Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-02-01 08:03:29

ข้าเชื่อว่าหากเป็นลี่ลี่ที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้คงจะต้องอาละวาดเป็นแน่แท้ เพราะลี่ลี่เคยบอกข้าว่านางไม่อยากแต่งงาน นางยังไม่อยากจะจบชีวิตในเรือนหลังของใครทั้งนั้น

ชีวิตนี้เป็นของนาง นางรักอิสระ นางหวังที่จะได้โบยบินไปทั่วแคว้น โดยที่จะไม่ยอมให้บุรุษผู้ใดมารั้งหรือกักขังนางไว้อย่างเด็ดขาด…

“แล้วเมื่อวานคนของท่านลุงต้าปาถูก็ได้มาแจ้งข่าวว่าอีกไม่กี่วันขบวนคุ้มกันก็จะเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว” กู่ลี่น่าร้องบอกด้วยความตื่นเต้น

“แล้วอย่างไรเล่าเจ้าคะ? ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเอียงคอด้วยความสงสัย

“ก็ขบวนคุ้มกันนี้ ท่านลุงต้าปาถูส่งมาเพื่อรับพวกเรากลับเมืองหนิงเปียนน่ะสิ!”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “!!!”

“กลับเมืองหนิงเปียน!?” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งทวนคำอย่างช้า ๆ พลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หลังที่เคยเหยียดตรงกลับงอลง แล้วเลื่อนพิงหมอนนุ่มที่ซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างหมดแรง

เมืองหนิงเปียนนั้น นางพอจะเคยได้ยินอยู่บ้าง…

หนิงเปียนเป็นเมืองชายแดนของแคว้นต้าจิ้งที่ติดต่อกับเผ่าอุยกูร์และเผ่าอื่น ๆ ทำให้เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างจงหยวนและอุยกูร์ได้อย่างลงตัว

แม้แต่แม่ทัพพิทักษ์เมือง ฝ่าบาทก็ยังแต่งตั้งทั้งแม่ทัพของแคว้นต้าจิ้งและแม่ทัพของชาวอุยกูร์ขึ้นมา เพื่อร่วมกันปกป้องดินแดนบริเวณนั้นให้สงบสุข

ได้ยินว่าแม่ทัพของแคว้นต้าจิ้งจะเป็น… แม่ทัพใหญ่เย่ อนุชาของเย่ฮองเฮาที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปประจำการที่นั่น ตั้งแต่หลายปีก่อน

ส่วนแม่ทัพชาวอุยกูร์… เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเชื่อว่าน่าจะเป็นท่านลุงต้าปาถูผู้นี้เป็นแน่…

กู่ลี่น่าหัวเราะแผ่วเบา พลางตบมือปลอบประโลม เมื่อเห็นใบหน้าตกตะลึงของบุตรสาว “ดิลลี่คงจะตื่นเต้นดีใจสินะที่เรากำลังจะได้กลับบ้านกันแล้ว”

“ตะ… แต่ไหนท่านแม่เคยบอกว่าพวกเราอยู่ที่เผ่ากันมิใช่หรือเจ้าคะ?”

กู่ลี่น่าพยักหน้า “นั่นมันเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว ท่านลุงต้าปาถูได้ต่อสู้ปกป้องเผ่าอุยกูร์ จนฝ่าบาทเล็งเห็นความสำคัญของบริเวณชายแดนที่จะต้องมีแม่ทัพจากเผ่าต่าง ๆ อยู่ร่วมประจำการและปกป้องเมืองร่วมด้วย ดังนั้น จึงได้แต่งตั้งให้ท่านลุงต้าปาถูเป็นแม่ทัพประจำการที่เมืองหนิงเปียน”

นั่นไง! นางว่าแล้วมิมีผิด…

“แต่มิเป็นไร ขอแค่ให้เราได้ออกจากเมืองหลวงแห่งนี้ กลับไปที่เมืองหนิงเปียนก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยเดินทางกลับเผ่าของเราก็ได้ จริงหรือไม่?” กู่ลี่น่ายกมือขึ้นทัดปอยผมของบุตรสาวขึ้นทัดหู “ดิลลี่ใฝ่ฝันที่จะได้ควบม้าไปทั่วทุ่งกว้างมิใช่หรือ? ฝันของลูกใกล้จะได้เป็นจริงแล้วนะ”

“เอ่อ… เจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยกยิ้มจาง ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายขึ้นที่หน้าเรือนเฉิ่งจี้ พร้อมเสียงทักทายของหนู่เอ๋อร์เจียงที่ดังขึ้น

“อ้าว! คุณหนูรอง หายดีแล้วหรือขอรับ?”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “!!!”

ลี่ลี่มาหรือ!?

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ เอ๊ย! ท่านลุง” เสียงหวานไพเราะตอบกลับมา ก่อนจะเอ่ยถามใหม่ “มิทราบว่าอาอิ๋ง เอ๊ย! ลี่ลี่ฟื้นหรือยังเจ้าคะ?”

เสียงสนทนานอกห้อง ทำให้กู่ลี่น่าหันกลับมามองหน้าบุตรสาว “ครานี้ ร่างกายของคุณหนูรองฟื้นตัวได้ไวนัก คาดว่าร่างกายคงกลับมาแข็งแรงดีแล้วกระมัง”

กู่ลี่น่าลุกขึ้นยืน ยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบุตรสาวอีกครั้ง “ประเดี๋ยว แม่จะไปบอกข่าวดีนี้กับคุณหนูรองเสียก่อน อย่างไรเจ้าก็พักผ่อนไปเสีย รอให้หายดีแล้ว เจ้าค่อยออกไปพบคุณหนูรองจะดีกว่านะ”

“เอ่อ... ท่านแม่เจ้าคะ ข้าอยากพบอาอิ๋งเจ้าค่ะ” เป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่สติดีกว่าสหายอีกคน นางสามารถสวมบทเป็นตี๋ลี่เสวี่ยได้แนบเนียนกว่าอีกฝ่ายมากนัก

“อา... ได้สิ ได้สิ แม่ตามใจเจ้า” กู่ลี่น่ายกยิ้ม พยักหน้าอนุญาตอย่างอดไม่ได้

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเห็นเช่นนั้น จึงได้ร้องขอคนตรงหน้าอีกประโยค “แต่อย่างไร ท่านแม่ช่วยบอกข่าวดีนี้กับอาอิ๋งแทนข้าด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้สิ เจ้ากลัวว่าคุณหนูรองจะไม่ยอมให้เจ้าจากไปใช่หรือไม่?” กู่ลี่น่าย้อนถามอย่างรู้ทัน เมื่อเห็นรอยยิ้มจางของบุตรสาวก็พยักหน้าเข้าใจได้ “คุณหนูรองสนิทกับเจ้ามานานนับสิบปี จะอาลัยอาวรณ์มิยอมให้เจ้าจากไปก็มิใช่เรื่องแปลก”

“แต่คนเรานั้น มีพบมีจากเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ สุดท้ายแล้วก็มิมีผู้ใดอยู่ร่วมกันไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะ ทุกคนนั้นย่อมมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่น “...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status