Home / รักโบราณ / อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร / บทที่ 5 ไปชั่วครู่ก็เกิดเรื่อง

Share

บทที่ 5 ไปชั่วครู่ก็เกิดเรื่อง

last update Last Updated: 2026-01-02 11:27:17

“ได้ข่าวว่าหลูเค่อเอ้อมีดินดีน้ำดีใช่หรือไม่”

         หวังเหว่ยกวงถามขึ้นแต่นั้นกลับได้รับสายตาห้ามปรามจากหวังหยางซั่ว คลับคล้ายกับไม่ให้พูดมากจนเกินไปนัก ทั้งเหรินเล่อเองก็มองออกว่าฮ่องเต้ของซีเป่ยก็ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรมากนัก คงจะโลภเหมือนผู้นำหรือฮ่องเต้แคว้นอื่น ๆ ทั่วไป นางจึงได้แต่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

         “ทูลฝ่าบาทไม่ถึงกับดีเทียบเท่าซีเป่ยเพคะ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์แค่กระจุกเดียวบวกกับคนของหลูเค่อ เอ้อมีน้อยนักจึงทำให้อาหารเพียงพอประทังชีวิตของคนเผ่าหม่อมฉันเท่านั้น มิได้มั่งคั่งดุจดังซีเป่ยอันเกรียงไกรของฝ่าบาทหรอกเพคะ”

         หวังหยางซั่วหันมองหน้านางด้วยใบหน้าเรียบนิ่งภายในใจนึกชื่นชมนางอยู่บ้าง ที่ไม่โง่เขลาพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป มีเพียงมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่พ้นสายตาพญาหงส์อย่างฮองเฮา

         “ช่างถ่อมตนเสียจริง ไม่ใช่ว่าอุดมไปด้วยทองคำหรอกรึ”

         เหรินเล่อหันมองฮองเฮาด้วยรอยยิ้ม คิดว่าสตรีผู้นี้โง่เขลานัก พูดชี้นำเช่นนี้หวังให้ข้าเปิดปากรึ...ฝันไปเถิด...

         “ทูลฮองเฮาท่านกล่าวหนักเกินไปแล้วเพคะ ทองคำหลูเค่อเอ้อมีเล็กน้อย หาได้เทียบเผ่าหุยได้ไม่ สายแร่มีแค่ดินแดนกันชนเท่านั้นและส่วนใหญ่ก็มีในดินแดนฝั่งตรงข้าม ที่บิดาของข้านำทองเพื่อบรรณาการแคว้นอื่นก็เพื่อมิตรไมตรีเท่านั้น หลูเค่อเอ้อนั้นใช้ชีวิตสมถะยิ่งกว่าซีเป่ย อย่าได้เทียบกันเลยเพคะ”

         แน่นอนนางโกหก มีของล้ำค่าใครโง่กล้าอวดฉลาดก็เชิญเถอะ นางแต่งงานเพื่อให้แคว้นสงบสุขหาใช่นำศึกเข้าบ้าน

         “เช่นนั้นข้าคงเข้าใจผิดไปกระมัง” เหลียนชิงเย่าประหลาดใจเล็กน้อย สิ่งที่นางรับรู้มาตรงข้ามกัน แต่นางไม่เคยออกจากเมืองหลวงแล้วจะรู้ความจริงได้อย่างไร

         แต่ช่างเถอะ...ในเมื่อหาเหตุให้สามีส่งเป่ยอ๋องไปรบไม่ได้ เช่นนั้นก็หารือเรื่องอื่น เดิมทีก็อยากให้เป่ยอ๋องรบอยู่ชายแดนห้ามกลับเมืองหลวง แต่สามีนางไม่เคยระแวงหรือคลางแคลงสงสัย ทั้งยังเลือกเก็บเขาไว้ใกล้ตัว ทั้งที่เสด็จพ่อของเขาคิดอ่านการณ์ไปข้างหน้า ส่งเป่ยอ๋องไปชายแดนตั้งแต่ยังเด็ก นางภาวนาให้สามีนางมีคนชี้ทางให้สว่างสักที

         หลังจากพูดคุยกันครู่ใหญ่เป่ยอ๋องก็ขอตัวกลับ ภายในใจลึก ๆ นึกชอบการวางตัวอันชาญฉลาดของนาง แต่ทำไมชอบท้าทายคนในจวนของเขานัก เมื่อวานมามาวิ่งโร่มาฟ้องทั้งบีบน้ำตา แต่เขาเองก็ยังลงโทษอะไรนางไม่ได้เพราะนางยังไม่ได้ทำผิด หวังว่าสักวันนางจะปรองดองกับคนของเขาจะได้อยู่กันอย่างสงบ

         เขาคิดไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็สลัดศีรษะไปมา ‘นี่เขาคิดให้นางปรองดอง...เขาคิดไปได้เยี่ยงไร’

         ขณะที่นางเดินเคียงข้างเขาอยู่นั้น เห็นท่าทีแปลก ๆ ของเป่ยอ๋อง นางจึงถามเขา “เป็นอันใดเพคะท่านอ๋อง”

         “ไม่...เราไม่เป็นอันใด”

         “โกหก!” นางทำพูดด้านหลังเขาเสียงเบา ไม่กล้าพูดหนักปากไป แต่เหมือนคนเบื้องหน้าชาติก่อนอาจจะเกิดเป็นสุนัขกระมังถึงได้ยินชัดแจ้งนัก

         “เหตุใดต้องโกหก” เขาหยุดกะทันหันแล้วหันขวับมาเผชิญหน้ากับนาง นั่นทำให้นางหยุดตรงหน้าเขา จนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวรักษาระยะห่าง

         “ได้ยินด้วยหรือเพคะ” นางท่าทีเฉไฉทั้งไม่ยอมรับง่าย ๆ

         “ไม่ได้หูหนวก” เขาทำสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งพูดก็เหมือนนางยิ่งกวนประสาทเขา เมื่อไหร่นางจะเคารพเขาที่เป็นสามีสักทีนะ

         “เข้าใจแล้วเข้าใจแล้วเพคะ ไม่ได้โกหก ไม่มีอะไรด้วย” นางรับคำอย่างอ่อนใจ

         “พูดจากลับกลอกเชื่อไม่ได้”เขาต่อว่าก่อนพูดต่อ  “เจ้ากลับไปที่จวนข้ายังมีธุระต่อ” เป่ยอ๋องเดินสะบัดชายเสื้อไปขึ้นม้า ที่ไม่รู้ว่าสั่งให้คนเอามารอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปล่อยทิ้งให้นางกลับจวนตามลำพัง

         นางขึ้นรถม้าได้ก็มองทอดยาวไปตามเส้นทางสัญจรไปมา เมื่อมองลึกเข้าไปในตลาดมีเส้นทางที่เป็นตรอกซอกซอยแคบ ๆ เห็นผู้คนบ้างหาบผักมาขาย หาบอาหาร ซาลาเปานึ่ง พวกเนื้อสัตว์อาหารสดต่าง ๆ สร้างความครึกครื้นยิ่งนัก ทำให้คิดถึงตลาดหน้าเผ่าหลูเค่อเอ้อ

         แม้ว่าที่ชนเผ่าของนางส่วนมากมีของอุดมสมบูรณ์แต่คนในเผ่าก็ยังทำมาหากินค้าขายกับต่างเผ่าที่แวะเวียนมาบ้าง นางยังจำได้ว่าเคยรับคณะทูตจากแคว้นหลงเจียงด้วยซ้ำ ทั้งที่อยู่ไกลสุดกู่จากเผ่าของนาง ชื่อเสียงเผ่าของนางก็ยังไปถึงอย่างไม่น่าเชื่อ

         “ป่านนี้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ทำอันใดอยู่กันนะ” นางยกมือยื่นไปนอกหน้าต่างกางมือรับลมพริ้มตาหลับคิดถึงภาพที่ตัวเองเต้นรำอยู่กลางทุ่งหญ้าสีทองพาให้หัวใจนางแช่มชื่นนัก

         อิสระที่เคยมี

         ความสุขที่เคยรับ

         อ้อมกอดของครอบครัว ทำให้นางคิดถึงเสียจนน้ำตาไหล

         แม้ว่าเกิดเป็นหญิงจะช่วยเหลือบ้านเมืองตัวเองไม่ได้มาก แต่นางก็อยากช่วยท่านพ่อแบ่งเบา แม้ต้องฝืนใจก็ตาม

         พี่ใหญ่ของนางเป็นผู้นำกองทัพฝึกปรือเหล่าทหาร ออกลาดตระเวน แล้วนางเป็นทั้งลูกและน้องสาวของท่านพ่อและพี่ใหญ่ นางจะอ่อนแอได้อย่างไร

         เมื่อคิดได้แล้วนางจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด แล้วตั้งมั่นว่านางจะไม่มีวันยินยอมให้ผู้ใดรังแกนางได้เด็ดขาด

         กับ กับ กับ !!!

         เสียงรถม้าวิ่งไปตามทางที่ปูลาดด้วยอิฐเรียบเสมอกันจนเมื่อถึงหน้าจวนเป่ยอ๋อง นางก็รู้สึกไม่อยากเข้าไปเสียอย่างนั้น

         “ถึงแล้วเหรอ...ที่อยู่ใหม่ของข้า” นางไม่เคยเรียกที่ใดว่าบ้านนอกจากที่หลูเค่อเอ้อ ต่อให้หรูหราสะดวกสบายเพียงใด หากแต่เทียบไม่ได้กับความอบอุ่นในกระโจมเล็ก ๆ ของนางเลยสักนิด

         ที่นี่ก็แค่ที่ให้พักหลับนอนก็เท่านั้น เป็นบ้านนางไม่ได้หรอก

         “พระชายาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คนขับรถม้าไม่กล้าเปิดม่านให้ ทำให้เพียงแค่รออยู่ด้านล่างวางบันไดให้ลงมาอย่างสะดวกเท่านั้น

         นางค่อย ๆ เดินลงมาอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังเพราะไม่มีคนจับให้เหมือนตอนไป เมื่อลงมาเท้ายังไม่เหยียบพื้นได้เต็มเท้า เสี่ยวเฟิงก็รีบวิ่งมาหานางทันที

         “พระชายาเร็วเข้าเถอะเพคะ เสี่ยวฟางแย่แล้วส่วนเสี่ยวหยวนจื่อกำลังไปขวางเอาไว้”

         “เกิดอันใดกันขึ้น” เสี่ยวฟางสาวใช้ของนางที่มาจากหลูเค่อเอ้อเกิดเรื่อง แค่นางไปข้างนอกแค่ไม่กี่ชั่วยามอย่างนั้นหรือ

         “ฮุ่ยมามาเพคะ สั่งลงโทษไร้เหตุผลสิ้นดี”

         ฟังเสียงเสี่ยวเฟิงจบนางก็รีบเข้าไปทันที เมื่อมาถึงเห็นเสี่ยวหยวนจื่อกำลังจัดการเหล่าบ่าวชายที่กำลังถือไม้จะฟาดลงมาที่ร่างของเสี่ยวฟางที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางจึงเร่งฝีเท้า

         “เจ้าเป็นสาวใช้นะ...เหตุใดไม่ฟังข้า”

         ฮุ่ยมามาคว้าไม้จะฟาดเสี่ยวหยวนจื่อ แต่เสี่ยวหยวนจื่อกระซิบเสียงเครียด

         “ข้าคือคนของเป่ยอ๋อง ไม่ใช่คนของเจ้า...หากเจ้าอยากตายก็ลองฟาดข้าดู” ถ้อยคำที่ไม่เกรงกลัวนั้นทำให้ฮุ่ยมามาถอยออกมา ประจวบเหมาะกับพระชายามาพอดี

         “พวกเจ้าทำอะไรกัน” เสี่ยวหยวนจื่อผลักไม้ออกทำให้ฮุ่ยมามาล้มหงายไปกองที่พื้น

         “ท่านป้าเจ้าคะ” ฮุ่ยหลิงอันรีบไปพยุงท่านป้าของตัวเองทันที วันนี้นางอยากจัดการพระชายาที่อวดดีออเซาะท่านอ๋อง จึงให้คนลากสาวใช้ที่มาด้วยโบยให้หายแค้น แต่ใครจะนึกว่าจะมีคนมาช่วย ทั้งมันก็อ่อนปวกเปียกโบยยี่สิบทีก็สลบไปแล้ว

         “ข้าถาม...ทำไมไม่พูด...หรือไม่อยากจะพูดกันอีกตลอดชีวิต” เสียงเครียดนั้นทำให้ฮุ่ยหลิงอันเกาะท่านป้าแน่น นางก่อเรื่องย่อมต้องให้ท่านป้าช่วยเหลือ หาไม่นางต้องโดนลงโทษเป็นแน่

         “ข้าอยากโบยเพื่อสังสอนบ่าวไพร่แล้วอย่างไรหรือเพคะพระชายา” ฮุ่ยซื่อเหลียนเป็นมามาหลายปี ไม่เคยมีคนใดกล้าทำร้ายนางจึงรับแทนหลานสาวออกไป

         “ทำไมน่ะหรือ...” นางเดินเข้าไปบีบคางของฮุ่ยมามาแล้วก็จัดการสั่งสอน

         เพียะ เพียะ เพียะ!!!

         นางมั่นใจว่ามือของนางหนักพอ และหนักกว่านี้อีกหากมามายังเหิมเกริมจัดการคนของนางอีก ไม่ว่าใครก็ตาม ที่กล้าหยามนางย่อมไม่สงบสุขเป็นแน่

         “พระชายากล้าหรือเพคะ”

         ฟิ้ง! เหรินเล่อไม่เพียงแค่แสยะยิ้ม แต่ยังชักมีดสั้นที่ทพี่ใหญ่ให้ไว้ป้องกันตัวจ่อไปที่คอของฮุ่ยซื่อเหลียนจนเลือดออกซิบ ๆ

         “พระชายาไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วยเพคะ” ฮุ่ยหลิงอันไม่คิดว่าพระชายาจะร้ายกาจเพียงนี้ ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับท่านป้า แม้ท่านอ๋องยังยำเกรง เท่านั้นยังไม่พอยังชักมีดมาพร้อมกับจะฆ่าท่านป้าของนางด้วย หากท่านป้าเป็นอันใดไป เห็นทีว่านางคงจะสิ้นไร้หนทางในการขึ้นเป็นชายารอง

         “ไว้ชีวิตงั้นรึ...ข้าก็เป็นชายาเป๋ยอ๋อง อยากฆ่าก็ฆ่าได้เช่นกัน ไม่ต่างจากมามาที่อยากลงโทษก็ลงโทษได้” มือข้างหนึ่งนางถือมีดจ่อคอ แต่อีกมือหนึ่งก็บีบคอของฮุ่ยหลิงอัน หลานสาวตัวแสบของฮุ่ยมามา คิดว่านางโง่สินะที่จะไม่รู้ว่าตัวการเริ่มต้นมาจากผู้ใด

         แต่เมื่อเสี่ยวฟางกระอักเลือดออกมา เสี่ยวหยวนจื่อ จึงเรียกพระชายาขึ้น

         “พระชายาเพคะ สองคนนี้เอาไว้ท่านอ๋องกลับมาค่อยลงโทษเถิดเพคะ ตอนนี้เสี่ยวฟางอาการแย่แล้ว”

         เหรินเล่อเจ็บใจจนบีบคอของฮุ่ยหลิงอันหนัก ๆ ก่อนจะปล่อยออกไป ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียนนางก็ผลักนางให้ล้มกองไปนอนที่พื้นจนให้สาวใช้คนอื่นมาพยุงให้ลุกขึ้นยืน

         “ใครไปตามหมอข้าจะจับโบยให้หมด” เสียงฮุ่ยมามาสั่งการนั้นทำให้เหรินเล่อ ยิ้มเหี้ยมส่งมา

         “เช่นนั้นก็ดี เสี่ยวหยวนจื่อ ส่งคนเข้าวังไปขอหมอหลวงจากฝ่าบาท โดยเฉพาะฮองเฮาให้บอกว่า...”

         “ยังไม่รีบไปตามหมออีก” ฮุ่ยมามายังไม่ทันได้ฟังนางพูดจบก็ร้อนรนเสียแล้ว แต่นางไม่ได้ไว้ใจหมอของฮุ่ยมามานักหรอก เพราะท่าทางอาการของเสี่ยวฟางนั้นหนักหนาเอาการจึงขอให้ขันทีของเป่ยอ๋องช่วยจัดการ

         “ท่านขันทีเหลียง ข้าอยากได้หมอที่มีฝีมือ หวังว่าจะไว้ใจท่านได้ใช่หรือไม่” นางลากเสียงเน้นทีละคำอย่างช้า ๆ เหลียงเหล่ยก็รู้ได้ทันทีว่าหมายถึงสิ่งใด แล้วกวาดสายตามองไปยังฮุ่ยซื่อเหลียนกับฮุ่ยหลิงอันที่ขยันก่อเรื่องกับคนที่ไม่ควรจะมีเรื่องด้วย แค่เขาออกไปธุระให้กับท่านอ๋องไม่เท่าไหร่ก็วุ่นวายทั้งจวน

         “พ่ะย่ะค่ะพระชายา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 33 บทส่งท้าย

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื่อสัตย์สุจริต เพราะไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของเป่ยอ๋อง “ท่านแม่...ข้ามีกังหันลมด้วย” หวังเจาผิงบุตรสาวคนแรกของเหรินเล่อกับหวังหยางซั่ววิ่งถือกังหันลมที่ไปซื้อในตลาดกับขันทีเหลียงมาอวดมารดา มันมีสีแดงสดใสทำให้หวังจงผิงชอบนัก “มานี่สิลูก ไหนให้แม่เจ้าดูหน่อย” เหรินเล่อตบที่นั่งข้างตัวเองให้ลูกสาวปีนขึ้นมานั่ง ตอนนี้นางท้องลูกคนที่สองแล้วอายุครรภ์กำลังอ่อนไหวทำให้ไม่อาจยกของหนักได้ แล้วผิงผิงของนางก็ตัวกลมน่ารักยิ่งนัก “ท่านแม่ดูข้า พอเป่าแบบนี้กังหันลมก็จะหมุน” หวังจงผิงเป่าลมออกจากปากทำให้คนที่เห็นรู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก “แล้วบิดาเจ้าเล่า” “รั้งอยู่หอนางโลมเจ้าค่ะ” หวังจงผิงตอบโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ขันทีเหลียงปาดเหงื่อที่ผุดซึมตามกรอบหน้าแล้ว

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 32 ข้าอดทนเพื่อเจ้า

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันนี้นางตั้งใจมาเยี่ยมเสี่ยวหยวนจื่อกับเสี่ยวฟางที่ต้องบาดเจ็บเพราะนาง แต่เมื่อมาถึงได้ยินเสียงทะเลาะกันเสียงดังในกระโจม “โอ๊ย...ซื่อจื่อท่านใช้มือหรือใช้เท้าเขี่ย...เจ็บเป็นบ้า” เสี่ยวหยวนจื่อที่กำลังจะทายาที่แผลแต่ทว่ามีอีกคนเข้ามาวุ่นวาย ทั้งยังไล่เหล่านางกำนัลออกไปจนหมด “ข้าเบามือที่สุดแล้ว เจ้าก็อยู่นิ่ง ๆ” เหรินหลี่เฉียน ขมวดคิ้วแน่น เขาเบามือแล้วเหตุใดนางยังเจ็บอยู่เล่า “ไม่ต้องทาแล้วข้าทาเอง” “ด้านหลังเจ้าจะทางยังไง” “ทาได้แล้วกันกระจกก็มี” “มันเลอะน่ะสิ” “เช็ดได้” เหรินเล่อรู้สึกแปลก ๆ กับสองคนนี้หรือว่ามีใครบางคนที่คิดเกินเลยกันนะ นางจึงไม่เข้าไปรบกวนปล่อยให้ทั้งคู่ช่วยกันทาช่วยกันเช็ดให้พอใจ แล้วไปดูเสี่ยวฟางที่

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 31 ข้าไม่มีสามีเช่นท่าน

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลักเป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูดนี้ไม่เกินจริง เขารับรู้ว่านางใจสลายเมื่อเดินทางกลับมาที่บ้านเกิด ยิ่งตัวเองเป็นต้นเหตุยิ่งโทษว่าเป็นความผิดเขา ดีที่หลานในท้องยังปลอดภัย เลือดที่นางต้องเสียไปมากกับแผลที่ต้นขากับที่แขน คืนนั้นจำได้ว่าทุกคนเกือบตาย หากไม่ได้แม่นางเสี่ยวหยวนจื่อกับทหารชายแดนออกมาสู้รบ เขาไม่คิดว่านักฆ่าจะผุดออกมาร่วมร้อยคน จึงไม่ได้เตรียมกำลังพลออกมาช่วย “ข้าจะดูแลนางเอง” หวังหยางซั่วแย่งผ้าเช็ดหน้าที่เหล่านางกำนัลถือมา แล้วไปเช็ดให้นาง เหรินหลี่เฉียนเมื่อไล่ไม่ไปเขาก็จำต้องไปรายงานท่านพ่อถึงการมาของเป่ยอ๋อง แล้วจะจัดการเหล่านักโทษที่เป่ยอ๋องจับมาก็แล้วกัน ต่อให้สับพวกคนเหล่านั้นเป็นหมื่นชิ้นเขาก็ไม่หายแค้นใจด้วยซ้ำ ขันทีเหลียงที่ติดตามท่านอ๋องมาด้วย เห็นท่านอ๋องดูแลพระชายาแทบไม่ได้

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 30 ข้ามาในฐานะสามีไม่ใช่เป่ยอ๋อง

    “ขันทีเหลียงต่อไปเรือนเป่ยอ๋องจะคืนให้กับหลวง ข้าสละทิ้งฐานันดรอ๋องเรียบร้อยแล้ว” ถ้อยคำที่ไม่ได้แฝงด้วยแววตาล้อเล่นทำเอาขันทีเหลียงยกมือทาบอก “ท่านอ๋อง” “ข้าจะให้เจ้าเป็นธุระจัดการแบ่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับบ่าวรับใช้ไปตั้งตัว ยกเว้นฮุ่ยมามา” นี่ถือว่าปรานีที่สุดแล้ว หากไม่เห็นว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของมารดา โทษประหารยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่นางทำกับคนรักของตน ขันทีเหลียงติดตามท่านอ๋องมานาน ตนเองก็ไร้ที่ไปเช่นกันแต่จะขอติดตามท่านอ๋องไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ จึงคุกเข่าต่อหน้าท่านอ๋องแล้วเอ่ยความประสงค์ของตัวเองออกมา “ท่านอ๋อง โปรดให้ข้าน้อยติดตามไปด้วยเถิดข้าน้อยไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทอง ขอเพียงได้รับใช้ข้างกายท่านอ๋องก็พอแล้ว” เป่ยอ๋องมองบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ไม่นึกว่าขันทีเหลียงจะตัดสินใจเช่นนี้ “ข้าจะไม่หวนกลับเมืองหลวงอีก หากไม่จำเป็นต้องทำศึก” ใช่แล้ว หากซีเป่ยขืนวกกลับมาหักหลังเขาก็พร้อมเดินหน้าเช่นกัน และรู้ว่าคนอย่างฮองเฮาไม่ยอมให้เขาไปได้ง่าย ๆ โดยไม่ส่งคนไปตามรังความแน่ บางทีอาจจะกำลังเป่าหูเสด็จพี่ของเขาอยู่ก็ได้

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 29 มีทางเลือกเดียว

    “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เราได้”เสียงโหดเหี้ยมของเป่ยอ๋องทำให้ฮุ่ยมามาเพิ่งตระหนักดีว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นฝ่ายต่อรองได้ “ขันทีเหลียงจับนางไปขังเอาไว้ในห้องเก็บฟืนงดข้าวงดน้ำ ส่วนเจ้าเสี่ยวเฟิงมากับเรา” เสี่ยวเฟิงที่ก้มหน้าติดพื้นเดินตามท่านอ๋องไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อถึงห้องทำงานของเป่ยอ๋องแล้วนางจึงคุกเข่าทันที “เหตุใดเจ้าจึงเป็นพยานเท็จให้กับชายาของข้า”เป่ยอ๋องไม่รั้งรอเวลาอีกต่อไป เขาอยากรู้ความจริงทั้งหมด “เรียนท่านอ๋อง ข้า...ฮึก...ข้าไม่มีทางเลือก ฮุ่ยมามาจับคนที่บ้านของบ่าวเป็นตัวประกัน หากบ่าวไม่ทำทุกคนต้องตายกันหมด บ่าวไร้ทางเลือกจริง ๆ เพคะ” คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาทำให้เป่ยอ๋องเห็นอกเห็นใจนางไม่น้อย ก็แค่บ่าวคนหนึ่งคิดไม่ถึงว่าฮุ่ยมามาจะอำมหิตเพียงนี้ “แล้วเสี้ยนจู่เกี่ยวอันใด” เขาถามต่อ “เสี้ยนจู่เป็นผู้ที่หนุนหลังมามาให้ทำร้ายพระชายา บ่อยครั้งมีเรื่องก็ไม่ถึงหูท่านอ๋อง เพราะพระชายาไม่อยากให้ท่านอ๋องหนักใจ จนเมื่อช่วงหลังที่ฮุ่ยมามาสงบเสงี่ยมลงเพื่อรอเวลา หากไม่ใช่พี่ชายของพระ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 28 อำมหิต

    หลังจากเหรินเล่อจากไปแล้ว ไม่กี่วันถัดมาท่านอ๋องก็ให้ทุบเรือนของพระชายาทันที “ขันทีเหลียงเรียบร้อยหรือไม่” เป่ยอ๋องที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้าไปในเรือนของนางอีกจึงทุบเรือนทิ้งเสีย จะสร้างเป็นที่เก็บของของตัวเอง แม้ใจในส่วนลึกยังรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยก็ตาม ผ่านมาจะห้าวันแล้ว เขายังคงคิดถึงนางไม่แปรเปลี่ยน แต่นางก็ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะรั้งนางไว้ได้ นอกเสียจากล่อเสือออกจากถ้ำ หนังสือหย่าที่เขาเขียนขึ้นตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน ถูกนำมาถือไว้อีกครั้ง เขายังไม่ได้ให้นาง และนางก็ไปแล้ว ที่จริงในตอนที่รู้สึกว่าขาดนางไม่ได้ เขาต้องการจะเผาทิ้งด้วยซ้ำ แต่มันไม่ทันการณ์แล้ว เขาเป็นคนสั่งให้นางไปจากเขาไปแล้ว “ท่านอ๋องไม่เชื่อใจพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเหลียงเองก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าชุดกับรองเท้านั่นจะเป็นของชู้พระชายา ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้เลยนอกจากพระชายาจะไม่ปริปากบอกทำให้เกิดความคลางแคลงใจให้กับท่านอ๋อง “ข้าให้โอกาสนางได้สารภาพ แต่นางกลับเลือกที่จะเงียบ เจ้าคิดว่าเราควรทำเช่นไร ไม่เท่ากับนางยอมรับหรอกหรือ” ขันทีเหลียงเองก็จนด้วยคำพูด จึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status