Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2026-02-01 08:06:25

ตี๋ลี่เสวี่ยตะลึงงันไปกับคำร้องขอของสหาย “นี่... ท่านหมายความว่า...”

“ใช่!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบ ก่อนจะรีบอธิบาย “ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ข้าขอร้องเจ้า ลี่ลี่! เราอย่าสลับร่างกลับได้หรือไม่?”

“เมื่อครู่ ท่านป้าก็คงจะแจ้งข่าวแก่เจ้าแล้วว่าเจ้าจะต้องไปเมืองหนิงเปียน เพื่อแต่งงานกับบุตรชายของท่านลุงต้าปาถู แต่ข้ารู้ ลี่ลี่... เจ้าคือสตรีที่รักความเป็นอิสระมากที่สุด เจ้าเคยบอกข้ามิใช่หรือ?”

“ว่าเจ้าไม่อยากแต่งงาน เจ้ายังไม่อยากจบชีวิตในเรือนหลังของใครทั้งนั้น เจ้าอยากที่จะโบยบินไปทั่วแคว้นมิใช่หรือ แต่ถ้าหากเจ้ากลับเมืองหนิงเปียนไป สิ่งใดกันที่รอเจ้าอยู่ มิใช่ชีวิตในเรือนหลังของบุรุษอย่างที่เจ้าชิงชังหรอกหรือ?”

“หากเจ้าเป็นข้าในยามนี้ก็ยังไม่ต้องผูกมัดกับบุรุษใด เจ้ามีอิสระในเมืองหลวง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องหาทางโบยบินไปทั่วแคว้นได้อย่างที่เจ้าปรารถนาได้เป็นแน่”

ตี๋ลี่เสวี่ยเริ่มลังเลกับคำกล่อมของสหาย “แต่ท่านพ่อของท่านคงไม่ยอม...”

“ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเอ่ยเรียก เพื่อหยุดวาจาของอีกฝ่าย “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านพ่อของข้าจะหยุดเจ้าได้...”

ตี๋ลี่เสวี่ย “...”

อาอิ๋ง... เจ้าก็ช่างรู้จักข้าได้ดีเสียเหลือเกิน...

“บรรพบุรุษสอนสั่งให้บุตรกตัญญูต่อบิดามารดา แต่ถ้าหากเราคิดในอีกมุมหนึ่ง เจ้าอยู่ในร่างของข้า ท่านพ่อและท่านแม่ใหญ่ก็ล้วนแต่ไม่ใช่บิดามารดาของเจ้า เจ้าสามารถดื้อรั้นเพียงใดก็ได้...”

ตี๋ลี่เสวี่ย “...”

อืม... ก็จริง แต่พอพูดถึงท่านพ่อท่านแม่...

“แต่ว่าท่านพ่อท่านแม่ของข้า...”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งโขกศีรษะลงพื้นอีกครั้ง “เจ้าอย่าได้เป็นกังวล ข้าสัญญา! ข้าจะกตัญญูและดูแลท่านลุงท่านป้าให้ดีที่สุด ทั้งในฐานะของเจ้าและของข้า”

“ตั้งแต่ที่พวกเจ้าเข้ามาอยู่ในจวนของข้า ชีวิตข้าก็มีเพียงพวกเจ้าที่ห่วงใย ท่านลุงท่านป้าคอยดูแลข้าด้วยความรัก จนร่างกายของข้ากลับมาฟื้นตัวแข็งแรงดั่งคนปกติแล้ว บุญคุณนี้ทดแทนอย่างไรก็ไม่มีวันหมด”

ตี๋ลี่เสวี่ยนึกถึงวันแรกที่พวกนางเข้ามาอยู่อาศัยในจวนเหรินอี้โหว โดยเหรินอี้โหวได้จัดเตรียมเรือนเฉิ่งจี้ให้พวกนางพักอาศัย และได้จ้างงานให้นางเป็นสาวใช้คนสนิทของบุตรสาวคนรองของเขา

ครั้งแรกที่พวกนางสามคนพ่อแม่ลูกได้เจอเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็มีแต่ความสงสาร เพราะเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในวัยห้าหนาวนั้นมีรูปร่างที่ผอมโซ อีกทั้งร่างกายยังอ่อนแอ คล้ายจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ

หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าจึงได้ช่วยกันปรุงยาบำรุงร่างกายให้แก่เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง ผ่านไปสิบปี เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็กลับมามีสุขภาพแข็งแรง ไม่อ่อนแอ และเจ็บไข้ง่ายดั่งเก่าอีกแล้ว

ซึ่งผลลัพธ์นั้น ตี๋ลี่เสวี่ยเองก็ได้ประจักษ์แล้ว เพราะหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง หลังจากที่พลัดตกน้ำและสลบไปหนึ่งคืน แม้จะยังมีไข้ต่ำ ๆ หากแต่โดยรวมแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตในระดับที่น่าพึงพอใจสำหรับร่างของแม่นางในห้องหอเช่นเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง

“ในฐานะของเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง ข้าย่อมหวังที่จะตอบแทนบุญคุณนี้ และในฐานะของเจ้า ข้าก็หวังที่จะเป็นบุตรกตัญญูต่อพวกท่านเช่นกัน ดังนั้น ข้าขอให้เจ้าจงวางใจเถิด”

ตี๋ลี่เสวี่ยกัดริมฝีปากอย่างลังเล เมื่อมองร่างของตัวเองที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนอย่างสุดใจ ดวงตากลมโตของตนเองทอดมองมาอย่างเว้าวอน

ทุกอย่างเป็นความจริงตามคำของเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง...

นางนั้นรักอิสระ หวังที่จะได้ท่องเที่ยวโบยบินไปทั่วแคว้นต้าจิ้ง แต่ด้วยคำมั่นสัญญาระหว่างบิดาและสหายที่หวังจะให้บุตรเกี่ยวดองกันผ่านงานวิวาห์ ความกตัญญูนั้นค้ำคอจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เลย...

หากนางเลือกทำตามคำมั่นนั้น นางก็จะสูญเสียอิสระที่วาดหวังไว้ไปตลอดกาล

แล้ว... นางจะเลือกอย่างไรดี?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status