Share

ตอนที่ 9 น่ารำคาญ

last update publish date: 2026-03-08 19:11:24

สายตาที่เปลี่ยนไปของรองแม่ทัพทำให้นางมั่นใจว่าต่อให้สาธยายความผิดของนางผู้นั้นจนเช้าอีกวัน เขาจะยังคงฟังนางไม่มีเบื่อหน่าย

“นางเป็นสตรีไม่มีทางเข้าหอราตรีได้ บางทีเจ้าอาจตาฝาดไปกระมัง” แม้ปากจะพูดอย่างนั้นแต่ใจกลับเชื่อว่าคนอย่างนางมักทำในสิ่งที่ตนเองต้องการเสมอเพียงแต่หอราตรีมีอันใดน่าสนใจจึงอยากรู้อยากเห็นนัก

“รองแม่ทัพหยาง หากข้าไม่ได้เห็นกับตาคงไม่มีทางปริปากพูดสิ่งใดหรอก” เหออันเหลียนยิ้มมุมปากคิดว่าการใส่ความกำจัดศัตรูหัวใจนั้นง่ายนิดเดียว 

หากไม่มีมู่หรงเซียวแล้ว การเขี่ยเสิ่นอวี้หลานออกไปยิ่งง่ายกว่าปอกกล้วยเพราะหญิงสาวผู้นั้นอ่อนแอเสียยิ่งกว่าผู้ใด ทั้งยังไม่มีใครหนุนหลังอีกด้วย

“คืนก่อนนั้น ข้าเห็นนางแต่งกายเป็นบุรุษเดินออกมาจากหอราตรี กลิ่นสุราคลุ้งกระจายแถมยังกอดคอแนบชิดอยู่กับบุรุษร่างสูงอีกคนหนึ่ง ผู้อื่นอาจจะไม่รู้ว่าเป็นนางแต่ข้าหูตาดีย่อมสังเกตได้ ในเยว่จวนนั้น ผู้มีดวงตาสีทับทิมหาได้ยากยิ่งโดยเฉพาะยามที่ดวงตาคู่นั้นต้องแสงจันทร์เกิดประกายแวววาวยิ่งมีน้อยคนไปอีก ต่อให้ข้าจำนางไม่ได้แต่คนข้างกายคือเซี่ยหลานเฟิงไม่มีผิดเป็นแน่”

หยางเสวี่ยเฟยหลับตาลงพลางแสยะยิ้มนึกถึงเด็กใหม่ที่ฝากฝังงานคิดในใจว่า เสิ่นจื้อเหลียง เจ้าเด็กนั่นถูกนางชิงตัวไปแล้วอย่างนั้นหรือ

“คุณหนูเหอบอกว่าเจอนางยามค่ำคืนหน้าหอราตรี ไม่ทราบว่าคุณหนูมีธุระอันใดดึกดื่นจึงผ่านไปทางนั้นหรือขอรับ”

เพียงได้ยินคำถามของเขา หญิงสาวเหงื่อแตกพลั่กแก้ตัวว่า “งานเลี้ยงจวนสกุลถังเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าทันควันก่อนจะเบนเรื่องกลับมา “แล้วเรื่องมู่หรงเซียวเล่า รองแม่ทัพจะทำอย่างไรเจ้าคะ”

“ข้าไม่ได้มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับสกุลมู่” 

“แต่ว่านางน่ะ…”

“คุณหนูเหอ หากไม่มีเรื่องใดแล้วข้าคงต้องขอตัว” รองแม่ทัพหยางพูดจบแล้วเดินแยกไปอีกทางในทันที ทิ้งให้นางยืนหน้ามุ่ยกับสาวใช้ที่พยายามปลอบใจเจ้านายเพียงลำพัง

คืนวันเดียวกัน มู่หรงเซียวปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปในหอราตรีพร้อมกับคนอื่น ๆ ด้วยความตื่นเต้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ฟังเสียงกู่ฉินเหมือนอย่างเคย 

เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นพลันเสียงอื่นเงียบสงบในทันใด หญิงสาวยกจอกสุราดื่มอย่างสบายใจ ปล่อยอารมณ์สุนทรี ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ฟังในสิ่งที่ชื่นชอบ

“ไพเราะยิ่งนัก” เมิ่งเซียงกระซิบบอกเจ้านายของตนเพราะเพิ่งเคยมาที่แห่งนี้ครั้งแรก

“ข้าถึงได้ชอบมาที่นี่อย่างไรเล่า” มู่หรงเซียวเลิกคิ้วแล้วหันไปมองเซี่ยหลานเฟิงกับเสิ่นจื้อเหลียง “จันทร์เพ็ญครั้งหน้า พวกเจ้าจะมากับข้าอีกหรือไม่”

“มา!!!” ทั้งสามคนตอบพร้อมกันพลันได้ยินเสียงกระดิ่งทองสั่นเป็นจังหวะแล้วใครคนหนึ่งค่อย ๆ เดินเข้ามาแทนที่นางผู้นั้น

“เสี่ยวเซียน นั่นผู้ใดหรือ” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่เอ่ยถามเพราะไม่คุ้นหน้าสตรีผู้นั้น มองจากภายนอก นางมีรูปร่างสูงโปร่ง ผมยาวสลวย นิ้วมือเรียวและดวงตาเฉี่ยวคม

“นางชื่อว่าเซียงเซียงเจ้าค่ะ เป็นนักดนตรีเลื่องชื่อจากแคว้นซวงเหวิน คุณชายช่างโชคดีที่ได้เจอนางในวันนี้” หญิงสาวประจำหอราตรีตอบความสงสัยพลางรินสุราดอกท้อให้ลูกค้า “ดูงดงามมากใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“อืม” มู่หรงเซียวพยักหน้าดื่มสุราหมดจอก

“แต่คุณชาย น่าเสียดายที่นางไม่รับแขก”

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่พ่นสุราออกมาทันทีที่ได้ยินทำเอาคนที่เหลือกลั้นยิ้ม “ข้าบอกแล้วหรือว่าคืนนี้อยากให้นางปรนนิบัติ”

“ข้าเห็นคุณชายจ้องไม่วางตาเช่นนั้นจะให้คิดอย่างอื่นได้อย่างไรกัน อีกอย่างคุณชายไม่สนใจหญิงงามของหอราตรีบ้างหรือเจ้าคะ” เสียงออดอ้อนพยายามโน้มน้าวใจแขกคนสำคัญของร้าน

เมิ่งเซียงได้ยินอย่างนั้นจึงกระซิบแกมหยอกล้อเจ้านาย “คุณชายถึงวัยแต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีใคร อยากลองลิ้มรสสาวงามบ้างหรือไม่เล่า”

บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มกว้าง “เจ้าเองก็เหมือนกัน อยากลองไปพร้อมข้าหรือไม่เล่า” พลันยกจอกสุราดื่มจนหมดแล้วยิ้มให้สตรีใจกลางหอราตรีที่กำลังเตรียมการแสดง

ท่วงทำนองดังกังวาน เสียงใสไพเราะอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนตรึงใจมู่หรงเซียวยิ่งนัก จู่ ๆ หญิงสาวผู้นั้นก็เงยหน้ามองมาทางนางพร้อมรอยยิ้มบางปรากฏ

“หน้าคุ้น ๆ ยิ่งนักแต่กลับนึกไม่ออก” มู่หรงเซียวพึมพำแล้วโบกมือทักทายอย่างอารมณ์ดีจนท้ายที่สุดแล้วได้รับสุราหมักชั้นดีมาดื่มกันจนเมามายเหลือเพียงเซี่ยหลานเฟิงที่ประคองสติตนเองได้ดีที่สุดเพราะแพ้ของมึนเมาจึงไม่ได้ดื่มสุราเลยสักจอก

เขาอุ้มมู่หรงเซียวขึ้นมาแล้วให้ลูกน้องที่เหลือแบกเมิ่งเซียงและเสิ่นจื้อเหลียงไปส่งที่จวน

ระหว่างทางได้ยินเสียงคุณหนูร้องเพลงไปด้วยก็ทำเอากลั้นยิ้มไว้ไม่ได้จนกระทั่งพบว่าหยางเสวี่ยเฟยยืนอยู่หน้าจวนสกุลมู่

“เฮอะ…” รองแม่ทัพหยางมองสภาพคนเมา

“รองแม่ทัพมีเรื่องใดจึงมายืนขวางทางหน้าจวนผู้อื่น” หัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ข้าเพียงแค่มาดูว่าข่าวลือเป็นจริงหรือไม่ แต่กลับพบว่าคุณหนูของเจ้ากระทำตัวไม่สมกับเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่” ชายหนุ่มเอ่ยโดยไม่เก็บความในใจ

“รองแม่ทัพมีสิทธิ์พูดเช่นนี้หรือ หากมือข้ายังว่างอยู่คงได้จับดาบขึ้นมาตวัดสักครั้ง” เซี่ยหลานเฟิงพูดไปอย่างนั้นเพราะไม่ชอบที่มีใครมาว่ากระทบเจ้านายของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนตรงหน้าที่มักจะทำให้มู่หรงเซียวเศร้าสร้อยอยู่เสมอ

“เสิ่นจื้อเหลียง!” เสียงเรียกจากหัวหน้าดังลั่นขนาดนั้นแต่เจ้าตัวนอนแน่นิ่งสลบไปนานแล้ว “ข้าสั่งให้เจ้ามาทำงาน เหตุใดจึงเมามายเช่นนี้” 

เวลานี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังต่อไป หยางเสวี่ยเฟยรู้ดีว่าลูกน้องของตัวเองคงถูกจับได้มานานแล้ว หากแต่เด็กหนุ่มเพิ่งเคยได้ลิ้มลองสุราชั้นดีจากแคว้นซวงเหวินจึงดื่มเพลินจนเมาไร้สติ

“เสิ่นจื้อเหลียง!!!” แม้ว่าเสียงเรียกนั้นจะดังขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่เป็นผล “ฟื้นขึ้นมาเมื่อใดข้าจะสั่งโบยเจ้าห้าสิบไม้”

“ใครกัน!” คนเมาอีกคนเงยหน้ามองรองแม่ทัพ “ใครจะลงโทษอาเหลียง”

“คุณหนู ฟื้นแล้วหรือขอรับ” หากรู้ว่าสุราจากแคว้นซวงเหวินทำให้คนคอแข็งอย่างมู่หรงเซียวสลบไสลถึงเพียงนี้ เขาจะรีบห้ามไม่ให้นางดื่มแม้แต่หยดเดียว

“ข้าไม่ได้เมา ข้าแค่… ละ… หลับตาเฉย ๆ” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่กระซิบกับพี่ชายที่นับถือ “เฟิงเกอ เจ้านั่น… เป็นผู้ใดถึงได้มายืนขวาง… ทาง… เข้า… บ้านข้า”

หยางเสวี่ยเฟยไม่ยืนอยู่เฉย ๆ แต่ก้าวเข้ามาใกล้ให้นางได้เห็นใบหน้าชัดเจนพลันได้กลิ่นสุราคละคลุ้งจนเบ้หน้า ปากที่ปิดเงียบจึงเอ่ยทันที “เป็นสตรีสูงศักดิ์แต่ทำตัวเหมือนไม่ได้รับการสั่งสอน ฮูหยินมู่รู้ข่าวลือของบุตรสาวเมื่อใดคงล้มป่วย หากแม่ทัพใหญ่เห็นกับตาคงปวดใจที่เจ้าทำตัวไร้ราคาเยี่ยงนี้”

“…” มู่หรงเซียวหรี่ตามองดู แล้วถามขึ้นอีกครั้งว่า “เฟิงเกอ บอกข้าทีว่า… ข้าไม่ได้หูแว่ว จะ… เจ้านั่นพูดถึงข้าอยู่หรือ”

“ไม่ใช่คุณหนูหรอกขอรับ” มือขวาแม่ทัพใหญ่ปฏิเสธแล้วถลึงตามองคนตรงหน้าที่กล้าพูดจาดูถูกเหยียดหยามนาง ส่งสายตามองให้เขาถอยไปไกล ๆ 

“ข้าพูดถึงเจ้า คุณหนูสกุลมู่” เขาเอ่ยย้ำ “ทำตัวไร้ยางอายไม่มีหัวคิด ไร้สติแล้วยังกล้าใกล้ชิดกับบุรุษยามค่ำคืน”

“เฟิงเกอ จวนข้ามีคนบ้า… บ้า… มาอาศัยอยู่หรือ” หญิงสาวบอกให้พี่ชายปล่อยลงแล้วยืนประจันหน้าอีกฝ่าย พยายามทรงตัวไม่ให้ร่างกายโงนเงน

“มู่หรงเซียว ตั้งสติเสียที!!!” หยางเสวี่ยเฟยตะโกนเสียงดังแต่สิ่งที่ได้รับคือฝ่ามือตวัดกว้างแล้วตบฉาดลงมาที่ใบหน้าของเขาทำเอาทุกคนที่นั่นตะลึงไม่แพ้กัน

เพียะ!

“หากไม่ใช่คนบ้า… ก็คงจะเป็นเจ้าสินะ หยาง… เสวี่ยเฟย” นางยิ้มมุมปากในขณะที่อีกฝ่ายอึ้งเพราะถูกตบเป็นครั้งแรก ทั้งยังไม่คิดว่าหญิงสาวจะกล้าทำเช่นนี้กับเขา “เจอหน้ากันคราใดก็เอาแต่… พ่น… คำดูถูกทำร้ายน้ำใจข้า”

“…” ใบหน้าข้างนั้นเจ็บแสบ เสียงในหูดังวิ้งสะท้อนอยู่ข้างในแทบจับใจความคำพูดของมู่หรงเซียวไม่ได้

“ข้า… เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเรื่องระหว่าง… เรา… จบสิ้นตั้งแต่เมื่อใด ข้ารั้งตัวเจ้าไว้หรือ… ถะ… ถึงได้รังควานกันไม่จบไม่สิ้น” ดวงตาสีทับทิมจ้องคนตรงหน้า แววตาเป็นประกายสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนดูงดงาม “ข้า… จะทำสิ่งใดก็เรื่องของข้า เหตุใดต้องทำตัว… มะ… เหมือนเดือดร้อนนัก เจ้าเป็นสามีข้าหรือ”

“ข้าไม่ใช่” เขาตอบทันควัน “คนทำผิดคือเจ้า เหตุใดจึงเถียงข้าไม่หยุด”

“ข้าทำผิดต่อผู้ใด ท่านพ่อท่านแม่… ไม่เคยดุว่าข้า เฟิงเกอ เมิ่งเซียงหรือแม้แต่อาเหลียงก็ด้วย มีแต่เจ้า… นั่นแหละ” นางเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของเขา เวลานี้มึนเมาเพราะสุราพาลไม่อยากยับยั้งอารมณ์ประคองสติเอาไว้สักเท่าไหร่ คิดเห็นสิ่งใดจึงพูดออกไปจนหมด “ไหน ๆ ก็ชอบดุด่าข้าแล้ว คะ… คืนนี้… มีเรื่องใดก็พูดออกมาให้หมดเถิดเพราะต่อไปข้าจะไม่อยู่ให้เจ้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”

“มู่หรงเซียว ทำตัวเยี่ยงนี้เพราะอยากประชดข้าหรือ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางหลงกลคนอย่างเจ้า ข้าไม่มีวันหึงหวง” รองแม่ทัพหยางขมวดคิ้ว สีหน้าเยือกเย็น

ขณะที่มู่หรงเซียวหันไปมองเซี่ยหลานเฟิงแล้วบึนปากใส่หยางเสวี่ยเฟย “หึงไม่หึง… ก็เรื่องของเจ้า ข้าร้องขอหรืออย่างไร เจ้าช่าง… นะ… น่ารำคาญจริง ๆ”

“เฮอะ…” ครั้นได้ยินนางพูดเช่นนั้นถึงกับแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ “เจ้าทำผิดแท้ ๆ แต่กลับกล้าว่าข้าหรือ”

“เฟิงเกอ ข้าง่วงนอนแล้ว พาข้าไปส่งที่ห้องเถอะ” นางไม่ฟังคำบ่นของเขาแล้วหันไปอ้อนคนข้างกาย นัยน์ตาหวานเยิ้มเพราะความมึนเมา น้ำเสียงหวานละมุนชวนเคลิบเคลิ้ม “เดินไม่ไหว อุ้มขะ… ข้าหน่อยเจ้าค่ะ”

“มู่หรงเซียว!!! เจ้า...” หยางเสวี่ยเฟยไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นกลับได้ยินนางบอกว่า “หุบปากได้แล้ว ข้าหนวกหู ดึกดื่นป่านนี้จะตะโกนทำไมนัก”

“เจ้า…”

“เฟิงเกอ ไปนอนกันเถอะเจ้าค่ะ”

เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก สายตามองไปที่รองแม่ทัพสร้างความขุ่นเคืองใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่งก่อนจะอุ้มมู่หรงเซียวเข้าไปในจวนโดยไม่หันกลับมามองใครบางคนที่ร้อนรนใจอยู่คนเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 2/2

    “ท่านพ่อ…” หยางเสวี่ยหลิงเอ่ยเรียกบิดาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา “หลับแล้วหรือขอรับ”“ท่านพ่อ หลับจริง ๆ หรือ” หยางเสวี่ยเฟิงเอ่ยถามอีกคน “ยังเล่านิทานไม่จบเสียหน่อย”“พวกเจ้าอย่ากวนท่านพ่อสิ” หยางเสวี่ยอิงห้ามปรามน้องชายทั้งสองก่อนจะเล่าสิ่งที่บิดาพูดก่อนหน้าต่อ “หญ้าแก้วไพลินน่ะเป็นวัชพืชก็จริงแต่เอาไปทำเป็นก้อนน้ำตาลไว้ตรวจพิษได้ด้วย ท่านพ่อจึงมักพกติดตัวอยู่เสมอ”“อร่อยมากเลยหรือ” เด็กน้อยสองคนถามคำเดียวกัน ก่อนที่พี่ชายคนโตจะหยิบออกมาให้ดูแล้วถามว่า “อยากลองกินหรือไม่”ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องรีบพยักหน้าทันควัน หยางเสวี่ยอิงจึงพึมพำราวกับไม่อยากให้บิดารู้สึกตัว “หากได้กินแล้วจะรีบนอนหรือไม่”“ขอรับ”ครั้นได้ลิ้มรสหวานก็พากันยิ้มกว้างชอบใจยิ่งนัก เปลือกตาจึงค่อย ๆ เผยอปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเล่นทั้งวันจนหมดแรงไปโดยปริยายทั้งสามคนหยางเสวี่ยเฟยยิ้มมุมปากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะแกล้งหลับ อยากรู้ว่าพี่ชายน้องชายจะทำอย่างไรพลันนับหนึ่งถึงสิบให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิท ก่อนห่มผ้าให้แล้วกลับเข้าไปยังห้องของฮูหยิน“หลับกันหมดแล้วหรือ” มู่หรงเซียวสัมผัสได้ว่ามีไออุ่นใครบางคน

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 63 ตอนพิเศษ 10 ปีผ่านไป [ตอนจบ] 1/2

    หยางเสวี่ยเฟยพาครอบครัวไปเมืองเหอผิงเพื่อเยี่ยมแม่ทัพหลี่กับเสิ่นอวี้หลาน แม้ระหว่างทางวุ่นวายเพราะเด็ก ๆ ไปบ้างแต่นับว่าเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานต่างฝ่ายต่างเฝ้ารอที่จะได้พบกันในรอบสองปีเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาติดภารกิจจนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ทันทีที่ลงจากรถม้า หยางเสวี่ยอิงรีบวิ่งไปที่หน้าจวนแล้วทักทายหลี่หมิงฮ่าวกับเสิ่นอวี้หลานโดยไม่รีรอ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กหญิงอีกคนหนึ่งที่อายุเท่ากัน“ฟางฮวา เจ้าสบายดีหรือไม่”“อืม…” บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหลี่พยักหน้า ดวงตาสีอำพันเหมือนมารดามองสหายด้วยความคิดถึง พลันน้องชายของนางวิ่งผ่านหน้าไปหาคนที่เหลือ “เอ๊ะ… ฟางหมิง เจ้าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้มอีก”เด็กหญิงหันมาหาหยางเสวี่ยอิงแล้วรับของขวัญเป็นภาพวาดที่เจ้าตัวตั้งใจทำมาให้ ส่วนบิดามารดาได้แต่ยิ้มให้กันด้วยความเอ็นดูในมิตรภาพแล้วเดินไปต้อนรับสหายคนสนิทที่รถม้า“เสวี่ยหลิง! เสวี่ยเฟิง!” หลี่ฟางหมิงตะโกนเรียกบุตรชายคนรองและบุตรชายคนที่สามของรองแม่ทัพหยางด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่าเด็กชายอายุราวสามขวบที่ยืนอยู่ข้างพวกเขาเป็นใคร “เสิ่นฮ่าวเฉิน น้องของพวกเราอย่างไรเล่า

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 2/2

    “เฮ้อ… เจ้าเลิกเอากระบี่จ่อคอข้าได้หรือไม่ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยหรือ” เจ้าตัวส่ายหน้าทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น“ฝ่าบาทอยากลองลิ้มรสอาวุธของกระหม่อมดูสักครั้งหรือไม่ เผื่อจะจำได้ว่านางเป็นภรรยาของข้า”“เซียวเอ๋อร์ เจ้าดูเอาเถอะ เขาชอบหันกระบี่หาข้าอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเป็นรัชทายาทแคว้นซวงเหวินเชียวนะ” จู่ ๆ เสียงนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ว่าแต่เจ้าไม่สนใจเป็นสนมของข้าหรือ”“ท่านพี่... ตามใจเถอะ ข้าไม่ห้ามหรอก” บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ยิ้มให้สามีพลันองค์รัชทายาทเสียวสันหลังวาบเพราะรอยยิ้มแสยะของหยางเสวี่ยเฟย แสงจันทร์ส่องลงมาที่กระบี่สีเงินแวววาวสะท้อนเข้าตาตัวเองจนต้องรีบหลบหลังน้องชายเสียงพึมพำเอ่ยขึ้นมา “น่ากลัว มีแต่คนน่ากลัว” แล้วหันไปทำสายตาอ้อนวอน “เจ้าเป็นน้องชายที่ใจดีที่สุดของข้า”“อืม ทรงรู้เช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็คิดว่าจะอดทนอีกไม่นานเช่นกัน” หลินเพ่ยอินยิ้มมีเลศนัย “ครานี้ทรงเสด็จกลับวังหลวงกับข้าได้หรือไม่”“อืม กลับแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” หลินชิงหรูจำต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองไปโดยปริยายหากแต่ค่ำคืนนั้นนับว่าเป็นการกลับมาพบก

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 62 ตอนพิเศษ กู่ฉิน 1/2

    มู่หรงเซียวชวนผู้เป็นสามีไปเที่ยวที่หอจันทราเพื่อฟังเสียงบรรเลงกู่ฉินตามเคย หากแต่อีกฝ่ายคิดว่าสถานที่นั้นเหมือนกับหอราตรีในเยว่จวนจึงอิดออดไม่อยากให้ไปสักเท่าใดนัก ก่อนจะรู้ว่าหอจันทราเป็นเพียงสถานที่ให้ความสำราญทั่วไปจึงเบาใจไปบ้างคืนนี้ ภรรยาของเขาจึงแต่งกายเป็นสตรีเหมือนอย่างปกติแล้วรอฟังเพลงกู่ฉินด้วยสีหน้าระรื่นพลันได้ยินจังหวะที่คุ้นเคยจึงหันขวับไปมองต้นเสียงเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกันโดยบังเอิญ “เซียงเซียงหรอกหรือ”หยางเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วมุ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสหายของเซี่ยหลานเฟิงที่นั่งข้าง ๆ เข้าใจแล้วว่าเหตุใด บุรุษผู้มีดวงตาสีเทาจึงปักหลักอยู่ต้าหลินนานนัก“เจ้าไปดักทางซ้าย ข้าจะไปดักทางขวา” หลินเพ่ยอินวางจอกเหล้าลง สายตาจ้องแม่นางผู้นั้นไม่วางตาแล้วหันมาหาเสิ่นจื้อเหลียงกับหยางเสวี่ยเฟย “ข้ารบกวนพวกเจ้าได้หรือไม่”“ขอรับ” เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้รู้ว่าเขาจะรบกวนเรื่องใดแต่รับปากไว้ก่อน“อืม” หยางเสวี่ยเฟยเองก็พยักหน้าน้อย ๆ พอคาดเดาเหตุผลของเขาได้“หากเขาหนีมาทางนี้ ได้โปรดช่วยข้าจับเขาด้วย” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขอร้อง สีหน้ามีความหวังอย่างยิ่งก่อนจะเริ่มแผนการจับค

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 2/2

    ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็กางแขนรอเก้อเพราะอดกอดผู้เป็นน้องสาว “ฮูหยินของข้า” หยางเสวี่ยเฟยมองหน้าอีกฝ่าย “นางมีสามีแล้ว ไม่ควรใกล้ชิดบุรุษ ผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้”“เฮอะ…” เซี่ยหลานเฟิงยิ้มมุมปาก “ใครเล่าจะเข้าใจผิด ทุกคนรู้ว่าข้าสนิทกับคุณหนู ส่วนเจ้าเป็นสามีที่นางรักยิ่ง กลัวหรืออย่างไร…”“เฟิงเกออย่าไปแกล้งเขา” หญิงสาวคนกลางเอ่ยห้ามพี่ชายพลางหันมองสามีตัวเองจึงได้รู้ว่าหัวใจของเขานั้นบอบบางเสียเหลือเกิน จนรู้สึกว่าภาพฝันที่เห็นครานั้นยังคงฝังลึกในใจ“หือ… เจ้าร้องไห้หรือ” ดวงตาของหัวหน้าหน่วยหลิ่งเหวินเบิกกว้าง รู้สึกเหมือนพลาดเรื่องบางอย่างไป แต่เมื่อมองไปทางเสิ่นจื้อเหลียงเพื่อถามไถ่ อีกฝ่ายกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นกัน“เฟิงเกอ ข้าฝากสองคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็ท่านพ่อท่านแม่รออยู่ที่จวน รีบกลับไปชิมอาหารที่เมิ่งเซียงทำไว้ด้วย พวกข้าสองคนจะกลับช้าหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”พลันควงแขนผู้เป็นสามีเดินแยกไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ลังเลเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง ตลอดทางเดินขึ้นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกท้อผลิบาน นางไม่ปล่อยมือจากคนข้างกายเลยสักนิดเดียวเพราะรู้ว่าเวลานี้ไออุ่นที่แผ่จากฝ่

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 61 ดอกท้อผลิบาน 1/2

    หลายวันต่อมาสายลมเย็นของวสันตฤดูพัดผ่านต้าหลินเป็นระลอก ดอกไม้ต่าง ๆ เริ่มผลิบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลให้ชาวเมืองรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงสงครามระหว่างแคว้นอันยาวนานสิ้นสุดลง ความสงบสุขจึงหวนกลับคืนมา เทศกาลครั้งนี้จึงมีแต่ความรื่นเริงของผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองกันเจ็ดวันเจ็ดคืน“จื้อเหลียง เจ้านั่งลงดี ๆ ข้าผูกไม่ถนัด” หยางเสวี่ยฮวาพึมพำเพราะคนตรงหน้ามัวแต่หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าจะถูกใครจับได้“คุณหนู ข้าผูกเองได้ขอรับ แค่คุณหนูปักผ้าผูกผมให้ก็นับว่าซึ้งใจมากแล้ว” เจ้าตัวยิ้มกว้างที่ได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากนาง“ข้าเห็นพี่สะใภ้ผูกให้ท่านพี่นี่ ข้าอยากผูกให้เจ้าด้วย” แม้เด็กใหม่หน่วยซิงอวี่ได้ยินเสียงตุบดังมาจากทางข้างหน้า หากแต่เวลานี้หนีไปไหนไม่ทันแล้ว“ใครอยากผูกอะไรให้ผู้ใดนะ” หยางเสวี่ยเฟยถามคนตรงหน้า แววตาดุปราดมองพร้อมแสยะยิ้มให้ลูกน้องตัวเอง “ข้ามัดผ้าผูกผมให้จื้อเหลียงอยู่เจ้าค่ะ ท่านพี่มีอันใดหรือจึงมาหาตั้งแต่เช้าตรู่” คนเป็นน้องสาวกลับตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เข้าใจความหมายและความรู้สึกในเวลานี้ของพี่ชายเลยสักนิด ความตึงเครียดจึงตกไปอ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 13 หน้าแดงระเรื่อ 2/2

    อีกฟากหนึ่งของแคว้นฉินหมิง เพียงนั่งสูดหายใจเข้า ถอนหายใจออกไม่ทันไรท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงอีกครั้ง มู่หรงเซียวที่กำลังนั่งเล่นดูนกตัวเล็ก ๆ โผบินกลับรังกลับเหลือบเห็นสวีกงกงยืนยิ้มอยู่ไกล ๆ นางยกมือห้ามไม่ให้พวกเขาเข้ามาใกล้แล้วทำท่าเวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ทว่า คราวนี้ทางฝั่งขันทีมีหมอยาตามมาด้วย เขาจ

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 22 แย่งชิง 2/2

    “อยากพูดอันใดก็พูดมาเถิดเพราะถึงอย่างไรข้าก็เป็นฮูหยินจวนสกุลหยางและเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า” มู่หรงเซียวยิ้มบางรู้ว่านางพูดกระทบเพราะไม่ชอบหน้าและเตรียมใจรับมือเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว“ข้าไม่เคยนับเจ้าเป็นพี่สะใภ้” นางดื้อดึงและค้านหัวชนฝา “ข้าได้ยินท่านพี่พูดว่าจะทูลขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท ท่านพี่จะแต่ง

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 27 รู้ทัน 2/2

    คืนนั้นมาถึงหยางเสวี่ยฮวารู้สึกดีใจนักที่พี่สาวคนโปรดตอบรับคำเชิญมาทานอาหารร่วมกันที่จวน นางรู้สึกเบื่อที่ต้องเห็นหน้าพี่สะใภ้ที่ไม่ต้องการถึงสองคนอยู่ในเรือนเดียวกัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้สึกขัดใจไปหมดแต่ไม่มีใครให้ระบายความในใจด้วย“ท่านพี่อวี้หลานมาแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยทักทาย แววตาเป็นประกายรีบว

  • ฮูหยินแสนรักของรองแม่ทัพ   ตอนที่ 30 เฝ้ารอ (จบเล่ม 1) 2/2

    กระนั้นกลับถูกคนกลุ่มเดิมจับตัวเอาไว้จึงใช้แรงที่มีสะบัดออก หากคนที่จับไว้ไม่ใช่หยางเสวี่ยเฟยเป็นเพียงหญิงสาวเอวบางร่างน้อย นางย่อมเอาชนะได้ไม่ยาก หากแต่เวลานี้จวนเจียนจะเป็นลมจึงต้องรีบหยุดอีกฝ่ายตุบตับ ตุบตับ กำปั้นน้อย ๆ พุ่งเข้าท้องของสาวใช้ตรงหน้าคนละหมัดจนล้มไปกองกับพื้น มู่หรงเซียวหันมามองค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status