Share

ตอนที่ 10 ไม่สบอารมณ์

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-09 18:00:02

เช้าวันต่อมา

มู่หรงเซียวไม่เห็นหน้าเสิ่นจื้อเหลียงจึงนึกเป็นห่วง ได้ยินมาว่าถูกหัวหน้าลงโทษอย่างหนักเพราะขัดคำสั่งไม่ยอมรายงานเรื่องของนางไปตามตรง

ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็ไม่เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่มักจะมายิงธนู เที่ยวเล่นหรือช่วยนางทำอาหารเหมือนอย่างเคยได้แต่รอฟังข่าวจากคนที่ส่งไปจวนสกุลหยาง

“คุณหนูขอรับ” หนึ่งในบ่าวรับใช้รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาหาเจ้านายของตน “เจ้าเด็กนั่นถูกโบยห้าสิบไม้ ตอนนี้นอนรักษาบาดแผลอยู่ที่พักของทหารขอรับ”

“หนักมากหรือไม่” 

“คุณหนูไม่ต้องห่วงไปหรอกขอรับ อาเหลียงผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้ง เจ็บกว่านี้ก็เคยโดนมาแล้ว หากเป็นผู้อื่นที่ขัดคำสั่งอาจจะโดนสักร้อยครั้งแล้วไล่ออกจากหน่วยแต่กลับโดนโทษเพียงเท่านั้น” เขารู้ดีว่าทหารที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งจะต้องถูกลงโทษอย่างไรบ้างยังนึกแปลกใจอยู่ดีว่าเหตุใดจึงถูกโบยไปแค่ห้าสิบครั้ง 

“อืม ขอบใจที่ส่งข่าว เจ้าไปทำงานต่อเถอะ” นางโบกมือแล้วเรียกเมิ่งเซียงมาหา “ไปทำข้าวต้มกันเถอะ”

“จะไปหาอาเหลียงหรือเจ้าคะ”

“อืม เขาถูกตีเพราะข้า จะมานั่งสบายใจอยู่ที่จวนหาใช่เรื่อง” มู่หรงเซียวเป็นห่วงเพราะอย่างไรก็เอ็นดูเจ้าเด็กน่าสงสารเหมือนเป็นน้องชายคนหนึ่งไปแล้วโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามนิยายฉบับดั้งเดิมราวกับเคยชินกับการใช้ชีวิตของบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ไปเสียแล้ว

ไม่นานนักหญิงสาวจากจวนสกุลมู่ก็เดินทางมาถึงหน้าที่พักทหารใต้สังกัดรองแม่ทัพหยาง

“คุณหนูสกุลมู่มีธุระอันใดหรือขอรับ” ทหารยามหน้าประตูเอ่ยถามแล้วบอกว่า “เวลานี้รองแม่ทัพหยางไม่อยู่ขอรับ”

“เรื่องของเขา” นางตอบไปตามตรงเพราะไม่ได้สนใจแต่กลับทำให้ทหารยามงุนงง “ข้าบอกว่าเรื่องของเขาอย่างไรเล่า”

“หืม…” 

“ข้ามาหาเสิ่นจื้อเหลียง นำทางข้าไปพบได้หรือไม่” นางไม่พูดเปล่าแต่ยกตะกร้าให้ดูว่าทำโจ๊กถั่วแดงกลิ่นหอมฉุยมาหม้อใหญ่ทำเอาคนเฝ้าประตูน้ำลายสอ

“ขอโทษด้วยขอรับ หัวหน้าไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปข้างในโดยเฉพาะสตรี

ดวงตาสีทับทิมมองเข้าไปข้างในจึงได้เห็นว่าเสิ่นอวี้หลานเดินผ่านไปแวบหนึ่ง

“คุณหนูเสิ่นเป็นบุรุษหรอกหรือ”

ทหารอีกคนโพล่งขึ้นมาทันที “ยกเว้นคุณหนูเสิ่นขอรับ”

“ช่างเถอะ เจ้าไปตามนางมาหาข้าที” มู่หรงเซียวไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับพวกเขา รู้ว่าต้องทำตามกฎและถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปอาจจะได้ยินเสียงบ่นและสีหน้าไม่สบอารมณ์ของคนที่ไม่อยากเจอ

“ไม่ได้หรอกขอรับ คุณหนูสองคนเจอกันไม่ได้” 

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่เข้าใจในทันที คนพวกนี้คงจะกลัวว่านางอาจจะหาเรื่องเสิ่นอวี้หลานเหมือนครั้งอดีตเพราะรักสี่ห้าเส้า หึงหวงหัวหน้าของพวกเขา

“ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าช่วยเอาโจ๊กถั่วแดงไปให้เสิ่นจื้อเหลียงแทนข้าได้หรือไม่” หญิงสาวยื่นตะกร้าให้พวกเขากำชับอย่างดีว่า “หากข้ารู้ในคราวหลังว่าเจ้าเด็กนั่นไม่ได้กินโจ๊กของข้า ข้าจะทำให้ชีวิตพวกเจ้าหาความสงบไม่ได้”

“ขอรับ” ทั้งสองรับปากเรียกคนมาเปลี่ยนเวรชั่วคราวแล้วนำของฝากไปให้เด็กใหม่ตามคำสั่ง

พลันได้ยินเสียงหวานรั้งเอาไว้ “พวกเจ้าถืออะไรอยู่หรือ”

“คุณหนูมู่ฝากโจ๊กถั่วแดงมาให้เจ้าเด็กใหม่ขอรับ” เขาเปิดฝาให้ดูว่าข้างในมีอะไร กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนแทบอยากลิ้มรสถ้าไม่ติดว่ามีสายตาของมู่หรงเซียวจ้องมองอยู่ด้านนอกพร้อมท่ากำมือเหมือนบีบลูกไก่ให้แบน

เสิ่นอวี้หลานจึงปล่อยให้พวกเขานำของไปส่ง ส่วนตัวเองออกมาเจอคุณหนูมู่เพื่อทักทาย

“สบายดีหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มแต่สีหน้าเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจแฝงอยู่

“สบายดีมาก ว่าแต่เจ้ามีเรื่องอะไรในใจหรือ” หญิงสาวเอ่ยถามไปตามประสาแต่คงเพราะอีกฝ่ายไม่มีใครให้ระบายความรู้สึกด้วยจึงมองหน้าคนที่ใครต่อใครมองว่าชอบรังแกนางจนร้องไห้

“คือว่า คุณหนูมู่ว่างหรือไม่”

มู่หรงเซียวคิดในใจ ว่างอยู่หรอกแต่ท่าทางของเจ้าคงไม่ใช่ว่าจะนำเรื่องในใจมาปรึกษาข้าใช่หรือไม่ เพื่อนของเจ้าเล่า อืม… ไม่มีสินะ นางเอกนิยายของข้าช่างน่าสงสารจริง ๆ 

“บุตรสาวแม่ทัพใหญ่อย่างข้าจะไปมีเรื่องอะไรนอกจากลอยไปลอยมาตามติดรองแม่ทัพหยางผู้นั้น ตอนนี้ตัดขาดจากเขาแล้วย่อมว่างเป็นอย่างมากเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างสีหน้าสดใสอย่างที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็นมาก่อนแต่รับรู้ได้ว่าคุณหนูสกุลมู่ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่หยางเสวี่ยเฟยบอกเสียหน่อย คิดในใจว่า ท่านพี่กังวลมากเกินไปแล้ว นางออกจะแสนดีปานนี้ 

“ถ้าอย่างนั้น ข้าเชิญคุณหนูไปจิบชาดอกเก๊กฮวยที่เรือนยาของข้าได้หรือไม่”

“ได้สิ แต่ว่าข้าอยากไปเยี่ยมเสิ่นจื้อเหลียง เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่” มู่หรงเซียวคิดในใจว่าในเมื่อนางเป็นคนสำคัญของเขา ต่อให้ขัดคำสั่ง คนผู้นั้นก็ไม่มีทางลงโทษนางหรอกจึงกล้าเอ่ยขอ

“อืม…”

“คุณหนูเสิ่น เจ้าช่วยข้าหน่อยไม่ได้หรือ เขาถูกลงโทษหนักเช่นนั้น ข้าจึงรู้สึกผิด” น้ำเสียงหวานอ้อนวอนทำให้คนตรงหน้าใจอ่อน

ขณะที่เมิ่งเซียงมองดูเจ้านายตัวเอง ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะยอมอ่อนข้อให้ศัตรูหัวใจถึงเพียงนี้จนนึกสงสัยว่าคุณหนูของนางตัดใจจากรองแม่ทัพได้แล้วจริง ๆ หรือ

ท้ายที่สุดแล้ว มู่หรงเซียวก็ได้เข้าไปหาเสิ่นจื้อเหลียงตามต้องการ 

“คุณหนูขอรับ” เจ้าตัวเอ่ยเรียกด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้าทั้งยังได้กินของชอบ “อร่อยมากขอรับ”

“อร่อยก็กินให้หมด พรุ่งนี้เจ้าอยากกินอะไรข้าจะทำมาให้ โดนโบยห้าสิบทีใช่หรือไม่ ข้าจะยอมตามใจเจ้าสักห้าสิบมื้อก็แล้วกัน” คำพูดของนางเหมือนเป็นยารักษาอาการเจ็บของเขา เด็กหนุ่มน้ำตารื้นไม่คิดว่าจะมีคนเป็นห่วงยอมทำอะไรให้เขามากขนาดนี้มาก่อน ทำท่าสะอึกสะอื้นน่าสงสาร

“คุณหนูตามใจอาเหลียงมากเกินไปแล้ว ถูกตีห้าสิบทียังทนไม่ได้ วันข้างหน้าเข้าสนามรบโดนธนูปักเข่าไม่ร้องไห้จ้าเลยหรือ” สาวใช้คนสนิทเหลือบมองหม้อโจ๊กถั่วแดงแล้วทำหน้างง “โจ๊กเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน เหตุใดจึงเกลี้ยงหม้อแล้วเล่า”

“คือว่า…” เขามองไปทางด้านหลังที่ทหารยามหน้าประตูกำลังหันหน้าสบตาพอดี “ข้าแบ่งให้พวกเขาน่ะขอรับ คุณหนูโกรธหรือ”

มู่หรงเซียวส่ายหน้าแล้วถามเขาว่า “เจ้ากินอิ่มหรือไม่เล่า”

“อิ่มขอรับ ข้ากินไปแล้วสามชาม” เจ้าตัวรีบตอบทันควัน “วันพรุ่งนี้ข้าอยากกินผัดเต้าหู้ขอรับ”

“อืม เช่นนั้นข้าจะให้เมิ่งเซียงนำมาส่งก็แล้วกัน กินอิ่มแล้วนอนพักก่อนเถอะ หากมีสิ่งใดอึดอัดใจก็รีบบอกข้า แล้วก็… ถ้ารองแม่ทัพไล่เจ้าออกจากหน่วยก็มาหาข้า เราจะไปเมืองต้าหลินด้วยกัน”

“จริงหรือขอรับ” เสิ่นจื้อเหลียงถามอีกครั้ง พอเห็นว่าคุณหนูสกุลมู่พูดตามจริงก็ร้องไห้น้ำตาไหลพรากนึกอยากเกิดเป็นน้องชายแท้ ๆ ของนางเสียอย่างนั้น

ครั้นเยี่ยมเยียนเด็กหนุ่มเรียบร้อยแล้ว มู่หรงเซียวก็ตามหมอยาไปที่เรือนไม้ สายตามองไปด้านข้างที่มีต้นอวี้หลานประดับ

“รองแม่ทัพหยางคงจะมาเรือนยาบ่อยสินะ” นางพึมพำโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มเศร้าผุดมาครู่หนึ่งก่อนที่เสิ่นอวี้หลานนำน้ำชามาให้

หญิงสาวพูดคุยกันตามประสา คนหนึ่งระบายความในใจ อีกคนก็ให้คำปรึกษาที่จริงใจออกไปเพราะหวังว่านางจะได้คลายความกังวลบ้าง

“คุณหนูเสิ่นคิดเห็นเรื่องแม่ทัพหลี่อย่างไรเล่า” 

มู่หรงเซียวรู้ว่านางกับเขาต่างมีใจให้กันแต่เพราะสถานะและหน้าที่ของหลี่หมิงฮ่าว ชายผู้นั้นจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้ตามใจ อีกทั้งยังมีตัวแปรอย่างองค์หญิงเยว่หลิงที่คอยหาเรื่องแยกคนทั้งคู่อยู่เสมอจึงทำให้ความรักไม่สมหวังเสียที พอถึงจุดแตกหักที่ต้องเลือก แม่ทัพหลี่กลับเลือกที่จะรับผิดชอบหน้าที่ต่อบ้านเมืองมากกว่าโอบอุ้มความรักของนาง เริ่มผลักไสอีกฝ่ายออกห่าง ทำตัวเย็นชาเพื่อให้นางตัดใจจากเขาไปเจอคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างนางมากกว่า

เสิ่นอวี้หลานไม่รู้เรื่องนี้จึงเสียใจอยู่นานหลายปีจนกระทั่งได้เห็นความเอาใจใส่ของหยางเสวี่ยเฟยที่มีให้นางมาโดยตลอดจึงเริ่มเปิดใจรับความรักของเขา

ท้ายที่สุดแล้วพระรองที่รอคอยความรักของนางเอกมาโดยตลอดก็สมหวังเป็นอันจบสมบูรณ์ ส่วนพระเอกของเรื่องกลับทำได้แค่มองคนรักหนึ่งเดียวอยู่ห่าง ๆ ยิ้มปลอบใจตัวเองว่าชาตินี้มีโอกาสได้พบเจอแต่ไม่อาจครองคู่และคิดถูกแล้วที่ปล่อยนางไปเพราะยิ่งเสิ่นอวี้หลานอยู่ห่างจากตนเองมากเท่าใด ชีวิตของนางก็จะปลอดภัยมากเท่านั้น

ในขณะที่นางร้ายลำดับที่หนึ่งถึงสามก็มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ แม้ได้แต่งงานเป็นถึงภรรยาเอกและภรรยารองแต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากพวกเขาแม้เพียงเสี้ยว

“คุณหนูมู่คิดสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ” เสิ่นอวี้หลานเอ่ยถามเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่ง

“กำลังคิดว่า…” นางไม่ทันได้พูดจบก็เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินจ้ำอ้าวหน้าตาไม่สบอารมณ์ดิ่งเข้ามาทางนาง “เฮ้อ… ไม่อยากเจอเลย”

“เรื่องคืนวานยังไม่จางหาย วันนี้ก็สร้างเรื่องใหม่อีกแล้วหรือคุณหนูสกุลมู่” หยางเสวี่ยเฟยเอ่ยถามเสียงแข็ง ดวงตาสีดำขลับจ้องไม่วางตา

“นางเป็นคนชวนข้ามา” มู่หรงเซียวตอบไปตามตรงแล้วยิ้มกว้างร่าเริง เดาว่าเขาจะพูดสิ่งใดต่อแต่ก็ขัดเอาไว้ก่อน “ข้าไม่ได้โกหกนะ นางเป็นคนชวนข้ามาที่นี่จริง ๆ”

รองแม่ทัพหันไปมองหมอหญิงข้างกาย เลิกคิ้วถามก่อนจะได้คำตอบว่า “ข้าเป็นคนชวนคุณหนูมู่มาดื่มน้ำชาเจ้าค่ะ” พลันหันขวับไปหาคนตรงหน้าอีกครั้งราวกับมีคำถามค้างคาใจ

“ข้าไม่ได้ข่มขู่นางด้วย” หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ แล้วบอกอีกว่า “คุณหนูเสิ่น เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเขาไม่เคยเชื่อคำพูดของข้าเลย ป่านนี้ในหัวกลม ๆ นั่นคงคิดว่าข้าข่มขู่ บังคับหรือไม่ก็ ทำร้ายเจ้าให้พูดเช่นนั้น”

“ท่านพี่ ข้าเชิญนางมาดื่มชาจริง ๆ นะเจ้าคะ” เสิ่นอวี้หลานเอ่ยสีหน้าจริงจัง จับแขนเสื้อของเขาอย่างแผ่วเบา “ท่านพี่…”

“คุณหนูเสิ่น ข้าคงต้องกลับจวนแล้วล่ะ ใครบางคนบอกว่า หลังตะวันลับฟ้าเป็นสตรีเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกดูไม่งาม” นางเอ่ยขณะมองหน้าหยางเสวี่ยเฟย “ดูจากสีหน้ารองแม่ทัพแล้ว ข้าว่าเราสองคนไม่เจอกันจะดีกว่านะเจ้าคะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 2/2

    “ท่านพ่อ…” หยางเสวี่ยหลิงเอ่ยเรียกบิดาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา “หลับแล้วหรือขอรับ”“ท่านพ่อ หลับจริง ๆ หรือ” หยางเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามอีกคน “ยังเล่านิทานไม่จบเสียหน่อย”“พวกเจ้าอย่ากวนท่านพ่อสิ” หยางเสวี่ยอิงห้ามปรามน้องชายทั้งสองก่อนจะเล่าสิ่งที่บิดาพูดก่อนหน้าต่อ “หญ้าแก้วไพลินน่ะเป็นวัชพืชก็จริงแต่เอาไปทำเป็นก้อนน้ำตาลไว้ตรวจพิษได้ด้วย ท่านพ่อจึงมักพกติดตัวอยู่เสมอ”“อร่อยมากเลยหรือ” เด็กน้อยสองคนถามคำเดียวกัน ก่อนที่พี่ชายคนโตจะหยิบออกมาให้ดูแล้วถามว่า “อยากลองกินหรือไม่”ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องรีบพยักหน้าทันควัน หยางเสวี่ยอิงจึงพึมพำราวกับไม่อยากให้บิดารู้สึกตัว “หากได้กินแล้วจะรีบนอนหรือไม่”“ขอรับ”ครั้นได้ลิ้มรสหวานก็พากันยิ้มกว้างชอบใจยิ่งนัก เปลือกตาจึงค่อย ๆ เผยอปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเล่นทั้งวันจนหมดแรงไปโดยปริยายทั้งสามคนหยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแกล้งหลับ อยากรู้ว่าพี่ชายน้องชายจะทำอย่างไรพลันนับหนึ่งถึงสิบให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิท ก่อนห่มผ้าให้แล้วกลับเข้าไปยังห้องของฮูหยิน“หลับกันหมดแล้วหรือ” มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่ามีไออุ่นใครบางคน

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 1/2

    หยางเสวี่ยเฟยพาครอบครัวไปเมืองเหอผิงเพื่อเยี่ยมแม่ทัพหลี่กับเสิ่นอวี้หลาน แม้ระหว่างทางวุ่นวายเพราะเด็ก ๆ ไปบ้างแต่นับว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอที่จะได้พบกันในรอบสองปีเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาติดภารกิจจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ทันทีที่ลงจากรถม้า หยางเสวี่ยอิงรีบวิ่งไปที่หน้าจวนแล้วทักทายหลี่หมิงฮ่าวกับเสิ่นอวี้หลานโดยไม่รีรอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน“ฟางฮวา เจ้าสบายดีหรือไม่”“อืม…” บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหลี่พยักหน้า ดวงตาสีอำพันเหมือนมารดามองสหายด้วยความคิดถึง พลันน้องชายของนางวิ่งผ่านหน้าไปหาคนที่เหลือ “เอ๊ะ… ฟางหมิง เจ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้มอีก”เด็กหญิงหันมาหาหยางเสวี่ยอิงแล้วรับของขวัญเป็นภาพวาดที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาให้ ส่วนบิดามารดาได้แต่ยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูในมิตรภาพแล้วเดินไปต้อนรับสหายคนสนิทที่รถม้า“เสวี่ยหลิง! เสวี่ยเฟิง!” หลี่ฟางหมิงตะโกนเรียกบุตรชายคนรองและบุตรชายคนที่สามของรองแม่ทัพหยางด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าเด็กชายอายุราวสามขวบที่ยืนอยู่ข้างพวกเขาเป็นใคร “เสิ่นฮ่าวเฉิน น้องของพวกเราอย่างไรเล่า

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 2/2

    “เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 1/2

    มู่หรงเซียวชวนผู้เป็นสามีไปเที่ยวที่หอจันทราเพื่อฟังเสียงบรรเลงกู่ฉินตามเคย หากแต่อีกฝ่ายคิดว่าสถานที่นั้นเหมือนกับหอราตรีในเยว่จวนจึงอิดออดไม่อยากให้ไปสักเท่าใดนัก ก่อนจะรู้ว่าหอจันทราเป็นเพียงสถานที่ให้ความสำราญทั่วไปจึงเบาใจไปบ้างคืนนี้ ภรรยาของเขาจึงแต่งกายเป็นสตรีเหมือนอย่างปกติแล้วรอฟังเพลงกู่ฉินด้วยสีหน้าระรื่นพลันได้ยินจังหวะที่คุ้นเคยจึงหันขวับไปมองต้นเสียงเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกันโดยบังเอิญ “เซียงเซียงหรอกหรือ”หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสหายของเซี่ยหลานเฟิงที่นั่งข้าง ๆ เข้าใจแล้วว่าเหตุใด บุรุษผู้มีดวงตาสีเทาจึงปักหลักอยู่ต้าหลินนานนัก“เจ้าไปดักทางซ้าย ข้าจะไปดักทางขวา” หลินเพ่ยอินวางจอกเหล้าลง สายตาจ้องแม่นางผู้นั้นไม่วางตาแล้วหันมาหาเสิ่นจื้อเหลียงกับหยางเสวี่ยเฟย “ข้ารบกวนพวกเจ้าได้หรือไม่”“ขอรับ” เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้รู้ว่าเขาจะรบกวนเรื่องใดแต่รับปากไว้ก่อน“อืม” หยางเสวี่ยเฟยเองก็พยักหน้าน้อย ๆ พอคาดเดาเหตุผลของเขาได้“หากเขาหนีมาทางนี้ ได้โปรดช่วยข้าจับเขาด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขอร้อง สีหน้ามีความหวังอย่างยิ่งก่อนจะเริ่มแผนการจับค

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 2/2

    ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็กางแขนรอเก้อเพราะอดกอดผู้เป็นน้องสาว “ฮูหยินของข้า” หยางเสวี่ยเฟยมองหน้าอีกฝ่าย “นางมีสามีแล้ว ไม่ควรใกล้ชิดบุรุษ ผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้”“เฮอะ…” เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก “ใครเล่าจะเข้าใจผิด ทุกคนรู้ว่าข้าสนิทกับคุณหนู ส่วนเจ้าเป็นสามีที่นางรักยิ่ง กลัวหรืออย่างไร…”“เฟิงเกออย่าไปแกล้งเขา” หญิงสาวคนกลางเอ่ยห้ามพี่ชายพลางหันมองสามีตัวเองจึงได้รู้ว่าหัวใจของเขานั้นบอบบางเสียเหลือเกิน จนรู้สึกว่าภาพฝันที่เห็นครานั้นยังคงฝังลึกในใจ“หือ… เจ้าร้องไห้หรือ” ดวงตาของหัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเบิกกว้าง รู้สึกเหมือนพลาดเรื่องบางอย่างไป แต่เมื่อมองไปทางเสิ่นจื้อเหลียงเพื่อถามไถ่ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นกัน“เฟิงเกอ ข้าฝากสองคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็ท่านพ่อท่านแม่รออยู่ที่จวน รีบกลับไปชิมอาหารที่เมิ่งเซียงทำไว้ด้วย พวกข้าสองคนจะกลับช้าหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”พลันควงแขนผู้เป็นสามีเดินแยกไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ลังเลเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง ตลอดทางเดินขึ้นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อผลิบาน นางไม่ปล่อยมือจากคนข้างกายเลยสักนิดเดียวเพราะรู้ว่าเวลานี้ไออุ่นที่แผ่จากฝ่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 1/2

    หลายวันต่อมาสายลมเย็นของวสันตฤดูพัดผ่านต้าหลินเป็นระลอก ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มผลิบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลให้ชาวเมืองรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงสงครามระหว่างแคว้นอันยาวนานสิ้นสุดลง ความสงบสุขจึงหวนกลับคืนมา เทศกาลครั้งนี้จึงมีแต่ความรื่นเริงของผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองกันเจ็ดวันเจ็ดคืน“จื้อเหลียง เจ้านั่งลงดี ๆ ข้าผูกไม่ถนัด” หยางเสวี่ยฮวาพึมพำเพราะคนตรงหน้ามัวแต่หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะถูกใครจับได้“คุณหนู ข้าผูกเองได้ขอรับ แค่คุณหนูปักผ้าผูกผมให้ก็นับว่าซึ้งใจมากแล้ว” เจ้าตัวยิ้มกว้างที่ได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากนาง“ข้าเห็นพี่สะใภ้ผูกให้ท่านพี่นี่ ข้าอยากผูกให้เจ้าด้วย” แม้เด็กใหม่หน่วยซิงอวี่ได้ยินเสียงตุบดังมาจากทางข้างหน้า หากแต่เวลานี้หนีไปไหนไม่ทันแล้ว“ใครอยากผูกอะไรให้ผู้ใดนะ” หยางเสวี่ยเฟยถามคนตรงหน้า แววตาดุปราดมองพร้อมแสยะยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง “ข้ามัดผ้าผูกผมให้จื้อเหลียงอยู่เจ้าค่ะ ท่านพี่มีอันใดหรือจึงมาหาตั้งแต่เช้าตรู่” คนเป็นน้องสาวกลับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เข้าใจความหมายและความรู้สึกในเวลานี้ของพี่ชายเลยสักนิด ความตึงเครียดจึงตกไปอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 13 หน้าแดงระเรื่อ 2/2

    อีกฟากหนึ่งของแคว้นฉินหมิง เพียงนั่งสูดหายใจเข้า ถอนหายใจออกไม่ทันไรท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงอีกครั้ง มู่หรงเซียวที่กำลังนั่งเล่นดูนกตัวเล็ก ๆ โผบินกลับรังกลับเหลือบเห็นสวีกงกงยืนยิ้มอยู่ไกล ๆ นางยกมือห้ามไม่ให้พวกเขาเข้ามาใกล้แล้วทำท่าเวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ทว่า คราวนี้ทางฝั่งขันทีมีหมอยาตามมาด้วย เขาจ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 22 แย่งชิง 2/2

    “อยากพูดอันใดก็พูดมาเถิดเพราะถึงอย่างไรข้าก็เป็นฮูหยินจวนสกุลหยางและเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า” มู่หรงเซียวยิ้มบางรู้ว่านางพูดกระทบเพราะไม่ชอบหน้าและเตรียมใจรับมือเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว“ข้าไม่เคยนับเจ้าเป็นพี่สะใภ้” นางดื้อดึงและค้านหัวชนฝา “ข้าได้ยินท่านพี่พูดว่าจะทูลขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท ท่านพี่จะแต่ง

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 2 ตกหลุมรักคนเดิม

    เช้าวันต่อมามู่หลิงอวิ๋นและฮูหยินได้เข้ามาเยี่ยมบุตรสาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเพราะเมิ่งเซียงบอกว่าอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องความทรงจำเล็กน้อย“ท่านพ่อ ท่านแม่” มู่หรงเซียวเรียกคนตรงหน้าคลายความกังวลใจของพวกเขา ยิ่งเห็นหน้าตาอิดโรยก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วงบุตรสาวถึงขั้นนอนไม่หลับ “ข

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 1 วิญญาณฉัน... ร่างใคร

    จื่อเถิงฮวา ตำหนักขององค์หญิงเยว่หลิงกำลังมีงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิเหมือนอย่างทุกปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและสดใสไม่แพ้ดอกจื่อเถิงที่ผลิบานส่งกลิ่นหอมอบอวลในสวนกว้างใหญ่“คุณหนูจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ” เมิ่งเซียง สาวใช้วัยสิบหกปีของบุตรสาวสกุลมู่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านาย “อืม… ข้ารู้สึกเวียนหัว” นาง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status