแต่งงานออกจากบ้านนี้ไป อย่าเป็นกังวลไปเลยนะเหวินปิงลูกแม่”“ได้ แม่อย่าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมล่ะ ปีนี้ผม 22 แล้ว ไม่รีบแต่งตอนนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีใครเอาผมหรอก”จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินผู้เป็นลูกชายบอกแบบนั้นก็รีบไล่ให้เหวินปิงไปที่อื่น“แกพูดอะไรของแ
ทำไมหยางอี้เฟิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? เธอจำได้ว่า…วันที่เธอป่วยหนัก ชาวบ้านบอกว่าหยางอี้เฟิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปไม่ใช่เหรอ ? ชาวบ้านยังบอกอีกว่าเขาต้องโทษหนัก โทษหนักที่ว่านั้นคืออะไร ? เขาไปฆ่าใครมาเหรอ ? หรือเขาทำอะไรผิดต่อนโยบายรับฐกันแน่ ?จ้าวหมิงอวี้หันไปมองหน้าหยางอี้เฟิงด้วยแววตาที่หวาดกลัว อากาศหนาวแบบนี้เขากลับสวมแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว เผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง ข้างล่างเขาสวมใส่แค่กางเกงลายทหาร ขากางเกงถูกพับขึ้นเหนือเข่า แม่น้ำนี้กว้างจะตาย เขากลับหาว่าเธอกับชาวบ้านกำลังขวางทางเขาอยู่อย่างนั้นเหรอ ?คนอะไรเห็นแก่ตัวจริง ๆ เลย จ้าวหมิงอวี้กำลังแอบก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ครู่นั้นเธอก็เห็นเขากำลังมองมาที่เธออยู่ เขามีนัยน์ตาที่สวยมาก นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอพลันเต้นแรงรัวเร็ว จ้าวหมิงอวี้รีบเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นแทบไม่ทันน่ากลัวจริง ๆ เลย สายตาคู่นั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว เธอจะไม่มองมันอีก ครู่นั้นเสียงปริศนาก็ดังขึ้นในหัวของเธอ[ระบบรักข้ามมิติเปิดใช้งานแล้ว เจ้าของห้องทำการสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้ ] [หยางอี้เฟิง มาจากหมู่บ้านหลี เกิดปี 1957 ปีนี้อายุ 22 ปี ส่วนสูง











