อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร

อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
โดย:  หวางลี่อิง/มงกุฏดาวยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
33บท
98views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

แรกเริ่มนางคือสตรีแดนไกลไร้คุณค่า แต่ในวันที่เขาขับไล่นางจากไปเหตุใดจึงเป็นเขาเองที่คิดถึงคะนึงหานางแทบขาดใจ!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 งานแต่งที่ไม่เต็มใจ

บทนำ

         หลูเค่อเอ้อ ชนเผ่าติดต่อกับแคว้นซีเป่ยด้านทิศตะวันตก เป็นเผ่าที่ได้ลงนามสัญญาสงบศึกมาช้านาน และเป็นพันธมิตรที่ดีกับซีเป่ยเสมอมา ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทองตัดกับท้องฟ้าสีคราม มีเมฆประดับแซมสีขาวเป็นระยะช่างเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนเหรินเล่อคิดว่านี่คือสวรรค์บนดิน และเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุดในชีวิตของนาง

         ได้อยู่กับแผ่นดินที่เป็นบ้านของตัวเองมีอันใดจะเปี่ยมด้วยความสุขกว่านี้อีกหรือ

         “ยะ!” อาชาสีขาวทะยานพุ่งเข้าหาเนินที่เป็นทุ่งดอกหญ้าสีขาวอย่างรวดเร็ว สองมือของเหรินเล่อโบกโบยไปกับสายลมคล้ายกำลังร่ายรำอยู่บนหลังม้า ผีเสื้อโบยบินไปรอบกายของนางทำให้นางกระโดดลงมาจากหลังม้า ร่วมเต้นรำไปกับมันแต่เพียงไม่นานเหรินหลี่เฉียนพี่ชายของนางเรียกดับฝันของนางฉับพลัน

         “เหรินเล่อท่านพ่อเรียกพบ”

         เหรินเล่อหันไปย่อคิ้วมุ่ยหน้าให้พี่ชาย แต่ใบหน้าของพี่ชายดูคล้ายไม่สบอารมณ์เลยสักนิด ราวกับมีเรื่องหนักอกหนักใจ

         “มีอะไรหรือไม่ท่านพี่”

         “มี!” เสียงตอบไร้หางเสียงของพี่ชายทำให้นางไม่รั้งรออีกต่อไป หลังจากถึงเผ่าของตนเองโฉมสะคราญเดินฉิว

ตรงไปยังกระโจมกลางที่เรียกประชุมขุนนางทันที

         สีหน้าทะมึนตึงของบิดา กับสายตากดดันของเหล่าขุนนางที่เพ่งมองมายังร่างของสตรีที่เป็นดั่งเทพธิดาของแคว้นคล้ายกำลังเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นแล้ว นางจึงนิ่งสงบรอฟังคำสั่งของท่านพ่อทันทีหลังทำความเคารพ

         “หลูเค่อเอ้อ ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าแล้ว เล่อเล่อ” เหรินจิ้น บิดาของเหรินเล่อและเหรินหลี่เฉียน

กล่าวออกมาอย่างหนักใจ ภายในเต็มไปด้วยความอึดอัด ทั้งสงสารและเห็นใจบุตรสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง ที่นอกจากกำพร้าแม่แล้ว นางยังต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนในวัยที่กำลังจะมีความสุข

         “ข้ายินดีช่วยเจ้าค่ะ...หากนั่นจะทำให้เผ่าหลูเค่อเอ้อสงบสุข ข้าจะทำ”

         หลังจากคำฟังบิดาแล้ว นางไม่อยากตกลงก็จำต้องตกลง เพื่อช่วยเหลือบิดาและเผ่าของตนเอง นางจึงต้องสละชีวิตนางเพียงหนึ่ง แลกกับความสุขของทั้งชนเผ่าเรือนแสน

         ‘การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์’ นางเองก็อยากเห็นหน้า ผู้ใดกันริคิดการเชื่อมสัมพันธ์ด้วยวิธีโง่เง่าสิ้นดีนี้

..........................................................................................................................................................................................................................

สามเดือนให้หลัง...เช้าตรู่ในเรือนรับรองพิเศษเมืองเทียนหนิงเมืองหลวงแคว้นซีเป่ยวุ่นวายไปด้วยการจัดเตรียมต้อนรับเจ้าขบวนบ่าวที่จะมารับเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวไปทำพิธีในวังหลวง  

         ปิ่นทองชิ้นสุดท้ายฉลุลายดอกโบตั๋นประดับมุกเงือกเป็นประกายแวววาว และมันคือของหมั้นของเจ้าสาวในวันนี้ถูกเสียบลงบนผมยึดกับเครื่องหัวที่ใช้สวมใส่ตามฐานะของชายาเป่ยอ๋องหรือองค์ชายรองหวังหยางซั่ว แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นซีเป่ย ผู้เป็นอนุชาของฮ่องเต้หวังเหว่ยกวง และผู้กุมอำนาจทางทหารอันสำคัญของแคว้นซีเป่ย

         ชาดแดงถูกแต่งแต้มลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มจนสวยงามเป็นขั้นตอนสุดท้าย สาวใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวฟางสวมต่างหูทรงลูกปัดหลากสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแคว้นให้นายของตัวเอง พร้อมทั้งกล่าวให้นางเตรียมตัว

         “ท่านหญิงเจ้าคะ เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

         ท่านหญิงเหรินเล่อเป็นบุตรีของอ๋องเหรินจิ้นครอบครองดินแดนทางทิศตะวันตกที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญเช่นทองคำ แต่ว่าอำนาจทางการทหารยังด้อยกว่าแคว้นซีเป่ย เพราะชนเผ่าหลูเค่อเอ้อเพิ่งเข้มแข็งเมื่อไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา เกิดจากการเจริญสัมพันธไมตรี และลงนามสัญญาสงบศึกแต่ละแคว้นอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยใช้แร่ธาตุสำคัญเช่นทองคำเป็นตัวแปรสร้างความสงบของแคว้น

         เสียวฟางกล่าวจบ สาวใช้อีกคนที่ให้เข้ามาช่วยแต่งกายยกผ้าแพรคลุมหน้าเจ้าสาวที่เหรินเล่อเป็นผู้ปักเองตลอดสามเดือน ระหว่างอาศัยอยู่ที่เรือนรับรองพิเศษก่อนจะมีการร่วมพิธีแต่งงาน นางไม่เคยพบหน้าเจ้าบ่าวสักครั้ง กระทั่งเงาก็ไม่เคยพบ แต่ไม่น่าแปลกใจอันใด เพราะ

เป่ยอ๋องก็คงเหมือนกับนางคือ ไม่เต็มใจแต่งเช่นเดียวกัน

         เมื่อได้เวลาเจ้าสาวเดินไปขึ้นเกี้ยวที่คลุมด้วยผ้าแพรโปร่งสีแดงปิดกั้นสายตาโดยรอบนั่งเรียบร้อยแล้ว ขบวนเจ้าสาวก็แห่ไปรอบเมืองอย่างอึกกระทึก

         ตลอดทางที่เกี้ยวเคลื่อนไป มีสองนางกำนัลโปรยกลีบกุหลาบสีแดงชาดไปตลอดทาง เป็นประเพณีของเผ่าหลูเค่อเอ้อ แสดงถึงชีวิตจะได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตแต่งงานจะได้ราบรื่น มีแต่คืนสุข ขัดกับคนในเกี้ยวที่ไร้ความยินดีกับคนที่อยู่บนหลังม้าที่ไร้ความเต็มใจที่ต้องมารับเจ้าสาวในวันนี้

         ย้อนไปก่อนจะมีงานสมรสครั้งนี้... แคว้นซีเป่ยแต่งตั้งองค์รัชทายาทขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับตำแหน่งขององค์รัชทายาท หวังหลวนหลง จนทำให้ฮองเฮาจัดการกวาดล้างอย่างเงียบ ๆ กับพวกที่ปล่อยข่าวว่าร้ายของลูกชายของตน เท่านั้นยังไม่เพียงพอให้กระแสข่าวซาไป จนนางคิดว่าคนเช่นเป่ยอ๋องอาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำต่ำช้านี้

         เพราะยิ่งปราบเหมือนยิ่งกระพือลมให้โหมไฟไหม้เหมือนไหม้กองฟางแห้ง และเหล่าราษฎรมีใจสนับสนุนไปทางเป่ยอ๋องที่สร้างคุณูปการให้กับแคว้น ที่แม้ได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องคุมมณฑลซิงไห่ไปแล้ว แต่อิทธิพลในราชสำนักทั้งขุนนางเกินครึ่งสนับสนุนเป่ยอ๋อง นั่นทำให้นางยอมไม่ได้ จึงเกลี้ยกล่อมสามีให้มีการพระราชทานสมรสขึ้นเพื่อลดทอนอำนาจของเป่ยอ๋องลง

         เพราะหากแต่งกับใครสักคนในเมืองหลวง เท่ากับยิ่งเพิ่มอำนาจราชศักดิ์ให้กับเป่ยอ๋อง และนั่นอาจจะนำมาซึ่งการก่อกบฏในอนาคตได้หากสิ้นอำนาจของฝ่าบาท

         เป่ยอ๋องเจ็บใจนักที่ฮองเฮาเลือกวิธีกำจัดตนให้พ้นทางด้วยวิธีที่แสนสกปรก หากส่งคนมาต่อสู้กันซึ่งหน้าเขาย่อมไม่ยอมแพ้แน่ และนั่นยังไม่รวมถึงใช้ขุนนางและเสด็จพี่มากดดันเขาให้ยอมรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้

         หากเขาไม่ยอมรับ เท่ากับเพิ่มความเคลือบแคลงสงสัยในการจงรักภักดี เพราะไม่สามารถยึดคืนทหารในสังกัดของเป่ยอ๋องได้ ไม่ใช่แค่ทหารของแคว้น แต่เป็นทหารภายใต้สังกัดของเป่ยอ๋องมาช้านานก่อนที่ฝ่าบาทจะขึ้นครองราชย์

         หรือต่อให้ยึดมา เหล่าทหารก็ไม่จงรักภักดีดังเดิม ดังนั้นทหารและแม่ทัพนายกองจำต้องอยู่ในสังกัดเป่ยอ๋อง หากยังอยากให้บ้านเมืองสงบสุขไร้สงครามกลางเมือง

         ดังนั้นเห็นมีเพียงวิธีเดียวก็คือ การให้แต่งงานกับเผ่าอื่นที่ไม่ใช่คนของแคว้นซีเป่ย เพราะกฎราชสำนักกล่าวไว้ชัดเจน ฮ่องเต้ของซีเป่ยต้องสมรสกับคนในแคว้นหรือชายาเอกเป็นคนในแคว้นเท่านั้น จึงคู่ควรสมบัลลังก์ และวิธีนี้นอกจากเลี่ยงการนองเลือดแล้ว ยังเลี่ยงการพ่ายแพ้แก่

เป่ยอ๋องหากต่อสู้กันซึ่งหน้า

         นับว่าเหลียนชิงเย่าฉลาดปราดเปรื่องไม่น้อย เพราะต่อให้ตนอยู่อย่างสงบ แต่ฮองเฮาก็มองเขาเป็นดั่งงูพิษ ที่พร้อมจะแว้งกัดเมื่อไหร่ก็ย่อมได้

         เมื่อน้ำท่วมปากจำต้องรับราชโองการต่อหน้าขุนนางทั้งท้องพระโรงในตอนประชุมเช้า เก็บความขุ่นมัวไว้ในใจ และเขาก็เลือกกลับไปยังตำหนักทันที ไม่อยู่พบเสด็จพี่เป็นการส่วนตัว แม้จะมีคำเชิญมาก็ตาม และตลอดการรอฤกษ์สมรสเขาก็ปฏิเสธการพบปะบุคคลอื่นทุกคน กระทั่งคนที่นั่งบนบัลลังก์มังกรผู้นั้น

         ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งมองไปเบื้องหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ รอบกายได้ยินแต่เสียงยินดีจอมปลอม บ้างก็หัวเราะเยาะเขาทำไมเขาจะไม่รู้ ทั้งเครื่องดนตรีจากกองสังคีตหลวง ก็ถูกจัดมาให้ตีประโคมต้อนรับพระชายาบ้านป่าแดนไกลอย่างเอิกเกริก ทั้งปล่อยข่าวโคมลอยเรื่องรักใคร่ชายหญิง ที่กล่าวมารวมทั้งหมดเพราะต้องการหยามน้ำหน้าของเป่ยอ๋อง ยิ่งได้ยินเขายิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก

         สตรีผู้นั้นมาถึงก่อนงานแต่งถึงสามเดือนก็เพราะบัญชาจากฝ่าบาทอยากให้เขาและนางได้รู้จักมักคุ้น แต่คนเช่นเป่ยอ๋องไม่เคยต้องลดตัวไปทำความรู้จักกับผู้ใด ตลอดสามเดือนเรือนรับรองพิเศษในเมืองหลวงล้วนเป็นที่จับตามองว่าจะมีสักวันหรือไม่ที่คนองอาจและเย็นชาเช่นเป่ยอ๋องจะไปเยี่ยมเยือน

         แต่ต่อให้ไร้วี่แววเพียงใด ข่าวว่าเขาส่งจดหมายแต่งกลอนเกี้ยวนางก็ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่เขาไม่เคยได้จรดพู่กันแม้แต่น้อย

         ฮองเฮาช่างเจ้ากี้เจ้าการนัก!

         แต่เอาเถอะ แต่งก็แต่งหากนางทนอยู่ตำหนักเป่ย อ๋องได้ถึงสามเดือนเขาจะทบทวนเรื่องของนางอีกครั้ง

         เมื่อถึงวังหลวงขบวนเจ้าสาวถูกตั้งให้ยาวหนึ่งลี้หยุดลง ตามด้วยเจ้าสาวและเจ้าบ่าวถือผ้าสีแดงผูกเป็นดอกไม้ตรงกลางสวยงามเดินเคียงคู่ไปยังตำหนักเหอเตี้ยน ที่จัดงานแต่งงานของทั้งสอง

         ตำหนักเหอเตี้ยนใช่ใครก็ได้ที่จะจัดงานแต่งงาน นอกจากราชวงศ์คนสำคัญกับฮ่องเต้ก็ไม่มีผู้ใดได้รับเกียรติให้จัดได้ แม้เป่ยอ๋องจะบอกเพียงว่าให้จัดงานเรียบง่ายเพราะตนเองชอบความสมถะ หรือที่จริงแล้วไม่อยากให้เป็นงานใหญ่โตอะไร

         แต่ฮองเฮายืนกรานคัดค้านสุดกำลัง เพราะหากจัดที่นี่ เทียบเชิญจากแคว้นที่พันธมิตรเสมอมาจะถูกเชิญมาให้ร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นงานใหญ่ระดับแคว้น และนั่นเขาก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกัน

         เพราะบัลลังก์มังกรที่พี่ชายนั่งอยู่นั้น นางถึงกับทำเรื่องเกินหน้าที่ไปมาก...สักวันเขาจะแก้แค้นฮองเฮาให้สาสม

         เรื่องนี้เพราะนางมีบุตรชายไม่เอาไหนทำให้คนอื่นลำบากไปด้วย

         ‘หวังหลวนหลง’ องค์ชายใหญ่ที่อ่อนแอปวกเปียกยืนอยู่ข้างหลังมารดาตั้งแต่ตีเท้าฝาหอยจนปัจจุบันอายุสิบห้าปีแล้วกลับยังไม่ประสาอะไร ผิดจากเขาที่เพียงอายุสิบสองปี ก็ถูกส่งไปชายแดนให้เหล่าแม่ทัพเลี้ยงดู จับดาบถือกระบี่ขี่ม้าออกรบมาตลอด เพียงเพราะเขาอาจเป็นภัยต่อบัลลังก์ ชะตาชีวิตจึงไม่ง่าย กว่าจะเติบโตมาอย่างเข้มแข็ง เขาเหนื่อยไปไม่น้อย เสียเลือดไปก็มาก ในเมื่ออยู่นิ่งเฉยคนก็มายุแย่ง เช่นนั้นเขาก็ควรทำบางอย่างให้ฮองเฮารับรู้ว่าอำนาจเป่ยอ๋องเช่นเขาไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใด ผู้คนก็สวามิภักดิ์

         ตั้งแต่เล็กเขาไม่คิดแย่งชิงเพื่อต้องการอยู่อย่างสงบ แต่เมื่อรบชนะก็ถูกแต่งตั้งเป็นเป่ยอ๋องไม่ให้เข้าเมืองหลวงหากไม่เรียกพบ จวบจนเสด็จพ่อสวรรคตเสด็จพี่ถึงเรียกกลับเมืองหลวง แต่ตำหนักที่เคยอยู่บัดนี้ก็อยู่ไม่ได้แล้ว จึงต้องสร้างตำหนักนอกเมืองหลวง

         ชีวิตเขาใฝ่หาความสงบก็จริง แต่มีสตรีนางหนึ่งที่เขารู้สึกดี ๆ ด้วยแต่สุดท้ายกลับไม่ได้แต่งไม่พอ ยังต้องแต่งสตรีอื่นตัดหน้านาง

         จิตใจหวังหยางซั่วเจ็บช้ำเหลือทน แต่ไม่อาจจะกล่าวสิ่งใดได้ เพราะแม้กระทั่งในจวนก็ยังมีคนของฮองเฮาเข้ามาสอดแนมอยู่เป็นประจำ แต่มีหรือคนอย่างเขาจะรอให้นางเข้ามารุกอยู่ฝ่ายเดียว นักฆ่ากว่าร้อยชีวิตที่ตายที่นี่ ล้วนเป็นเรื่องเงียบฉี่ทั้งนั้น กว่าจะรู้ว่านักฆ่าที่ส่งมาตายไป ฮองเฮาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

         หลังประกาศให้คำนับฟ้าดิน จอกเหล้าในมือของสองบ่าวสาวรินรดไปที่พื้นพร้อมกันด้านหน้า แต่เมื่อคำนับพ่อแม่มือของเป่ยอ๋องสั่นระริก เพราะสตรีที่เป็นศัตรูตัวฉกาจยืนฉีกยิ้มส่งมาให้เหมือนสตรีใจดี แต่มีแต่เขาที่รู้ดีว่านางร้ายกาจเพียงใด

         หลังจากคำนับกันและกัน สายตาของเขาเหลือบไปมองทางซื่อหนิงเสี้ยนจู่ ที่เขามักสบายใจทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด ยามนี้ยืนน้ำตาปริ่มจนน่าสงสารทำเอาเขากำหมัดแน่น

         ‘ข้าจะเป็นอิสระโดยเร็วเพื่อนาง’

         นั่นคือคำมั่นจากเขาที่สัญญากับนางเอาไว้ ตอนนี้เมื่อหน้าที่การแต่งงานเป็นเรื่องที่จำใจรับปาก ดังนั้นเขาก็จะทำมัน เมื่อแต่งแล้วก็จบหน้าที่เช่นเดียวกัน เรื่องอื่นก็ไม่สนใจไยดีอีกเช่นกัน กระทั่งเจ้าสาวในวันนี้ก็ไร้ความสนใจ

         ในห้องหอที่ประดับด้วยสีแดงมงคล มีแสงตะเกียงที่จุดให้ความสว่างไปตามจุดต่าง ๆ ในห้องหอ เหล่าสาวใช้ที่ฟังเพียงคำสั่งฮุ่ยซื่อเหลียน ตำแหน่งมามาที่ดูแลในตำหนักเป่ยอ๋องให้ปิดห้องหอให้มิดชิด และเฝ้าไว้อย่าให้เกิดเรื่อง โดยที่นางก็ไม่ได้เต็มใจนัก

         “อย่าให้ชายาบ้านป่าผู้นั้นเป็นอะไรไป” นางสั่งแล้วก็เดินกลับไปเพื่อพักผ่อน และหาทางวางแผนที่จะเอาหลานสาวฮุ่ยหลิงอันเป็นชายารองให้ได้ แต่ยังไม่สบโอกาสที่ดี จึงทำได้แค่จัดการเรื่องเบื้องหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

         ยามห้ายของคืนเข้าหอ หวังหยางซั่วดื่มเหล้าต่างน้ำแต่เขากลับรู้สึกไม่เมาสักที จนโดนขันทีคู่พระทัยอย่าง

เหลียงเหล่ยเป็นคนเตือนท่านอ๋องเรื่องการเข้าหอ

         “จะเลยฤกษ์เข้าหอแล้วนะพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เสียงกระซิบที่ไม่ดังไม่เบา ทำให้หวังหยางซั่วยกยิ้มมุมปาก ที่จริงเขาไม่อยากเฉียดใกล้ห้องหออะไรนั่นสักนิด แต่พิธียังไม่จบดังนั้นจึงต้องทำให้จบสักที

         ร่างองอาจเดินเข้าไปถึงเรือนหอ จากนั้นใช้เท้าถีบเข้าไปจนสาวใช้ที่ที่ยืนรอรับใช้อยู่ใกล้ ๆ สะดุ้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าสาวในห้องหอ

         ‘เถื่อน!’ นางสถบในใจ แต่ไม่พยายามเพ่งสายตาไปยังเขา เพราะกลัวว่าเขาคิดว่านางจะอยากเข้าหอด้วย แต่ในความเป็นจริง เขาไม่คิดมองนางสักนิด เดินมาหยุดตรงหน้านางแล้วชักมีดสั้นออกมา

         ‘อำมหิต’ คำสถบก่นด่าคำที่สองตามมา  

         ผ้าแพรโปร่งบางไม่ได้หนาทึบ ทำให้เห็นเต็มสองตาว่าเขานั้นชักมีดขึ้นมา ความมันวาวที่สะท้อนกับแสงไฟทำให้นางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่หาได้กลัวไม่ เพราะอาวุธพวกนี้นางเห็นจนชิน ใช้ต่อสู้ก็เคยมาแล้ว แต่เขาน่ะสิ หยิบของมีคมพวกนี้มาทำอะไร คงไม่คิดจะกำจัดนางตั้งแต่เข้าหอคืนแรกหรอกกระมัง

         ฟึ่บ!

         ปลายมีดตวัดขึ้นที่ปลายผ้าแพร่ผืนบาง ส่งให้เกิดเสียงผ้ากระพือขึ้นจากใบหน้าและหล่นกระทบลงพื้น แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นกลับเห็นเพียงเบื้องหลังของชายที่แสนองอาจอย่างเป่ยอ๋องกับคำพูดที่หากเป็นสตรีอื่นคงจะร้องห่มร้องไห้

         “พิธีแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าก็นอนไปเถอะ เรือนนี้เป็นของเจ้า ข้าก็จะไปพักผ่อน”

         กล่าวจบร่างองอาจเดินก้าวฉับ ๆ ออกไปจากห้องหอทันที แต่กลับเรียกรอยยิ้มขบขันให้กับคนเป็นเจ้าสาว

         “ปกติใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้า คงมีแต่เป่ยอ๋องเท่านั้นกระมังที่ใช้มีดสั้น ดี...ดีจริงจะได้ตัดให้ขาดฉับ ๆ”

         ร่างเล็กที่เกร็งมาตลอดทั้งวันได้ผ่อนคลายเสียที นางล้มตัวลงนอนทั้งชุดเจ้าสาว คิดว่าตื่นเช้าคงต้องเจอกับอะไรที่ไม่ปกติอีกเป็นแน่

         เมื่อเช้าตรู่มาถึงเสียงสะอึกสะอื้นปลุกนางให้ตื่นขึ้น เป็นเสียงเสี่ยวฟางสินะ นางจึงลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาต้องการการจะถามหาที่มาที่ไปถึงอาการร้องไห้ของสาวใช้ตน...

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
33
บทที่ 1 งานแต่งที่ไม่เต็มใจ
บทนำ หลูเค่อเอ้อ ชนเผ่าติดต่อกับแคว้นซีเป่ยด้านทิศตะวันตก เป็นเผ่าที่ได้ลงนามสัญญาสงบศึกมาช้านาน และเป็นพันธมิตรที่ดีกับซีเป่ยเสมอมา ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทองตัดกับท้องฟ้าสีคราม มีเมฆประดับแซมสีขาวเป็นระยะช่างเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนเหรินเล่อคิดว่านี่คือสวรรค์บนดิน และเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุดในชีวิตของนาง ได้อยู่กับแผ่นดินที่เป็นบ้านของตัวเองมีอันใดจะเปี่ยมด้วยความสุขกว่านี้อีกหรือ “ยะ!” อาชาสีขาวทะยานพุ่งเข้าหาเนินที่เป็นทุ่งดอกหญ้าสีขาวอย่างรวดเร็ว สองมือของเหรินเล่อโบกโบยไปกับสายลมคล้ายกำลังร่ายรำอยู่บนหลังม้า ผีเสื้อโบยบินไปรอบกายของนางทำให้นางกระโดดลงมาจากหลังม้า ร่วมเต้นรำไปกับมันแต่เพียงไม่นานเหรินหลี่เฉียนพี่ชายของนางเรียกดับฝันของนางฉับพลัน “เหรินเล่อท่านพ่อเรียกพบ” เหรินเล่อหันไปย่อคิ้วมุ่ยหน้าให้พี่ชาย แต่ใบหน้าของพี่ชายดูคล้ายไม่สบอารมณ์เลยสักนิด ราวกับมีเรื่องหนักอกหนักใจ “มีอะไรหรือไม่ท่านพี่” “มี!” เสียงตอบไร้หางเสียงของพี่ชายทำให้นางไม่รั้งรออีกต่อไป หลังจากถึงเผ่าของตนเองโฉมสะคราญเดินฉิวตรงไปยังกระโจมกลางที
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ใครกันแน่ไร้มารยาท
“เสี่ยวฟางเจ้ามีอันใดก็พูดมา มัวแต่ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” อยู่เรือนคนอื่นวันแรกย่อมต้องโดนรังแก นางเข้าใจดี แต่เสี่ยวฟางที่เคยอดทนต่อความยากลำบากได้ดีหายไปไหนแล้ว แล้วนี่ไปโดนใครทำอะไรมาอีกเล่า คิดแล้วนางก็กลัดกลุ้ม “นายหญิง บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจากหลูเค่อเอ้อถูกส่งกลับเผ่าของเราหมดแล้วเจ้าค่ะ เหลือเพียงข้าผู้เดียว” เสียวฟางพูดไปก็สะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร นางจึงจับมือของสาวรับใช้ทั้งลูบหลังมือให้นางใจเย็น ๆ “ข้าไม่กลัวความลำบากเจ้าก็อย่ากังวลไป” อยู่ที่เผ่าหลูเค่อเอ้อ มีอะไรบ้างที่นางไม่เคยทำ นอนกลางดินกินกลางทราย ขี่ม้ายิ่งธนู สิ่งใดที่บุรุษทำได้สตรีเช่นนางก็ทำเป็นเช่นเดียวกัน “แล้วผู้อื่นจะไว้ใจได้หรือเจ้าคะ” เสี่ยวฟางไม่ได้มองถึงความลำบาก ตลอดเวลาที่เหยียบเข้าจวนเป่ยอ๋อง ได้ยินแต่คำว่าพระชายาบ้านป่า สาวใช้ดินแดนเถื่อน คำพวกนั้นนางไม่อยากสนใจแต่นายหญิงของนางเล่าจะใช้ชีวิตเป็นพระชายาที่คนไม่เคารพได้อย่างไรกัน “ไว้ใจไม่ได้ก็อย่าพูดอันสิ เจ้าก็หัดสงบคำบ้าง เอาเถอะดูกันว่าเช้านี้พระชายาเป่ยอ๋องเช่นข้าต้องทำสิ่งใดบ้าง” ไม่รู้ว่าพิธีคารวะน้ำชาอะไร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 กินไม่ลง
เสี่ยวหยวนจื่อรู้สึกชอบพระชายาผู้นี้ จากที่ได้สัมผัสชั่วระยะเวลาสั้น ๆ นับว่าเป็นคนที่น่าติดตามไม่น้อย นี่แหละสมกับเป็นพระชายาเป่ยอ๋อง มุทะลุดุดันไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่เมื่อผ่านมาได้สักพักสังเกตว่าพระชายากลับเอามือจับหัวใจ “พระชายาเพคะเป็นอะไรหรือไม่” เสี่ยวฟางเข้ามาพยุงตัวพระชายาหลังเดินมาใกล้ถึงเรือนพัก “ข้าหายใจเกือบไม่ทั่วท้อง นี่ฮุ่ยมามาตามมาหรือไม่” นางเหลือบไปมองข้างหลังไม่เห็นผู้ใดก็เบาใจไปได้หน่อย อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ต้องฟังยายแก่ขี้บ่นสั่งสอนมารยาท “โธ่...ข้าก็นึกว่าท่านไม่กลัว” เสี่ยวฟางมุ่ยหน้าอย่างผิดหวัง “กลัวสิ...แต่ข้าต้องวางมาดพระชายา หากให้นางข่มตั้งแต่วันแรก พวกเจ้าจะอยู่กันยังไง ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณข้าเอาเสียเลย” นางค่อนขอด แต่เรียกรอยยิ้มให้กับเสี่ยวหยวนจื่อที่เป็นสตรียิ้มยากให้ผลิยิ้มครั้งแรก ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือนนี้ “ดูสิเจ้าไม่ค่อยยิ้ม แต่พอยิ้มข้าก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา เจ้ายิ้มบ่อย ๆ นะ” เสี่ยวหยวนจื่อตีสีหน้าขรึมทันทีเมื่อพระชายาทักเช่นนี้ นางไม่ค่อยยิ้มเพราะด้วยงานของตัวเอง และต้องดึงสีหน้าของตนตึง เพื่อให
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ข้าเป็นชายาหรือนางเป็นชายา
โฉมสะคราญเดินหน้าบึ้งตึงเข้าไปในเรือน ภายในใจขุ่นมัวไปหมด ทั้งไม่ชอบใจสตรีผู้นั้นและกำลังหิวจึงให้เสี่ยวฟางไปทำแป้งย่างสูดของเผ่าหลูเค่อเอ้อให้ทุกคนกิน นางมีเตาต้มยากับน้ำผึ้งที่เตรียมมาพร้อมเผื่อฉุกเฉินส่วนแป้งเสี่ยวหยวนจื่อก็เป็นคนจัดการเอามาให้หนึ่งถุง จากนั้นเสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงจึงช่วยกันทำ ส่วนนางกับเสี่ยวหยวนจื่อนั่งรออยู่ในห้อง “เสี่ยวหยวนจื่อ เจ้าว่าสตรีผู้นั้นสำคัญกับท่านอ๋องหรือไม่” เหรินเล่อสอบถามเอากับบ่าวข้างกาย อยากรู้น้ำหนักของสตรีนางนั้นในใจท่านอ๋องเป็นอย่างไร “นางเป็นหลานสาวฮุ่ยมามา ท่านอ๋องไม่ได้มีใจแต่ว่าฮุ่ยมามาคิดว่าจะอ้างบุญคุณให้รับนางเป็นชายารองเพคะ” เสี่ยวหยวนจื่อเข้าจวนมาเพียงไม่นานก็จริง แต่ข่าวว่าใครมีนิสัยใจคอเช่นไรในจวนแห่งนี้นางรู้ดีที่สุด นอกจากจะต้องรายงานท่านอ๋องแล้ว นางก็ต้องศึกษานิสัยใจคอสาวใช้เหล่านั้นอีกด้วย และสืบหาคนที่เข้ามาปะปนเพื่อสืบความลับของจวนเป่ยอ๋อง จะได้กำจัดให้สิ้นซาก นั่งคุยได้เพียงชั่วครู่เสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงก็เข้ามา นางสั่งให้ปิดประตูเรือนเสีย ไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่านางให้ความสนิทชิดเชื้อกับส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ไปชั่วครู่ก็เกิดเรื่อง
“ได้ข่าวว่าหลูเค่อเอ้อมีดินดีน้ำดีใช่หรือไม่” หวังเหว่ยกวงถามขึ้นแต่นั้นกลับได้รับสายตาห้ามปรามจากหวังหยางซั่ว คลับคล้ายกับไม่ให้พูดมากจนเกินไปนัก ทั้งเหรินเล่อเองก็มองออกว่าฮ่องเต้ของซีเป่ยก็ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรมากนัก คงจะโลภเหมือนผู้นำหรือฮ่องเต้แคว้นอื่น ๆ ทั่วไป นางจึงได้แต่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “ทูลฝ่าบาทไม่ถึงกับดีเทียบเท่าซีเป่ยเพคะ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์แค่กระจุกเดียวบวกกับคนของหลูเค่อ เอ้อมีน้อยนักจึงทำให้อาหารเพียงพอประทังชีวิตของคนเผ่าหม่อมฉันเท่านั้น มิได้มั่งคั่งดุจดังซีเป่ยอันเกรียงไกรของฝ่าบาทหรอกเพคะ” หวังหยางซั่วหันมองหน้านางด้วยใบหน้าเรียบนิ่งภายในใจนึกชื่นชมนางอยู่บ้าง ที่ไม่โง่เขลาพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป มีเพียงมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่พ้นสายตาพญาหงส์อย่างฮองเฮา “ช่างถ่อมตนเสียจริง ไม่ใช่ว่าอุดมไปด้วยทองคำหรอกรึ” เหรินเล่อหันมองฮองเฮาด้วยรอยยิ้ม คิดว่าสตรีผู้นี้โง่เขลานัก พูดชี้นำเช่นนี้หวังให้ข้าเปิดปากรึ...ฝันไปเถิด... “ทูลฮองเฮาท่านกล่าวหนักเกินไปแล้วเพคะ ทองคำหลูเค่อเอ้อมีเล็กน้อย หาได้เทียบเผ่าห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 คนของท่านสั่งสอนไม่ได้?
หลังจากพ่อบ้านได้ออกไปจัดการเรื่องหมอที่นางต้องการ นางก็ให้เสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวหยวนจื่อช่วยยกเสี่ยวฟางเข้าไปในเรือนพัก โดยนางจัดให้นอนบนเตียงของตัวเอง ซึ่งบ่าวทั้งสองอย่างเสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวหยวนจื่อนับถือในน้ำใจของพระชายายิ่งนัก ที่ดูแลบ่าวไพร่ดุจญาติสนิท รอเพียงไม่นานนัก ท่านหมอที่ขันทีเหลียงจัดการให้ก็เข้ามาในเรือนของพระชายา เหรินเล่อเปิดหีบเอาสมุนไพรหายากของตัวเองออกมา ทั้งเห็ดหลินจือ ทั้งโสมนำมาวางให้ท่านหมอ “เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ เสี่ยวฟางของข้ามีทางรักษาหรือไม่” เหรินเล่อถามอย่างร้อนใจ ทั้งเป็นห่วงสาวใช้ที่รับใช้กันมานาน เป็นเพื่อนเล่นกับนางมาตั้งแต่เด็ก ๆ “เอ่อ...เรียนพระชายา อาการของนางหนักหนานัก ภายในบอบช้ำเกรงว่า...” “ไม่...ท่านต้องรักษาให้หาย ข้ามีสมุนไพรเป็นสิบหีบท่านไปเลือกเอาได้เลย ไม่ว่าล้ำค่าแค่ไหนขอแค่รักษาชีวิตนางได้ ข้าไม่เสียดาย” เหรินเล่อพูดออกมาเสียงดัง ทำให้ขันทีเหลียงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แค่บ่าวคนเดียวพระชายาให้ความสำคัญเพียงนี้ คาดว่าฮุ่ยมามาครั้งนี้หาเรื่องแล้วกระมัง แม้กระทั่งท่านอ๋องก็มิอาจช่ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 ใครไม่กล้าจัดการข้าจัดการเอง
เหลียงเหล่ยหันรีหันขวาง มองหน้าท่านอ๋องสลับกับมองไปทางพระชายาที่เดินไปแล้ว ท่านอ๋องคงยังไม่เห็นฤทธิ์เดชของพระชายาในวันนี้กระมัง เขาจึงเรียนถามท่านอ๋อง “เอาเช่นไรต่อดีพ่ะย่ะค่ะ” ความร้อนรนในแววตาของเหลียงเหล่ยทำให้เขาถอนหายใจ ไม่รู้นางจะก่อเรื่องอย่างไรอีก จึงตัดใจสั่งการออกไป “ให้ทหารไปขวางทางนางไว้” เหรินเล่อมุ่งตรงไปยังเรือนของบ่าวรับใช้ โดยเรือนของฮุ่ยมามานางได้รับรู้จากเสี่ยวหยวนจื่อที่เป็นคนบอกทาง แต่เมื่อมาถึงก็ได้ยินเสียงฉลองกันอย่างครึกครื้น ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะถูกให้ท้ายโดยเจ้าของจวน ปัง! นางยกเท้าถีบประตูโดยไม่สนใจภาพลักษณ์การเป็นชายาบ้า ๆ อะไรนี่ทำให้สาวใช้ที่ชอบเลียแข้งเลียขาฮุ่ยมามาสะดุ้งขณะกำลังร่ำสุรากันอย่างสนุกสนาน “เหอะ...บ่ายเรือนนี้ดีจริง ๆ กลางวันก็สันหลังยาว ตกเย็นก็ร่ำสุรา” ฮุ่ยมามาหน้าซีด เมื่อเห็นพระชายามาขัดจังหวะที่ตนเองกำลังพักผ่อนกับเหล่าสาวใช้ และยังมีหลานสาวตัวเองที่ร่วมวงครั้งนี้อีกด้วย ทั้งเกรงว่าเรื่องนี้จะรู้ถึงท่านอ๋องนางจึงเดินมาเบื้องหน้า แต่พระชายากลับผลักนางไปอยู่ในลานที่ล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 เป่ยอ๋องมีใจเอนเอียง
ซื่อหนิงฮวาที่โศกเศร้าเรื่องคนรัก เอาแต่เก็บตัวอยู่ในจวนเสี้ยนโหวของพี่ชาย ไม่ออกไปที่ใดเลย นางเจ็บใจที่ฮองเฮาเจ้ากี้เจ้าการให้เป่ยอ๋องแต่งงานไปกับสตรีต่างแดน ทั้งยังเป็นสตรีบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่คู่ควรกับเป่ยอ๋องสักนิดเดียว แม้นางจะเป็นเพียงญาติห่าง ๆ ของฝ่าบาท แต่นั่นไม่ทำให้ฝ่าบาทเห็นแก่หน้านาง ทั้งไม่คัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ จนนางดูเป็นเหมือนตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวง “ข้าจะทำเช่นไรดี” นางฟูมฟายกับสาวใช้คนสนิทของตัวเองนามว่าเมิ่งจู เพราะเรื่องนี้ป่าวประกาศไปด้านนอกล้วนแต่มีคนสมน้ำหน้านาง ที่เป็นเจ้าสาวตกเกี้ยว “ท่านหญิง...อย่างไรเป่ยอ๋องก็ทรงมีใจปฏิพัทธ์ต่อท่านหญิงนะเจ้าค่ะ อีกอย่างท่านเป็นถึงเสี้ยนจู่ อย่างไรก็ต้องมีคนเกรงใจท่าน ทั้งท่านอ๋องน่าจะกำลังคิดหาทางหย่าขาดเป็นแน่” เมิ่งจูปลอบใจนายหญิงของตัวเอง เพราะว่าท่านหญิงเอาแต่ร้องไห้มาหลายวันแล้ว ควรจะเลิกโศกเศร้าแล้วลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัวให้งดงามจะดีกว่า “เจ้าพูดจริงใช่หรือไม่เมิ่งจู” “จริงเจ้าค่ะ” ขณะเมิ่งจูลูบมือของท่านหญิงปลอบใจได้เพียงชั่วครู่ บ่าวด้านนอกก็เข้ามารายงาน “เร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 คนในใจเผยตัว
ซื่อหนิงฮวายืนอยู่หน้าเรือนพระชายา ที่บัดนี้คล้ายปิดตาย ราวกับไม่อยากให้คนนอกเข้าไปรบกวน ประตูตีตรวนด้วยเหล็กกล้าราวกับนางเป็นนักโทษ ใจหนึ่งก็แอบประหลาดใจ แต่ใจก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเจ้าของจวนหวงแหนนาง “ทำอย่างไรข้าจะเข้าไปข้างในได้” ซื่อหนิงฮวาหันไปถามสาวใช้คนสนิท แต่เมื่อเมิ่งจูกวักมือเรียกคนที่ตัวเองยัดเงินซื้อตัวเอาไว้มาสอบถาม ได้ความว่าอีกหนึ่งเค่อจะมีการส่งอาหารมายังเรือนของพระชายา จะปลดโซ่ตรวนออก เมื่อนั้นจะเข้าไปด้านในได้ ซื่อหนิงฮวานึกอะไรดี ๆ ออก เช่นนั้นนางก็ควรรั้งรออยู่ที่นี่สักครู่ ทำทีเป็นเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยจนมาถึงเรือนพระชายาจึงเขามาเยี่ยมเยียน “ตอนนี้ฮุ่ยมามายังนอนเจ็บอยู่ที่ห้องพัก จะไม่มีคนสนับสนุนเรานะเจ้าคะ” เมิ่งจูเตือนผู้เป็นนาย หากบุ่มบ่ามทำการสิ่งใดไม่ควรออกไป เห็นทีจะผิดใจกับท่านอ๋องเอาได้ “เจ้าคิดว่าเป่ยอ๋องจะไม่ไว้หน้าข้าเลยงั้นรึ” “แต่...” เมิ่งจูไม่แน่ใจ สายตาเป๋ยอ๋องที่ผ่านมาล้วนอ่านยากมาตลอด เพียงแต่ท่านหญิงกับเป่ยอ๋องมีความผูกพันกันมาตั้งแต่เล็ก อาจจะเรียกว่ามีใจให้แต่ไม่เคยปริปากหรือขอพระราชทานสมร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ต่างคนต่างอยู่
ผ่านไปหลายชั่วยาม ยิ่งดึกน้ำค้างก็ยิ่งลง แต่ทว่าคนข้างในยังไม่มีคำสั่งให้หยุดการลงโทษนี้ ขาของเหรินเล่อชาหนึบไปหมดแล้ว แรงกดทับจากหินทำให้เลือดค่อย ๆ ไหลซึมออกจากหัวเข่าของนางจนเปื้อนไปที่ชุดของนางจนชุ่มด้วยเลือด หินบาดแล้ว! นางก็ได้แต่กัดฟันอดทนไปเรื่อย ๆ หากต้องตายอยู่ที่นี่วันนี้ สิ่งที่เสียดายที่สุดก็คงมีเพียงยังไม่ได้ร่ำลาท่านพ่อกับพี่ใหญ่ของนาง อากาศที่เย็นลงจนเหน็บหนาว ยังไม่หนาวเท่าไม่มีใครเคียงข้าง อยู่ต่างถิ่นต่างแคว้นเช่นนี้นางโดนรังแกอย่างไม่เป็นธรรมจะร้องไห้ไปฟ้องพี่ชาย ฟ้องท่านพ่ออีกก็ไม่ได้ หัวใจของนางเจ็บปวดยิ่งนัก แต่ก็พยายามสะกดกั้นน้ำตาเอาไว้ นางจะไม่มีวันหลั่งน้ำตาให้กับชายสารเลวผู้นั้น เขาอำมหิตกว่าบุรุษที่นางเคยรู้จักมาเสียอีก เพราะแค่นางทำร้ายคนที่เขารัก เขายังทำโทษนางหนักขนาดนี้ หากนางพลั้งมือทำสตรีนางนั้นบาดเจ็บมากกว่านี้มีดคงจ่อคอนาง ใบหน้าของคนที่เสียเลือดมากซีดเซียว แต่ความมืดมิดกลับไม่มีใครสังเกตเห็น นางอดทนจนรุ่งเช้ามาถึงโดยมีบ่าวทั้งสองนั่งเป็นเพื่อนไม่ห่าง นางก้มหน้าอย่างหมดแรงแต่เมื่อได้ยินเสียงก้าวเดินออกจา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status