Masuk“ท่านพี่”
แม้ซุนอันเล่อจะมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของซุนหย่งเล่อ แต่อายุที่ใกล้เคียง ห่างกันเพียงห้าปีทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเช่นพี่น้องเสียมากกว่า เช่นนั้นซุนอันเล่อจึงให้หลานสาวเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ แทนที่จะเรียกน้าเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มหัดพูด
“เจ้าวางใจเถิด สุราจอกนี้อ่อนมาก ข้าถึงวางใจให้เจ้าได้ดื่ม”
นางบอกหลานสาวพร้อมกับส่งจอกในมือให้ แล้วจึงรับจอกในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแทน
“มีสุราอ่อน ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ”
“ที่หอบุปผาสำราญของข้าย่อมมีทุกสิ่งอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นให้ข้าได้ลองสักจอกจะได้หรือไม่”
บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น
“ย่อมได้ ๆ รอข้าสักครู่”
“เดี๋ยวข้าไปรินให้เองขอรับ” หานเถิงซีรีบขันอาสา
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
ซุนอันเล่อยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่ง ชายหนุ่มในวัยเดียวกับหลานสาวต้องเดินคอตกกลับไปยืนประจำที่เดิมอีกครั้ง
หานเถิงซี เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอบุปผาสำราญ และเป็นคนสนิทของซุนอันเล่อ อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของซุนหย่งเล่อและฟางลี่อิง ซึ่งเป็นสหายรักของนางอีกคน
ทั้งสามคนเติบโตในหอนางโลมมาด้วยกันจวบจนตอนนี้อายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าหานเถิงซียังคงไม่ยอมห่างกายนาง เว้นแต่ในสถานที่ ที่หนุ่มสาวไม่ควรอยู่ด้วยกันเท่านั้น นอกจากนั้นหากเห็นซุนหย่งเล่อที่ใด ต้องได้เห็นหานเถิงซีที่นั่น ไม่ต่างอะไรจากเงาตามตัวนางเช่นนั้น
และเพียงครู่เดียวสุรารสอ่อนกลิ่นหอมอบอวลชวนให้น่าลิ้มลองก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้า
“ได้แล้ว ๆ เชิญคุณชายทั้งสี่เจ้าค่ะ”
แม่นางซุนเอ่ยก่อนยกจอกขึ้นเพื่อเป็นการเชื้อเชิญแล้วเทลงคอหมดในครั้งเดียว
ซุนหย่งเล่อมองน้ำสีขาวสะอาดที่ดูเหมือนน้ำเปล่า หากแต่กลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลอง ทว่าสีหน้าและแววตามิสู้ดีนัก แม้จะรู้ว่าเป็นสุราอ่อนก็จริง แม้ไม่อยากดื่มแต่ในเมื่อครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้ก็จำต้องฝืน
นางมองแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งครั้ง ก่อนกลั้นใจเทน้ำสีขาวในจอกนั้นลงคอทีเดียวจนหมดเช่นเดียวกับทุกคน
“เป็นสุราที่อ่อนแต่หอมชวนให้ลิ้มลองจริง ๆ”
บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“แท้จริงแล้วเป็นเพียงสุราที่หมักจากผลสือหลิว (ทับทิม) นี่แหละเจ้าค่ะ เป็นสุราที่พี่สาวข้าคิดและหมักไว้ดื่มเอง ... หากคุณชายชอบข้าจะให้เด็กนำมาให้ แต่สำหรับคุณชายเห็นทีเป็นจอกคงไม่รู้รส เห็นที่ต้องคนละกาจึงจะเหมาะสม”
“ดี ๆ ครั้งนี้ข้าขอดื่มสุราอ่อน ๆ สักครั้งก็แล้วกัน”
“เช่นนั้นข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้”
แม่นางบอกพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้กับถีหลัน ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างแทนคำสั่ง เพียงครู่เดียวสุราจากผลสือหลินก็ถูกวางตรงหน้าชายทั้งสี่
“เชิญคุณชายตามสบายนะเจ้าคะ ข้าคงต้องขอตัวไปดูแลแขกท่านอื่นก่อน ... เด็ก ๆ อย่าลืมดูแลปรนนิบัติให้ดี ถีหลันข้าฝากเจ้าด้วยขาดเหลืออะไรเจ้าก็จัดการได้เลยไม่ต้องปรึกษาข้า”
ซุนอันเล่อหันไปทิ้งท้ายกับคนสนิท ก่อนปรายตามองไปยังแม่ทัพหนุ่ม ที่ตั้งแต่เข้ามาจนถึงเวลานี้ก็ยังคงวางท่านิ่งเช่นเดิม
หากแต่สายตานางก็ไวพอทันได้เห็นแววตาวูบไหว เมื่อครั้งที่ซุนหย่งเล่อบรรเลงพิณอยู่บ้าง ริมฝีปากเล็กเคลือบสีชาดยกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ
‘ท่านนี่แหละ น้องเขยข้า’
“คุณชาย! ... เหตุใดจึงเป็นท่าน”
เสียงซุนหย่งเล่อดังขึ้น เมื่อจู่ ๆ ประตูห้องนางถูกเปิดเข้ามาด้วยกำลังของชายร่างใหญ่ผู้นั้น เจ้าของห้องรีบคว้าเสื้อตัวนอกที่เพิ่งถอดออกเพื่อคลายร้อนเมื่อครู่ แม้เวลานี้จะเหลืออาภรณ์เพียงบางชิ้น หากแต่เหงื่อในกายยังผุดให้เห็นเป็นเม็ด อีกทั้งความร้อนในกายเริ่มทวีขึ้น
“เป็นเจ้าเอง ... ข้าร้อน ... ขอให้ข้าได้เข้าไปล้างหน้าล้างตัวสักหน่อยได้หรือไม่”
ใช่เป็นเขา ‘จางหลี่จวิน’ แม่ทัพใหญ่แห่งอันฉี แขกพิเศษของหอบุปผาสำราญในค่ำคืนนี้
“เหตุใดท่านถึงมาที่นี่เพียงผู้เดียวเช่นนี้”
ซุนหย่งเล่อมองออกไปด้านนอกไม่เห็นผู้ใดอีกนอกจากเขา ซึ่งก็น่าแปลก เพราะที่นางพักอยู่ทางด้านหลังของตัวหอบุปผาสำราญ ซึ่งใช่เส้นทางที่แขกผู้มาหาความสำราญจะเดินมาถึงโซนนี้ได้ หากแต่ก็ไม่ใช่สถานที่ต้องห้าม แต่ทุกคนที่อยู่ในหอนางโลมแห่งนี้ย่อมรู้ดีว่า เรือนที่ปลูกอยู่ท้ายหอฯ นี้เป็นที่พักของแม่นางซุนหย่งเล่อ ฟางลี่อิง และอี้จี้ของที่นี่
‘หรือเขาจะเดินมาโดยไม่รู้ความ’
“ข้าไม่ไหวแล้ว”
ชายร่างใหญ่ดันร่างเจ้าของห้องเข้าไปด้านในพร้อมกับตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย
“คุณชายท่านจะทำอะไร! ...”
“พาข้าไปแช่น้ำให้คลายร้อนสักหน่อยเถิดแม่นางซุน”
เวลานี้กายเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซุนหย่งเล่อเห็นแล้วให้รู้สึกวิตกขึ้นมานางจึงรีบพาร่างใหญ่ไปยังห้องอาบน้ำส่วนตัว อาการเขาในเวลานี้คล้ายกับนางเมื่อครู่ ต่างกันตรงที่ดูเหมือนเขาจะร้อนรุ่มกว่านางหลายเท่า
‘หรือท่านโดนยากปลุกกำหนัด’
จู่ ๆ สิ่งนี้ก็แวบเข้ามาในความคิด ดวงตาคู่สวยดุจหงส์เบิกกว้างขึ้น
ซุนหย่งเล่อโตมาในหอนางโลมพอจะรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง หากแต่ไม่คิดว่าเขาซึ่งเป็นแขกพิเศษจะมีใครกล้าให้ยาชนิดนี้ได้ แต่จะใช่หรือไม่ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องลดความร้อนในร่างกายเขาก่อน
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์”เมื่อทุกคนออกไปจนหมด แม่ทัพหนุ่มรีบถามขึ้นทันที น้ำเสียงยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดิม“สักเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”“ก็ในเจ็ดวันนี้ท่านพี่ไม่ได้พบข้านี่เจ้าคะ”หลังจากได้รับราชโองการแล้ว เมื่อว่างจางหลี่จวินจะต้องไปค้างแรมกับซุนหย่งเล่อที่เรือนพักภายในหอทุกครั้ง มีเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันมงคล สำนักราชวังมีเรื่องให้เขาต้องจัดการอีกทั้งยังเป็นกฎไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อนแต่งงานเป็นเวลาสามวันด้วย แม่ทัพหนุ่มจึงได้พบเจอกับนางในวันนี้อีกครั้ง“แล้วที่ข้าไม่ได้พบ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่หย่งเล่อ”ได้ทีจึงเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเลยทีเดียว“ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว ข้าจะนอนแล้ว”เพราะความเขินอายทำให้นางต้องเลี่ยง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เขา“หย่งเล่อ”จางหลี่จวินโน้มตัวเข้าหานางพร้อมกับค่อย ๆ จับร่างนางให้พลิกกลับมาหาเขาอีกครั้ง“เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยินดีแต่งงานกับเจ้าตามคำของพี่สาวเจ้า”ได้ยินคำพูดอีกฝ่ายแล้วร่างเล็กต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเห็นเช่นนั้นจึงช่วยประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง
จางหลี่จวินยืนมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งนิ่งด้วยท่าทางที่สง่างามสมกับเป็นบุตรีของเฉินอ๋อง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออก พร้อมกับขยับเข้าใกล้นาง สองมือจับที่ผ้าสีแดงแล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเผยใบหน้างดงามให้เขาได้เห็นเต็มตาสายตาคู่สวยของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความอบอุ่น และให้การต้อนรับ จ้องมองใบหนางดงามอย่างหลงใหล“ฮูหยินของข้า ช่างงดงามยิ่งนัก”“ท่านแม่ทัพกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าไม่ได้กล่าวหนักไป สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เวลานี้บุรุษในอันฉี ต่างอิจฉาข้ากันทั้งนั้นที่ได้เจ้ามาเป็นฮูหยินอยู่ข้างกายเช่นนี้”แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา“ท่านแม่ทัพเองก็มีสตรีมากมายที่หมายปองนะเจ้าค่ะ”“ไม่เอาแล้ว ๆ เหตุใดเจ้าจึงยังเรียกข้าท่านแม่ทัพอยู่อีก นับจากนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่เข้าใจหรือไม่”ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองเช่นเดิมแล้วให้รู้สึกขัดหู จึงรีบบอกให้นางแก้คำเสียใหม่“เจ้าค่ะ ... ท่านแม่ ... เอ่อ ท่านพี่”“ฮูหยินของข้าน่ารักที่สุด”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้อย่างรักใคร่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้าที่หน้าผากมนของเจ้าสาว และไม่มีทางที่จะยอมจบเพียงแค่จุมพิตบ
วันเวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือน จนถึงวันมงคลสมรส ซุนหย่งเล่อในชุดแต่งงานผ้าไหมสีแดงสวยงามปักลายมงคลด้วยดิ้นทองอันประณีต ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา ในมือถือปิ่นหยกสีขาวของผู้เป็นมารดาที่ซุนอันเล่อเก็บเอาไว้ให้นางยืนอยู่หน้าป้ายชื่อผู้เป็นมารดา ริมฝีปากสีชาดคลี่ยิ้มออกมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข“เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ที่นี่”ซุนอันเล่อในชุดสีเดียวกับเจ้าสาวเดินมาอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนเอ่ยขึ้น“หากวันนี้ท่านแม่อยู่ด้วยข้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะเจ้าคะ”เสียงเจ้าสาวดังขึ้น พลางหันมายิ้มให้ผู้เป็นน้าสาว“ท่านแม่เจ้าก็อยู่กับเจ้าตลอด ในเวลานี้ท่านก็ยินดีและกำลังอวยพรให้เจ้าอยู่”ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยขึ้น มือก็พลางหยิบปิ่นหยกในมือเล็กนั้นมาถือไว้“มา ๆ ๆ เจ้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะปักปิ่นนี้แทนแม่เจ้าเอง”นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือเจ้าสาวให้มานั่งที่เตียงของนางด้วย“เจ้าค่ะ”ผู้เป็นเจ้าสาวรับคำพร้อมทั้งนั่งลง ตามคำบอกของนาง“ไหนมาให้ข้าได้ดูหน้าเจ้าชัด ๆ อีกทีสิ”เมื่อจัดการปักปิ่นให้เรียบร้อย นางจึงจับใบหน้างดงามของเจ้าสาวมาดูให้เต็มสองตา“ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกแ
“ทะ ๆ ... ท่านแม่ทัพ ข้า ... อ๊ะ ...”นางครางเสียงหวานออกมาไม่ขาดภายในถ้ำอุ่นเขาส่งนิ้วแข็งแรงเข้าไปสำรวจ น้ำภายในถ้ำถูกปล่อยออกมาจนเต็มฝ่ามือใหญ่ เขายังคงขยับนิ้วเข้าออกไม่ขาด สะโพกเล็กขยับรับตามจังหวะการเคลื่อนของนิ้วนั้นโดยอัตโนมัติ แม่ทัพหนุ่มมองทุกการเคลื่อนไหวของสะโพกแล้วให้ได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจเวลานี้นางพร้อมที่จะรับเขาเต็มตัวแล้ว ปลายนิ้วแข็งแรงจังหวะเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว แม้จะเพิ่มถึงสามนิ้ว และแม้เขาจะเคยขยายปากทางเข้าถ้ำนี้ด้วยขนาดของตัวเองแล้ว ทว่ามันยังคงคับแคบอยู่เช่นเดิม“อืมมมม ... ท่านแม่ทัพข้าเจ็บ”“ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”เขาเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายังคงมองการเคลื่อนไหวของสะโพกเล็กไม่วางตา“ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าเจ็บ”แม่ทัพหนุ่มเร่งจังหวะจนน้ำภายในหล่อลื่นออกมาจนชื้นแฉะเขาก็ถอนออกจนหมด ร่างเล็กกระตุกวาบสะโพกเล็กลอยค้างอยู่เช่นนั้น“อื้ออออ ... เหตุใดท่านจึงหยุด”“เพราะข้าจะเป็นผู้สำรวจถ้ำนี้เองเช่นไรเล่า”เขามอบจูบอันแสนหวานให้นางอีกครั้ง ก่อนจะกระตุ้นไฟปรารถนาให้นางด้วยการไล้เลียที่ปลายถันสีอ่อน ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางกระ
แม่ทัพหนุ่มค่อย ๆ ดันร่างเล็กให้นอนราบบนที่นอน แล้วจึงทาบทับร่างใหญ่ของตัวเองลงบนร่างนาง โดยยังคงให้แขนอีกข้างค้ำยันรับน้ำหนักตัวเองเอาไว้อยู่เขามอบจุมพิตอันหอมหวานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้ปากเล็กนั้นเป็นอิสระได้ง่าย ๆ ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางอันแสนหวานที่เขารอฟังนั้นออกมาอย่างเผลอไผล“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินหย่งเล่อ”เขายอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กได้เป็นอิสระอีกครั้ง ก่อนมากระซิบที่ข้างหูน้ำเสียงพร่า แววตาที่มองนางนั้นหวานซึ้งซึ่งคงมีเพียงนางผู้เดียวที่จะได้เห็นแววตาเช่นนี้“นี่ท่านคงไม่ได้โดนท่านพี่อันเล่อวางยามาอีกใช่หรือไม่”ได้ฟังน้ำเสียงและได้เห็นแววตาแล้วอดที่จะถามออกมาไม่ได้“กับเจ้าเพียงแค่ท่านพี่เจ้าเอ่ยปากบอกกับข้าตรง ๆ ข้าก็ยินดีโดยที่ไม่ต้องเสียยาเลยแม้แต่นิดเดียว”“ท่านแม่ทัพ”ทั้งวาจาและแววตาที่จ้องมองนางในตอนนี้ ทำให้นางถึงกับไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย“หย่งเล่อ กายข้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วเจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ใบหน้าตัวเองไปตามใบหน้าเล็กจนมาถึงริมหูเล็ก“กายเจ้าก็ร้อนไม่ต่างจากข้าเลยนะหย่งเล่อ”“ข้า ...”“เช่นนั้นวันนี้ไม่ต้องลำบากให้เจ้าต
“เป็นอะไรไป”“อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าต้องคิดถึงเจ้าแน่ ๆ เลย”นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยเพราะความที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อถึงเวลาต้องห่างกันก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ข้าก็ต้องคิดถึงเจ้าเช่นกัน ... แต่ใช่ว่าข้าไปอยู่ไกลจากที่นี่เสียที่ไหน เจ้าจะไปหาข้า หรือให้ข้ามาหาเจ้าทุกวันยังได้เลย”“เจ้าก็พูดไป เจ้าแต่งงานนะไม่ใช่ว่าย้ายที่อยู่ เมื่อเจ้าเข้าจวนไปแล้ว ย่อมต้องมีเรื่องมากมายให้เจ้าจัดการ จะให้เทียวไปเทียวมาอย่างที่เจ้าบอกมันจะได้เช่นไรกัน”ฟางลี่อิงเอ่ยค้านคำพูดของสหายรักขึ้น“ข้าต้องหาเวลามาพบเจ้า กับท่านพี่อันเล่อได้บ่อยครั้งอย่างแน่นอน”“จริง ๆ นะหย่งเล่อ”คนได้ฟังเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าโอบกอดร่างของสหายรักเอาไว้ทันที แม้จะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็อดดีใจกับคำพูดนางไม่ได้“ข้าเคยโกหกเจ้าเช่นนั้นหรือ”“ข้าจะเชื่อเจ้า ... เจ้าพักเถอะ ข้าต้องไปเตรียมตัวแล้ว แต่จะว่าไปเจ้าไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันนะ ต่อไปนี้ข้าแขกของที่นี่จะได้สนใจแต่ข้าแต่เพียงผู้เดียว”จากน้ำเสียงที่ดูเศร้าเมื่อครู่ กลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อได้แกล้งส
คนสนิทของแม่ทัพจางกระโดดลงจากหลังม้าแล้วเร่งฝีเท้าตรงเข้ามาหาเขาอย่างเร่งรีบทันที จางหลี่จวินเห็นท่าทางของคนสนิทแล้วให้คิดว่า ที่จวนน่าจะต้องมีเรื่องเร่งด่วนอะไรเป็นแน่ ท่าทางถึงได้ดูรีบเร่งเช่นนี้“เจ้ามีเรื่องอันใดเร่งด่วน ถึงได้ดูรีบเร่งเช่นนี้”เมื่อคนสนิทผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้จึงเอ่ยถามขึ้นทันท
“หากอีกสองวันนี้ท่านพี่อันเล่อยังไม่ส่งคนมา เห็นทีข้าต้องรบกวนท่านลุงเหรินเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยแล้ว หากปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ข้าเกรงว่าชาวบ้านจะยิ่งได้รายได้ช้าไป”นางเอ่ยบอกขึ้นอีก แม้ซุนอันเล่อจะบอกนางก่อนที่จะเดินทางมาว่า หากขาดเหลืออะไรก็ให้คนไปแจ้ง แต่หากครั้งนี้ยังไม่ส่งคนมาช่วยก็คงจะไม่รบกวน อ
หลังจากปลอบประโลมแล้วก็เลื่อนมาครอบครองอกอวบทั้งสองข้าง สองมือบีบเฟ้นก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นทั้งสองข้าง หนักเบาสลับไปมา สัมผัสอันอ่อนหวาน นุ่มนวล ร้อนรุ่มปลุกเร้ากายเล็กให้เกิดความกำหนัดเพิ่มขึ้น เพื่อให้ร่างกายของนางได้ผ่อนคลายพร้อมที่จะรับเขาทั้งตัวได้อย่างไม่ต้องเจ็บมาก“อ๊ะ! ... อื้ออออ ... ข้าเจ็บ”
แม่ทัพหนุ่มผละร่างใหญ่ออกมาเพียงนิด เพื่อจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ส่วนบนเผยแผงอกกว้างที่มีล่องลอยของบาดแผลให้ได้เห็นอยู่บ้าง กล้ามหน้าท้องเป็นคลื่นลอนสวยสมส่วนซุนหย่งเล่อมองร่างกายกำยำได้ครู่เดียวก็หลับตาปี๋ สองมือเล็กกุมไว้ที่ผ้าชิ้นสุดท้ายที่พันรอบอกนั้นเอาไว้แน่น ส่งผลใ







