Beranda / รักโบราณ / ฮูหยินแก้ขัด / บทที่ 8 กลับจวนได้แล้ว

Share

บทที่ 8 กลับจวนได้แล้ว

Penulis: Lovedee
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-21 15:41:28

สตรีนางนั้นวันนี้แต่งกายเสียงดงาม  ลอกคราบจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นนางหงส์ผู้งดงามและหรูหรา  จนแม้แต่สตรีเช่นนางยังอดที่จะมองอย่างตะลึงไม่ได้  แล้วบุรุษเล่าจะไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ    มิน่าถึงได้มีชายมากหน้าเข้าไปรุมล้อมสนทนากับนาง   ดังเช่นดาวล้อมเดือนก็มิปาน   แล้วนี่พี่เหวินหยางเป็นอะไร จู่ ๆ  ก็วางจอกสุราเสีียงดัง  หรือว่าเขาจะเกิดไม่พอใจขึ้นมา

ไหนเขาบอกว่ารังเกียจไป๋ฮวายิ่งกว่าอะไร  ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด  แต่ต้องจำใจทำก็เพราะท่านย่าบังคับไม่ใช่หรือแล้วนี่อะไรกัน  พอมาถึงยังไม่ทันได้กินอะไรกี่มากน้อย  ก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอยู่ได้  เหมือนสนใจนางเสียมากมาย  

เมื่ออดรนทนต่อไปไม่ไหว  ม่านอี้จึงได้เอ่ยขึ้น

“ ท่านพี่หึงนางหรือเจ้าคะ  อย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน  แม้จะเป็นเพียงในนาม  แต่เอ….บุรุษมากมายที่กำลังรุมล้อมนางคงไม่ทราบกระมังเจ้าคะ  ว่านางนั้นแต่งงานเสียแล้ว  หรือท่านพี่จะไปป่าวประกาศความเป็นสามีให้ผู้อื่นได้รับทราบกันให้ทั่วเล่าเจ้าค่ะ  จะได้ไม่มีบุรุษใดกล้ามารุมล้อมนางเช่นนี้อีก "  

ม่านอี้กล่าวประชดประชันคนรักที่นางเริ่มจะเห็นว่าเขานั้นเอาใจใส่สตรีที่เขาบอกอยู่ตลอดว่าเกลียดนางไม่น้อยเลย แต่เกลียดกันเช่นไร  เอาแต่จับจ้องมองนางไม่คลาดสายตา  จนไม่เป็นอันร่ำสุราหรือลองกินอาหารรสชาติดีที่วางอยู่ตรงหน้าเลยสักคำ  แค่นี้เด็กสามขวบก็มองออก  

“ ไม่ได้หึงไม่หวงอะไรทั้งนั้นแหละ   แต่ไม่ชอบที่นางมาทำตัวเป็นดอกซิ่งแดงที่ยื่นออกไปจากกำแพงเช่นนี้  หากท่านย่ารู้เข้าว่าหลานสาวที่เวลาอยู่ภายในจวนนั้นเรียบร้อยดังเช่นผ้าพับไว้  แต่พออยู่ห่างสายตาท่านย่านางก็ทำตัวดังเช่นหญิงงามเมืองระริกระรี้คอยแต่หว่านเสน่ห์ชายเช่นนี้   ”  

เขาตอบสตรีข้างกาย  แต่ว่าสายตาก็ยังคงจับจ้องมองสตรีนางนั้นที่บัดนี้หันไปสนทนากับบุตรชายคนรองของแม่ทัพจ้าวที่เขาจดจำได้ว่าเป็นผู้ที่ไปรับนางเมื่อตอนหัวค่ำ  ตั้งแต่เขาสังเกตมา  นางกับบุรุษผู้นั้นยืนเคียงข้างกันไม่ห่าง  สตรีนางนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปสนทนากับเขาอย่างสนิทสนม  และเจ้านั่นก็จ้องมองนางอยู่ตลอด  แม้เขาอยู่ห่างเช่นนี้ยังสังเกตเห็นความสนิทสนมนั่นได้อย่างชัดเจน 

เพียงไม่นานทั้งสองคนนั่นก็เหมือนกับขอตัวออกมาจากวงสนทนานั้น   แล้วพากันเดินเคียงคู่ออกไปที่สวนที่บัดนี้มีไฟประดับเอาไว้เป็นระยะ  แต่พื้นที่ส่วนมากแล้วยังคงมีความืดปกคลุมอยู่   เขาจ้องมองร่างของสตรีน่าตายนั่นที่เดินเคียงข้างบุรุษผู้นั้นไปจนลับสายตา  มือหนาของเขากำจอกสุราในมือแน่นเข้าอย่างไม่รู้ตัว  อารมณ์ขุ่นมัวเริ่มจะเพิ่มมากขึ้นทุกที

“ อยากจะตามนางไปหรือไม่เจ้าคะ  ไปเฝ้าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ   ผู้อื่นจะได้รับรู้อย่างไรเล่าเจ้าคะ  ว่าท่านแต่งงานแล้วกับเด็กรับใช้ในบ้าน  ที่บัดนี้ลอกคราบจนกลายมาเป็นหญิงงามหยาดฟ้าปานนี้  ”  

ม่านอี้หันไปประชดประชันคนรักอีกครั้ง   เพราะนางไม่พอใจที่เขาเอาแต่จับจ้องมองสตรีที่เขาแต่งงานกับนางแล้ว  ยิ่งทำให้ม่านอี้ไม่ไว้วางใจเลย  ปากเขาก็บอกว่าไม่ได้รัก  ไม่ได้แยแส  แต่ก็เอาแต่จับจ้องมองนางไม่คลาดสายตาเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“ ไม่ได้คิดจะทำเช่นที่เจ้าพูดสักหน่อย  แค่เฝ้าดูเพราะเกรงว่านางจะทำตัวเสื่อมเสียไปถึงสกุลหลี่  เจ้าเองก็รู้ว่าใคร ๆ ก็ต่างรับรู้ว่านางคือเด็กในบ้านของข้า  เป็นคนของสกุลหลี่   แล้วหากนางทำตัวเสื่อมเสีย  ก็จะทำให้จวนสกุลหลี่พลอยแปดเปื้อนไปเพราะนางด้วย  หากกำหราบนางเอาไว้ก่อนได้   ก็จะเป็นการดีกว่าปล่อยให้เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนเช่นไรเล่า ”

ขุนนางหนุ่มนั้นปัดเรื่องที่คนรักสงสัยไปเสีย   เขาน่ะหรือจะหลงใหลเด็กในบ้านเข้า  ไม่มีทางหรอก  นางก็แค่เด็กในบ้านของเขา  ฐานะก็แค่สาวใช้นางหนึ่ง   แถมยังเป็นสาวใช้ที่ท่านย่าชุบเลี้ยงมาอย่างดี   บุญคุณของสกุลหลี่นั้นท่วมหัวนาง และเขาก็ไม่อยากให้นางแทนคุณสกุลหลี่ด้วยการทำตัวนอกลู่นอกทาง  เที่ยวหว่านเสน่ห์ชายไปจนทั่ว  ทำให้สกุลหลี่เสื่อมเสีย และต้องอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน

แต่เมื่อคนทั้งคู่ที่เขากำลังมองหาหายตัวไปจากสายตาของเขานานจนเกินไปแล้ว   เขาก็เริ่มจะทนไม่ไหว  เกรงว่านางกับเจ้าหมอนั่นจะทำเรื่องเสื่อมเสียให้้ต้องอับอายขายหน้ามาถึงเขากับท่านย่า  จึงได้หันไปบอกคนรักว่า

“ เจ้านั่งรอที่นี่ก่อน  พี่พบสหายเก่าที่มีเรื่องจะสนทนากับเขาสักหน่อย  อีกครู่เดียวก็จะกลับมา  ”  

แล้วหลี่เหวินหยางก็ไม่รอช้า  รีบผุดลุกขึ้นแล้วเดิมดุ่มไปทางกลุ่มบุรุษที่กำลังสนทนากันในอีกด้านหนึ่งของงาน  โดยมีสายตาเรียวงามของคนรักของเขาจ้องมองตามร่างสูงสง่าของเขาไปจนลับสายตา   มือบางของนางกำแน่น  แล้วก็วางจอกสุราลงบนโต๊ะเสียงดัง  

หากลุกขึ้นกรีดร้องออกมาได้นางก็จะกรีดร้องให้สาแก่ใจ  เพราะนางรู้ว่าบัดนี้คนรักเริ่มจะเปลี่ยนไป  เปลี่ยนไปมากด้วย ค่ำคืนนี้เขาละเลยนาง   เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย   พอมาถึงในงานก็เอาแต่จับจ้องมองไปทางนังสาวใช้ตัวดีนั่นไม่วางตา   ทำเหมือนหึงหวงมันอย่างเห็นได้ชัด  ไหนบอกว่าไม่เคยสนใจมันอย่างไรเล่า  ไม่สนใจบ้าอะไรกัน   เอาแต่จับตามองมันอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้  เหมือนกลัวว่ามันกับบุรุษอื่นจะเกินเลยกันเข้า  

ส่วนคุณชายหลี่เหวินหยางนั้นก็ทำทีมาร่วมวงสนทนากับเหล่าขุนนางที่เขาเองก็สนิทสนมคุ้นเคยเพียงไม่นาน  ก็ค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา  แล้วก็เดินผลุบหายเข้าไปในเขตของสวนดอกไม้ด้านหน้าบริเวณเรือนหลักที่กำลังมีการจัดเลี้ยงอยู่ เขาเดินวนหาสตรีนางนั้นไปจนทั่ว   วันนี้นางสวมอาภรณ์สีเหลืองสลับทองที่เฉิดฉายมองเห็นกระจ่างสดใสดุจดังพระจันทร์วันเพ็ญรับกับใบหน้างดงามของนางและแน่นอนว่าย่อมจะหาได้พบไม่ยากนัก

และแล้วเขาก็มองเห็นว่าชายหญิงคู่นั้นที่เขากำลังมองหาอยู่   กำลังยืนสนทนากันอยู่ในศาลากลางสวนตามลำพัง  เหมือนกำลังยืนชมพระจันทร์ที่วันนี้ขึ้นกระจ่างเต็มดวงบนฟากฟ้าที่มองดูงดงามไม่น้อย   แต่อารมณ์ของขุนนางหนุ่มในตอนนี้ไม่ค่อยจะแช่มชื่นพอที่จะเฝ้ามองดวงจันทร์บนฟากฟ้าอย่างสองคนนั้นได้หรอก 

เขาเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในศาลาทันที   ชายหญิงทั้งคู่หันขวับมามองเขาอย่างตกใจ  เมื่อได้ยินเสียงร้องทักทายของเขา ดวงตาคู่กลมกระจ่างของสตรีในอาภรณ์ชุดสีเหลืองทองก็เบิกกว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจที่เห็นเขา  ส่วนบุรุษที่ยืนเคียงข้างนางนั้นยกยิ้มให้เขา  แล้วก็ร้องทักทายขึ้น 

“ อ้าว ท่านหลี่  ไม่พบกันเสียนาน  มาตั้งแต่ยามใด  ข้ายังไม่พบท่านในงานเลย ”   ขุนนางหนุ่มยกยิ้มให้กับรองแม่ทัพจ้าวเทียนซานที่พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างแล้วก็หันไปพูดกับสตรีข้างกายเขาด้วยเสียงเรียบ 

“ ไป๋ฮวา  เจ้ามาร่วมงานเลี้ยงนานแล้วมิใช่หรือ  ควรจะกลับได้แล้ว  ท่านย่าไม่ค่อยชอบให้เจ้าไปงานกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้  ท่านย่าจะเป็นห่วงเจ้าจนไม่เข้านอนน่ะ  ”  

ขุนนางหนุ่มหันไปพูดกับสตรีที่ยืนข้างกายเขาทันที   เพราะคิดว่านางสมควรจะกลับได้แล้ว  มิใช่มาแอบหลบสนทนากับบุรุษสองต่อสองเช่นนี้   แถมยังเป็นเวลากลางค่ำกลางคืนในสวนมืดสลัวเช่นนี้ยิ่งดูไม่เหมาะสมเข้าไปใหญ่

ขณะที่ยังไม่ทันที่สองหนุ่มสาวที่ยืนคุยกันอยู่ในศาลาอยู่ก่อนจะตอบโต้ว่ากระไร  ก็มีบุรุษหนุ่มสองคนกับสหายของไป๋ฮวาคือคุณหนูจางหมานหมาน  เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาภายในศาลาพอดี

“ อ้าว !! ท่านขุนนางหลี่  ท่านก็ร่วมวงสนทนาด้วยกันอยู่หรือ  แต่เมื่อครู่ข้าเห็นคุณหนูรองซ่งม่านอี้  กำลังมองหาท่านอยู่นะ  ”  

บุรุษที่เข้ามาใหม่รู้จักกับหลี่เหวินหยาง   เพราะเป็นขุนนางสังกัดกรมการคลังเช่นกันทักทายเขาอย่างแปลกใจที่เห็นเขามาร่วมวงสนทนากับสองหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ในศาลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 8 กลับจวนได้แล้ว

    สตรีนางนั้นวันนี้แต่งกายเสียงดงาม ลอกคราบจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นนางหงส์ผู้งดงามและหรูหรา จนแม้แต่สตรีเช่นนางยังอดที่จะมองอย่างตะลึงไม่ได้ แล้วบุรุษเล่าจะไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ มิน่าถึงได้มีชายมากหน้าเข้าไปรุมล้อมสนทนากับนาง ดังเช่นดาวล้อมเดือนก็มิปาน แล้วนี่พี่เหวินหยางเป็นอะไร จู่ ๆ ก็วางจอกสุราเสีียงดัง หรือว่าเขาจะเกิดไม่พอใจขึ้นมาไหนเขาบอกว่ารังเกียจไป๋ฮวายิ่งกว่าอะไร ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด แต่ต้องจำใจทำก็เพราะท่านย่าบังคับไม่ใช่หรือแล้วนี่อะไรกัน พอมาถึงยังไม่ทันได้กินอะไรกี่มากน้อย ก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอยู่ได้ เหมือนสนใจนางเสียมากมาย เมื่ออดรนทนต่อไปไม่ไหว ม่านอี้จึงได้เอ่ยขึ้น“ ท่านพี่หึงนางหรือเจ้าคะ อย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน แม้จะเป็นเพียงในนาม แต่เอ….บุรุษมากมายที่กำลังรุมล้อมนางคงไม่ทราบกระมังเจ้าคะ ว่านางนั้นแต่งงานเสียแล้ว หรือท่านพี่จะไปป่าวประกาศความเป็นสามีให้ผู้อื่นได้รับทราบกันให้ทั่วเล่าเจ้าค่ะ จะได้ไม่มีบุรุษใดกล้ามารุมล้อมนางเช่นนี้อีก " ม่านอี้กล่าวประชดประชันคนรักที่นางเริ่มจะเห็นว่าเขานั้นเอ

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 7 ไม่ได้หึงหวงแค่ตามจับผิด

    “ท่านพี่เทียนซานเจ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่รอง ยังอยู่หรือไม่!!”น้องสาวของเขาต้องตะโกนเข้ามาในหูของเขาจนเขาได้สติ น้องสาวของเขาที่ก้าวลงจากรถม้าตามหลังมาเรียกเขาอยู่หลายครั้งแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ยิน“เจ้าจะตะโกนเข้ามาในหูของข้าทำไมกันเล่า เรียกเบา ๆ ข้าก็ได้ยิน”เขาหันไปเอ็ดน้องสาวของเขา แล้วหันมาเหลือบมองสาวเจ้าด้วยใบหน้าเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด“ได้ยินที่ไหนกันเล่า ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวอยู่ได้ เป็นอย่างไรเล่าตะลึงมองสหายของข้า ตาเยิ้มเสียขนาดนี้ ยอมรับมาเสียดี ๆ ว่าตกหลุมรักนางเข้าให้แล้ว”น้องสาวของเขาหยอกเย้าแล้วหัวเราะเสียงดังที่เห็นพี่ชายตะลึงมองสหายของนาง รองแม่ทัพจ้าวเทียนซานยิ้มให้ทั้งสองอย่างเก้อเขิน เขาเสยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วจึงได้ชักชวนทั้งสองขึ้นรถม้าเพื่อไปงานกันได้แล้วไป๋ฮวาก้าวขึ้นรถม้า ตามหลังคุณหนูจ้าวโดยมีรองแม่ทัพหนุ่มช่วยพยุงนางขึ้นรถม้าอย่างทะนุถนอม นางยิ้มเอียงอายให้เขาและเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ส่วนรองแม่ทัพหนุ่มนั้นยิ้มหน้าบานที่ได้ขึ้นรถม้ากับสาวที่เขาพึงใจเมื่อขึ้นไปในรถม้า ต่างก็สนทนากันอย่างถูกคอ รองแม่ทัพจ้าวจ้องมอง

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 6 ความเกลียดที่ทำให้เจ็บช้ำ

    ยามซื่อในสองวันต่อมา (เก้าโมง) หลี่เหวินหยางขุนนางหนุ่ม เขาออกมายืนอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่เพื่อรอให้บ่าวจัดการรถม้าให้แล้วเสร็จ เพราะเขากำลังจะออกไปราชการที่กรมการคลังเพราะวันนี้มีประชุมขุนนางที่นั่น แต่ก็เห็นร่างของไป๋ฮวาที่กำลังเดินออกมาจากเรือนของนางเสียก่อน เขาเฝ้ามองนางว่าจะเดินไปที่ใด ก็เห็นนางเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่าของเขาจึงได้เดินตามเข้าไปในเรือนของท่านย่าบ้าง เพื่อจะดูว่านางจะไปหาท่านย่าของเขาด้วยเรื่องอันใด เมื่อเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่า ก็เห็นว่าเจ้าของเรือนกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องโถงกลางในเรือนนั้น โดยมีสตรีนางนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้าง ๆเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วทำความเคารพท่านย่าแล้ว ก็เอ่ยถามสตรีนางนั้นโดยที่ไม่ได้มองหน้าว่า“เจ้ามารบกวนท่านย่าของข้าเรื่องอันใดอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าจะมาออดอ้อนขอเครื่องประดับหรือเงินทองจากท่านย่าของข้าอีกแล้ว ที่เจ้าได้ไปจากท่านย่ามันก็มากมายแล้วสำหรับกาฝากอย่างเจ้า "ขุนนางหนุ่มเปิดฉากทันที เพราะเขาคิดว่าสตรีนางนั้นคงไม่วายมาออดอ้อนขอข้าวของจากท่านย่าของเขาอีกฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปรามหลานชายขึ้นทันที” น้องไม่ได้มาขอเงินหรือเครื่องประดับจาก

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 5 ยกน้ำชาก็ยกไปสิ

    รุ่งเช้าวันต่อมา ไป๋ฮวาตื่นขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงไก่ขัน เพราะนางเองก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาแทบจะทั้งคืน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วก็จัดหมอนหนุนที่นางหนุนนอนแล้วพับผ้าผืนบาง ๆ ที่นางใช้ห่มคลุมกายมาทั้งคืนเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อย ๆ ย่องไปที่หลังฉากกั้น พลางหันไปมองร่างสูงสง่าที่บัดนี้นอนหลับไหลยังไม่ได้สติ คงเพราะเมื่อคืนเขาเมามากด้วย นางได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา แต่แล้วก็พลันนึกได้ว่าไม่ควรหยุดจ้องมองเขาเช่นนี้ หากเขาตื่นมาพบเข้าจะต้องพูดจาร้ายกาจใส่นางเป็นแน่ไป๋ฮวารีบเข้าไปรวบรวมอาภรณ์ของนางที่อยู่ภายในตู้และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ท่านย่าสั่งให้คนมาจัดเอาไว้ เพื่อจะได้ให้สาวใช้มาช่วยยกออกไปจากเรือนของเจ้าบ่าวที่ไม่ต้องการเจ้าสาวเช่นนางให้อยู่ร่วมเรือนกับเขานางค่อย ๆ ทำอย่างเงียบที่สุด แล้วก็หอบอาภรณ์และข้าวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ก่อนในเช้าวันนี้ออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบที่สุด แล้วก็เดินไปที่เรือนหลังข้าง ๆ ที่คุณชายน้อยออกคำสั่งให้นางไปพักที่เรือนนั้น ที่จริงแล้วไป๋ฮวาเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ร่วมเรือนกับเขา เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบนาง มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอยู่ร่วมกันหลังมื

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 4 อยู่ร่วมหอห้องแต่ดุจไกลกันนับพันลี้

    “ข้ามีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของข้าก็งดงามไม่ได้เป็นรองสตรีใด และข้าก็พอใจที่ได้นางเป็นคนรัก แม้ท่านย่าจะไม่ยินยอมแต่ข้ารักนาง และจะไปใช้ชีวิตนอกจวนกับนาง ส่วนสตรีนางนี้จะนอนกอดหนังสือสมรสก็ให้นางนอนกอดไป เพราะข้าไม่มีทางจะร่วมชีวิตกับนางอย่างแน่นอน”เจ้าบ่าวหมาด ๆ เอ่ยขึ้นถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว เพราะเขาจะไปซื้อเรือนขนาดปานกลางอีกหลัง แล้วให้ม่านอี้ไปอยู่ หากนางยินยอมเขาจะแต่งงานกับนางอีกครั้งโดยไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และเขาจะเลี้ยงดูนางที่นั่น ใช้ชีวิตผัวเมียกับนางที่นั่น โดยที่จวนสกุลหลี่นี้ก็ทิ้งสตรีที่อยากจะเป็นฮูหยินของเขาจนตัวสั่นเอาไว้ที่นี่ ให้นอนแห้งเหี่ยวคาเรือนไปเลย แต่เรื่องนี้ย่อมจะให้ท่านย่ารู้ไม่ได้อย่างแน่นอนเขาพูดถึงแผนที่เขาวางเอาไว้ ทำเอาสหายของเขาพากันอ้าปากค้าง และอึ้งงันกับสิ่งที่สหายวางแผนเอาไว้ อย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เจ้าสาวของเขางดงามปานนี้แต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงปักใจรักมั่นในซ่งม่านอี้ หากคิดกันอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีอคติแล้ว เหล่าสหายของเขาต่างก็คิดว่าม่านอี้นั้นงามก็จริง แต่เจ้าสาวในวันนี้งดงามกว่าหลายเท่านัก แต่เหตุใดคุณชายของจวนกลับมองไม่เห็นของใกล้มื

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 3 เจ้าบ่าวหน้าบูด

    หลังจากวันนั้นที่นางได้ยินถ้อยคำโต้เถียงกันของนายทั้งสองภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็กำลังจะหันหลังกลับเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มีการโต้เถียงกันโดยมีชื่อของนางอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย แต่แล้วเพียงนางเดินออกจากเรือนมาได้เพียงเล็กน้อย คุณชายน้อยของจวนก็เดินตามหลังนางมาทัน“น่าชื่นชมนะ สิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสำเร็จจนได้ ในที่สุดเจ้าก็ได้ไต่เต้าจากสาวใช้ต่ำต้อยภายในจวนนี้ จนได้มาแต่งงานเป็นฮูหยินของข้าจนได้ เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบมีใจให้ข้า เวลาเจ้าแอบจ้องมองข้าด้วยสายตาหยาดเยิ้มนั้น ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงใด แม้ท่านย่าจะหลงคิดว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่แสนดีและใสซื่อไม่ทันคน แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันแพศยาและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เจ้าคิดว่าหากได้แต่งงานกับข้าแล้ว ข้าจะหันมาสนใจสตรีเช่นเจ้าหรือ ขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ชาตินี้ข้าไม่มีทางรักใคร่สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้าได้ลงหรอก”คุณชายน้อยของจวนหยุดพ่นวาจาร้ายกาจใส่คนต้นเรื่องที่ทำให้เขาต้องจำแต่งงานกับสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนาง จนสาแก่ใจแล้ว จึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าหรือว่านางอยากจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status