مشاركة

บทที่ 5

last update تاريخ النشر: 2026-01-02 11:27:17

“ได้ข่าวว่าหลูเค่อเอ้อมีดินดีน้ำดีใช่หรือไม่”

หวังเหว่ยกวงถามขึ้นแต่นั้นกลับได้รับสายตาห้ามปรามจากหวังหยางซั่ว คลับคล้ายกับไม่ให้พูดมากจนเกินไปนัก ทั้งเหรินเล่อเองก็มองออกว่าฮ่องเต้ของซีเป่ยก็ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรมากนัก คงจะโลภเหมือนผู้นำหรือฮ่องเต้แคว้นอื่น ๆ ทั่วไป นางจึงได้แต่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

“ทูลฝ่าบาทไม่ถึงกับดีเทียบเท่าซีเป่ยเพคะ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์แค่กระจุกเดียวบวกกับคนของหลูเค่อ เอ้อมีน้อยนักจึงทำให้อาหารเพียงพอประทังชีวิตของคนเผ่าหม่อมฉันเท่านั้น มิได้มั่งคั่งดุจดังซีเป่ยอันเกรียงไกรของฝ่าบาทหรอกเพคะ”

หวังหยางซั่วหันมองหน้านางด้วยใบหน้าเรียบนิ่งภายในใจนึกชื่นชมนางอยู่บ้าง ที่ไม่โง่เขลาพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป มีเพียงมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่พ้นสายตาพญาหงส์อย่างฮองเฮา

“ช่างถ่อมตนเสียจริง ไม่ใช่ว่าอุดมไปด้วยทองคำหรอกรึ”

เหรินเล่อหันมองฮองเฮาด้วยรอยยิ้ม คิดว่าสตรีผู้นี้โง่เขลานัก พูดชี้นำเช่นนี้หวังให้ข้าเปิดปากรึ...ฝันไปเถิด...

“ทูลฮองเฮาท่านกล่าวหนักเกินไปแล้วเพคะ ทองคำหลูเค่อเอ้อมีเล็กน้อย หาได้เทียบเผ่าหุยได้ไม่ สายแร่มีแค่ดินแดนกันชนเท่านั้นและส่วนใหญ่ก็มีในดินแดนฝั่งตรงข้าม ที่บิดาของข้านำทองเพื่อบรรณาการแคว้นอื่นก็เพื่อมิตรไมตรีเท่านั้น หลูเค่อเอ้อนั้นใช้ชีวิตสมถะยิ่งกว่าซีเป่ย อย่าได้เทียบกันเลยเพคะ”

แน่นอนนางโกหก มีของล้ำค่าใครโง่กล้าอวดฉลาดก็เชิญเถอะ นางแต่งงานเพื่อให้แคว้นสงบสุขหาใช่นำศึกเข้าบ้าน

“เช่นนั้นข้าคงเข้าใจผิดไปกระมัง” เหลียนชิงเย่าประหลาดใจเล็กน้อย สิ่งที่นางรับรู้มาตรงข้ามกัน แต่นางไม่เคยออกจากเมืองหลวงแล้วจะรู้ความจริงได้อย่างไร

แต่ช่างเถอะ...ในเมื่อหาเหตุให้สามีส่งเป่ยอ๋องไปรบไม่ได้ เช่นนั้นก็หารือเรื่องอื่น เดิมทีก็อยากให้เป่ยอ๋องรบอยู่ชายแดนห้ามกลับเมืองหลวง แต่สามีนางไม่เคยระแวงหรือคลางแคลงสงสัย ทั้งยังเลือกเก็บเขาไว้ใกล้ตัว ทั้งที่เสด็จพ่อของเขาคิดอ่านการณ์ไปข้างหน้า ส่งเป่ยอ๋องไปชายแดนตั้งแต่ยังเด็ก นางภาวนาให้สามีนางมีคนชี้ทางให้สว่างสักที

หลังจากพูดคุยกันครู่ใหญ่เป่ยอ๋องก็ขอตัวกลับ ภายในใจลึก ๆ นึกชอบการวางตัวอันชาญฉลาดของนาง แต่ทำไมชอบท้าทายคนในจวนของเขานัก เมื่อวานมามาวิ่งโร่มาฟ้องทั้งบีบน้ำตา แต่เขาเองก็ยังลงโทษอะไรนางไม่ได้เพราะนางยังไม่ได้ทำผิด หวังว่าสักวันนางจะปรองดองกับคนของเขาจะได้อยู่กันอย่างสงบ

เขาคิดไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็สลัดศีรษะไปมา ‘นี่เขาคิดให้นางปรองดอง...เขาคิดไปได้เยี่ยงไร’

ขณะที่นางเดินเคียงข้างเขาอยู่นั้น เห็นท่าทีแปลก ๆ ของเป่ยอ๋อง นางจึงถามเขา “เป็นอันใดเพคะท่านอ๋อง”

“ไม่...เราไม่เป็นอันใด”

“โกหก!” นางทำพูดด้านหลังเขาเสียงเบา ไม่กล้าพูดหนักปากไป แต่เหมือนคนเบื้องหน้าชาติก่อนอาจจะเกิดเป็นสุนัขกระมังถึงได้ยินชัดแจ้งนัก

“เหตุใดต้องโกหก” เขาหยุดกะทันหันแล้วหันขวับมาเผชิญหน้ากับนาง นั่นทำให้นางหยุดตรงหน้าเขา จนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวรักษาระยะห่าง

“ได้ยินด้วยหรือเพคะ” นางท่าทีเฉไฉทั้งไม่ยอมรับง่าย ๆ

“ไม่ได้หูหนวก” เขาทำสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งพูดก็เหมือนนางยิ่งกวนประสาทเขา เมื่อไหร่นางจะเคารพเขาที่เป็นสามีสักทีนะ

“เข้าใจแล้วเข้าใจแล้วเพคะ ไม่ได้โกหก ไม่มีอะไรด้วย” นางรับคำอย่างอ่อนใจ

“พูดจากลับกลอกเชื่อไม่ได้”เขาต่อว่าก่อนพูดต่อ “เจ้ากลับไปที่จวนข้ายังมีธุระต่อ” เป่ยอ๋องเดินสะบัดชายเสื้อไปขึ้นม้า ที่ไม่รู้ว่าสั่งให้คนเอามารอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปล่อยทิ้งให้นางกลับจวนตามลำพัง

นางขึ้นรถม้าได้ก็มองทอดยาวไปตามเส้นทางสัญจรไปมา เมื่อมองลึกเข้าไปในตลาดมีเส้นทางที่เป็นตรอกซอกซอยแคบ ๆ เห็นผู้คนบ้างหาบผักมาขาย หาบอาหาร ซาลาเปานึ่ง พวกเนื้อสัตว์อาหารสดต่าง ๆ สร้างความครึกครื้นยิ่งนัก ทำให้คิดถึงตลาดหน้าเผ่าหลูเค่อเอ้อ

แม้ว่าที่ชนเผ่าของนางส่วนมากมีของอุดมสมบูรณ์แต่คนในเผ่าก็ยังทำมาหากินค้าขายกับต่างเผ่าที่แวะเวียนมาบ้าง นางยังจำได้ว่าเคยรับคณะทูตจากแคว้นหลงเจียงด้วยซ้ำ ทั้งที่อยู่ไกลสุดกู่จากเผ่าของนาง ชื่อเสียงเผ่าของนางก็ยังไปถึงอย่างไม่น่าเชื่อ

“ป่านนี้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ทำอันใดอยู่กันนะ” นางยกมือยื่นไปนอกหน้าต่างกางมือรับลมพริ้มตาหลับคิดถึงภาพที่ตัวเองเต้นรำอยู่กลางทุ่งหญ้าสีทองพาให้หัวใจนางแช่มชื่นนัก

อิสระที่เคยมี

ความสุขที่เคยรับ

อ้อมกอดของครอบครัว ทำให้นางคิดถึงเสียจนน้ำตาไหล

แม้ว่าเกิดเป็นหญิงจะช่วยเหลือบ้านเมืองตัวเองไม่ได้มาก แต่นางก็อยากช่วยท่านพ่อแบ่งเบา แม้ต้องฝืนใจก็ตาม

พี่ใหญ่ของนางเป็นผู้นำกองทัพฝึกปรือเหล่าทหาร ออกลาดตระเวน แล้วนางเป็นทั้งลูกและน้องสาวของท่านพ่อและพี่ใหญ่ นางจะอ่อนแอได้อย่างไร

เมื่อคิดได้แล้วนางจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด แล้วตั้งมั่นว่านางจะไม่มีวันยินยอมให้ผู้ใดรังแกนางได้เด็ดขาด

กับ กับ กับ !!!

เสียงรถม้าวิ่งไปตามทางที่ปูลาดด้วยอิฐเรียบเสมอกันจนเมื่อถึงหน้าจวนเป่ยอ๋อง นางก็รู้สึกไม่อยากเข้าไปเสียอย่างนั้น

“ถึงแล้วเหรอ...ที่อยู่ใหม่ของข้า” นางไม่เคยเรียกที่ใดว่าบ้านนอกจากที่หลูเค่อเอ้อ ต่อให้หรูหราสะดวกสบายเพียงใด หากแต่เทียบไม่ได้กับความอบอุ่นในกระโจมเล็ก ๆ ของนางเลยสักนิด

ที่นี่ก็แค่ที่ให้พักหลับนอนก็เท่านั้น เป็นบ้านนางไม่ได้หรอก

“พระชายาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คนขับรถม้าไม่กล้าเปิดม่านให้ ทำให้เพียงแค่รออยู่ด้านล่างวางบันไดให้ลงมาอย่างสะดวกเท่านั้น

นางค่อย ๆ เดินลงมาอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังเพราะไม่มีคนจับให้เหมือนตอนไป เมื่อลงมาเท้ายังไม่เหยียบพื้นได้เต็มเท้า เสี่ยวเฟิงก็รีบวิ่งมาหานางทันที

“พระชายาเร็วเข้าเถอะเพคะ เสี่ยวฟางแย่แล้วส่วนเสี่ยวหยวนจื่อกำลังไปขวางเอาไว้”

“เกิดอันใดกันขึ้น” เสี่ยวฟางสาวใช้ของนางที่มาจากหลูเค่อเอ้อเกิดเรื่อง แค่นางไปข้างนอกแค่ไม่กี่ชั่วยามอย่างนั้นหรือ

“ฮุ่ยมามาเพคะ สั่งลงโทษไร้เหตุผลสิ้นดี”

ฟังเสียงเสี่ยวเฟิงจบนางก็รีบเข้าไปทันที เมื่อมาถึงเห็นเสี่ยวหยวนจื่อกำลังจัดการเหล่าบ่าวชายที่กำลังถือไม้จะฟาดลงมาที่ร่างของเสี่ยวฟางที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ นางจึงเร่งฝีเท้า

“เจ้าเป็นสาวใช้นะ...เหตุใดไม่ฟังข้า”

ฮุ่ยมามาคว้าไม้จะฟาดเสี่ยวหยวนจื่อ แต่เสี่ยวหยวนจื่อกระซิบเสียงเครียด

“ข้าคือคนของเป่ยอ๋อง ไม่ใช่คนของเจ้า...หากเจ้าอยากตายก็ลองฟาดข้าดู” ถ้อยคำที่ไม่เกรงกลัวนั้นทำให้ฮุ่ยมามาถอยออกมา ประจวบเหมาะกับพระชายามาพอดี

“พวกเจ้าทำอะไรกัน” เสี่ยวหยวนจื่อผลักไม้ออกทำให้ฮุ่ยมามาล้มหงายไปกองที่พื้น

“ท่านป้าเจ้าคะ” ฮุ่ยหลิงอันรีบไปพยุงท่านป้าของตัวเองทันที วันนี้นางอยากจัดการพระชายาที่อวดดีออเซาะท่านอ๋อง จึงให้คนลากสาวใช้ที่มาด้วยโบยให้หายแค้น แต่ใครจะนึกว่าจะมีคนมาช่วย ทั้งมันก็อ่อนปวกเปียกโบยยี่สิบทีก็สลบไปแล้ว

“ข้าถาม...ทำไมไม่พูด...หรือไม่อยากจะพูดกันอีกตลอดชีวิต” เสียงเครียดนั้นทำให้ฮุ่ยหลิงอันเกาะท่านป้าแน่น นางก่อเรื่องย่อมต้องให้ท่านป้าช่วยเหลือ หาไม่นางต้องโดนลงโทษเป็นแน่

“ข้าอยากโบยเพื่อสังสอนบ่าวไพร่แล้วอย่างไรหรือเพคะพระชายา” ฮุ่ยซื่อเหลียนเป็นมามาหลายปี ไม่เคยมีคนใดกล้าทำร้ายนางจึงรับแทนหลานสาวออกไป

“ทำไมน่ะหรือ...” นางเดินเข้าไปบีบคางของฮุ่ยมามาแล้วก็จัดการสั่งสอน

เพียะ เพียะ เพียะ!!!

นางมั่นใจว่ามือของนางหนักพอ และหนักกว่านี้อีกหากมามายังเหิมเกริมจัดการคนของนางอีก ไม่ว่าใครก็ตาม ที่กล้าหยามนางย่อมไม่สงบสุขเป็นแน่

“พระชายากล้าหรือเพคะ”

ฟิ้ง! เหรินเล่อไม่เพียงแค่แสยะยิ้ม แต่ยังชักมีดสั้นที่ทพี่ใหญ่ให้ไว้ป้องกันตัวจ่อไปที่คอของฮุ่ยซื่อเหลียนจนเลือดออกซิบ ๆ

“พระชายาไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วยเพคะ” ฮุ่ยหลิงอันไม่คิดว่าพระชายาจะร้ายกาจเพียงนี้ ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับท่านป้า แม้ท่านอ๋องยังยำเกรง เท่านั้นยังไม่พอยังชักมีดมาพร้อมกับจะฆ่าท่านป้าของนางด้วย หากท่านป้าเป็นอันใดไป เห็นทีว่านางคงจะสิ้นไร้หนทางในการขึ้นเป็นชายารอง

“ไว้ชีวิตงั้นรึ...ข้าก็เป็นชายาเป๋ยอ๋อง อยากฆ่าก็ฆ่าได้เช่นกัน ไม่ต่างจากมามาที่อยากลงโทษก็ลงโทษได้” มือข้างหนึ่งนางถือมีดจ่อคอ แต่อีกมือหนึ่งก็บีบคอของฮุ่ยหลิงอัน หลานสาวตัวแสบของฮุ่ยมามา คิดว่านางโง่สินะที่จะไม่รู้ว่าตัวการเริ่มต้นมาจากผู้ใด

แต่เมื่อเสี่ยวฟางกระอักเลือดออกมา เสี่ยวหยวนจื่อ จึงเรียกพระชายาขึ้น

“พระชายาเพคะ สองคนนี้เอาไว้ท่านอ๋องกลับมาค่อยลงโทษเถิดเพคะ ตอนนี้เสี่ยวฟางอาการแย่แล้ว”

เหรินเล่อเจ็บใจจนบีบคอของฮุ่ยหลิงอันหนัก ๆ ก่อนจะปล่อยออกไป ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียนนางก็ผลักนางให้ล้มกองไปนอนที่พื้นจนให้สาวใช้คนอื่นมาพยุงให้ลุกขึ้นยืน

“ใครไปตามหมอข้าจะจับโบยให้หมด” เสียงฮุ่ยมามาสั่งการนั้นทำให้เหรินเล่อ ยิ้มเหี้ยมส่งมา

“เช่นนั้นก็ดี เสี่ยวหยวนจื่อ ส่งคนเข้าวังไปขอหมอหลวงจากฝ่าบาท โดยเฉพาะฮองเฮาให้บอกว่า...”

“ยังไม่รีบไปตามหมออีก” ฮุ่ยมามายังไม่ทันได้ฟังนางพูดจบก็ร้อนรนเสียแล้ว แต่นางไม่ได้ไว้ใจหมอของฮุ่ยมามานักหรอก เพราะท่าทางอาการของเสี่ยวฟางนั้นหนักหนาเอาการจึงขอให้ขันทีของเป่ยอ๋องช่วยจัดการ

“ท่านขันทีเหลียง ข้าอยากได้หมอที่มีฝีมือ หวังว่าจะไว้ใจท่านได้ใช่หรือไม่” นางลากเสียงเน้นทีละคำอย่างช้า ๆ เหลียงเหล่ยก็รู้ได้ทันทีว่าหมายถึงสิ่งใด แล้วกวาดสายตามองไปยังฮุ่ยซื่อเหลียนกับฮุ่ยหลิงอันที่ขยันก่อเรื่องกับคนที่ไม่ควรจะมีเรื่องด้วย แค่เขาออกไปธุระให้กับท่านอ๋องไม่เท่าไหร่ก็วุ่นวายทั้งจวน

“พ่ะย่ะค่ะพระชายา”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 61

    “เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่...” อาบน้ำในความหมายของเป่ยอ๋องย่อมไม่ได้อาบน้ำธรรมดา และเขาชอบอาบน้ำกับนางที่สุด “ไม่เพคะ” “ใจร้าย เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าอด...อยาก...มานานเท่าไหร่แล้ว” เขาจงใจเน้นคำให้นางรู้ว่าเขาทรมานเพียงใด “ข้าง่วงแล้ว” “ไม่เป็น

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 60

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 59

    เหรินเล่อขึ้นเตียงแล้วหลับตาทันที ทั้งสั่งไม่ให้คนเข้ามารบกวน เพราะนางง่วงนอนแล้ว แต่มีหรือใครจะขวางเป่ยอ๋องได้ จนเมื่อเขามาหยุดยืนอมยิ้มให้กับนางอยู่ข้างเตียงนอน “เจ้ารีบมานอนรอข้าเช่นนี้ รู้ใช่หรือไม่รางวัลของข้าคืออะไร” เสียบแหบพร่าเปล่งข้างหู แต่แล้วนางก็ผลักไสเขาออกไป เพราะเนื้อตัวเขาม

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 58

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันน

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 57

    “แล้วรู้แล้วรึ” “แน่นอนว่ารู้แล้ว ทั้งซื่อหนิงฮวา และฮุ่ยซื่อเหลียนได้รับกรรมที่ก่อไว้แล้ว” ซื่อหนิงฮวาเขาย่อมตัดขาดนาง และคิดว่านางคงเสียหน้าไม่น้อยที่เขาปฏิเสธรัก ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียน การต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองในวัยที่ใกล้ฝั่งแล้วคงไม่ง่ายนัก “เหอะ...ข้าไม่เชื่ออย่างท่านหรือจะต

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 56

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลัก เป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูด

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 21

    ซื่อหนิงฮวาเดินออกมาอย่างเสียหน้า ความเจ็บแค้นทำให้นางไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองนางมาอย่างดูแคลน นางสนแต่สิ่งที่สตรีบ้านป่าผู้นั้นพูดเป็นจริงหรือไม่ “ไปจวนเป่ยอ๋อง ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเขา” “นายหญิงเจ้าคะ...ไม่งามนะเจ้าคะ” “ข้าจะไป” ซื่อหนิงฮวาไม่เชื่อฟังคำที่เ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 4

    โฉมสะคราญเดินหน้าบึ้งตึงเข้าไปในเรือน ภายในใจขุ่นมัวไปหมด ทั้งไม่ชอบใจสตรีผู้นั้นและกำลังหิวจึงให้เสี่ยวฟางไปทำแป้งย่างสูดของเผ่าหลูเค่อเอ้อให้ทุกคนกิน นางมีเตาต้มยากับน้ำผึ้งที่เตรียมมาพร้อมเผื่อฉุกเฉินส่วนแป้งเสี่ยวหยวนจื่อก็เป็นคนจัดการเอามาให้หนึ่งถุง จากนั้นเสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงจึงช่ว

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 3

    เสี่ยวหยวนจื่อรู้สึกชอบพระชายาผู้นี้ จากที่ได้สัมผัสชั่วระยะเวลาสั้น ๆ นับว่าเป็นคนที่น่าติดตามไม่น้อย นี่แหละสมกับเป็นพระชายาเป่ยอ๋อง มุทะลุดุดันไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่เมื่อผ่านมาได้สักพักสังเกตว่าพระชายากลับเอามือจับหัวใจ “พระชายาเพคะเป็นอะไรหรือไม่” เสี่ยวฟางเข้ามาพยุงตัวพระชายาหลังเดินมาใก

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 2

    “เสี่ยวฟางเจ้ามีอันใดก็พูดมา มัวแต่ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” อยู่เรือนคนอื่นวันแรกย่อมต้องโดนรังแก นางเข้าใจดี แต่เสี่ยวฟางที่เคยอดทนต่อความยากลำบากได้ดีหายไปไหนแล้ว แล้วนี่ไปโดนใครทำอะไรมาอีกเล่า คิดแล้วนางก็กลัดกลุ้ม “นายหญิง บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจากหลูเค่อเอ้อถูกส่งกลับเผ่าของเราหมดแล้วเจ้าค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status