Compartilhar

บทที่ 2

last update Última atualização: 2026-02-01 08:02:43

เมื่อครู่ ท่านป้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?

ดิลลี่!?

นั่นมันเป็นชื่อเล่นของลี่ลี่ที่ท่านลุงท่านป้าเรียกเท่านั้นนี่ แล้วเหตุใดท่านป้าจึงเรียกข้าว่าดิลลี่!?

ช้าก่อน!

สมองของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งคิดไตร่ตรองอย่างรวดเร็ว

นางตื่นขึ้นมาบนเตียงของตี๋ลี่เสวี่ย

ท่านป้ากู่ลี่น่า มารดาแท้ ๆ ของตี๋ลี่เสวี่ยมองนางอย่างรักใคร่ อีกทั้งยังเรียกนางว่าดิลลี่

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบยกแขนสองข้างขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นท่อนแขนกลมกลึงอุดมสมบูรณ์และสีผิวที่เข้มกว่าแขนขาวซีดของนาง…

ไม่จริงน่า…

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งกระชากผ้าห่มออกจากตัว ก้าวเท้าลงจากเตียง วิ่งตรงไปคว้าคันฉ่องที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้าขึ้นมาดูทันที

ภาพใบหน้าสวยคมเข้มเช่นชาวอุยกูร์ ดวงตาสองชั้นกลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ไฝใต้ตาขวาเด่นสะดุดตา ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดี…

นี่มัน ใบหน้าของลี่ลี่! ตี๋ลี่เสวี่ย!!

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยกสองมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

นางมาอยู่ในร่างของตี๋ลี่เสวี่ย!?

ทำไมล่ะ เพราะเหตุใดกัน!?   

ดวงตากลมโตเบิกกว้างสะท้อนกลับมาจากคันฉ่อง ก่อนที่ถ้อยคำสั่งเสียของมารดาจะแวบผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเมื่อนานมาแล้ว

‘หากลูกต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ลำบากเกินกว่าจะทนรับไหว จี้หยกชิ้นนี้จะช่วยให้ลูกได้ ‘มีชีวิตใหม่’ แต่จงจำไว้นะ เสี่ยวเสวี่ย มันมีพลังจำกัดเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น’

หรือว่าจะเป็นเพราะจี้หยกนั่น?

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบล้วงมือควานหาจี้หยกที่นางนำมาทำเป็นสร้อยคล้องคอไว้ติดกาย เพราะเป็นของต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวของมารดาที่มีให้แก่นาง

ไม่มี! หายไปไหน!? มือบอบบางสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อตระหนักได้ว่านางทำจี้หยกหายไป!

ไม่สิ! ไม่ใช่หาย นี่มันร่างของลี่ลี่ นั่นหมายความว่าจี้หยกน่าจะอยู่ที่ร่างของเรา

“ดิลลี่! เป็นอะไรไป ลูก” กู่ลี่น่าร้องถามอย่างเป็นกังวล เมื่อจู่ ๆ บุตรสาวก็รีบลุกขึ้นจากเตียงวิ่งไปส่องคันฉ่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้ว่าบุตรสาวของนางจะมีรูปร่างและหน้าตาสะสวย แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยสนใจไยดีความงามที่มีมาเลยแม้แต่น้อย หากแต่หายไข้ครานี้ สิ่งแรกที่นางทำ กลับกลายเป็นการส่องคันฉ่องเสียเช่นนั้น

“ไม่… ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบปฏิเสธพลางนึกทบทวนท่าทางยามปกติของสหาย เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธจากกู่ลี่น่า ป้องกันมิให้นางจับได้

กู่ลี่น่ารีบปราดเข้ามาพยุงร่างของบุตรสาวขึ้นจากพื้น “เจ้าเพิ่งจะหายไข้ อย่ามายืนบนพื้นเย็นเลย กลับขึ้นไปนอนเสียก่อนเถิด”

น้ำเสียงอ่อนโยนที่สัมผัสได้ถึงความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยมยิ่งสร้างความสะท้านในอกให้แก่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเป็นอย่างมาก

แรงปรารถนาที่หวังจะได้ครอบครองความรู้สึกเหล่านี้ก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเท่าทวี…

“อา… จริงสิ” กู่ลี่น่าเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้ “เมื่อวาน ในตอนที่เจ้าสลบไปเพราะพิษไข้ คนของท่านลุงต้าปาถูได้ส่งข่าวกลับมาแล้วนะ!”

“ข่าวอันใดหรือเจ้าคะ?” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งถามอย่างสงสัย “แล้วท่านลุงต้าปาถูเป็นผู้ใดกัน?”

กู่ลี่น่ามองหน้าบุตรสาวอย่างแปลกใจ “เอ… แม่ว่าแม่บอกเจ้าไปแล้วนา ท่านลุงต้าปาถูก็เป็นบิดาของอาซือหลัน คู่หมั้นของเจ้าอย่างไรเล่า!”

คู่หมั้น!?

ลี่ลี่มีคู่หมั้นด้วยรึ?

กู่ลี่น่าพาเจิ่งเสวี่ยอิ๋งกลับขึ้นมานอนลงบนเตียง ก่อนจะส่งถ้วยยาให้ดื่ม พร้อมทั้งเล่าเรื่องให้ฟังใหม่อีกครั้ง “เจ้าจำไม่ได้ก็คงมิใช่เรื่องแปลก เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เจ้ายังไม่เกิด”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรับถ้วยยาขมขึ้นมาจิบ พร้อมนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ

“พ่อของเจ้ากับท่านลุงต้าปาถูนั้นเป็นสหายรักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อโตขึ้นมา พ่อของเจ้าก็มีอาชีพค้าม้าศึก ในขณะที่ท่านลุงต้าปาถูใฝ่ฝันจะเป็นแม่ทัพจับดาบออกรบ”

“ขณะนั้นที่เผ่าของเราเกิดเหตุปะทะกับเผ่าคาร์ลุก กองทัพของท่านลุงต้าปาถูไม่อาจออกรบได้ เพราะถูกลอบโจมตี สังหารม้าศึกไปเป็นจำนวนมาก เป็นพ่อของเจ้าที่พยายามใช้เส้นสายอย่างยากลำบาก เพื่อหาม้าศึกมาให้กองทัพของท่านลุงได้ใช้อย่างทันท่วงที จนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว”

“ท่านลุงต้าปาถูซาบซึ้งในน้ำใจของพ่อเจ้านัก จึงได้ขอหมั้นหมายบุตรระหว่างสองครอบครัวไว้ตั้งแต่นั้นมา และต่อมา ท่านลุงต้าปาถูก็ได้มีอาซือหลัน ส่วนพ่อเจ้าก็มีเจ้า คำสัญญาหมั้นจึงได้เป็นจริงอย่างไรเล่า ดิลลี่”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “...”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status