Masukเว่ยฮองเฮายิ้มมุมปาก... คนที่ต่อกรกับนางอย่างตรงไปตรงมามีเพียงนางเอกนิยายนั่นเอง แต่ขอโทษที เว่ยหลานคนเดิมไม่มีอีกแล้ว คำพูดแค่เพียงเท่านี้ไม่ทำให้นางโกรธจนควันออกหูหรอก
“ยินดีกับเซี่ยกุ้ยเฟยด้วยที่ฝ่าบาทเสด็จตำหนัก ข้าคือฮองเฮา จิตใจย่อมกว้างขวางยิ่งกว่ามหาสมุทร วันหลังหากฝ่าบาทเสด็จตำหนักใครก็ขอให้ปรนนิบัติฝ่าบาทให้ดี”
เชิญรับใช้ฮ่องเต้กันให้พอใจ ยิ่งเขาไม่มาตำหนักคุนหนิง นางก็ได้ประโยชน์ แทนที่จะเอาเวลาไปปรนนิบัติรับใช้ฮ่องเต้เจ้าชู้ เลี้ยงลูกดีกว่าเป็นไหน ๆ
“…”
สนมทุกคนเงียบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้น เว่ยฮองเฮาไม่เคยเป็นเช่นนี้ หากเซี่ยกุ้ยเฟยเลือกใช้คำพูดสองแง่สองง่ามเช่นนั้น มีแต่จะด่ากลับมา พร้อมลงโทษด้วยการตบหนึ่งฉาด มิใช่นิสัยสุขุมนิ่งแบบเมื่อครู่
ส่วนเซี่ยหนิงเจียวตกใจมาก แต่เก็บเปลวเพลิงโหมไหม้ให้ลึกที่สุด นางอุตส่าห์วางแผนไว้แล้ว หากวันนี้เว่ยฮองเฮาทำร้าย ยามฝ่าบาทเสด็จตำหนักก็จะมีเรื่องไปออดอ้อนขอความเห็นใจพระองค์ ทั้งยังพูดถึงความร้ายกาจของเว่ยหลานได้ แต่มันกลับพังทลายลงไม่เป็นท่า!
หรือเว่ยฮองเฮามีแผนการใหม่ ทำใจกว้าง แต่สุดท้ายก็แอบลอบแทงข้างหลัง สตรีตรงหน้าถือสิทธิ์ใดรั้งตำแหน่งฮองเฮากัน ก็แค่ตระกูลหยั่งรากลึกในราชสำนักแคว้นซ่งถังหลายชั่วอายุคน หนำซ้ำเว่ยไทเฮายังเป็นผู้บีบบังคับฮ่องเต้ ผิดกับนาง...พระองค์ตกลงกับอัครเสนาบดีฝ่ายขวา รับเข้ามาเป็นพระสนมตำแหน่งกุ้ยเฟยเอง หาได้มีใครข่มขู่
ความโปรดปรานต่างลิบลับ มั่นใจว่าเว่ยฮองเฮาจะโดนเขี่ยทิ้งในไม่ช้า
และหากนางสามารถตั้งครรภ์มังกร คลอดพระโอรสแด่ฮ่องเต้เมื่อใด อย่าหวังว่าเว่ยหลานจะมีหน้าเชิดคางสั่งสอนผู้อื่นแบบนี้
ช่วงนี้เว่ยไทเฮาไปสงบจิตใจที่อารามบนเขา กว่าจะกลับคงอีกนาน นางต้องรีบทำให้สำเร็จ...
“วันนี้ข้ามีเรื่องพูดกับพวกเจ้าเท่านี้ ทุกคนมีสิ่งใดอีกรึไม่”
เว่ยหลานเก็บซ่อนความสะใจเมื่อเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเซี่ยกุ้ยเฟย อีกฝ่ายคงคิดว่านางจะมีท่าทีร้ายแบบเดิมสินะ แผนการเช่นนี้ย่อมมองออกทะลุปรุโปร่ง
แน่นอนว่าวันคารวะฮองเฮา...เว่ยฮองเฮาคือผู้ชนะ แม้ไม่ได้ลงไม้ลงมือตบตีใคร
“ไม่มีแล้วเพคะ” เหล่าสนมกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
เว่ยหลานลุกขึ้นจากบัลลังก์ ยามเยื้องย่างผ่านสนมน้อยใหญ่ แผ่นหลังเหยียดตรง แผ่กลิ่นอายสูงส่งกระทั่งออกจากห้องโถงไป
“เหตุใดฮองเฮาจู่ ๆ ก็เปลี่ยนมาใจกว้างเล่าเพคะ” ฉินเฟยหรือฉินเยว่เอ่ยขึ้น มองยังเซี่ยกุ้ยเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“สตรีอย่างเจ้าคงดูไม่ออกสินะ ฮองเฮาใช้แผนล่อพวกเรา ปล่อยให้ตายใจ รอวันสะสางภายหลัง” เซี่ยหนิงเจียวปรายตามองฉินเยว่อย่างไม่ยี่หระ
บุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลังช่างโง่งมเสียจริง แค่นี้ก็ดูไม่ออก สมควรแล้วที่ฝ่าบาทไม่โปรดปรานเท่านาง
เมื่อคิดว่าตนเองคือหญิงสาวที่ได้รับความโปรดปรานจากผู้ปกครองแผ่นดินอันดับหนึ่ง ความมั่นใจพลันเปี่ยมล้น เซี่ยหนิงเจียวลุกขึ้นยืน เลียนแบบท่าทางเว่ยฮองเฮา พลางมองยังบัลลังก์หงส์อย่างทะเยอทะยาน
สักวัน...นางจะต้องไปอยู่จุดนั้นให้จงได้
ประการแรกเพื่อเพิ่มอำนาจแก่ตระกูลเซี่ย ส่วนประการสอง...ก็เพื่อตบหน้าบุรุษผู้หนึ่งที่เคยปฏิเสธนาง ตอนนี้นางอยู่สูงกว่าเขามาก คิดจะปีนป่ายมาหาก็ไม่ทันแล้ว...
เซี่ยกุ้ยเฟยสะบัดอาภรณ์ออกจากห้องโถงพระตำหนักคุนหนิง ท่ามกลางสายตาของเหล่าสนมน้อยใหญ่ พวกนางซุบซิบนินทาเรื่องในวันนี้กันครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกลับที่พำนักตนเอง
ตำหนักเฉียนชิง เผยเจิ้นหยางกำลังมองแผ่นป้ายที่หม่ากงกงขันทีคนสนิทนำมาให้เลือก คิ้วกระบี่พาดเฉียงย่นเข้าหากัน ดวงตาคมกวาดมองรายชื่อสนมตำแหน่งน้อยใหญ่อย่างใช้ความคิด นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะอยู่นาน สุดท้ายก็ยังไม่ตัดสินใจเลือก
“ฝ่าบาท ตามที่พระองค์ให้กระหม่อมคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวเว่ยฮองเฮา ช่วงนี้ฮองเฮาอยู่อย่างสงบ ไม่ไปหาเรื่องสนมอื่น หนำซ้ำยังให้องค์หญิงไปบรรทมด้วย นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีนักพ่ะย่ะค่ะ” หม่ากงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้า ดวงตาเป็นประกาย
สิ่งที่ขันทีอายุมากอย่างเขาต้องการคือความปรองดองระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮา หาใช่ศัตรูคู่แค้น จะดีสักเพียงใดหากทั้งสองหันหน้าพูดคุยกันดี ๆ ไร้การทะเลาะเบาะแว้งเฉกเช่นวันวาน
หางคิ้วเผยเจิ้นหยางกระตุก จากเหตุการณ์ในวันนั้น เขาสั่งให้หม่ากงกงจับตาดูเว่ยหลาน เผื่อว่านางมีแผนการร้ายใหม่ ๆ อีก
และการที่นางทำดีกับพระธิดาอย่างกะทันหัน ย่อมมีเหตุจูงใจ อย่าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีราวพลิกฝ่ามือจะทำให้เขาหยุดเคลือบแคลงลง
“วันนี้ข้าไม่เลือกป้าย”
“ฝะ ฝ่าบาท แต่ว่า” หม่ากงกงเตรียมเอ่ยขัด เนื่องด้วยฮ่องเต้ยังไร้พระโอรส การเวียนค้างตำหนักเหล่าสนมยังมีความจำเป็นอย่างมาก
“ข้าจะไปตำหนักคุนหนิง”
‘บัดซบ!’
เว่ยหลานได้แต่สบถถ้อยคำหยาบในใจ เพราะซือเอ๋อร์อยู่ในห้อง นางไม่อยากให้ลูกจดจำสิ่งแย่ ๆ จากตน
ฮ่องเต้ผู้นั้น...กำลังจะมาตำหนักคุนหนิง เมื่อครู่ขันทีวังหน้าเพิ่งมาแจ้ง และนางต้องเตรียมตัวปรนนิบัติบุรุษเจ้าชู้มากเมีย วันนี้อุตส่าห์สอนสนมน้อยใหญ่ หากฝ่าบาทเสด็จตำหนักใดให้ปรนนิบัติเป็นอย่างดี แล้วเหตุใดเขาเลือกมาที่นี่
ช่างชวนให้หงุดหงิดเสียจริง!
“ขะ ขออภัยเพคะ วันนี้หม่อมฉันซุ่มซ่ามจริง ๆ เหยียบพระบาทอีกแล้ว” พระพัตร์เว่ยหลานแสร้งรู้สึกผิด หากแต่ภายในกำลังยิ้มเพราะสะใจ “ข้าจะกลับตำหนักเฉียนชิง!” ฮ่องเต้หนุ่มหยัดกายลุกออกจากสระน้ำขนาดสี่เหลี่ยม หยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่ด้วยตนเอง ก่อนจากไป ริมฝีปากหยักขยับตรัสประโยคหนึ่งออกมา “น้ำท่วมล้นเอ่อจนกลายเป็นอุทกภัย” กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อออกจากพระตำหนักคุนหนิง วันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดี ถูกเว่ยหลานเหยียบเท้าถึงสองครั้ง หากยังอยู่ที่ตำหนักคุนหนิง มีหวังครั้งที่สาม สี่ ห้า คงตามมา เว่ยฮองเฮามองตามแผ่นหลังกว้างที่จากไป นางแสยะยิ้มแล้วแอบด่าเขาในใจ ‘ฮ่องเต้เฮงซวย!’ พอได้ด่าแบบนี้ก็ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นจริง ๆ คล้อยหลังฮ่องเต้ เว่ยหลานลุกออกจากสระน้ำ ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่เข้ามาปรนนิบัติอย่างรู้ความ หลังจากเช็ดวรกายฮองเฮาจึงสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมสีแดง ปักลวดลายหงส์ด้วยด้ายทอง จากนั้นค่อยประคองผู้ปกครองวังหลังออกไปยังห้องบรรทม “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าฉินเฟยตั้งครรภ์ หมอหลวงเพิ่งไปตรวจอาการที่ตำหนักเมื่อครู่” ฮุ่ยลู่เอ่ยอย่
ฮุ่ยลู่และอี๋หนี่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่ารับสั่งของฝ่าบาทมีค่ายิ่งกว่าทองคำ พวกนางมิอาจขัด แม้อยากอยู่ปรนนิบัติเว่ยฮองเฮาก็ตาม จึงทำได้เพียงล่าถอยออกจากห้องสรงน้ำในพระตำหนักคุนหนิง เว่ยหลานนั่งแช่น้ำไม่ขยับร่างกาย อาภรณ์ของนางและผ้าวางพาดไว้บริเวณฉากกั้น หากลุกขึ้นยืนยามนี้ย่อมเปิดเผยเนื้อหนังแก่ฮ่องเต้หลายใจ วันนี้ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีม่วง ปักลวดลายมังกร กวานสีทองยามแสงสาดส่องกระทบเปล่งประกายระยิบระยับ ดวงตาคมกริบทอดมองมายังนางไม่ละไปที่ใด ส่วนเหตุผลในการมายังตำหนักคุนหนิง นางคร้านจะถามให้มากความ “ข้ายังไม่อาบน้ำ” “...” เว่ยหลานเงียบ นัยน์ตาเต็มไปด้วยคำถาม กระนั้นนางก็มิได้เอ่ยถามเขาสักครึ่งประโยค บุรุษผู้นี้ช่างเดาใจยาก ซึ่งนางคาดการณ์ไม่ออกว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก วรกายสูงเหยียดหลังตรง ปลดเปลื้องสายรัดเอว ตามด้วยอาภรณ์สูงส่ง เว่ยฮองเฮาเบือนหน้าหนี พยายามไม่มองร่างกายพระสวามี แม้ตนเองในชาตินี้ไม่บริสุทธิ์แล้ว แต่โลกที่จากมา ตนไร้ประสบการณ์เรื่องเช่นนั้น สถานการณ์ตรงหน้าช่างชวนกระอักกระอ่วนเสียจริง เพราะ
ดวงตาเว่ยฮองเฮาเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ ขณะที่มารดาแผ่นดินค่อย ๆ ถอยห่าง จางหมัวมัวก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีก นางทราบดีว่าตนเองไม่มีทางรอด ดังนั้นจึงอยากแก้แค้นคนที่เคยกดขี่ทำร้ายตน บ่อยครั้งเว่ยฮองเฮามักตบตีนางหากไม่พอพระทัย คนแก่เช่นนางไม่อยากเป็นสิ่งรองมือรองเท้าใครอีกแล้ว อย่างน้อยหากตายก็ขอลากสตรีเลว ๆ ตายไปด้วย ทว่าจางหมัวมัวหัวเราะได้ไม่นานก็พบความผิดปกติ เว่ยฮองเฮาสมควรมีอาการหายใจไม่ออก และทรุดร่างกายลงกับพื้นเพื่อรอความตายในสิบสองชั่วยาม แต่เหตุใดจึงยังยืนได้แบบนี้! แม่นมอาวุโสหุบปากลงสนิท เอ่ยถามตะกุกตะกัก “หะ...เหตุใด ฮองเฮาทรงไม่เป็นอะไร” เว่ยหลานหัวเราะดังสนั่นทั่วห้อง เดินเข้าไปหาจางหมัวมัวแววตาอำมหิต “ทำไมน่ะหรือ หึ” “ทะ...ทำไม ฮองเฮา...” เพียะ! เสียงตบพลันดังสนั่น เว่ยหลานออกแรงตบจางหมัวมัวครั้งหนึ่งจนหน้าหัน ใครจะคาดคิดว่าแม่นมอาวุโสที่เว่ยฮองเฮาคนเดิมเลี้ยงไว้และมอบชีวิตที่ดีให้จะแอบหักหลังและยังอยากลอบปลงพระชนม์ หากมิใช่นางสืบพบก่อน ยามนี้ก็คงถูกพิษ ตายหนที่สองไปแล้ว เมื่อวานฮุ่
เว่ยหลานชะงัก หากแต่สีหน้าราบเรียบ นางเพิ่งทราบข่าวการตั้งครรภ์ของเซี่ยกุ้ยเฟย ดูเหมือนเผยเจิ้นหยางโปรดปรานนางเอกนิยายตามชื่อเรื่องจริง ๆ คงเพราะเป็นลูกรักของผู้เขียน อีกฝ่ายจึงตั้งครรภ์มังกร แต่จะให้ทำเหมือนเว่ยฮองเฮาคนเดิม แน่นอนว่านางทำไม่ได้ แม้นางเป็นนักฆ่า ทว่ามีจิตใจเมตตาต่อเด็กในครรภ์ เขาบริสุทธิ์ สมควรได้ลืมตาดูโลก ตนย่อมไม่คร่าชีวิตก้อนเนื้อในครรภ์เซี่ยกุ้ยเฟย เซี่ยหนิงเจียวเห็นเว่ยฮองเฮานิ่งไปก็รู้สึกสะใจ สตรีหงส์อยากกุมอำนาจไว้ในมือ พยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อครรภ์มังกร ทว่าทำเช่นไรก็ไม่เกิดผล ครั้นสนมที่ตำแหน่งต่ำกว่าตั้งครรภ์ก่อน ย่อมเสียหน้าไม่น้อย “หม่อมฉันทราบดีว่าจิตใจฮองเฮากว้างขวางยิ่งกว่าแม่น้ำ คงมิถือสาเรื่องเล็กน้อยใช่หรือไม่เพคะ” เซี่ยหนิงเจียวตีหน้าเศร้า ในสายตาผู้อื่น นางคือสตรีบอบบางน่าสงสาร ส่วนเว่ยฮองเฮาคือสตรีร้ายกาจจิตใจอำมหิต หากยืนกรานให้ขบวนนางหลบ สายพระเนตรฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางยิ่งจะมองสตรีหงส์แง่มุมลบลง เว่ยหลานกรีดสายตามองเซี่ยกุ้ยเฟยตั้งแต่ศีรษะจรดท้อง ก่อนจะหยุดมองครรภ์อีกฝ่าย “ร
เด็กหญิงอวบอ้วนชูแขนขึ้นพร้อมขยับร่างกายแสดงความดีใจให้มารดาเห็น รอยยิ้มน่ารักสดใสเปล่งประกายแข่งกับแสงแดดด้านนอก และในยามนั้นเอง เว่ยหลานพลันตัวแข็งค้าง “สะ...เสด็จแม่” เผยลู่ซือขยับปากเล็ก หัวใจหญิงสาวกระตุก อบอวลด้วยความรัก นึกไม่ถึงว่ายามลูกเรียกขานคำว่าแม่ครั้งแรกจะสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่กันมากถึงเพียงนี้ และนางปรารถนาอยากได้ยินมันทุกวัน “ลูกแม่ช่างรู้ความนัก” เว่ยหลานอุ้มเจ้าก้อนออกจากเก้าอี้ แนบจมูกถูกับจมูกเล็ก ๆ หยอกล้อ ยามนั้นซือเอ๋อร์รู้สึกจักจี้จึงหัวเราะคิกคักสนุกสนาน สองแม่ลูกเล่นด้วยกันอย่างดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข กระยาหารเช้าถูกจัดวางที่สวนในพระตำหนักคุนหนิง นางไม่อยากให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ในห้อง การทอดมองธรรมชาติอันงดงามจะช่วยให้จิตใจสงบ เว่ยหลานจึงอุ้มบุตรสาวออกจากห้องบรรทม พาไปนั่งโต๊ะม้าหินอ่อน ไม่ใกล้ไม่ไกล ดอกซิ่งกำลังแย้มบานตระการตาแทนดอกเหมยซึ่งบานช่วงเหมันต์ วัฏจักรดอกไม้ช่างคล้ายคลึงคนนัก มีรุ่งโรจน์มีร่วงโรยตามกาลเวลา ไม่จีรังยั่งยืน เผยลู่ซือเช่นเดียวกัน ในวังหลังแห่งนี้ ผู
ณ ตำหนักตงลิ่ว ร่างบอบบางนอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียง ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากไร้สี แววตาสั่นระริก เซี่ยหนิงเจียวไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ตนเองจึงล้มป่วยเช่นนี้ เพราะเมื่อก่อนนางค่อนข้างแข็งแรง ทว่าการล้มป่วยครานี้ก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง นางได้ข่าวว่าฝ่าบาทเสด็จตำหนักคุนหนิง เพื่อไม่ให้โอรสสวรรค์มีค่ำคืนอันหอมหวานกับเว่ยฮองเฮา จึงส่งคนไปกราบทูล หากผู้ปกครองวังหลังมีพระโอรสขึ้นมาจริง ๆ ด้วยฐานะ รวมถึงมีตระกูลเว่ยและไทเฮาหนุน ยิ่งจะลงจากตำแหน่งยาก ความทะเยอทะยานของนางย่อมไม่หยุดแค่เพียงกุ้ยเฟยแน่ หงส์เคียงมังกรเท่านั้นที่คู่ควร คิดเช่นนี้ มุมปากพลันแสยะยิ้มร้าย ครั้นเสียงขันทีหน้าตำหนักกล่าวว่าเผยเจิ้นหยางฮ่องเต้มาถึงแล้ว เซี่ยกุ้ยเฟยก็ปรับสีหน้าให้กลับมาทุกข์ เตรียมแสดงละครออดอ้อนพระสวามี เผยเจิ้นหยางเข้าไปด้านใน เมื่อเห็นสนมนอนป่วยก็รีบเดินไปนั่งขอบเตียง ทอดพระเนตรมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความห่วงใย “ฝ่าบาท...” มือหยาบลูบศีรษะเซี่ยหนิงเจียวเบามือ เอ่ยถามอ่อนโยน “หมอหลวงมาตรวจอาการเจ้าหรือย







