Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2026-02-01 08:04:05

กู่ลี่น่าเดินออกไป ทิ้งให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั่งอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง สองหูยังคงได้ยินบทสนทนานอกห้องแผ่วเบา

ข้าควรจะทำอย่างไรดี?

ลี่ลี่จะต้องบังคับให้ข้าคืนร่างเดิมแน่ ๆ แต่ว่า... ชีวิตของ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ นั้นไม่น่าปรารถนาเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นคุณหนูแห่งจวนโหว แต่ก็เป็นเพียงบุตรีอนุผู้ต่ำต้อย

มารดาสิ้นลม มีเพียงแม่ใหญ่ในจวนที่กำกับดูแล บิดาก็เอาแต่ทำงานและเข้าสังคม ไม่เคยสนใจไยดีพวกนางที่เป็นบุตรีอนุเลยแม้แต่น้อย ครอบครัวที่ไร้ซึ่งความรักเช่นนี้... นางไม่ต้องการ!!

ในขณะที่ครอบครัวของตี๋ลี่เสวี่ยนั้น หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่ารักและเอ็นดู เฝ้าดูแลทะนุถนอมตี๋ลี่เสวี่ยราวแก้วตาดวงใจ อย่างในคืนที่นางถูกกลั่นแกล้งจนพลัดตกลงไปในน้ำ

เป็นเหรินอี้โหวที่มาถึงก่อนแท้ ๆ หากแต่ก็ยังยืนนิ่งมองดูอยู่ริมฝั่ง ไร้ซึ่งคำสั่งให้สาวใช้ลงไปช่วยนางแม้แต่น้อย ทำเพียงยืนสนทนาถกเถียงอยู่กับฉินซื่อและเจิ่งหย่าหลินเท่านั้น

หรือคิดว่ามีตี๋ลี่เสวี่ยลงไปช่วยนางเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว?

ช่างน่าขันนัก! สระบัวในยามค่ำคืน ยิ่งเป็นยามเหมันต์เช่นนี้ ชุดของพวกนางนั้นยิ่งได้อยู่ในน้ำ มีแต่จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น แค่ชุดของตี๋ลี่เสวี่ยเพียงคนเดียวก็ไม่รู้ซับน้ำไปเท่าใดแล้ว มิพักเอ่ยถึงชุดของนางอีกคนที่ตี๋ลี่เสวี่ยต้องออกแรงลากมาเข้าฝั่งด้วยกัน

แต่ครั้นหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่ามาถึง พวกเขาทั้งคู่ต่างก็พุ่งมาที่ริมสระบัว เพื่อช่วยกันพยุงร่างของนางขึ้นมา ก่อนที่จะช่วยดึงตี๋ลี่เสวี่ยขึ้นจากสระ โดยที่ไม่สนใจน้ำเย็นเยียบนั้นเลยแม้แต่น้อย

หนู่เอ๋อร์เจียงโอบกอดบุตรสาวอย่างตี๋ลี่เสวี่ยไว้แนบอก เพื่อมอบความอบอุ่นให้คลายหนาว มีกู่ลี่น่าคอยลูบเนื้อลูบตัวจับมือให้ไออุ่น ในขณะที่บิดาของนางไม่แม้แต่จะชายตามอง

ไม่เอา!! ข้าไม่อยากอยู่ในจวนแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว!!

ข้าอยากจะออกไปจากที่นี่!!

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งนึกโอดครวญอยู่ในใจอย่างทุรนทุราย ชีวิตคุณหนูจวนโหวแล้วอย่างไร นางไม่ปรารถนาเลยสักนิดเดียว!!

‘...รับพวกเรากลับเมืองหนิงเปียน...’ ถ้อยคำของกู่ลี่น่า จู่ ๆ ก็วาบขึ้นในความคิดของนาง

ใช่!! ข้าต้องหนีไปหนิงเปียน!

แต่... ข้าจะกล่อมลี่ลี่อย่างไรดี ให้นางยอมยกร่างนี้ให้ข้า... นางต้องไม่ยอมแน่ ๆ !!

ช้าก่อน! แต่มิใช่ว่านางขอคืนแล้วข้าก็สามารถคืนให้ได้นี่!?

ข้ารู้เพียงแต่ว่าอำนาจของการสลับร่างนั้น ต้องเกิดจากจี้หยกของอี๋เหนียงแน่ ๆ หากแต่จะต้องทำอย่างไรให้จี้หยกแสดงอำนาจนั้นออกมา ด้วยเงื่อนไขใด ข้าไม่อาจรู้ได้เลย...

แต่ถ้าให้ข้านึกทบทวน... สิ่งที่เกิดขึ้นคือทั้งข้าและลี่ลี่ก็ตกน้ำไปด้วยกัน... แต่ในยามที่พวกเราขึ้นมาจากน้ำ พวกเราต่างก็ยังอยู่ในร่างของตนเองนี่! มีเพียงตอนที่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น จึงได้รู้ว่าพวกเราสลับร่างกันเรียบร้อยแล้ว...?

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง นางไม่รู้จริง ๆ ว่าเงื่อนไขของการสลับร่างนั้นคืออะไร ต้องตกน้ำอีกรอบหรือ? แต่ตั้งแต่วัยเยาว์ นางก็พลัดตกน้ำเพราะเจิ่งหย่าหลินหลายครั้งหลายครา และทุกครั้งก็เป็นตี๋ลี่เสวี่ยที่ช่วยนางขึ้นมาทุกครั้ง

แล้วเหตุใดครั้งนี้พวกนางจึงสลับร่างกันได้เล่า?

นอกจากนี้ อี๋เหนียงยังบอกว่าจี้หยกสามารถช่วยให้ข้าได้มีชีวิตใหม่เพียงสามครั้งเท่านั้น เท่ากับว่าข้าใช้ไปแล้วหนึ่งครั้งใช่หรือไม่? และยังเหลืออีกสองครั้ง... แต่ข้าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าต้องใช้งานจี้หยกอย่างไร เฮ้อ...

ครืด...

เสียงบานประตูห้องพักถูกเปิดออกอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏร่างแม่นางน้อยในชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเมล็ดซิ่งเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเตียง มือของนางเลื่อนปิดประตูห้องอย่างไม่รู้ตัว

สองสายตาสบกันด้วยความตกใจ ก่อนที่จะเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง

“อาอิ๋ง!”

“ลี่ลี่!”

*อี๋เหนียง คำเรียกมารดาของบุตรอนุ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status