ANMELDENตอนที่ 6 ข้าจะดูแลฝ่าบาทเอง
ยามโหย่ว (18.00) ซือหยานางกำนัลบของหวงกุ้ยเฟยแอบมองระหว่างทางหน้าตำหนักหงซือ เฝ้ารอขบวนฮ่องเต้จะเดินทางไปที่ตำหนักหลุนหลง จนกระทั่งนางเห็นฝ่าบาทเดินนำหน้าขันทีนางกำนัลและองครักษ์กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ตำหนักฮองเฮา ซือหยาหลับตาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาเดินกึ่งวิ่งสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันมีเรื่องมาทูลฝ่าบาทเป็นการเร่งด่วนเพคะ” เว่ยเจี่ยหยุดเดินเมื่อเห็นนางกำนัลตำหนักฉู่อี๋ยืนอยู่ตรงหน้าท่าทางรีบร้อนตื่นตระหนก
“เจ้ามีเรื่องอันใดรีบเอ่ยมา”
“ทูลฝ่าบาท ยามนี้หวงกุ้ยเฟยไม่สบายเสวยอาหารไม่ได้เลยเพคะ หม่อมฉันคิดอยู่นานว่าจะมาแจ้งฝ่าบาทดีหรือไม่ หวงกุ้ยเฟยไม่ให้หม่อมฉันมาแจ้งเกรงว่าจะรบกวนเวลาของฝ่าบาทที่อยู่กับฮองเฮาเพคะ”
“หวงกุ้ยเฟยไม่สบายอย่างนั้นหรือ? ขันทีเปลี่ยนทิศทางข้าจะไปที่ตำหนักฉู่อี๋เจ้าจงไปแจ้งฮองเฮาว่าวันนี้ข้าไม่ได้ไปเยือนตำหนักหลุนหลง” ซือหยาก้มหน้าเผยรอยยิ้มอย่างดีใจที่ฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยไปหาหวงกุ้ยเฟยนายหญิงของตนเอง ทำให้เห็นว่าฝ่าบาทยังคงเป็นห่วงเป็นใยหวงกุ้ยเฟย
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งกำลังจะเดินแยกไปทางตำหนักหลุนหลง ยามนั้นเองขบวนฮองเฮาได้เสด็จมาพอดี
หลังมื้ออาการเย็นซินเหยียนเห็นดวงอาทิตย์กำลังลับลาขอบฟ้าจึงชักชวนนางกำนัลเดินเล่นข้างนอกเพื่อย่อยอาหาร เดินเล่นมาเรื่อย ๆ เห็นนางกำนัลของหวงกุ้ยเฟยแอบด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ นางจึงสังเกตอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งฝ่าบาทเดินออกมาจากตำหนักนางก็ปรี่เข้าไปหาทันที และได้ยินสิ่งที่นางบอกกับฝ่าบาททั้งหมด
‘หากหวงกุ้ยเฟยไม่สบายจริง ๆ นางกำนัลนางนี้คงเข้าไปทูลฝ่าบาทในตำหนักไม่เห็นต้องมารอให้ฝ่าบาทเดินมาหาข้าที่ตำหนัก ข้าว่าหวงกุ้ยเฟยต้องมีแผนการอันใดแน่ ๆ ฮึ ฮึ เสแสร้งไม่สบายเพื่อให้ฝ่าบาทสนใจเช่นนั้นหรือ ? เป็นแผนการที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย'
“ฝ่าบาทเพคะ จะรีบร้อนไปทางใดกันหรือเพคะ” เสียงของฮองเฮาดังขึ้น นางกำนัลขันทีถวายบังคมฮองเฮาและถอยห่างให้ทั้งสองได้พูดคุยกัน
“ยามแรกข้ากำลังจะไปหาฮองเฮาที่ตำหนักทว่านางกำนัลตำหนักฉู่อี๋มาแจ้งว่าหวงกุ้ยเฟยไม่สบายข้าจึงจะเดินทางไปดูอาการของนางเสียหน่อย ข้ากำลังให้ขันทีไปแจ้งฮองเฮาอยู่พอดี เอาไว้คืนพรุ่งนี้ข้าจะไปหาที่ตำหนักถือว่าวันนี้ข้าได้ให้ฮองเฮาได้พัก”
“อะไรนะเพคะ หวงกุ้ยเฟยร่างกายแข็งแรงจับไข้หรือ ? หม่อมฉันชักเป็นห่วงนางแล้วสิ เช่นนั้นให้หม่อมฉันเดินทางไปดูอาการนางด้วยนะเพคะเจียงชุยเจ้าไปตามหมอหลวงมาที่ตำหนักฉู่อี้เร็วเข้า” ซินเหยียนหันไปออกคำสั่งองครักษ์ของฝ่าบาทให้เขาไปตามหมอหลวงนางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหวงกุ้ยเฟยไม่สบายจริง ๆ หรือว่านางเสแสร้ง ซินเหยียนหันกลับมาลอบมองใบหน้าของนางกำนัลของหวงกุ้ยเฟย ใบหน้าของนางเริ่มวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนนางยกยิ้มมุมปากและมั่นใจว่านี่คือแผนการที่หวงกุ้ยเฟยสร้างขึ้นเพื่อขัดขวางไม่ให้ฝ่าบาทมาหาตน
“ฮองเฮาช่างมีเมตตาจริง ๆ เพคะ หวงกุ้ยเฟยคงดีพระทัยไม่น้อย” นางเอ่ยออกมาอย่างจำใจ หากขัดแย้งไม่ให้ไปด้วยคงมิได้ และจะเป็นที่สงสัยของฝ่าบาท
“เช่นนั้นก็เดินทางไปตำหนักฉู่อี๋กันเถอะ” เว่ยเจี่ยเอ่ยบอกทุกคนก่อนจะเดินทุ่งหน้าไปตำหนักฉู่อี๋
ตำหนักฉู่อี๋
จื่อฟางหรูแสร้งนอนซมอยู่บนเตียงนางกำนัลใช้ผงแป้งมาทาใบหน้าและริมฝีปากให้ขาวซีดราวกับไม่สบายหนักอีกทั้งยังใช้ผ้าแตะหม้อร้อน ๆ เพื่อนำมาเช็ดร่างกายของหวงกุ้ยเฟยให้ร้อนรุ่มราวกับเป็นไข้จริง ๆ ให้ไอร้อนอยู่บนตัวของนางจนกว่าฝ่าบาทจะเดินเข้ามา
“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงขันทีนอกตำหนักเอ่ยขึ้น นางกำนัลรีบเก็บของไปที่หลังตำหนักทันที ไม่ให้ฝ่าบาทเห็นและจับได้ ฟางหรูรีบข่มตานอนหัวใจเต้นระรัว
“หวงกุ้ยเฟยเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง นางกำนัลไปแจ้งข้าว่าเจ้าไม่สบายทรงให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายของเจ้าแล้วหรือ”
“อื้อ …ฝ่าบาทท่านเสด็จมาหาหม่อมฉันหรือเพคะ แค่ก ๆ อย่าทรงเข้ามาใกล้หม่อมฉันนะเพคะเดี๋ยวพระองค์จะติดไข้หวัดจากหม่อมฉัน" ฟางหรูแสร้งลืมตาขึ้นช้า ๆ ไอแค่ก ๆ ประคองตนเองลุกขึ้นเพื่อถวายบังคมฮ่องเต้
“เจ้ามิต้องลุกขึ้นมาหรอกไม่สบายก็จงนอนอยู่เช่นนั้นเถิด อีกไม่นานเจียงชุยคงพาหมอหลวงมาถึงแล้ว” เสียงของฮองเฮาดังขึ้นจากข้างหลังฝ่าบาท ทำให้ฟางหรูใบหน้าซีดเซียวรีบหันขวับไปมองนางกำนัลทันที นางกำนัลเหมือนรู้ตัวรีบส่ายหน้าและทำท่าทางว่านางมิอาจจะต้านฮองเฮาไม่ให้มาที่นี่ไม่ได้
“ฮองเฮาช่างมีความเมตตาจริง ๆ เพคะ ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะมาเยือนที่ตำหนักฉู่อี๋เช่นนี้นับเป็นวาสนาของข้าแล้ว”
“ดูจากท่าทางเจ้าคงไม่เป็นอะไรมาก หากเป็นไข้หวัดฝ่าบาทอย่าทรงเข้าไปใกล้นางเลยนะเพคะ ฝ่าบาทมีงานมากมายต้องจัดการ หากติดไข้หวัดอาจจะทำให้งานล้าช้า ฎีกามากมายที่รอฝ่าบาทตรวจสอบและลงนามอยู่ ส่วนหวงกุ้ยเฟยก็ยกให้เป็นหน้าที่ของหมอหลวงและนางกำนัลตำหนักฉู่อี๋ดูแลเถิด”
“หวงกุ้ยเฟย เจ้าดูแลตนเองให้ดีและหายในเร็ววัน หมอหลวงเก่งกาจไม่นานร่างกายเจ้าจะดีขึ้นเอง ข้าคงต้องทำตามอย่างที่ฮองเฮากล่าวมา ข้ายังต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่อีกหลายหมื่นพันชีวิตจะมาเจ็บป่วยไม่ได้” ฟางหรูกำมือแน่นดวงตาแดงก่ำ คิดว่าคืนนี้ตนเองจะมีฝ่าบาทคอยดูแลและอยู่เคียงข้าง ที่นางเอ่ยมาเมื่อครู่เพียงแค่อยากให้เขาเข้ามาประคองโอบกอดนาง ไม่คิดเลยว่าคำพูดนั้นจะทำให้ฝ่าบาทกลัวติดไข้หวัดจากนางจริง ๆ
“เพคะฝ่าบาทเพียงฝ่าบาทมาหาหม่อมฉันเพียงเท่านี้ก็นับว่าดีแล้วเพคะ” นางกัดฟันพูดออกมาอย่างเจ็บใจ
“นั่นหมอหลวงมาพอดีเพคะ ท่านหมอหลวงช่วยตรวจร่างกายและจัดเทียบยารักษาอาการหวงกุ้ยเฟยให้ดี ช่วยจดยาบำรุงร่างกายให้นางด้วยจะได้ไม่เจ็บไข้บ่อยนัก หากร่างกายอ่อนแอเดี๋ยวจะตั้งครรภ์โอรสฝ่าบาทมิได้ หากนางไม่สบายบ่อย ๆ เด็กที่จะเกิดมาคงเป็นเด็กขี้โรคและไม่แข็งแรงเอาได้ หวงกุ้ยเฟยเจ้าจงดูแลตนเองให้ดีเฝ้าดูแลร่างกายอย่าขาดตกบกพร่อง”
“ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา” ซินเหยียนแสดงความห่วงใยทว่ากลับยิ้มเยาะเย้ยเมื่อพ้นสายตาของฮ่องเต้ สายตานั้นมีเพียงฟางหรูเท่านั้นที่เห็นมัน ทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าฮองเฮาทรงรู้แผนการครั้งนี้ของนาง
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







