Se connecterเพียงแค่เปิดฉากกั้นห้องเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกจื่อเถิง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นางโปรดก็ลอยมาเตะที่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นดอกไม้หอมหลากชนิดที่ลอยเหนือน้ำในสระเล็กนั้น
“หอมมาก ... กลิ่นอันใด”
จางหลี่จวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบพร่า เวลานี้ดูเหมือนสติเขากำลังล่องลอยไปกับกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น
“คุณชายท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ...”
ขณะที่บอกให้อีกฝ่ายตั้งสติ ร่างกายนางก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง
‘ไม่นะหย่งเล่อเจ้าจะมาร้อนในเวลานี้ไม่ได้นะ’ นางรีบปรามความร้อนที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
“เมื่อเวลาที่เจ้าเข้าไปภายในหอบุปผาสำราญ สิ่งที่ต้องห้ามคือ ... ห้ามใส่เครื่องหอมไปที่นั่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”
จู่ ๆ เสียงผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูนาง
“เหตุใดข้าจึงใส่เครื่องหอมเข้าไปไม่ได้เจ้าคะ”
“ภายในนั้นเจ้าย่อมรู้ว่ามีหลายสิ่งที่ยั่วยุ อีกทั้งยังมียาปลุกกำหนัดที่แขกต่างเรียกหา เครื่องหอมเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการให้กับบุรุษเหล่านั้นเป็นอย่างดี เพราะยาปลุกกำหนัดของข้าไม่เหมือนที่อื่น เจ้าจงรู้และจำเอาไว้”
ใช่! หากคุณชายนี้โดนยาปลุกกำหนัดจริง ๆ กลิ่นหอมเหล่านี้จะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพขึ้นได้รวดเร็ว เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไร
‘ไม่ผิดแน่ท่านได้รับยาปลุกกำหนัดเข้าไป’
ทุกคำพูดของผู้เป็นน้าทำให้ซุนหย่งเล่อค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่คิด
“แม่นางซุน ข้าร้อน ...”
หนทางเดียวที่จะช่วยให้อาการนี้ทุเลาลงได้คงต้องพึ่งน้ำในสระนี้เท่านั้น คิดได้เช่นนั้นซุนหย่งเล่อก็ประคองร่างใหญ่ไปที่สระส่วนตัวของนางเอง ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดเล็กที่สามารถลงแช่พร้อม ๆ กันได้สักสอง - สามคนในคราเดียว
“ท่านลงไปแช่ในนี้ก่อนเถิด ข้าจะไปตามคนของท่านมา”
“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าเป็นอะไร”
จางหลี่จวินดึงมือนางเอาไว้ ไม่ยอมให้จากไปในตอนนี้
“ข้าไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า คุณชายเป็นอะไรเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่รู้จริง ๆ เช่นนั้นหรือ ...”
แม่ทัพใหญ่มองหน้าอีกฝ่าย ริมฝีปากหนาได้รูปยกยิ้มขึ้นเพียงเล็กน้อย แม้เวลานี้ร่างกายเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยกลิ่นหอมที่กระตุ้นความเป็นชายให้เผยออกมา ทว่าเขาพยายามตั้งสติ และควบคุมตัวเองเอาไว้
การที่ร่างกายเปลี่ยนไปเช่นนี้ทำไมตัวเขาจะไม่รู้ว่าเป็นอะไร และใครเป็นคนทำให้มีอาการเช่นนี้
จางหลี่จวินเริ่มรู้สึกว่า ร่างกายตนเองมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หลังจากดื่มสุราจากผลสือหลินได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม จากนั้นก็หาทางเลี่ยงออกมาจากห้องรับรองแขกพิเศษนั้น โดยมีแม่นางถีหลันที่ซุนอันเล่อฝากฝังให้ดูแลเป็นพิเศษติดตามออกมาไม่ห่างด้วย
“คุณชายท่านจะไปที่ใดกันเจ้าคะ”
แม่นางถีหลันเอ่ยถามขึ้นภายหลังจากที่จางหลี่จวินออกมาพ้นจากห้องรับรองแขกมาแล้ว
“ข้ารู้สึกร้อนอยากออกมาเดินรับลมให้คลายร้อนสักหน่อย อีกอย่างข้าเห็นสหายข้ากำลังสำราญไม่อยากรบกวน”
“แล้วไยคุณชายจึงไม่หาความสำราญกับเด็กที่แม่นางซุนจัดไว้ให้เจ้าคะ”
“ที่แม่นางซุนจัดไว้ให้ข้า ไม่ได้อยู่ในห้องรับรองนั้นด้วยไม่ใช่หรือ”
ถีหลันถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าเขาจะล่วงรู้ความคิดของผู้คุมหอนางโลมแห่งนี้
จริง ๆ ที่เอ่ยขึ้นมาเพียงแค่บอกให้คนสนิทของซุนอันเล่อได้รู้ว่า เขาล่วงรู้ความคิดของนาง
“ช่างเถอะ ข้าอยากไปเดินเล่นสักหน่อย ไม่ทราบว่าหากข้าจะเดินไปทางนี้จะได้หรือไม่”
ท่านแม่ทัพถามพลางชี้นิ้วไปยังด้านหลังของหอบุปผาสำราญ ซึ่งในระยะสายตาที่มองจากตรงนี้ค่อนข้างดูสดชื่นสบายตาด้วยต้นไม้เขียวขจีที่ผ่านการดูแลเป็นอย่างดี
“ตรงนั้นไม่มีอันใดให้คุณชายเจริญหูเจริญตาหรอกเจ้าค่ะ ... แต่หากคุณชายอยากเดินไปไม่ใช่ที่ต้องห้ามเจ้าค่ะ แต่คุณชายอาจจะต้องระวังสักหน่อย เพราะโซนนั้นเป็นที่พักของนางอี้จี้ ซึ่งจะมีคนดูแลเข้มงวดอยู่บ้าง หากมีใครถามก็ให้คุณชายแจ้งว่า แม่นางใหญ่ซุนอนุญาตแล้ว เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถเดินชมได้ตามใจแล้วเจ้าค่ะ”
ใช่เพียงไม่ห้ามหากแต่คณิกาสาวยังบอกรายละเอียดครบถ้วนอีกด้วย
‘เช่นนี้มิใช่เป็นการเปิดทางหรอกหรือ’
ได้ฟังคำจากคณิกาสาวแล้วอดให้คิดเช่นนี้ไม่ได้ แม่ทัพหนุ่มมองคณิกาสาวตรงหน้าพลางยกริมฝีปากหนาสวยนั้นขึ้นยิ้มให้เพียงเล็กน้อย
“เจ้าไม่ต้องติดตามข้าไปหรอก”
แม่ทัพหนุ่มมองตรงไปด้านในอีกครั้งก่อนเอ่ยขึ้นบอกสตรีตรงหน้า
“เจ้าค่ะ ... เออ ...”
ถีหลันรับคำแล้วเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างออกมา ทว่าก็เอ่ยได้เพียงแค่นั้น
“เจ้าวางใจข้าจะไม่ทำสิ่งใดให้เป็นการรบกวนอี้จี้ของพวกเจ้า”
ท่านแม่ทัพหนุ่มแทรกขึ้นอย่างรู้เท่าทัน
“ข้าวางใจท่านเจ้าค่ะ ... ข้าเพียงจะบอกท่านว่า อีกสักครู่ท่านจะรู้สึกร้อนมากกว่านี้ ถึงเวลานั้นท่านเดินไปถึงต้นจื่อเถิงนั้นน่าจะพอช่วยให้ท่านคลายร้อนลงได้เจ้าค่ะ”
ถีหลันบอกทิ้งท้ายให้กับแม่ทัพใหญ่ไว้ก่อนจะเดินจากไป
เมื่อเขาเดินมาถึงต้นจื่อเถิง พวงดอกสีม่วงส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณนั้น เพียงครู่เดียวความร้อนในกายที่พยายามสะกดมันเอาไว้ก็ก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง และเหมือนเวลานี้ยากต่อการควบคุม
สายตาพลันมองเห็นแสงเทียนสลัว ๆ ผ่านช่องเล็กของประตูออกมา จางหลี่จวินเข้าใจคำที่ถีหลันบอกเมื่อครู่ขึ้นมาได้ในทันทีว่าทำไมตรงนี้ถึงจะสามารถคลายร้อนให้ได้
หอบุปผาสำราญแห่งนี้ถือว่าร่ำรวยอยู่ไม่น้อย สามารถปลูกสร้างเรือนแยกออกมาให้นางอี้จี้แยกอยู่ได้อย่างเป็นสัดส่วน แถมยังสามารถนำต้นจื่อเถิงต้นใหญ่มาปลูกไว้ได้เช่นนี้ แค่เฉพาะบริเวณนี้ก็ต้องใช้พื้นที่ไม่น้อยแล้ว
“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์”เมื่อทุกคนออกไปจนหมด แม่ทัพหนุ่มรีบถามขึ้นทันที น้ำเสียงยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดิม“สักเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”“ก็ในเจ็ดวันนี้ท่านพี่ไม่ได้พบข้านี่เจ้าคะ”หลังจากได้รับราชโองการแล้ว เมื่อว่างจางหลี่จวินจะต้องไปค้างแรมกับซุนหย่งเล่อที่เรือนพักภายในหอทุกครั้ง มีเพียงเจ็ดวันก่อนถึงวันมงคล สำนักราชวังมีเรื่องให้เขาต้องจัดการอีกทั้งยังเป็นกฎไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อนแต่งงานเป็นเวลาสามวันด้วย แม่ทัพหนุ่มจึงได้พบเจอกับนางในวันนี้อีกครั้ง“แล้วที่ข้าไม่ได้พบ เจ้าคิดถึงข้าบ้างหรือไม่หย่งเล่อ”ได้ทีจึงเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเลยทีเดียว“ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว ข้าจะนอนแล้ว”เพราะความเขินอายทำให้นางต้องเลี่ยง ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้เขา“หย่งเล่อ”จางหลี่จวินโน้มตัวเข้าหานางพร้อมกับค่อย ๆ จับร่างนางให้พลิกกลับมาหาเขาอีกครั้ง“เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยินดีแต่งงานกับเจ้าตามคำของพี่สาวเจ้า”ได้ยินคำพูดอีกฝ่ายแล้วร่างเล็กต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเห็นเช่นนั้นจึงช่วยประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง
จางหลี่จวินยืนมองผู้เป็นภรรยาที่นั่งนิ่งด้วยท่าทางที่สง่างามสมกับเป็นบุตรีของเฉินอ๋อง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออก พร้อมกับขยับเข้าใกล้นาง สองมือจับที่ผ้าสีแดงแล้วค่อย ๆ เปิดขึ้นเผยใบหน้างดงามให้เขาได้เห็นเต็มตาสายตาคู่สวยของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความอบอุ่น และให้การต้อนรับ จ้องมองใบหนางดงามอย่างหลงใหล“ฮูหยินของข้า ช่างงดงามยิ่งนัก”“ท่านแม่ทัพกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าไม่ได้กล่าวหนักไป สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง เวลานี้บุรุษในอันฉี ต่างอิจฉาข้ากันทั้งนั้นที่ได้เจ้ามาเป็นฮูหยินอยู่ข้างกายเช่นนี้”แม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา“ท่านแม่ทัพเองก็มีสตรีมากมายที่หมายปองนะเจ้าค่ะ”“ไม่เอาแล้ว ๆ เหตุใดเจ้าจึงยังเรียกข้าท่านแม่ทัพอยู่อีก นับจากนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่เข้าใจหรือไม่”ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองเช่นเดิมแล้วให้รู้สึกขัดหู จึงรีบบอกให้นางแก้คำเสียใหม่“เจ้าค่ะ ... ท่านแม่ ... เอ่อ ท่านพี่”“ฮูหยินของข้าน่ารักที่สุด”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้อย่างรักใคร่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาเข้าที่หน้าผากมนของเจ้าสาว และไม่มีทางที่จะยอมจบเพียงแค่จุมพิตบ
วันเวลาล่วงเลยมากว่าสามเดือน จนถึงวันมงคลสมรส ซุนหย่งเล่อในชุดแต่งงานผ้าไหมสีแดงสวยงามปักลายมงคลด้วยดิ้นทองอันประณีต ผมมวยสูงประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา ในมือถือปิ่นหยกสีขาวของผู้เป็นมารดาที่ซุนอันเล่อเก็บเอาไว้ให้นางยืนอยู่หน้าป้ายชื่อผู้เป็นมารดา ริมฝีปากสีชาดคลี่ยิ้มออกมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข“เหตุใดเจ้าจึงได้มาอยู่ที่นี่”ซุนอันเล่อในชุดสีเดียวกับเจ้าสาวเดินมาอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนเอ่ยขึ้น“หากวันนี้ท่านแม่อยู่ด้วยข้าคงมีความสุขมากกว่านี้นะเจ้าคะ”เสียงเจ้าสาวดังขึ้น พลางหันมายิ้มให้ผู้เป็นน้าสาว“ท่านแม่เจ้าก็อยู่กับเจ้าตลอด ในเวลานี้ท่านก็ยินดีและกำลังอวยพรให้เจ้าอยู่”ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยขึ้น มือก็พลางหยิบปิ่นหยกในมือเล็กนั้นมาถือไว้“มา ๆ ๆ เจ้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะปักปิ่นนี้แทนแม่เจ้าเอง”นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือเจ้าสาวให้มานั่งที่เตียงของนางด้วย“เจ้าค่ะ”ผู้เป็นเจ้าสาวรับคำพร้อมทั้งนั่งลง ตามคำบอกของนาง“ไหนมาให้ข้าได้ดูหน้าเจ้าชัด ๆ อีกทีสิ”เมื่อจัดการปักปิ่นให้เรียบร้อย นางจึงจับใบหน้างดงามของเจ้าสาวมาดูให้เต็มสองตา“ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกแ
“ทะ ๆ ... ท่านแม่ทัพ ข้า ... อ๊ะ ...”นางครางเสียงหวานออกมาไม่ขาดภายในถ้ำอุ่นเขาส่งนิ้วแข็งแรงเข้าไปสำรวจ น้ำภายในถ้ำถูกปล่อยออกมาจนเต็มฝ่ามือใหญ่ เขายังคงขยับนิ้วเข้าออกไม่ขาด สะโพกเล็กขยับรับตามจังหวะการเคลื่อนของนิ้วนั้นโดยอัตโนมัติ แม่ทัพหนุ่มมองทุกการเคลื่อนไหวของสะโพกแล้วให้ได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจเวลานี้นางพร้อมที่จะรับเขาเต็มตัวแล้ว ปลายนิ้วแข็งแรงจังหวะเรื่อย ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสามนิ้ว แม้จะเพิ่มถึงสามนิ้ว และแม้เขาจะเคยขยายปากทางเข้าถ้ำนี้ด้วยขนาดของตัวเองแล้ว ทว่ามันยังคงคับแคบอยู่เช่นเดิม“อืมมมม ... ท่านแม่ทัพข้าเจ็บ”“ยังเจ็บอยู่อีกหรือ”เขาเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่า สายตายังคงมองการเคลื่อนไหวของสะโพกเล็กไม่วางตา“ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าเจ็บ”แม่ทัพหนุ่มเร่งจังหวะจนน้ำภายในหล่อลื่นออกมาจนชื้นแฉะเขาก็ถอนออกจนหมด ร่างเล็กกระตุกวาบสะโพกเล็กลอยค้างอยู่เช่นนั้น“อื้ออออ ... เหตุใดท่านจึงหยุด”“เพราะข้าจะเป็นผู้สำรวจถ้ำนี้เองเช่นไรเล่า”เขามอบจูบอันแสนหวานให้นางอีกครั้ง ก่อนจะกระตุ้นไฟปรารถนาให้นางด้วยการไล้เลียที่ปลายถันสีอ่อน ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางกระ
แม่ทัพหนุ่มค่อย ๆ ดันร่างเล็กให้นอนราบบนที่นอน แล้วจึงทาบทับร่างใหญ่ของตัวเองลงบนร่างนาง โดยยังคงให้แขนอีกข้างค้ำยันรับน้ำหนักตัวเองเอาไว้อยู่เขามอบจุมพิตอันหอมหวานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้ปากเล็กนั้นเป็นอิสระได้ง่าย ๆ ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงครางอันแสนหวานที่เขารอฟังนั้นออกมาอย่างเผลอไผล“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินหย่งเล่อ”เขายอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กได้เป็นอิสระอีกครั้ง ก่อนมากระซิบที่ข้างหูน้ำเสียงพร่า แววตาที่มองนางนั้นหวานซึ้งซึ่งคงมีเพียงนางผู้เดียวที่จะได้เห็นแววตาเช่นนี้“นี่ท่านคงไม่ได้โดนท่านพี่อันเล่อวางยามาอีกใช่หรือไม่”ได้ฟังน้ำเสียงและได้เห็นแววตาแล้วอดที่จะถามออกมาไม่ได้“กับเจ้าเพียงแค่ท่านพี่เจ้าเอ่ยปากบอกกับข้าตรง ๆ ข้าก็ยินดีโดยที่ไม่ต้องเสียยาเลยแม้แต่นิดเดียว”“ท่านแม่ทัพ”ทั้งวาจาและแววตาที่จ้องมองนางในตอนนี้ ทำให้นางถึงกับไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย“หย่งเล่อ กายข้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วเจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่”เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ใบหน้าตัวเองไปตามใบหน้าเล็กจนมาถึงริมหูเล็ก“กายเจ้าก็ร้อนไม่ต่างจากข้าเลยนะหย่งเล่อ”“ข้า ...”“เช่นนั้นวันนี้ไม่ต้องลำบากให้เจ้าต
“เป็นอะไรไป”“อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าต้องคิดถึงเจ้าแน่ ๆ เลย”นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยเพราะความที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อถึงเวลาต้องห่างกันก็รู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ข้าก็ต้องคิดถึงเจ้าเช่นกัน ... แต่ใช่ว่าข้าไปอยู่ไกลจากที่นี่เสียที่ไหน เจ้าจะไปหาข้า หรือให้ข้ามาหาเจ้าทุกวันยังได้เลย”“เจ้าก็พูดไป เจ้าแต่งงานนะไม่ใช่ว่าย้ายที่อยู่ เมื่อเจ้าเข้าจวนไปแล้ว ย่อมต้องมีเรื่องมากมายให้เจ้าจัดการ จะให้เทียวไปเทียวมาอย่างที่เจ้าบอกมันจะได้เช่นไรกัน”ฟางลี่อิงเอ่ยค้านคำพูดของสหายรักขึ้น“ข้าต้องหาเวลามาพบเจ้า กับท่านพี่อันเล่อได้บ่อยครั้งอย่างแน่นอน”“จริง ๆ นะหย่งเล่อ”คนได้ฟังเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้าโอบกอดร่างของสหายรักเอาไว้ทันที แม้จะรู้ว่าความเป็นจริงแล้วจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็อดดีใจกับคำพูดนางไม่ได้“ข้าเคยโกหกเจ้าเช่นนั้นหรือ”“ข้าจะเชื่อเจ้า ... เจ้าพักเถอะ ข้าต้องไปเตรียมตัวแล้ว แต่จะว่าไปเจ้าไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันนะ ต่อไปนี้ข้าแขกของที่นี่จะได้สนใจแต่ข้าแต่เพียงผู้เดียว”จากน้ำเสียงที่ดูเศร้าเมื่อครู่ กลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อได้แกล้งส
หมู่บ้านจื่อเถิงแห่งนี้เป็นหมู่บ้านซึ่งอยู่ชานเมืองออกไปทางทิศเหนือของเมืองหลวง หากเดินทางโดยรถม้าจะกินเวลาโดยประมาณหนึ่งชั่วยามซุนหย่งเล่อจะมาที่หมู่บ้านนี้สามวันครั้งในยามเฉิน นางจะอยู่จนกระทั่งถึงยามเซินก็จะเดินทางกลับ ค้างแรมบ้างเป็นครั้งคราว*** (ยามเฉิน 07.00 น. – 08.59 น. / ยามเซิน 15.00 น.
“เหตุใดแม่นางใหญ่ซุนจึงได้ทำเช่นนี้!”หานเถิงซีเมื่อรู้ว่า ที่ซุนอันเล่อให้การต้อนรับคุณชายทั้งสี่เป็นการพิเศษเมื่อคืนเพราะอะไร เขาผู้ที่จงรักภักดีต่อนางทั้งสอง และนางย่อมรู้ดีว่าเขามีใจผูกสมัครต่อซุนหย่งเล่อ เหตุใดต้องฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นเช่นนี้“เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ รอให
เขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลงแม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้
จางหลี่จวินมองหน้าเจ้าของห้องนิ่ง นัยน์ตาคมดูดุดันที่เคยได้เห็นเมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษเมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาช่างต่างกันราวกับคนละคน เวลานี้แววตาเรียบนิ่งดูน่าเกรงขามของเขาเปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มราวกับคนเมาสุรา“เหตุใดคุณชายจึงได้มองหน้าข้าเช่นนี้”ซุนหย่งเล่อมองหน้าอีกฝ่าย มือข้างที่ไม่ได้ถู







