Share

ตอนที่ 2/2

last update Huling Na-update: 2026-01-12 16:14:35

ห้องโถงรับรองที่เคยดูขึงขังด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่ขัดมันวับจนเห็นเงาสะท้อน บัดนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

เก้าอี้ไม้ประดู่ตัวใหญ่ประจำตำแหน่งของเขา ถูกวางทับด้วยเบาะรองนั่งขนเป็ดหนานุ่มสีขาว พนักพิงหลังมีหมอนใบเล็กปักลายดอกไม้สีสดใสวางเสริม ด้านล่างมีพรมขนสัตว์ผืนหนาปูรองรับเท้า บนโต๊ะน้ำชามีจานใส่ขนมขบเคี้ยว เปลือกถั่ว และผลไม้ปอกเปลือกวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ดูรกหูรกตาพิลึก

ส่วนตัวต้นเหตุ... ซางเหมียนกำลังนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น สองขาพาดไปบนเก้าอี้อีกตัว กำลังใช้ไม้จิ้มผลไม้เข้าปากอย่างสบายอารมณ์ อ่านหนังสือในมืออย่างเพลิดเพลิน

"ซางเหมียน!" เสียงคำรามต่ำลึกของสามีทำเอาซางเหมียนสะดุ้งเล็กน้อยจนไม้จิ้มในมือเกือบร่วง นางหันมามองเขาแล้วคลี่ยิ้มกว้างดูไร้พิษสง

"ท่านพี่ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เหนื่อยหรือไม่ มา ๆ มานั่งพักตรงนี้ ข้าให้เสี่ยวซวงเตรียมเบาะนุ่ม ๆ ไว้ให้ท่านแล้ว รับรองว่านั่งแล้วหายปวดหลังเป็นปลิดทิ้ง"

เว่ยฉือเซียวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง มองสำรวจสภาพห้องด้วยสายตาไม่พอใจ

"นี่เจ้าทำอะไรกับห้องโถงของข้า" เขาถามเสียงเข้ม "เก้าอี้พวกนี้คือเก้าอี้รับรองแขกบ้านแขกเมือง เจ้าเอาเบาะบ้าบอพวกนี้มาวางด้วยเหตุใด มันดูไร้ระเบียบ ขาดความสง่างาม หากใต้เท้ากรมพิธีการมาเห็นข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"

"ท่านพี่ เหตุใดท่านจะต้องสนใจสายตาคนอื่นในบ้านของตัวเองด้วยเจ้าคะ" ซางเหมียนลุกขึ้น เพื่อหลีกทางให้เขา "เก้าอี้ไม้นั่นแข็งกระด้าง นั่งนาน ๆ แล้วก้นจะด้านเอาได้ ข้าหวังดีต่อสุขภาพบั้นท้ายของท่านนะเจ้าคะ ท่านทำงานหนักมาทั้งวัน สมควรได้รับการพักผ่อนบนปุยเมฆ ท่านลองนั่งดูสิเจ้าคะ แล้วท่านจะไม่อยากลุกไปไหนอีกเลย"

เว่ยฉือเซียวอยากจะจับนางโยนออกไปนอกหน้าต่างเสียเดี๋ยวนี้ แต่ความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับนางอีก เขาจึงสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างแรงหมายจะประชดประชัน ทว่า...

ความนุ่มนิ่มของเบาะขนเป็ดโอบรับสรีระของเขาอย่างพอดี หมอนรองหลังช่วยดันหลังให้ผ่อนคลาย พรมขนสัตว์ด้านล่างให้ความอบอุ่นสัมผัสละมุนแก่ฝ่าเท้า

ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของแม่ทัพหนุ่มคือคำว่าสบายอย่างที่สุด ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่สะสมมาทั้งวันพลันสลายหายไปราวกับน้ำแข็งโดนไฟ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ลดระดับลงกึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

เขาเผลอหลุดเสียงครางในลำคอเบา ๆ "อืม..."

ซางเหมียนลอบยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ "เป็นอย่างไรเจ้าคะ ฝีมือการเลือกเครื่องนอนของข้าไม่เลวเลยใช่หรือไม่ นี่เป็นขนเป็ดคัดพิเศษจากทางเหนือเชียวนะเจ้าคะ ข้าสั่งให้คนไปตามหามาให้ท่านโดยเฉพาะ"

เว่ยฉือเซียวรีบกระแอมไอ ปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมดังเดิม พยายามไม่แสดงออกว่าชอบใจ

"ก็... พอใช้ได้ แต่อย่าให้มันรกหูรกตามากนัก หากมีแขกมาเยือนให้รีบเอาออก"

"เจ้าค่ะ ๆ " ซางเหมียนรับคำอย่างว่าง่าย พลางรินน้ำชาส่งให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ

เว่ยฉือเซียวจิบชาดับกระหาย ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญที่เขาสั่งไว้เมื่อเช้า เขาตวัดสายตาคมกริบมองภรรยา

"เรื่องกฎระเบียบสามร้อยข้อ เจ้าท่องจำได้หมดหรือยัง"

ซางเหมียนชะงักมือที่กำลังจะหยิบขนมโก๋ นางกะพริบตาปริบ ๆ "เอ่อ... ท่านพี่ ข้าเพิ่งจะแต่งเข้ามาวันเดียว สมองยังจำทางเดินในจวนไม่ได้เลย จะให้จำกฎตั้งสามร้อยข้อ มันมิโหดร้ายไปหน่อยหรือเจ้าคะ"

"ข้าให้เวลาเจ้าทั้งวัน!" เว่ยฉือเซียววางถ้วยชาลงเสียงดัง "เจ้าเอาเวลาไปทำอะไรหมด นอนกลางวันหรือกินขนม ไหนเจ้าลองท่องกฎข้อที่ห้าสิบมาให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้!"

ซางเหมียนทำหน้านึก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน "ข้อที่ห้าสิบ เอ่อ... ห้ามกินข้าวเกินสามชาม"

"ผิด! ข้อที่ห้าสิบคือ ห้ามส่งเสียงดังหลังยามห้าย"

"แล้วข้อที่เจ็ดสิบสอง"

"เอ่อ... ห้ามเดินสะดุดธรณีประตู"

"ผิด ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในเรือนใหญ่!" เว่ยฉือเซียวตวาดเสียงดัง

"ข้อที่หนึ่งร้อย"

"ห้าม... ห้ามสามีเสียงดังใส่ภรรยา"

"ซางเหมียน!" เว่ยฉือเซียวหน้าดำคล้ำด้วยโทสะ "เจ้าไม่ได้อ่านเลยสักข้อใช่หรือไม่ มัวแต่เอาเวลาไปนอนกลางวันและหาของกินใส่ปาก สตรีเช่นเจ้าช่างไร้วินัยสิ้นดี ข้าไม่เคยพบเห็นสตรีใดเกียจคร้านเท่าเจ้ามาก่อน!"

ซางเหมียนก้มหน้ามองปลายนิ้วตัวเอง นางรู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ และนางก็ขี้เกียจเถียงด้วย จึงปล่อยให้เขาบ่นไปตามอารมณ์

"เอาล่ะ ตามที่ตกลงกันไว้" เว่ยฉือเซียวแบมือหนาออกมาตรงหน้า "ผิดหนึ่งข้อ หักเงินเดือนหนึ่งตำลึง เมื่อครู่ข้าถามสามข้อ เจ้าตอบผิดหมด และข้าเชื่อว่าที่เหลือเจ้าก็ตอบไม่ได้ รวมแล้วสามร้อยข้อเป็นเงินสามร้อยตำลึง เดือนนี้เบี้ยหวัดรายเดือนของเจ้า ข้าจะไม่ให้เจ้าแม้แต่อีแปะเดียว"

เขายิ้มเยาะที่มุมปาก หวังจะได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนก หรือแววตาสำนึกผิดของภรรยา การตัดเงินคือวิธีลงโทษที่เขาใช้จัดการบ่าวไพร่และลูกน้องมาตลอด และมันได้ผลเสมอ ใคร ๆ ก็กลัวไม่มีเงินใช้

ทว่า... ซางเหมียนกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความทุกข์ร้อนใด ๆ นางเพียงแค่ร้อง อ้อ เบา ๆ แล้วหันไปพยักหน้าให้เสี่ยวซวง

เสี่ยวซวงกุลีกุจอหยิบหีบไม้จันทน์ใบเล็กที่วางอยู่ข้างกาย เปิดออกเผยให้เห็นตั๋วเงินปึกใหญ่ที่อัดแน่นอยู่ภายใน กลิ่นหมึกและกระดาษหอมฟุ้งออกมา

ซางเหมียนหยิบตั๋วเงินปึกหนาออกมาอย่างไม่ไยดี ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษเช็ดปาก นางนับตั๋วเงินอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แล้วยัดใส่มือสามี

"นี่เจ้าค่ะ สามพันหกร้อยตำลึง"

เว่ยฉือเซียวก้มมองตั๋วเงินในมือด้วยความงุนงง "นี่มันอะไร"

"ค่าปรับเจ้าค่ะ" ซางเหมียนตอบหน้าตาเฉย "ท่านพี่บอกว่าผิดหนึ่งข้อปรับหนึ่งตำลึง กฎมีสามร้อยข้อ เท่ากับสามร้อยตำลึงต่อวัน ข้าขี้เกียจมานั่งจ่ายทีละวัน ข้าเลยจ่ายล่วงหน้าให้ท่านพี่ไปเลยหนึ่งปีเจ้าค่ะ หากท่านพี่ต้องการเพิ่ม บอกข้าได้ สินเดิมของข้ามีมากพอที่จะจ่ายค่าปรับไปได้อีกสิบปี"

เว่ยฉือเซียวอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี มือที่ถือตั๋วเงินสั่นระริก

"เจ้า เจ้ากล้าเอาเงินมาฟาดหัวข้ารึ"

"มิกล้าเจ้าค่ะ" ซางเหมียนยิ้มหวาน "ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านพี่เสียเวลามาทวงค่าปรับทุกวัน เวลาเป็นของมีค่า เอาเวลาไปทำราชกิจเพื่อบ้านเมืองดีกว่า ส่วนเรื่องเงิน ท่านแม่ข้าให้สินเดิมมาเยอะ ข้าใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด หากท่านพี่ต้องการใช้เงินไปบำรุงกองทัพ ก็ถือเสียว่าภรรยาช่วยบริจาค แต่ขอเพียงแค่อย่าให้ข้าท่องกฎพวกนั้นเลยนะเจ้าคะ สมองข้ามันไม่รับจริง ๆ แค่เห็นตัวอักษรข้าก็จะหลับแล้ว"

นางพูดด้วยความสัตย์ซื่อ นางยอมเสียเงินแสนตำลึงดีกว่าต้องมานั่งท่องจำกฎระเบียบบ้าบอที่ทำให้เสียเวลานอน

เว่ยฉือเซียวมองภรรยาตัวน้อยที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า สลับกับตั๋วเงินในมือ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจุกในอกจนพูดไม่ออก เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าอำนาจเงินตราใช้กับสตรีผู้นี้ไม่ได้ผล เพราะว่านางร่ำรวย และนางก็ยินดีใช้เงินนั้นซื้อความสะดวกสบายและสนองความขี้เกียจของนาง

เขาขยำตั๋วเงินในมือจนยับยู่ยี่ "ดี ดีมาก ซางเหมียน" เขาเค้นเสียงต่ำที่ฟังดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม "ในเมื่อเจ้าร่ำรวยนัก ข้าก็จะไม่หักเงินเจ้า แต่คนอย่างเว่ยฉือเซียวไม่เคยยอมแพ้ต่อความไร้วินัย"

เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับลงบนร่างของซางเหมียน แผ่รังสีคุกคามจนเสี่ยวซวงที่อยู่ข้าง ๆ ต้องก้มหน้าตัวสั่น

"เงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ ฮูหยินรัก" เว่ยฉือเซียวแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่แท้จริง "ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะไม่ปรับเงินเจ้า แต่นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป หากเจ้าท่องกฎไม่ได้หนึ่งข้อ เจ้าจะต้องตื่นยามเหม่ามาวิ่งรอบจวนกับข้า หนึ่งรอบต่อหนึ่งข้อที่ผิด"

รอยยิ้มบนใบหน้าของซางเหมียนแข็งค้าง ร่างกายชาวาบราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก

"วะ... วิ่งรอบจวน" นางทวนคำเสียงสั่นเครือ "ท่านพี่ จวนอู่อันโหวกว้างตั้งห้าสิบหมู่ ท่านจะฆ่าภรรยาทางอ้อมหรือเจ้าคะ ข้าเป็นสตรีในห้องหอ แรงเท่ามดปลวกจะให้ไปวิ่งได้อย่างไร"

"เจ้าทำได้แน่ ถ้ามีสามีคอยเคี่ยวเข็ญอยู่ข้าง ๆ " เว่ยฉือเซียวหัวเราะในลำคออย่างสะใจ "เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เจอกันยามเหม่า ห้ามสายแม้แต่เค่อเดียว หากสายข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากเรือนนอนให้ออกไปวิ่งเอง"

พูดจบเขาก็เดินหัวเราะเสียงต่ำอย่างผู้มีชัยออกไปชำระล้างร่างกาย ทิ้งให้ซางเหมียนนั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเก้าอี้ขนเป็ดที่นางภูมิใจ

นางมองตั๋วเงินที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์เป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่านางเสียดายเงิน แต่เสียดายที่เงินช่วยชีวิตนางไม่ได้ในครั้งนี้

"เสี่ยวซวง..." ซางเหมียนเรียกสาวใช้เสียงแหบแห้ง คล้ายคนใกล้หมดลม "ไปเตรียมโลงศพให้ข้าด้วย ข้าคิดว่าข้าคงมีชีวิตรอดไม่ถึงยามอู่แน่ ๆ ข้าแพ้แล้ว"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนพิเศษ

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นเมืองในนิทานที่ถูกฉาบด้วยสีเงินยวบยาบ ลมหนาวพัดกรรโชกแรง หอบเอาความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านหน้าต่างเข้ามาในเรือนนอน แม้จะมีเตาถ่านจุดไฟให้ความอบอุ่นอยู่ถึงสี่ทิศ แต่สำหรับสตรีผู้มีปณิธานแน่วแน่ในการเป็นปลาเค็มอย่างซางเหมียนแล้ว ความหนาวเย็นคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้การนอนพักผ่อนขาดความสุนทรียภาพบนตั่งยาวบุขนสัตว์หนานุ่ม ร่างระหงที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มนวมผืนหนาจนดูคล้ายดักแด้ยักษ์ กำลังนอนขดตัวอย่างน่าเวทนา มีเพียงใบหน้าเล็กๆ ขาวผ่องโผล่ออกมาหายใจ"ท่านพี่..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาและสั่นเครือ "ข้าหนาว หนาวเหมือนถูกแช่แข็งในก้อนน้ำแข็งพันปี เกล็ดปลาเค็มของข้ากำลังจะหลุดร่อนแล้วเจ้าค่ะ"เว่ยฉือเซียว ที่กำลังนั่งอ่านฎีกาอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยสายตาเอ็นดูระคนอ่อนใจ เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ดึงผ้าห่มให้กระชับขึ้น แล้วสอดมือหนาเข้าไปกุมมือน้อยที่เย็นเฉียบของนางไว้"ในห้องนี้อุ่นจนเหงื่อข้าจะออกอยู่แล้ว เหมียนเอ๋อ" เขาแย้งเบาๆ "เจ้าขี้หนาวเกินไปแล้ว หรือเจ้าแค่อยากอ้อนให้ข้ากอด""ทั้งสองอย่างเจ้าค่ะ" ซางเ

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 20/2

    อาโหย่วเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นเทพธิดาผู้กอบกู้เดินนวยนาดเข้ามาในลานฝึกซางเหมียน ในวัยยี่สิบต้นๆ ยังคงงดงามและดูอ่อนเยาว์ นางสวมชุดสีม่วงอ่อน ถือพัดจีบโบกสะบัดเบาๆ เดินเข้ามาพร้อมกับเสี่ยวซวงที่ถือถาดขนม"ท่านแม่!" อาโหย่วร้องลั่น ทิ้งท่าฝึกแล้ววิ่งเข้าไปกอดขามารดาทันที "ท่านพ่อรังแกข้า ท่านพ่อจะให้ข้าขาหัก!"ซางเหมียนก้มลงลูบหัวลูกชาย แล้วเงยหน้ามองสามีด้วยสายตาตำหนิ "ท่านพี่ ลูกเพิ่งจะห้าขวบ ท่านจะเคี่ยวเข็ญอะไรนักหนาเจ้าคะ ดูกล้ามขาน้อยๆ ของลูกสิ สั่นไปหมดแล้ว""เหมียนเอ๋อ เจ้าอย่าให้ท้ายลูก" เว่ยฉือเซียวถอนหายใจ "ไม้แก่ดัดยาก ไม้อ่อนดัดง่าย ข้าต้องฝึกเขาให้แกร่งตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้ปกป้องตัวเองและบ้านเมืองได้""แต่การพักผ่อนก็สำคัญนะเจ้าคะ" ซางเหมียนเถียง "ท่านหมอบอกว่าเด็กวัยนี้ต้องนอนเยอะๆ กินเยอะๆ ถึงจะโตไว อาโหย่ว มานี่มาลูก แม่เตรียมขนมดอกกุ้ยฮวามาให้ กินเสร็จแล้วไปนอนกลางวันกันเถอะ""เย้! ท่านแม่ใจดีที่สุดเลย" อาโหย่วกระโดดโลดเต้น หยิบขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วแลบลิ้นใส่บิดาเว่ยฉือเซียวมองสองแม่ลูกจูงมือกันเดินออกจากลานฝึก ทิ้งให้เขายืนโดดเดี่ยวอย

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 20/1

    ใบไม้เปลี่ยนสีเริ่มร่วงโรยลงสู่พื้นดินอีกคำครั้ง สัญญาณแห่งกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่เคยหยุดนิ่ง ณ จวนอู่อันโหวที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร บรรยากาศในยามสายของฤดูใบไม้ร่วงปีนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายยิ่งกว่าศึกสงครามครั้งไหนๆเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินวนไปวนมาหน้าประตูเรือนจนพื้นไม้แทบสึก ร่างสูงใหญ่ของเว่ยฉือเซียวในชุดลำลองสีเข้ม มีเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศเย็นสบาย คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปม มือหนากำหมัดแน่นสลับกับคลายออกด้วยความกระวนกระวายใจภายในห้องเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของซางเหมียน ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ บาดลึกเข้าไปในหัวใจของแม่ทัพหนุ่มยิ่งกว่าคมดาบ"โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ! ข้าไม่เอาแล้ว! ข้าจะไม่คลอดแล้ว!" เสียงโอดครวญของภรรยาทำให้เว่ยฉือเซียวแทบจะพังประตูเข้าไป"เหมียนเอ๋อ! อดทนไว้! ข้าอยู่นี่!" เขาตะโกนตอบเสียงสั่น "หมอตำแย! เหตุใดถึงนานนัก หากฮูหยินข้าเป็นอะไรไป ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้าให้หมด!""ท่านโหวใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ!" แม่นมฟางรีบออกมาขวางหน้าประตู "สตรีกำลังคลอดบุตร บุรุษห้ามเข้าเจ้าค่ะ มันผิดธรรมเนียมและจะเป็นอัปมงคล ท่านโหวรออยู่ตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 19/2

    ข่าวการตั้งครรภ์ของฮูหยินแพร่สะพัดไปทั่วจวนราวกับไฟลามทุ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ซื่อ รีบเดินทางมาที่เรือนหลักแทบจะในทันที พร้อมกับขบวนของบำรุงยาวเหยียด"เหมียนเอ๋อ! หลานย่า!" หลี่ซื่อตรงเข้ามาลูบท้องซางเหมียนด้วยความรักใคร่ "ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาสกุลเว่ยฉือ เจ้าทำได้ดีมาก อยากกินอะไรบอกแม่ แม่จะให้คนไปหามาให้หมด จะเอาเดือนเอาดาวแม่ก็จะสอยมาให้!""ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านแม่ใข้าอยากกินแค่ผลไม้รสเปรี้ยวๆ เจ้าค่ะ" ซางเหมียนตอบเสียงอ้อน"ได้ ไปเหมามะม่วงดอง มะนาวเชื่อม บ๊วยเค็ม มาให้หมดตลาด!" หลี่ซื่อสั่งบ่าวไพร่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วิถีชีวิตของซางเหมียนก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นปลาเค็มที่นอนเฉยๆ ตอนนี้กลายเป็นไข่ในหินที่ห้ามขยับตัว"ท่านพี่เจ้าคะ ข้าจะเดินไปเข้าห้องน้ำเจ้าค่ะ" ซางเหมียนทำท่าจะลุกจากเตียง"หยุด!" เว่ยฉือเซียวที่นั่งอ่านตำราคู่มือการเลี้ยงทารกอยู่ข้างๆ รีบวางหนังสือลง แล้วพุ่งเข้ามาอุ้มนางทันที"พื้นมันเย็น เดี๋ยวเท้าเจ้าจะเย็น ส่งผลถึงลูก ข้าอุ้มไปเอง""แต่ท่านพี่ ห้องปลดทุกข์อยู่แค่หลังฉากกั้นนี่เองนะเจ้าคะ ข้าเดินสองก้าวก็ถึง" นางท้วง"ไม่ได้! สองก้าวก็มีความเสี่ยง เกิดเจ

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 19/1

    สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านมาอย่างอ่อนโยน นำพากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ในสวนให้ลอยฟุ้งไปทั่วจวนอู่อันโหว แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างลงมากระทบพื้นไม้ขัดเงา บรรยากาศภายในจวนช่างสงบสุขและงดงาม ราวกับสวรรค์กำลังอวยพรให้กับความรักที่ผ่านพ้นมรสุมมาได้ทว่า... สำหรับ ซางเหมียน แล้ว เช้าวันนี้กลับไม่ได้สดใสเหมือนอากาศภายนอกนางนั่งหน้าซีดเผือดอยู่หน้าโต๊ะอาหารเช้า ดวงตาหงส์ที่เคยเป็นประกายสดใสบัดนี้ดูโรยรา ร่างกายอ่อนแรงพิงพนักเก้าอี้ บนโต๊ะมีอาหารเลิศรสมากมายที่เว่ยฉือเซียว สั่งให้พ่อครัวจัดเตรียมเพื่อบำรุงภรรยา ทั้งไก่ดำตุ๋นยาจีน ขาหมูน้ำแดง และปลาทอดราดพริก"เหมียนเอ๋อเป็นอะไรไป" เว่ยฉือเซียววางตะเกียบลง สีหน้าฉายแววกังวลอย่างชัดเจน "อาหารไม่ถูกปากรึ หรือพ่อครัวทำรสชาติผิดเพี้ยนไป"ซางเหมียนส่ายหน้าเบาๆ นางยกมือขึ้นปิดจมูกเมื่อกลิ่นน้ำมันจากปลาทอดโชยมาแตะจมูก"อุ้บ..."นางรีบหันหน้าหนี ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่คอ"เหมียนเอ๋อ!" เว่ยฉือเซียวรีบถลันเข้ามาประคองนาง "เจ้าจะอาเจียนหรือ เสี่ยวซวง! เอากระโถนมาเร็ว!"เสี่ยวซวงรีบวิ่งเข้ามา ซางเหมียนโก่งคออาเจียนออกมา แต่กลับไม่

  • ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ   ตอนที่ 18/2

    ห้องอาหารองค์หญิงชุนหยางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ นางมองดูอาหารที่บ่าวไพร่ยกมาวางด้วยความคาดหวังแต่เมื่อฝาครอบอาหารเปิดออก...ในชามมีเพียงข้าวต้มน้ำใส ที่ใสจนเห็นก้นชาม กับ ผักดองเค็มๆ หนึ่งถ้วยเล็ก และ หมั่นโถวแข็งๆ อีกสองลูก"นี่... นี่มันอาหารหมูรึ?" องค์หญิงกรีดร้อง"นี่คืออาหารรำลึกชายแดนเพคะ" ซางเหมียนกล่าวอย่างภาคภูมิใจ หยิบหมั่นโถวแข็งๆ ขึ้นมากัด กร๊อบ!"ท่านพี่เว่ยฉือเซียวกล่าวว่า เพื่อไม่ให้ลืมความลำบากของทหาร คนในจวนต้องกินอยู่อย่างสมถะ เงินทองเบี้ยหวัดทั้งหมด เราบริจาคให้กองทัพหมดแล้วเพคะ เสื้อผ้าก็ต้องใส่ผ้าฝ้ายหยาบๆ เครื่องประดับก็ห้ามใส่..."ซางเหมียนชี้ไปที่ชุดผ้าฝ้ายของตน "องค์หญิงทรงอาภรณ์หรูหราเช่นนี้ เกรงว่าท่านพี่จะไม่ปลื้มนะเพคะ มันดู... ฟุ่มเฟือยและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่บ่าวไพร่"เว่ยฉือเซียวนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง "ฮูหยินพูดถูก หากท่านจะแต่งเข้ามา ท่านต้องนำทรัพย์สินและสินเดิมทั้งหมด บริจาคเข้ากองทัพ ท่านทำได้หรือไม่"องค์หญิงชุนหยางมองหน้าเว่ยฉือเซียวสลับกับซางเหมียน มือสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัว"พวกเจ้า... พวกเจ้ามันบ้าไปแล้ว! นี่มันนรกชัด ๆ ข้าจะแต่งมาเป็

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status