หน้าหลัก / รักโบราณ / ฮูหยินแก้ขัด / บทที่ 4 อยู่ร่วมหอห้องแต่ดุจไกลกันนับพันลี้

แชร์

บทที่ 4 อยู่ร่วมหอห้องแต่ดุจไกลกันนับพันลี้

ผู้เขียน: Lovedee
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-24 14:59:22

“ข้ามีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของข้าก็งดงามไม่ได้เป็นรองสตรีใด และข้าก็พอใจที่ได้นางเป็นคนรัก แม้ท่านย่าจะไม่ยินยอมแต่ข้ารักนาง และจะไปใช้ชีวิตนอกจวนกับนาง ส่วนสตรีนางนี้จะนอนกอดหนังสือสมรสก็ให้นางนอนกอดไป เพราะข้าไม่มีทางจะร่วมชีวิตกับนางอย่างแน่นอน”

เจ้าบ่าวหมาด ๆ เอ่ยขึ้นถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว เพราะเขาจะไปซื้อเรือนขนาดปานกลางอีกหลัง แล้วให้ม่านอี้ไปอยู่ หากนางยินยอมเขาจะแต่งงานกับนางอีกครั้งโดยไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และเขาจะเลี้ยงดูนางที่นั่น ใช้ชีวิตผัวเมียกับนางที่นั่น โดยที่จวนสกุลหลี่นี้ก็ทิ้งสตรีที่อยากจะเป็นฮูหยินของเขาจนตัวสั่นเอาไว้ที่นี่ ให้นอนแห้งเหี่ยวคาเรือนไปเลย แต่เรื่องนี้ย่อมจะให้ท่านย่ารู้ไม่ได้อย่างแน่นอน

เขาพูดถึงแผนที่เขาวางเอาไว้ ทำเอาสหายของเขาพากันอ้าปากค้าง และอึ้งงันกับสิ่งที่สหายวางแผนเอาไว้ อย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เจ้าสาวของเขางดงามปานนี้แต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงปักใจรักมั่นในซ่งม่านอี้ หากคิดกันอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีอคติแล้ว เหล่าสหายของเขาต่างก็คิดว่าม่านอี้นั้นงามก็จริง แต่เจ้าสาวในวันนี้งดงามกว่าหลายเท่านัก แต่เหตุใดคุณชายของจวนกลับมองไม่เห็นของใกล้มือที่งดงามปานกระเบื้องเคลือบเช่นนี้ได้หนอ

และแน่นอนว่าเจ้าบ่าวดื่มเหล้าอย่างหนักเพราะเสียใจที่ต้องมาแต่งงานกับสตรีที่เขาไม่ได้รัก แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง เมื่อถูกสหายพามาส่งจนถึงหน้าประตูเรือนของตนเอง เขาก็เปิดประตูและก้าวเข้าไปในเรือนของเขา และเมื่อถึงหน้าประตูห้องหอเขาก็ผลักประตูออกอย่างแรง จนมันกระแทกกับบานประตูจนเกิดเสียงดัง ทำให้เจ้าสาวที่บัดนี้เปลี่ยนอาภรณ์ออกแล้ว เพราะนางเองก็รู้ดีว่าเจ้าบ่าวอาจจะไม่มาเข้าหอด้วยซ้ำ นางจึงไม่รอให้เขามาช่วยถอดมงกุฏหงส์และเครื่องประดับทั้งหลายของเจ้าสาว

นางให้สาวใช้ของนางคือชุ่ยหลิงที่ท่านย่ามอบให้กับนางก่อนวันแต่งงานไม่กี่วัน เพื่อจะให้นางมีสาวใช้ประจำตัวไว้คอยรับใช้ตามฐานะของฮูหยินน้อยจวนสกุลหลี่ 

แม้ชุ่ยหลิงจะคัดค้านเรื่องการเปลี่ยนอาภรณ์แต่ไป๋ฮวาก็ยืนยันให้นางช่วยเปลี่ยนให้จนเสร็จสิ้นแล้วจึงได้ให้ชุ่ยหลิงไปนอนที่เรือนของนาง เพราะเจ้าสาวหมาด ๆ เองก็จะเข้านอนเช่นกัน หลังจากที่นางกินผลไม้และขนมหวานรองท้องไปหนึ่งชิ้น เพราะว่าไม่อยากจะปล่อยให้ท้องว่างจนนอนไม่หลับ เพราะนางเองก็มีเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่มากแล้ว

แต่นางก็พลันตกใจตื่นขึ้นมาหลังจากเพิ่งจะข่มตานอนลงไปได้เพียงไม่นาน เพราะว่าประตูห้องนอนกระแทกอย่างแรง ทำให้นางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นมานั่งจ้องมองเจ้าบ่าวที่บัดนี้เดินเซซังเข้ามาในห้องนอนและมุ่งตรงมาที่เตียงนอนที่นางกำลังนอนอยู่

“ลุกขึ้น แล้วไปนอนที่ตั่งโน่น เตียงนี้เป็นของข้า แล้วพรุ่งนี้เจ้าก็เก็บข้าวของ ๆ เจ้า แล้วย้ายไปอยู่ที่เรือนข้าง ๆ นี้ก็แล้วกัน เจ้าไม่ใช่ภรรยาของข้า อย่าคิดว่าแต่งงานกันแล้วข้าจะยอมรับเจ้าเป็นภรรยานะ ข้าทำเพื่อท่านย่าเท่านั้น”

ไป๋ฮวาได้ยินเสียงทุ้มที่ติดจะอ้อแอ้เล็กน้อยนั่นออกคำสั่งนางฉอด ๆ นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าหล่อคมคายของเขาที่บัดนี้แดงก่ำ เขาคงจะดื่มไปไม่น้อย ดวงตาคมกริบนั้นหรี่จวนจะปิด

“มองทำไมรีบไปสิ”   เขาไม่วายตะวาดนางเสียงดังพลางปรือตาจ้องมองอย่างไม่พอใจ

ไป๋ฮวาจึงได้รีบลุกขึ้นจากเตียงนอนของเขา แล้วดึงหมอนใบหนึ่งขึ้นมากอดไว้ แล้วเดินไปที่ตั่งไม้ที่เขาชี้มือบอกนางอย่างไม่โต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น นางไม่แปลกใจที่เขาทำเช่นนี้ เพราะเขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่ไม่ปิดบังเลยสักนิดว่าเกลียดชังนางมากเพียงใด

ไป๋ฮวาวางหมอนหนุนใบนั้นลงบนตั่งไม้ริมหน้าต่าง แล้วก็หันไปมองร่างหนาที่บัดนี้ลงนอนเอนกายบนเตียงวิวาห์นั่นแล้ว นางถอนใจน้อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เอนกายลงนอนบนหมอนหนุนแล้วยกมือก่ายหน้าผากจ้องมองเพดานนิ่งอยู่

เพียงไม่นานหยดน้ำใส ๆ ก็ไหลรินลงมาที่หางตาและค่อย ๆ ไหลลงไปที่ข้างแก้มนวลจนกระทั่งไหลซึมลงสู่หมอนที่นางหนุนนอน โดยไป๋ฮวาปล่อยให้ตนเองร่ำไห้เงียบ ๆ และพยายามอย่างเหลือเกินที่จะกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ เพราะเกรงว่าคนร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงวิวาห์นั่นจะได้ยินเข้า แล้วเขาจะพาลหมั่นไส้นางยิ่งขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่นี้อีก

ส่วนเจ้าบ่าวหมาด ๆ ที่บัดนี้นอนทอดกายอย่างตามสบายบนเตียงนอน   อันเคยเป็นเตียงของตนเองที่บัดนี้ปูด้วยผ้าสีแดงสดรวมถึงปลอกหมอนหนุนและผ้าม่านที่คลุมเตียงเอาไว้ก็ล้วนเปลี่ยนเป็นสีแดง จะว่าไปทั้งห้องแห่งนี้ก็ล้วนตกแต่งด้วยสีแดงที่เป็นเครื่องหมายของค่ำคืนในวันวิวาห์ทั่วไป

ร่างสูงสง่าของท่านขุนนางกรมการคลังบัดนี้นอนทอดร่างตามสบาย ขาของเขากางออกกว้างเต็มพื้นที่ของเตียงอย่างเต็มที่ เรื่องอันใดที่จะให้สตรีที่เขาไม่ชอบขี้หน้า ขึ้นมานอนสบายอยู่บนเตียงของเขา ช่างกล้านักนะ ที่ขึ้นมานอนรอเขาอยู่บนเตียง คิดหรือว่าเขาจะพิศวาสนางได้ลง ขุนนางหนุ่มหันหน้าไปมองร่างแน่งน้อยที่บัดนี้นอนหันหลังให้กับเขาอย่างไม่ชอบใจ

ส่วนร่างบอบบางที่บัดนี้ไหล่ของนางไหวเป็นระยะ เพราะแรงสะอื้นไห้ที่เจ้าตัวพยายามอย่างเหลือเกินที่จะกลั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้ ขณะที่กำลังครุ่นคิดถึงสุภาษิตจีนบทหนึ่งอยู่

“หากมีวาสนาแม้ห่างไกลกันพันลี้ก็ยังได้พบหน้า หากแม้ไร้วาสนาแม้นอยู่ตรงหน้าก็มิอาจจะพานพบ”

สุภาษิตจีนบทนี้คงจะบ่งบอกถึงเรื่องราวระหว่างนางกับคุณชายหลี่เหวินหยางได้ดีที่สุด คนที่ไม่มีวาสนาต่อกัน แม้อยู่ร่วมห้องก็ประหนึ่งว่าห่างกันนับพันลี้ ความเฉยชาและห่างเหินที่เขามีต่อนางนั้นบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขารังเกียจนางมากเพียงใด

ส่วนคนบนเตียงนั้นก่อนจะหลับตาลง ใจของเขาก็ประหวัดไปถึงสตรีนางหนึ่งที่เมื่อคืนเขาแอบลอบออกไปพบนางและนางนั้นเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับเด็กในอุปการะของท่านย่า นางก็ร่ำไห้จนตัวโยนแล้วโผเข้าซบอกแกร่งของเขา ปกติแล้วเขาไม่เคยเห็นน้ำตาของม่านอี้มาก่อน ครั้งนี้นางคงจะทั้งตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก นางร้องไห้และโอบกอดเขาเอาไว้แน่น

“พี่เหวินหยาง เหตุใดท่านย่าใจร้ายนัก ให้ท่านพี่แต่งงานกับสตรีอื่น ทั้ง ๆ ที่ท่านกับข้ารักกัน เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ฮือ ๆๆๆ "

เหวินหยางเองก็โอบกอดนางเอาไว้แนบอก พร่ำปลอบโยนนางว่าเขารักเพียงนาง แต่ที่จำต้องแต่งงานกับเด็กที่ท่านย่าอุปการะมาตั้งแต่เล็กก็เพราะเป็นความต้องการของท่านย่า แต่เขาละไว้เสียว่าเพราะท่านย่ารังเกียจสกุลซ่ง ไม่ต้องการให้นางมาเป็นหลานสะใภ้ เพราะเขาเกรงว่าหากบอกไปเช่นนี้ม่านอี้ยิ่งจะเสียใจมากยิ่งไปกว่านี้

และเขากับนางก็พร่ำพรอดกันตลอดทั้งคืน เหวินหยางล่วงเกินม่านอี้แค่เพียงกอดจูบกันเฉกเช่นคนรักกัน แต่ไม่ได้ถึงกับเกินเลยจนนางตกเป็นของเขา เพราะเขาตั้งใจว่าจะให้นางเข้าพิธีแต่งงานเล็ก ๆ กับเขาก่อน แล้วจึงรับเลี้ยงดูนางที่เรือนที่เขาคิดจะซื้อใหม่ในภายหลัง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 8 กลับจวนได้แล้ว

    สตรีนางนั้นวันนี้แต่งกายเสียงดงาม ลอกคราบจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นนางหงส์ผู้งดงามและหรูหรา จนแม้แต่สตรีเช่นนางยังอดที่จะมองอย่างตะลึงไม่ได้ แล้วบุรุษเล่าจะไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ มิน่าถึงได้มีชายมากหน้าเข้าไปรุมล้อมสนทนากับนาง ดังเช่นดาวล้อมเดือนก็มิปาน แล้วนี่พี่เหวินหยางเป็นอะไร จู่ ๆ ก็วางจอกสุราเสีียงดัง หรือว่าเขาจะเกิดไม่พอใจขึ้นมาไหนเขาบอกว่ารังเกียจไป๋ฮวายิ่งกว่าอะไร ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด แต่ต้องจำใจทำก็เพราะท่านย่าบังคับไม่ใช่หรือแล้วนี่อะไรกัน พอมาถึงยังไม่ทันได้กินอะไรกี่มากน้อย ก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอยู่ได้ เหมือนสนใจนางเสียมากมาย เมื่ออดรนทนต่อไปไม่ไหว ม่านอี้จึงได้เอ่ยขึ้น“ ท่านพี่หึงนางหรือเจ้าคะ อย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน แม้จะเป็นเพียงในนาม แต่เอ….บุรุษมากมายที่กำลังรุมล้อมนางคงไม่ทราบกระมังเจ้าคะ ว่านางนั้นแต่งงานเสียแล้ว หรือท่านพี่จะไปป่าวประกาศความเป็นสามีให้ผู้อื่นได้รับทราบกันให้ทั่วเล่าเจ้าค่ะ จะได้ไม่มีบุรุษใดกล้ามารุมล้อมนางเช่นนี้อีก " ม่านอี้กล่าวประชดประชันคนรักที่นางเริ่มจะเห็นว่าเขานั้นเอ

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 7 ไม่ได้หึงหวงแค่ตามจับผิด

    “ท่านพี่เทียนซานเจ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่รอง ยังอยู่หรือไม่!!”น้องสาวของเขาต้องตะโกนเข้ามาในหูของเขาจนเขาได้สติ น้องสาวของเขาที่ก้าวลงจากรถม้าตามหลังมาเรียกเขาอยู่หลายครั้งแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ยิน“เจ้าจะตะโกนเข้ามาในหูของข้าทำไมกันเล่า เรียกเบา ๆ ข้าก็ได้ยิน”เขาหันไปเอ็ดน้องสาวของเขา แล้วหันมาเหลือบมองสาวเจ้าด้วยใบหน้าเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด“ได้ยินที่ไหนกันเล่า ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวอยู่ได้ เป็นอย่างไรเล่าตะลึงมองสหายของข้า ตาเยิ้มเสียขนาดนี้ ยอมรับมาเสียดี ๆ ว่าตกหลุมรักนางเข้าให้แล้ว”น้องสาวของเขาหยอกเย้าแล้วหัวเราะเสียงดังที่เห็นพี่ชายตะลึงมองสหายของนาง รองแม่ทัพจ้าวเทียนซานยิ้มให้ทั้งสองอย่างเก้อเขิน เขาเสยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วจึงได้ชักชวนทั้งสองขึ้นรถม้าเพื่อไปงานกันได้แล้วไป๋ฮวาก้าวขึ้นรถม้า ตามหลังคุณหนูจ้าวโดยมีรองแม่ทัพหนุ่มช่วยพยุงนางขึ้นรถม้าอย่างทะนุถนอม นางยิ้มเอียงอายให้เขาและเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ส่วนรองแม่ทัพหนุ่มนั้นยิ้มหน้าบานที่ได้ขึ้นรถม้ากับสาวที่เขาพึงใจเมื่อขึ้นไปในรถม้า ต่างก็สนทนากันอย่างถูกคอ รองแม่ทัพจ้าวจ้องมอง

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 6 ความเกลียดที่ทำให้เจ็บช้ำ

    ยามซื่อในสองวันต่อมา (เก้าโมง) หลี่เหวินหยางขุนนางหนุ่ม เขาออกมายืนอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่เพื่อรอให้บ่าวจัดการรถม้าให้แล้วเสร็จ เพราะเขากำลังจะออกไปราชการที่กรมการคลังเพราะวันนี้มีประชุมขุนนางที่นั่น แต่ก็เห็นร่างของไป๋ฮวาที่กำลังเดินออกมาจากเรือนของนางเสียก่อน เขาเฝ้ามองนางว่าจะเดินไปที่ใด ก็เห็นนางเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่าของเขาจึงได้เดินตามเข้าไปในเรือนของท่านย่าบ้าง เพื่อจะดูว่านางจะไปหาท่านย่าของเขาด้วยเรื่องอันใด เมื่อเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่า ก็เห็นว่าเจ้าของเรือนกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องโถงกลางในเรือนนั้น โดยมีสตรีนางนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้าง ๆเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วทำความเคารพท่านย่าแล้ว ก็เอ่ยถามสตรีนางนั้นโดยที่ไม่ได้มองหน้าว่า“เจ้ามารบกวนท่านย่าของข้าเรื่องอันใดอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าจะมาออดอ้อนขอเครื่องประดับหรือเงินทองจากท่านย่าของข้าอีกแล้ว ที่เจ้าได้ไปจากท่านย่ามันก็มากมายแล้วสำหรับกาฝากอย่างเจ้า "ขุนนางหนุ่มเปิดฉากทันที เพราะเขาคิดว่าสตรีนางนั้นคงไม่วายมาออดอ้อนขอข้าวของจากท่านย่าของเขาอีกฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปรามหลานชายขึ้นทันที” น้องไม่ได้มาขอเงินหรือเครื่องประดับจาก

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 5 ยกน้ำชาก็ยกไปสิ

    รุ่งเช้าวันต่อมา ไป๋ฮวาตื่นขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงไก่ขัน เพราะนางเองก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาแทบจะทั้งคืน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วก็จัดหมอนหนุนที่นางหนุนนอนแล้วพับผ้าผืนบาง ๆ ที่นางใช้ห่มคลุมกายมาทั้งคืนเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อย ๆ ย่องไปที่หลังฉากกั้น พลางหันไปมองร่างสูงสง่าที่บัดนี้นอนหลับไหลยังไม่ได้สติ คงเพราะเมื่อคืนเขาเมามากด้วย นางได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา แต่แล้วก็พลันนึกได้ว่าไม่ควรหยุดจ้องมองเขาเช่นนี้ หากเขาตื่นมาพบเข้าจะต้องพูดจาร้ายกาจใส่นางเป็นแน่ไป๋ฮวารีบเข้าไปรวบรวมอาภรณ์ของนางที่อยู่ภายในตู้และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ท่านย่าสั่งให้คนมาจัดเอาไว้ เพื่อจะได้ให้สาวใช้มาช่วยยกออกไปจากเรือนของเจ้าบ่าวที่ไม่ต้องการเจ้าสาวเช่นนางให้อยู่ร่วมเรือนกับเขานางค่อย ๆ ทำอย่างเงียบที่สุด แล้วก็หอบอาภรณ์และข้าวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ก่อนในเช้าวันนี้ออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบที่สุด แล้วก็เดินไปที่เรือนหลังข้าง ๆ ที่คุณชายน้อยออกคำสั่งให้นางไปพักที่เรือนนั้น ที่จริงแล้วไป๋ฮวาเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ร่วมเรือนกับเขา เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบนาง มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอยู่ร่วมกันหลังมื

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 4 อยู่ร่วมหอห้องแต่ดุจไกลกันนับพันลี้

    “ข้ามีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของข้าก็งดงามไม่ได้เป็นรองสตรีใด และข้าก็พอใจที่ได้นางเป็นคนรัก แม้ท่านย่าจะไม่ยินยอมแต่ข้ารักนาง และจะไปใช้ชีวิตนอกจวนกับนาง ส่วนสตรีนางนี้จะนอนกอดหนังสือสมรสก็ให้นางนอนกอดไป เพราะข้าไม่มีทางจะร่วมชีวิตกับนางอย่างแน่นอน”เจ้าบ่าวหมาด ๆ เอ่ยขึ้นถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว เพราะเขาจะไปซื้อเรือนขนาดปานกลางอีกหลัง แล้วให้ม่านอี้ไปอยู่ หากนางยินยอมเขาจะแต่งงานกับนางอีกครั้งโดยไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และเขาจะเลี้ยงดูนางที่นั่น ใช้ชีวิตผัวเมียกับนางที่นั่น โดยที่จวนสกุลหลี่นี้ก็ทิ้งสตรีที่อยากจะเป็นฮูหยินของเขาจนตัวสั่นเอาไว้ที่นี่ ให้นอนแห้งเหี่ยวคาเรือนไปเลย แต่เรื่องนี้ย่อมจะให้ท่านย่ารู้ไม่ได้อย่างแน่นอนเขาพูดถึงแผนที่เขาวางเอาไว้ ทำเอาสหายของเขาพากันอ้าปากค้าง และอึ้งงันกับสิ่งที่สหายวางแผนเอาไว้ อย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เจ้าสาวของเขางดงามปานนี้แต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงปักใจรักมั่นในซ่งม่านอี้ หากคิดกันอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีอคติแล้ว เหล่าสหายของเขาต่างก็คิดว่าม่านอี้นั้นงามก็จริง แต่เจ้าสาวในวันนี้งดงามกว่าหลายเท่านัก แต่เหตุใดคุณชายของจวนกลับมองไม่เห็นของใกล้มื

  • ฮูหยินแก้ขัด   บทที่ 3 เจ้าบ่าวหน้าบูด

    หลังจากวันนั้นที่นางได้ยินถ้อยคำโต้เถียงกันของนายทั้งสองภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็กำลังจะหันหลังกลับเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มีการโต้เถียงกันโดยมีชื่อของนางอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย แต่แล้วเพียงนางเดินออกจากเรือนมาได้เพียงเล็กน้อย คุณชายน้อยของจวนก็เดินตามหลังนางมาทัน“น่าชื่นชมนะ สิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสำเร็จจนได้ ในที่สุดเจ้าก็ได้ไต่เต้าจากสาวใช้ต่ำต้อยภายในจวนนี้ จนได้มาแต่งงานเป็นฮูหยินของข้าจนได้ เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบมีใจให้ข้า เวลาเจ้าแอบจ้องมองข้าด้วยสายตาหยาดเยิ้มนั้น ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงใด แม้ท่านย่าจะหลงคิดว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่แสนดีและใสซื่อไม่ทันคน แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันแพศยาและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เจ้าคิดว่าหากได้แต่งงานกับข้าแล้ว ข้าจะหันมาสนใจสตรีเช่นเจ้าหรือ ขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ชาตินี้ข้าไม่มีทางรักใคร่สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้าได้ลงหรอก”คุณชายน้อยของจวนหยุดพ่นวาจาร้ายกาจใส่คนต้นเรื่องที่ทำให้เขาต้องจำแต่งงานกับสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนาง จนสาแก่ใจแล้ว จึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าหรือว่านางอยากจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status