LOGINหลังจากวันนั้นที่นางได้ยินถ้อยคำโต้เถียงกันของนายทั้งสองภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็กำลังจะหันหลังกลับเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มีการโต้เถียงกันโดยมีชื่อของนางอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย แต่แล้วเพียงนางเดินออกจากเรือนมาได้เพียงเล็กน้อย คุณชายน้อยของจวนก็เดินตามหลังนางมาทัน
“น่าชื่นชมนะ สิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสำเร็จจนได้ ในที่สุดเจ้าก็ได้ไต่เต้าจากสาวใช้ต่ำต้อยภายในจวนนี้ จนได้มาแต่งงานเป็นฮูหยินของข้าจนได้ เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบมีใจให้ข้า เวลาเจ้าแอบจ้องมองข้าด้วยสายตาหยาดเยิ้มนั้น ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงใด แม้ท่านย่าจะหลงคิดว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่แสนดีและใสซื่อไม่ทันคน แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันแพศยาและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เจ้าคิดว่าหากได้แต่งงานกับข้าแล้ว ข้าจะหันมาสนใจสตรีเช่นเจ้าหรือ ขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ชาตินี้ข้าไม่มีทางรักใคร่สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้าได้ลงหรอก”
คุณชายน้อยของจวนหยุดพ่นวาจาร้ายกาจใส่คนต้นเรื่องที่ทำให้เขาต้องจำแต่งงานกับสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนาง จนสาแก่ใจแล้ว จึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าหรือว่านางอยากจะแต่งงานกับเขาจนต้องดิ้นรนทำเรื่องมากมาย เพื่อให้ท่านย่าเอ็นดู ใช่ นางยอมรับว่านางมันโง่เง่าที่เคยแอบหลงรักเขา แต่นางก็ไม่เคยคิดว่าจะได้เขามาครอบครองหรือแม้แต่จะต้องแต่งงานกับเขาเช่นนี้ นางเองก็ล้วนไม่เคยคิดฝันมาก่อนเช่นกัน
ไป๋ฮวาเป็นหญิงสาวเรียบง่าย ใบหน้าอ่อนหวานงดงามดังพระจันทร์วันเพ็ญที่ใสกระจ่าง ดวงตากลมโตใสซื่อ นางเติบโตมาในบ้านหลี่ด้วยความกตัญญูและขยันขันแข็ง แม้จะรู้ข่าวการแต่งงานครั้งนี้อย่างกะทันหัน นางก็ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าที่มีพระคุณกับนาง แม้จะรู้ว่านางจะต้องยิ่งได้รับความเกลียดชังจากชายผู้นั้นมากยิ่งขึ้นไปอีก นางนั้นพยายามหลีกเลี่ยงโดยให้เหตุผลกับฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว
" ข้า...ข้าไม่คู่ควรกับคุณชาย ฮูหยินผู้เฒ่าควรหาสตรีอื่นที่คู่ควรกับคุณชายมากกว่าข้าจะดีกว่าเจ้าค่ะ "
ไป๋ฮวากล่าวเสียงสั่น นางไม่อยากจะพาตนเองเข้าไปเจ็บปวดกับเรื่องนี้ หัวใจของนางยังไม่เข้มแข็งพอ ยังมีคุณชายน้อยเจ้าของจวนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ นางจึงยิ่งไม่อยากพาตัวเข้าไปใกล้ชิดเขาให้ตัวเองต้องเจ็บเสียเปล่า ๆ แต่คำพูดต่อมาของท่านย่าทำให้นางพูดอะไรไม่ออก
" แต่เจ้าคือคนที่ข้าไว้ใจที่สุด ช่วยข้าสักครั้ง " ท่านย่าพยายามเกลี้ยกล่อมต่อไป
" ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลเหวินหยางได้ และเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอย่างแน่นอน "
เมื่อท่านย่าพูดถึงขนาดนี้ ไป๋ฮวาที่ไม่เคยขัดคำสั่งท่านย่าได้เลยนั้นหรือจะกล้าปฏิเสธ นางจำต้องก้มหน้ารับคำแม้ในใจจะไม่อยากทำเช่นนี้เลย นางรู้ว่าสิ่งที่นางกำลังทำจะทำให้คุณชายน้อยยิ่งโกรธและเกลียดนางมากยิ่งขึ้น จากที่เดิมเขาก็เกลียดนางอยู่แล้ว
การแต่งงานนั้นเกิดขึ้นมาอีกไม่กี่วันต่อมา เพราะฤกษ์นั้นท่านย่าได้หามาไว้ก่อนแล้ว เพราะแน่ใจว่าจะต้องจัดการได้สำเร็จตามประสงค์ของตนเองอย่างแน่นอน ทุกอย่างถูกตระเตรียมเอาไว้ก่อนที่จะไปเจรจากับทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแล้ว ทำให้การจัดงานนั้นพรักพร้อมทันฤกษ์ที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดที่หาได้ทันที เพราะท่านย่าเกรงว่าปล่อยช้านานไป หลานชายอาจจะแหกคอกได้ เพราะเขายังหนุ่มแน่น ยังรักแรงและหนุหันพลันแล่นนัก และอาจจะไปเกิดล่วงเกินสตรีสกุลซ่งเข้าจนจำต้องรับนางเข้าจวน และนั่นเป็นสิ่งที่ท่านย่ายอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
และบัดนี้เจ้าบ่าวที่หน้าตาบูดบึ้งก็กำลังยืนอยู่เคียงข้างเจ้าสาวที่แสนงดงาม จนแขกเหรื่อจำนวนไม่มากนักพากันตะลึงจ้องมอง และพากันกันไปซุบซิบว่านางเป็นสตรีจากสกุลใดไม่เคยพบหน้าเลย แน่นอนว่าท่านย่าไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักถึงเจ้าสาวจำเป็นนางนี้ เพราะหลานชายยื่นคำขาดว่าเขาจะยอมแต่งกับไป๋ฮวา แต่ว่าเขาจะไม่ประกาศกับผู้อื่นให้เอิกเกริกว่านางคือภรรยา แถมยังเป็นอดีตสาวใช้ภายในจวนนี้อีกด้วย
เขายอมแต่งงานและยอมมีหนังสือสมรสกับนางอย่างถูกต้องก็เพราะท่านย่าบังคับ แต่เขาจะไม่ยอมใช้ชีวิตคู่กับนางดังเช่นคู่สามีภรรยาทั่วไปอย่างเด็ดขาด นางอยากจะเป็นฮูหยินเพียงในนามก็ให้นางเป็นไป แต่อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเขา เพราะเขาไม่ชอบ และท่านย่าก็จำต้องรับปากหลานชาย
เพราะอย่างน้อยที่สุด เมื่อไป๋ฮวากลายเป็นฮูหยินน้อยสกุลหลี่อย่างถูกต้องแล้ว แน่นอนว่าสตรีสกุลซ่งนั่นก็หมดหวังที่จะเข้ามาเป็นฮูหยินเอกที่มีหนังสือสมรสอย่างถูกต้อง ส่วนนางจะยอมเป็นเมียน้อยหรือเมียเก็บ ก็เรื่องของนาง แต่ท่านย่าจะไม่มีวันรับรองสถานะของนางอย่างเด็ดขาด และไม่มีทางนับนางเป็นคนสกุลหลี่ นางจะลดตัวลงมาเป็นเมียน้อยเมียเก็บที่ซุกซ่อนเอาไว้ก็เรื่องของนาง แต่อย่าหวังที่จะได้เข้ามาอยู่ในจวนสกุลหลี่เป็นอันขาด
เจ้าบ่าวที่มายืนเข้าพิธีแต่งงานในวันนี้ นอกจากหน้าตาไม่รับแขกแล้ว เขาก็ยังไม่แม้แต่จะเหลือบแลไปที่เจ้าสาวคนงามที่สวมชุดแต่งงานสีแดงสดใสเลยแม้แต่น้อย แม้นางจะงดงามปานภาพวาด ทำเอาสหายของเขาบางคนกระแอมกระไอไปตาม ๆ กัน
เพราะต่างก็ได้ยินกิติศัพท์ของนางมาจากเจ้าบ่าวสหายของพวกเขาว่านางแพศยานัก และชอบแอบจ้องมองเขาด้วยดวงตาหยาดเยิ้มน่าเกลียดยิ่งกว่าอะไร และที่นางได้มีโอกาสเข้าพิธีแต่งงานกับเขาก็เพราะนางประจบเอาใจท่านย่าจนท่านย่าหลงรักนาง และมาบีบบังคับเขาที่เป็นหลานชายให้จำต้องยอมเข้าพิธีแต่งงานกับนางด้วยความจำใจเพียงใด
และเมื่อสหายของเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดเจ้าบ่าว เมื่อยามที่เสร็จสิ้นพิธีแต่งงานอย่างจำใจของเจ้าบ่าวที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดจนแขกเหรื่อต่างก็พากันหันไปจ้องมองเจ้าสาวคนงามด้วยความเห็นใจและประหลาดใจไปตาม ๆ กัน เพราะดูเจ้าบ่าวไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเจ้าสาวนางนี้เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่นางเป็นเจ้าสาวที่งดงามเหลือเกิน
เขาไม่หันไปเหลือบแลมอง ไม่ช่วยประคับประคองนาง แต่กลับยืนเสียห่างกันจนแม่สื่อต้องคอยกำชับเป็นระยะ และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน แม่สื่อก็จับจูงเจ้าสาวคนงามไปส่งยังห้องหอตามประเพณี แล้วเจ้าบ่าวก็ออกไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่ด้านหน้าเรือนกับเหล่าสหายของเขา ที่พากันกระเซ้าเย้าแหย่เขาในทันทีที่ได้พบหน้ากัน
“เหวินหยาง เจ้าไม่อยากจะแต่งงานกับเจ้าสาวนางนี้จริง ๆ หรือ ข้าว่านางงดงามปานเทพเซียนจุติลงมาเลยนะ ข้าเองเห็นครั้งแรกยังตกตะลึงไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางคือสาวใช้ในบ้านของเจ้า จริงหรือ ที่ว่านางคือสาวใช้ ข้าเองยิ่งจ้องมองนางยิ่งเห็นว่านางนั้นงามยิ่งกว่าคุณหนูตระกูลใหญ่บางตระกูลอีกนะ หรือเจ้าเห็นว่าอย่างไร”
เขาหันไปขอความเห็นจากสหายอีกคนที่รีบพยักหน้าสนับสนุนอย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องคิด
“ใช่ ข้าเองยังอยากจะอาสาเข้าพิธีแต่งงานแทนเจ้า แล้วรับนางไปอยู่ที่จวนของข้าแทนเจ้าเลย แต่เจ้ากลับทำหน้าบูดบึ้งไม่สนใจแลมองนางเลย เหมือนถูกบังคับให้ดื่มยาขมก็มิปาน”
สหายของเขาอีกคนเอ่ยสำทับ ทำเอาเจ้าบ่าวทำหน้าเมื่อย อย่างไม่ค่อยพึงใจใส่เหล่าสหายของเขา
สตรีนางนั้นวันนี้แต่งกายเสียงดงาม ลอกคราบจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นนางหงส์ผู้งดงามและหรูหรา จนแม้แต่สตรีเช่นนางยังอดที่จะมองอย่างตะลึงไม่ได้ แล้วบุรุษเล่าจะไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ มิน่าถึงได้มีชายมากหน้าเข้าไปรุมล้อมสนทนากับนาง ดังเช่นดาวล้อมเดือนก็มิปาน แล้วนี่พี่เหวินหยางเป็นอะไร จู่ ๆ ก็วางจอกสุราเสีียงดัง หรือว่าเขาจะเกิดไม่พอใจขึ้นมาไหนเขาบอกว่ารังเกียจไป๋ฮวายิ่งกว่าอะไร ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด แต่ต้องจำใจทำก็เพราะท่านย่าบังคับไม่ใช่หรือแล้วนี่อะไรกัน พอมาถึงยังไม่ทันได้กินอะไรกี่มากน้อย ก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอยู่ได้ เหมือนสนใจนางเสียมากมาย เมื่ออดรนทนต่อไปไม่ไหว ม่านอี้จึงได้เอ่ยขึ้น“ ท่านพี่หึงนางหรือเจ้าคะ อย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน แม้จะเป็นเพียงในนาม แต่เอ….บุรุษมากมายที่กำลังรุมล้อมนางคงไม่ทราบกระมังเจ้าคะ ว่านางนั้นแต่งงานเสียแล้ว หรือท่านพี่จะไปป่าวประกาศความเป็นสามีให้ผู้อื่นได้รับทราบกันให้ทั่วเล่าเจ้าค่ะ จะได้ไม่มีบุรุษใดกล้ามารุมล้อมนางเช่นนี้อีก " ม่านอี้กล่าวประชดประชันคนรักที่นางเริ่มจะเห็นว่าเขานั้นเอ
“ท่านพี่เทียนซานเจ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่รอง ยังอยู่หรือไม่!!”น้องสาวของเขาต้องตะโกนเข้ามาในหูของเขาจนเขาได้สติ น้องสาวของเขาที่ก้าวลงจากรถม้าตามหลังมาเรียกเขาอยู่หลายครั้งแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ยิน“เจ้าจะตะโกนเข้ามาในหูของข้าทำไมกันเล่า เรียกเบา ๆ ข้าก็ได้ยิน”เขาหันไปเอ็ดน้องสาวของเขา แล้วหันมาเหลือบมองสาวเจ้าด้วยใบหน้าเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด“ได้ยินที่ไหนกันเล่า ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวอยู่ได้ เป็นอย่างไรเล่าตะลึงมองสหายของข้า ตาเยิ้มเสียขนาดนี้ ยอมรับมาเสียดี ๆ ว่าตกหลุมรักนางเข้าให้แล้ว”น้องสาวของเขาหยอกเย้าแล้วหัวเราะเสียงดังที่เห็นพี่ชายตะลึงมองสหายของนาง รองแม่ทัพจ้าวเทียนซานยิ้มให้ทั้งสองอย่างเก้อเขิน เขาเสยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วจึงได้ชักชวนทั้งสองขึ้นรถม้าเพื่อไปงานกันได้แล้วไป๋ฮวาก้าวขึ้นรถม้า ตามหลังคุณหนูจ้าวโดยมีรองแม่ทัพหนุ่มช่วยพยุงนางขึ้นรถม้าอย่างทะนุถนอม นางยิ้มเอียงอายให้เขาและเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ส่วนรองแม่ทัพหนุ่มนั้นยิ้มหน้าบานที่ได้ขึ้นรถม้ากับสาวที่เขาพึงใจเมื่อขึ้นไปในรถม้า ต่างก็สนทนากันอย่างถูกคอ รองแม่ทัพจ้าวจ้องมอง
ยามซื่อในสองวันต่อมา (เก้าโมง) หลี่เหวินหยางขุนนางหนุ่ม เขาออกมายืนอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่เพื่อรอให้บ่าวจัดการรถม้าให้แล้วเสร็จ เพราะเขากำลังจะออกไปราชการที่กรมการคลังเพราะวันนี้มีประชุมขุนนางที่นั่น แต่ก็เห็นร่างของไป๋ฮวาที่กำลังเดินออกมาจากเรือนของนางเสียก่อน เขาเฝ้ามองนางว่าจะเดินไปที่ใด ก็เห็นนางเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่าของเขาจึงได้เดินตามเข้าไปในเรือนของท่านย่าบ้าง เพื่อจะดูว่านางจะไปหาท่านย่าของเขาด้วยเรื่องอันใด เมื่อเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่า ก็เห็นว่าเจ้าของเรือนกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องโถงกลางในเรือนนั้น โดยมีสตรีนางนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้าง ๆเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วทำความเคารพท่านย่าแล้ว ก็เอ่ยถามสตรีนางนั้นโดยที่ไม่ได้มองหน้าว่า“เจ้ามารบกวนท่านย่าของข้าเรื่องอันใดอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าจะมาออดอ้อนขอเครื่องประดับหรือเงินทองจากท่านย่าของข้าอีกแล้ว ที่เจ้าได้ไปจากท่านย่ามันก็มากมายแล้วสำหรับกาฝากอย่างเจ้า "ขุนนางหนุ่มเปิดฉากทันที เพราะเขาคิดว่าสตรีนางนั้นคงไม่วายมาออดอ้อนขอข้าวของจากท่านย่าของเขาอีกฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปรามหลานชายขึ้นทันที” น้องไม่ได้มาขอเงินหรือเครื่องประดับจาก
รุ่งเช้าวันต่อมา ไป๋ฮวาตื่นขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงไก่ขัน เพราะนางเองก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาแทบจะทั้งคืน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วก็จัดหมอนหนุนที่นางหนุนนอนแล้วพับผ้าผืนบาง ๆ ที่นางใช้ห่มคลุมกายมาทั้งคืนเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อย ๆ ย่องไปที่หลังฉากกั้น พลางหันไปมองร่างสูงสง่าที่บัดนี้นอนหลับไหลยังไม่ได้สติ คงเพราะเมื่อคืนเขาเมามากด้วย นางได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา แต่แล้วก็พลันนึกได้ว่าไม่ควรหยุดจ้องมองเขาเช่นนี้ หากเขาตื่นมาพบเข้าจะต้องพูดจาร้ายกาจใส่นางเป็นแน่ไป๋ฮวารีบเข้าไปรวบรวมอาภรณ์ของนางที่อยู่ภายในตู้และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ท่านย่าสั่งให้คนมาจัดเอาไว้ เพื่อจะได้ให้สาวใช้มาช่วยยกออกไปจากเรือนของเจ้าบ่าวที่ไม่ต้องการเจ้าสาวเช่นนางให้อยู่ร่วมเรือนกับเขานางค่อย ๆ ทำอย่างเงียบที่สุด แล้วก็หอบอาภรณ์และข้าวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ก่อนในเช้าวันนี้ออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบที่สุด แล้วก็เดินไปที่เรือนหลังข้าง ๆ ที่คุณชายน้อยออกคำสั่งให้นางไปพักที่เรือนนั้น ที่จริงแล้วไป๋ฮวาเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ร่วมเรือนกับเขา เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบนาง มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอยู่ร่วมกันหลังมื
“ข้ามีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของข้าก็งดงามไม่ได้เป็นรองสตรีใด และข้าก็พอใจที่ได้นางเป็นคนรัก แม้ท่านย่าจะไม่ยินยอมแต่ข้ารักนาง และจะไปใช้ชีวิตนอกจวนกับนาง ส่วนสตรีนางนี้จะนอนกอดหนังสือสมรสก็ให้นางนอนกอดไป เพราะข้าไม่มีทางจะร่วมชีวิตกับนางอย่างแน่นอน”เจ้าบ่าวหมาด ๆ เอ่ยขึ้นถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว เพราะเขาจะไปซื้อเรือนขนาดปานกลางอีกหลัง แล้วให้ม่านอี้ไปอยู่ หากนางยินยอมเขาจะแต่งงานกับนางอีกครั้งโดยไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และเขาจะเลี้ยงดูนางที่นั่น ใช้ชีวิตผัวเมียกับนางที่นั่น โดยที่จวนสกุลหลี่นี้ก็ทิ้งสตรีที่อยากจะเป็นฮูหยินของเขาจนตัวสั่นเอาไว้ที่นี่ ให้นอนแห้งเหี่ยวคาเรือนไปเลย แต่เรื่องนี้ย่อมจะให้ท่านย่ารู้ไม่ได้อย่างแน่นอนเขาพูดถึงแผนที่เขาวางเอาไว้ ทำเอาสหายของเขาพากันอ้าปากค้าง และอึ้งงันกับสิ่งที่สหายวางแผนเอาไว้ อย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เจ้าสาวของเขางดงามปานนี้แต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงปักใจรักมั่นในซ่งม่านอี้ หากคิดกันอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีอคติแล้ว เหล่าสหายของเขาต่างก็คิดว่าม่านอี้นั้นงามก็จริง แต่เจ้าสาวในวันนี้งดงามกว่าหลายเท่านัก แต่เหตุใดคุณชายของจวนกลับมองไม่เห็นของใกล้มื
หลังจากวันนั้นที่นางได้ยินถ้อยคำโต้เถียงกันของนายทั้งสองภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็กำลังจะหันหลังกลับเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มีการโต้เถียงกันโดยมีชื่อของนางอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย แต่แล้วเพียงนางเดินออกจากเรือนมาได้เพียงเล็กน้อย คุณชายน้อยของจวนก็เดินตามหลังนางมาทัน“น่าชื่นชมนะ สิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสำเร็จจนได้ ในที่สุดเจ้าก็ได้ไต่เต้าจากสาวใช้ต่ำต้อยภายในจวนนี้ จนได้มาแต่งงานเป็นฮูหยินของข้าจนได้ เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบมีใจให้ข้า เวลาเจ้าแอบจ้องมองข้าด้วยสายตาหยาดเยิ้มนั้น ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงใด แม้ท่านย่าจะหลงคิดว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่แสนดีและใสซื่อไม่ทันคน แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันแพศยาและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เจ้าคิดว่าหากได้แต่งงานกับข้าแล้ว ข้าจะหันมาสนใจสตรีเช่นเจ้าหรือ ขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ชาตินี้ข้าไม่มีทางรักใคร่สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้าได้ลงหรอก”คุณชายน้อยของจวนหยุดพ่นวาจาร้ายกาจใส่คนต้นเรื่องที่ทำให้เขาต้องจำแต่งงานกับสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนาง จนสาแก่ใจแล้ว จึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าหรือว่านางอยากจ







