Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-02-01 08:07:12

ตี๋ลี่เสวี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจ หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว “ลุกขึ้นเถิด อาอิ๋ง”

“ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วด้วยความหวั่นใจ เพราะนางไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าจะตัดสินใจเช่นไร

“ข้า... ข้าตกลงตามที่เจ้าขอแล้ว”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในพริบตานั้น นางรู้ว่านางได้ ‘ซื้อ’ ชีวิตใหม่มาด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่นางมีในฐานะคุณหนูแล้ว

“ข้าสัญญานะ ลี่ลี่...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งย้ำคำเดิม “ข้าจะดูแลร่างของเจ้าและท่านลุงท่านป้าอย่างดีที่สุด”

ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยอย่างจำยอม “อื้อ ข้าเชื่อท่าน...”

พวกนางนับว่าเป็นสหายกันมานานนับสิบปี เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเป็นคนเช่นไร เหตุใดตี๋ลี่เสวี่ยจะไม่รู้...

แม้ว่าร่างกายของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะบอบบางอ่อนแอ หากแต่แท้จริงแล้ว นางไม่ใช่คนอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย...

“เอาเถิด เอาเถิด...” ตี๋ลี่เสวี่ยโบกมือตัดบท “ท่านก็ลุกขึ้นมาเถอะ... ท่านคงไม่คิดที่จะทำให้ร่างของข้าเจ็บเข่าและหน้าผากปูดโปนอยู่เช่นนั้นหรอกนะ”

“อ๊ะ! ข้าขอโทษ” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบลุกขึ้นด้วยความดีใจ นางรีบก้มลงไปดูแผลที่หัวเข่า ก่อนจะหยิบคันฉ่องมาส่องหน้าผากที่แดงเป็นแถบ “ประเดี๋ยวข้าจะหายามาทานะ ลี่ลี่”

“อื้อ” ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าอย่างขอไปที แล้วจึงทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเห็นท่าทางหงอยเหงาของสหายเช่นนั้นแล้วก็ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น

ข้อเสนอในวันนี้ล้วนมีแต่นางที่ได้รับผลประโยชน์ เป็นเพราะนางหวังที่จะหลีกหนีออกจากจวนโหวที่โหดร้ายเช่นนี้ เพื่อไปสู่อิสระที่เมืองหนิงเปียน รายล้อมด้วยความรักของบิดามารดา

กลับเป็นตี๋ลี่เสวี่ยที่จะต้องมาทนทุกข์อยู่ในชีวิตเศร้าสร้อยของนางแทน...

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งทิ้งตัวลงนั่งข้างกายตี๋ลี่เสวี่ย กางสองแขนโอบกอดร่างของตัวเองเข้ามากอดแนบแน่น ก่อนจะเอ่ยขอโทษเสียงเบา “ขอโทษนะ ลี่ลี่...”

“ท่านจะขอโทษข้าด้วยเหตุใด?” ตี๋ลี่เสวี่ยย้อนถาม ในขณะที่ซุกซบในอ้อมแขนของอีกฝ่าย “หรือว่าท่านรู้ว่าพวกเราสลับร่างกันด้วยเหตุใด?”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งหลับตา เม้มริมฝีปากแน่น จิตใต้สำนึกต่างต่อสู้กันอย่างหนักว่านางควรจะบอกความจริงกับสหายดีหรือไม่ จนสุดท้าย... คำที่หลุดออกจากปากคือ “ข้าไม่รู้...”

ขอโทษนะ ลี่ลี่...

ขอโทษที่ข้าเห็นแก่ตัว ข้ารู้ว่ามันเป็นเพราะจี้หยกของอี๋เหนียง แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขแบบไหน? จึงจะแผลงฤทธิ์ทำให้พวกเราสลับร่างกันได้...

ขอโทษที่ข้าหวาดกลัว กลัวว่าหากเจ้ารู้ว่าเป็นเพราะจี้หยกนี้ แล้วเจ้าจะเร่งทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เราสลับร่างกลับมาใช้ชีวิตเฉกเช่นเดิม

ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ...

“เฮ้อ... เอาเถิด แต่ละคนย่อมมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง” ตี๋ลี่เสวี่ยถอนหายใจอย่างปลงตก เริ่มที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

“บางทีการที่เราสองคนสลับร่างกัน มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วก็ได้ เพียงแต่ในวันนี้เรายังไม่รู้เหตุผลนั่นก็เท่านั้นเอง เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ผู้ทรงรอบรู้ และเราจะเข้าใจมันในสักวันหนึ่ง”

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งคิดตาม ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ

ใช่ สักวัน เราคงจะรู้ว่าเหตุใดพวกเราจึงได้สลับร่างกัน ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ตกน้ำเช่นเมื่อคืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับกลายเป็นว่าครั้งนี้ที่ดันเกิดเหตุการณ์สลับร่างกันขึ้นมา

ดังนั้น อุบัติเหตุตกน้ำจึงไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขของการสลับร่าง แล้วสิ่งใดเล่าที่เป็นเงื่อนไข?

เพราะเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ นางจึงไม่อยากจะสร้างความหวังอื่นใดแก่ตี๋ลี่เสวี่ย

“แล้ว...” ตี๋ลี่เสวี่ยลากเสียง แลบลิ้นเลียริมฝีปากช้า ๆ “เช่นนั้น เราจะทำอย่างไรกันต่อดีเล่า?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 15

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 14

    ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 13

    เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 12

    จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 11

    รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10

    หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status