Masukตอนที่ 5 ฤกษ์ดี
ภายในห้องบรรทมสลัว ๆ มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยที่ส่องสว่าง กลิ่นกำยานคละคลุ้งในอากาศ เขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ซินเหยียนยิ้มกริ่มยื่นมือคล้องคอของเว่ยเจี่ยจนเขาถลาล้มนอนนาบลงทับกายของนาง ร่างเล็กกระตุกยิ้มก่อนจะพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมร่างกายของเว่ยเจี่ย
“ค่ำคืนนี้ขอให้หม่อมฉันเป็นคนปรนนิบัติฝ่าบาทนะเพคะ” นางยื่นมือแตะลงที่ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้ลูบไล้เบา ๆ เลื่อนลงมาหาลำคออย่างยั่วยวน ก่อนที่จะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กกวาดเข้าไปด้านในสัมผัสดูดดื่มร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม ทั้งสองค่อย ๆ เปลืองผ้าออกทีละชิ้น ลมหายใจหอบถี่ การรุกล้ำอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพัน รสหวานโหยหาเคล้าเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายแนบชิดจนหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทิ้งสติสัมปชัญญะไว้เบื้องหลังเหลือเพียงความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่ว
แฮ่ก ๆ !! เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังระงมไปทั่วห้องนอน เขาค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากนางช้า ๆ เพื่อให้นางได้หายใจคล่องตัว
“ฮองเฮาเจ้าช่างหอมหวานยิ่งนัก” ซินเหยียนยิ้มหวานก่อนที่เขาจะขยับกายโอบกอดรัดนางเอาไว้เขาบดจูบลงมาอย่างโหยหา ลิ้นเรียวร้อนเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากกระหวัดเกี่ยวกันอย่างไม่ยอมแพ้ จูบที่เนิ่นนานทำให้เรียวปากฉ่ำวาว รสสัมผัสที่เร้าร้อนดูดดื่มจนแทบหยุดหายใจ เขาทวนจูบซ้ำอย่างอ้อยอิ่งทิ้งความปรารถนาที่ลุกโซนไว้ให้นางหวิวไหวหัวใจ …เป็นจูบที่สอนให้รู้ว่าความรักที่ลึกซึ้งนั้นร้อนแรงเพียงใด
“อื้อ …ฝ่าบาทท่านแทบทำหม่อมฉันหายใจไม่ออกแล้วนะเพคะ” น้ำเสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นร่างกายคล้ายอ่อนแรง เรี่ยวแรงถูกสูบ หวิวท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อบินวนในท้อง
“เพียงแค่จูบเจ้าก็อ่อนแรงถึงเพียงนี้แล้วหรือไหนผู้ใดกันเอ่ยว่าจะเป็นฝ่ายปรนนิบัติข้า”
“แล้วผู้ใดกล่าวว่าหม่อมฉันจะหยุดเพียงเท่านี้เพคะ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล” ซินเหยียนยิ้ม ส่งสายตาเย้ายวนก่อนจะสนองปรนนิบัติเขาอย่างอิ่มเอม
ตึง ตึง
เสียงกลองตีบอกเวลาร่างบางนอนซบอกในอ้อมแขนของเขาไออุ่นจากลมหายใจทำให้นางได้สติ
'ข้าไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แต่หากข้าตั้งครรภ์ในเร็ววันนั้นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของข้าเช่นเดียวกัน เมื่อนั้นหากข้าคลอดองค์ชายข้าจะไม่สนใจท่านอีกต่อไป ' ซินเหยียนคิดในใจก่อนจะหลับตานอนพักต่ออีกสักนิด
"ฮองเฮาเจ้านอนไม่หลับหรือ? จ้องหน้าข้าเช่นนี้หรือว่าอยากจะให้ข้าทำให้เจ้าหมดแรงอีกคราหากเป็นเช่นนั้นเจ้าคงไม่ได้นอนหลับแน่ ๆ "
"มิใช่เพคะ หม่อมฉันแค่อยากจ้องมองพระพักตร์ของฝ่าบาทให้ชัด ๆ ไม่คิดเลยนะเพคะว่าจะมีช่วงเวลาเช่นนี้กับท่านอีกครั้ง"
"ฮึ ..ต่อจากนี้ฮองเฮาจะให้เห็นบ่อยๆ แน่นอนยามนี้นอนก่อนที่ฟ้าจะสว่างเถอะ " ร่างใหญ่กอดนางแนบชิดก่อนจะพากันหลับพักผ่อน
แสงแดดส่องสว่างเข้ามาในตำหนักเสียงนางกำนัลเจี๊ยวจ๊าวหน้าตำหนักซินเหยียนลืมตาขึ้นปรือ ๆ ข้างกายไร้เงาของเว่ยเจี่ยมีเพียงไออุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่
"ตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันเตรียมน้ำมาให้ฮองเฮาให้หม่อมฉันเข้าไปปรนนิบัติมั้ยเพคะ" ถิงถิงส่งเสียงเอ่ยถามอยู่ด้านนอกห้องบรรทมมีผ้าม่านปกปิดเตียงนอนอยู่ ซินเหยียนค่อย ๆ ลุกขึ้นจับอาภรณ์มาสวมใส่คร่าว ๆ เพื่อออกไปด้านนอกอย่างไรนางก็ต้องอาบน้ำแช่กายอีกครั้งอยู่ดี
"เข้ามา" ซินเหยียนเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ถิงถิงค่อย ๆ เดินเข้ามาเปิดผ้าคุมเตียงแต่ละด้าน ประคองกายซินเหยียนให้ลุกเดินไปนอกห้องนอนล้างหน้าและพานางไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่
“ฝ่าบาทออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มีอันใดฝากถึงข้าหรือไม่”
“ฝ่าบาทออกไปช่วงยามเหม่า (05.00) เพคะบอกให้หม่อมฉันดูแลฮองเฮาให้พักผ่อนมาก ๆ และยามซวี (19.00) จะมาหาที่ตำหนักให้แขวนโคมไฟไว้เพคะ”
ซินเหยียนแสยะยิ้มเพียงแค่ใช้มารยาหญิงฮ่องเต้ก็หลงนางเพียงนี้ นี่นะหรือบุรุษที่นางรักถวายชีวิต ที่แท้ก็บุรุษมักมากในกามเท่านั้น
ตำหนักฉู่อี๋
หลายวันต่อมา เมื่อฮ่องเต้ไม่เสด็จไปหาหวงกุ้ยเฟยหรือแม้แต่สตรีอื่นเลยในวังหลังทุกค่ำคืนเสด็จไปอยู่ที่ตำหนักหลุนหลงจนหวงกุ้ยเฟยร้อนอกร้อนใจ ให้นางกำนัลตนเองไปตรวจสอบว่าเรื่องที่นางได้ยินมาคือความจริงหรือไม่ และเมื่อนางกำนัลกลับมาแจ้งยิ่งทำให้อารมณ์ของหวงกุ้ยเฟยขุ่นมัวมากกว่าเดิม
"เจ้าว่าเช่นไรนะ ฮ่องเต้อยู่ที่ตำหนักฮองเฮาทุกคืนเลยอย่างนั้นหรือ"
"เพคะหวงกุ้ยเฟยหม่อมฉันได้ยินมาจากนางกำนัลห้องเครื่องทุกค่ำคืนฮ่องเต้เสด็จไปที่ตำหนักหลุนหลง เช้าตรู่ของวันนี้หม่อมฉันจึงไปแอบดูหน้าตำหนักหลุนหลงเห็นขบวนเสด็จของฮ่องเต้เดินทางออกมาจากตำหนักเรื่องที่ได้ยินมาคือความจริงทุกอย่างเพคะ” ดวงตาของหวงกุ้ยเฟยแดงก่ำ กำมือแน่นกัดริมฝีปากจนห้อเลือด
“เป็นไปไม่ได้ ทำไมจู่ ๆ ฮองเฮาผู้เย็นชาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ไม่ได้ ไม่ได้ข้าจะปล่อยเอาไว้เช่นนี้ไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้มีหวังฮองเฮาคงตั้งครรภ์ก่อนข้าเป็นแน่ ข้าจะต้องแยกฝ่าบาทออกห่างจากฮองเฮา” หวงกุ้ยเฟยเอ่ยเบา ๆ พลางใช้ความคิด ชั่วครู่นางก็คิดออกว่าจะทำเช่นไรให้ฝ่าบาทหันมาสนใจตนเอง
“ซือหยายามโหย่ว (18.00) เจ้าเดินทางไปที่ตำหนักหงซือแจ้งกับฝ่าบาทว่าข้าป่วยหนักอยากพบฝ่าบาท เจ้าจะต้องไปก่อนที่ฝ่าบาทจะเดินทางไปที่ตำหนักหลุนหลง”
“น้อมรับคำสั่งเพคะหวงกุ้ยเฟย”
“หากข้าไม่ใช้วิธีนี้เห็นท่าฮ่องเต้คงไม่สนใจและมาหาข้าที่นี่ ก่อนยามที่เจ้าจะเดินทางไปตำหนักหงจือช่วยแต่งแต้มประทินโฉมข้าให้เหมือนคนป่วยจนแยกไม่ออก และให้หมอหลวงที่เป็นคนของข้าเข้ามาตรวจร่างกายเมื่อยามที่ฝ่าบาทเสด็จมา ข้าจะต้องให้ฝ่าบาทอยู่กับข้าที่นี่ให้ได้ ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ดีท่านหมอตรวจดวงชะตาของข้าโดยการดูดวงโป๊ยหยี่สี่เถียว ดวงชะตา 4 เสาหลัก 8 อักษร เป็นค่ำคืนพลังธาตุของข้าสมพงศ์เหมาะสมแก่การตั้งครรภ์” ฟางหรูยิ้มระรื่นเมื่อให้แม่หมอที่นางนับถือดูดวงวันคืนที่ดีเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ นางจะไม่ปล่อยให้คืนดี ๆ เช่นนี้ผ่านพ้นไปอย่างไร้ความหมายไม่ว่าจะต้องทำด้วยวิธีใด คืนนี้ฝ่าบาทจะต้องอยู่ในตำหนักฉู่อี้กับนางทั้งคืน
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







