Share

8

last update publish date: 2026-05-07 07:21:28

หลินหลินอมยิ้ม มองพี่ชายคนนี้ด้วยสายตาชื่นชม ถ้าเปรียบเทียบในยุค2018 บุรุษแบบหย่งเล่อเรียกว่าสุภาพบุรุษ หลินหลินไม่กล้าเพ่งมองนานเพราะกลัวจะเสียมารยาทถึงอยากจะแอบชมความหล่อต่ออีกหน่อยก็ตาม แต่สตรีในยุคนี้ต้องสงวนท่าที จึงหลุบตาลงต่ำ อย่างไรเสียเจ้าของร่างนี้ก็เป็นอดีตฮองเฮา

“เอาล่ะ กินอาหารกันเถอะ ก่อนที่จะเย็นชืดเสียหมด” หลวนซูฮวาพูดขึ้น นางดีใจที่ลูกหลานรักใคร่ปรองดองกัน แม้สกุลหลวนจะไม่ใช่สกุลใหญ่ แต่ก็ปึกแผ่นมั่นคงด้วยความเอื้ออาทรต่อกัน

หลินหลินกินอาหารมื้อนั้นด้วยความอบอุ่น นางกินได้หลายคำเพราะความหิวที่แล่นจู่โจม กินเสร็จลู่เจียวกับจิวฮุ่ยก็ประคองนางออกไปเดินรอบจวน

หลินหลินนั่งพักที่ใต้ต้นท้อมีเสื้อคลุมกันหนาวคลุมร่างอย่างดี นางขบคิดถึงสถานการณ์ของนาง ทุกคนในจวนดีต่อนาง แต่ถ้าหากนางยังอยู่ที่จวนแห่งนี้จะทำให้ทุกคนลำบาก หลวนหย่งสือและหลวนหย่งเล่อมีหน้าที่ทางการทหาร หากว่าคนในราชสำนักสืบรู้ถึงความเกี่ยวโยงกันก็จะทำให้ทั้งหย่งเล่อและหย่งสือลำบาก

หากว่านางต้องการหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมนี้ เพื่อไม่ให้ตัวนางเองและคนในครอบครัวสกุลหลวนลำบาก ยิ่งสืบเรื่องราวจากสองสาวใช้ทุกอย่างที่หลินหลินเคยฝันล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจริง

“ผัวชั่วหลงเมียน้อย แล้วร่วมมือกันผลักเมียหลวงตกบัลลังก์ ฮึ่ม!! ได้เลย เดี๋ยวหลินจัดให้”

“คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” สองสาวใช้มองหน้ากันอย่างงุนงง หรือเป็นเพราะช่วงนี้คุณหนูของพวกนางผ่านเรื่องร้ายมามากถึงได้ดูเปลี่ยนแปลงไป

หลินหลินไม่ได้ตอบคำถามของสองสาวใช้ นางกำลังวางแผนการในหัวอยู่ นางคิดแผนแรกได้แล้ว อย่างแรกนางต้องไปพึ่งสถานที่หนึ่งซึ่งได้ยินมาจากท่านยาย ถ้าสวรรค์ส่งนางกลับมาแก้แค้นให้จางชิงหลิน นางก็จะเขียนบทเองเล่นเอง คอยดูเถอะผัวชั่วกับอดีตสาวใช้สันดานเสียคิดจะเหยียบหัวผู้มีพระคุณไปนั่งบัลลังก์ เดี๋ยวแม่จะเขย่าบัลลังก์ให้ร่วงลงมาทั้งสองคนนั่นแหละ ยิ่งได้ฟัง ยิ่งได้รับรู้ ยิ่งคับแค้น

หลินหลินเดินกลับไปขอพบหลวนซูฮวาและขอให้สตรีชราจัดรถม้าให้ นางบอกจุดประสงค์กับท่านยาย อีกฝ่ายก็ไม่ขัดข้อง

หลินหลินเรียกลู่เจียวกับจิวฮุ่ยมาพบหลังจากนั้นทันที

“ข้าจะไปอารามเต๋า”

“คุณหนูจะไปไหว้พระหรือเจ้าคะ”

หลินหลินมีคำตอบในใจแล้วแต่ยังไม่อยากพูดให้ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยรู้ตอนนี้ “ใช่ พวกเจ้าไปเตรียมรถม้าให้พร้อม ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

หลินหลินรอไม่นาน รถม้าก็มารอรับอยู่ที่หน้าจวน ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยประคองผู้เป็นนายขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง

รถม้าเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าจวน หลินหลินก็เปิดผ้าม่านออกมองดูผู้คนภายนอกรถม้า นางมองดูชีวิตของผู้คนในยุคราชวงศ์ชิง เครื่องสวมศีรษะความเป็นจริงแล้วไม่ได้ใหญ่อลังการแบบที่พวกละครทีวีชอบให้นักแสดงสวมใส่

หลินหลินอดคิดขึ้นมาไม่ได้

“ที่จริงสวรรค์ไม่ควรให้คนเขียนบทอย่างฉันหลงยุคมา ควรให้พวกคอสตูมหลงยุคมาด้วยจะได้รู้ว่าชุดนักแสดงหญิงในชุดราชวงศ์ชิงแท้จริงเป็นยังไง ดูสิชุดที่ใส่ไม่เหมือนที่พวกคอสตูมจัดให้นักแสดงเลย” ถ้ามีกระดาษปากกามาจดภาพตรงหน้าไว้ด้วยได้ก็ดี หลินหลินพึมพำเกาะหน้าต่างรถม้าด้วยดวงตาเป็นประกาย

พลันสายตาของนางเห็นเข้ากับเงาร่างคุ้นตาคนหนึ่ง สตรีคนนั้นเหมือนหลิวโจวซิ่นไม่มีผิด

“เฮ้ย! ทำไมหลิวโจวซิ่นถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ หล่อนรับงานอีเว้นต์ข้ามภพด้วยเหรอ” หลินหลินหันไปร้องตะโกนบอกคนขับรถม้าด้วยความดีใจอย่างน้อยก็ไม่ใช่เธอคนเดียวที่หลงยุคมา

“หยุดรถม้าเดี๋ยวนี้” หลินหลินร้องบอกแล้วกระโดดลงจากรถม้าโดยไม่สนใจมารยาทอีกเลย นางต้องรีบตามหลิวโจวซิ่นให้ทันแล้วถามว่าอีกฝ่ายก็ย้อนเวลามาที่ราชวงศ์ชิงเหมือนกันใช่หรือไม่ถ้าใช่ ก็จะได้หาทางกลับบ้านไปพร้อมกัน

สองเท้าเรียวเล็กพยายามวิ่งให้ทันแต่ก็วิ่งได้ช้าเพราะรองเท้าที่สวมใส่ อีกทั้งชุดที่สวมก็คับแคบวิ่งไม่ถนัด

“คุณหลิวคะ รอฉันด้วยค่ะ คุณหลิววว”

เสียงของหลินหลินดังมากแต่หลิวโจวซิ่นไม่ได้ยินแต่คนที่ยืนอยู่ในตลาดตรงนั้นได้ยินกันทุกคน ทุกสายตามองมาที่เธอเป็นตาเดียว

ใครกัน หน้าตาก็งดงามล่มเมืองทำไมเสียมารยาท

เป็นลูกสาวจวนไหน ถ้ามีลูกชายจะไม่ให้แต่งด้วยเลย

หลินหลินไม่สนใจสายตากับคำพูดของใครทั้งนั้น พยายามมองหาหลิวโจวซิ่นแต่หาไม่เจอ นางไม่สนใจเสียงเรียกของลู่เจียวกับจิวฮุ่ยที่ตามอยู่ด้านหลังด้วยซ้ำ

ร่างบอบบางราวกิ่งหลิววิ่งฝ่าฝูงชนจนไปชนกับร่างกำยำร่างหนึ่ง

“อุ๊ย”

ใบหน้าหล่อเหลาที่มีผมเปียยาวถึงเอวตวัดตามองด้วยสายตาไม่พอใจครั้งหนึ่ง หลินหลินเห็นเข้าจึงรีบเอ่ย

“ขอโทษเจ้าค่ะ” ว่าแค่นั้นแล้วจะวิ่งไปหาหลิวโจวซิ่นแต่ข้อมือบางก็ถูกมือแข็งแรงฉุดให้กลับมา แล้วถูกผลักให้ล้มลง

“โอ๊ย”

“พูดกับท่านอ๋องแบบนี้ได้หรือ คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากถูกตัดหัว”

“ท่านอ๋อง” หลินหลินตกใจแต่เวลานี้นางเริ่มจำเขาได้ หญิงสาวเบิกตากว้าง “ท่าน! ท่านนั่นเอง ฮ่องเต้ในภาพวาด” ใช่แล้วเธอจำไม่ผิดแน่เพื่อนสาวของเธอนำข้อมูลประวัติศาสตร์สำคัญที่คัดลอกเอาไว้มาให้ยืมใช้ทำงาน ผู้ชายตรงหน้าในอนาคตเขาคือฮ่องเต้แห่งต้าชิง แต่ทำไมชุดที่เขาใส่ในเวลานี้กลับไม่ใช่ เมื่อนึกขึ้นได้เวลานี้ผู้ครอบครองบัลลังก์มังกรคือไอ้ผัวชั่วต่างหาก

“ใช่ ท่านนี้คือท่านอ๋องเก้า เจ้ามีตาแต่หามีแววไม่” คนพูดเองก็จำอดีตฮองเฮาไม่ได้ เนื่องจากจางชิงหลินเวลานี้ทั่วร่างดูเรียบง่ายไม่ต่างจากหญิงสามัญชน

“ได้ๆ ข้ามันตาไม่มีแวว มองไม่ออกว่าท่านนี้คือท่านอ๋อง แต่ตอนนี้ข้ารีบ ข้าต้องไปตามหาคนก่อนวันหลังจะแวะมาคารวะใหม่” หลินหลินอยากรู้ว่าหลิวโจวซิ่นมาที่นี่ได้อย่างไร แล้วรู้วิธีกลับไหม จึงร้อนใจรีบลุกขึ้นวิ่งตาม แต่ร่างอรชรก็ไม่สามารถวิ่งไปได้ตามใจ เพราะเสียงคมกระบี่ที่ดังออกจากฝัก

เฟี้ยว

เสียงคมกระบี่เสียดสีกับอากาศ ทำให้หลินหลินตกใจ หยุดยืนมองด้วยอาการตัวแข็ง

“ข้าทำอะไรผิด จะฆ่ากันเลยหรือ”

ครั้งนี้เป็นเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเนิบช้า ใช้มือลดกระบี่ขององครักษ์ลง “พวกเจ้าโง่เขลา จำอดีตฮองเฮาไม่ได้หรือ”

หลินหลินได้ยินก็ เบ้ปากใส่บุรุษที่คาดว่าน่าจะเป็นองครักษ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   14

    “ไม่มีใครบอกหรอกเจ้าค่ะ ชิงหลินคิดเอง คงเป็นเพราะชิงหลินทุกข์ใจที่ชีวิตต้องมาเจอกับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ พลัดบ้าน แล้วชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะเจอคนไม่ดีเลยทำให้พูดอะไรเหลวไหลออกไป ท่านอาจารย์อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”ประโยคหลังหลินหลินรำพึงแทนจางชิงหลินที่ถูกสามีหักหลัง คิดครั้งใดก็แค้นขึ้นมาทุกครั้ง ผัวชั่วร่วมมือกับเมียน้อยทำร้ายเมียหลวง ไม่ว่ายุคสมัยใดฟังแล้วหัวใจลูกผู้หญิงก็เจ็บปวดกันทุกคน“วาสนาชะตาของประสกมีบุรุษเข้ามาเกี่ยวพันสามคน ทั้งหมดเป็นไปตามโชคชะตา ประสกต้องเจอพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประสกจะมีทั้งทุกข์และสุข นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกแต่สุดท้ายแล้วประสกก็จะได้เจอคู่แท้เอง”“คู่แท้” หลินหลินร้องออกมาด้วยความตกใจ นางสนใจก็ประโยคนี่แหละ แต่พลันหน้าแดงแล้วก็เขียวคล้ำคู่แท้มาอยู่ที่ภพนี้ แล้วถ้านางกลับไปบ้านได้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ หรือถ้าอยู่ด้วยกันก็หมายความนางไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลินหลินยกมือนวดขมับ ไม่อยากคิดให้วุ่นวายต่อเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น“บางทีชิงหลินก็ไม่อยากเจอคู่แ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   13

    วันต่อมา จิวฮุ่ยออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เวลานี้หลินหลินไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจจะช่วยปัดกวาดอาราม นางเดินค้นหาห้องเก็บของเพื่อจะหยิบผ้ากับถังน้ำแต่เจอเข้ากับห้องหนังสือเสียก่อนด้วยความเป็นคนรักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะต้องนำมาใช้ในการเขียนบท หลินหลินเห็นกองหนังสือมากมายก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี สองเท้ารีบก้าวเข้าไป นางอยากรู้ว่าหนังสือในยุคโบราณเขาเขียนอะไรกันไว้บ้างนางหยิบเล่มนั้นมาดู หยิบเล่มนั้นมาอ่าน กระทั่งเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อที่หน้าปกทำให้นางขมวดคิ้วเข้าหากัน“ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง”นางขมวดคิ้ว ทำไมบังเอิญแบบนี้ ตอนอยู่ที่ภพปัจจุบันก็อ่านค้างไว้พอดี ด้วยความอยากรู้ นางจึงพลิกเปิดอ่าน หลินหลินไม่ลืมว่าผลงานสุดท้ายก่อนที่จะหลุดมายังต้าชิงแห่งนี้คือการเขียนบทซีรีย์เรื่องตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง และนางก็ถูกหลิวโจวซิ่นไล่ไปหาข้อมูลจริงมาเขียน แต่จะหาข้อมูลจริงจากไหนหลินหลินเปิดหนังสือเล่มนั้น อยากรู้ว่าในเล่มนี้จะเหมือนกับเล่มที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันหรือไม่ ในยุคปัจจุบันอาจจะตีไข่ใส่สีจนผิดไปจากความเป็นจริง

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   12

    “หากเจ้าอยากศึกษาธรรมจริงคงปลงผมบวชแล้ว ข้าจึงคิดว่าเรื่องบวชเป็นเรื่องที่เจ้าสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้คนในราชสำนักไว้วางใจเจ้า เพื่อที่เจ้าและสกุลหลวนจะได้ปลอดภัยและเจ้าจะได้วางแผนทำอย่างอื่นได้”“ถ้าใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร ทั้งหมดมันก็เรื่องของข้า” นางเบือนหน้าหนีเพราะเกลียดคนรู้ทัน จะแสร้งโง่หน่อยไม่ได้หรือไง จึงไม่ทันเห็นว่าฉินจิ้นเหอเดินเข้ามาใกล้“เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ บอกข้ามา ทำไมจึงส่งคนไปสืบเรื่องที่สกุลหลี่” เขาถามย้ำน้ำเสียงเข้มขึ้น“ข้าไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น” หลินหลินเดินหนี นางกลัวจะเผยพิรุธให้เขาจับได้มากกว่านี้“ข้าไม่เชื่อ”ครั้งนี้หลินหลินหยุดเดิน ไม่เดินหนีเขาอีกแต่หันหน้ามาเผชิญ นางยิ้มเย็นชาเหมือนหิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอกตอนนี้แล้วฉุกคิดได้ว่าหรือสวรรค์ส่งนางมาเขย่าบัลลังก์ทรราชชักพาคนฉลาดขึ้นครอบครองบัลลังก์...นางมองจ้องดวงตาคมกริบของบุรุษตรงหน้า แผนการในหัวเริ่มวางโครงร่างขึ้นมาเป็นฉากๆ“ท่านอ๋องล่ะ มีแผนการอะไร ข้าว่าท่านก็ไม่ได้เรียบง่ายอย

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   11

    ระหว่างขบคิดถึงปัญหาของตนที่มีมากมายเสียเหลือเกิน หลินหลินจึงชวนบ่าวทั้งสองออกไปนอกอาราม นางบอกแก่นักพรตหญิงที่เป็นหัวหน้าของที่นี่ว่านางต้องการออกไปซื้อธูปที่ตลาดเพราะตอนเดินทางมาที่อารามไม่ได้นำติดตัวมาด้วยนักพรตหญิงเห็นว่าเป็นของใช้ที่จำเป็นต้องมี จึงไม่ว่าอะไร หลินหลินและบ่าวทั้งสองคนจึงออกจากอารามมาที่ตลาดอีกครั้ง ระหว่างเดินดูหนทางที่จะหาเงินเพื่อดำรงชีพ หลินหลินก็สังเกตเห็นว่าทางเดินตรอกหนึ่งมีโคมกับผ้าแดงติดอยู่ตลอดทาง“ผ้าแดงกับโคมแดงที่ติดตามถนนหมายความว่าจะมีงานมงคลหรือลู่เจียว จิวฮุ่ย”ลู่เจียวมองตามสายตาของเจ้านายแล้วหันกลับมาตอบ “ใช่ เจ้าค่ะ การจะติดผ้าแดง โคมแดงได้ต้องเป็นขุนนางสูงศักดิ์ หรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ ในตรอกข้างหน้านั่นถ้าบ่าวจำไม่ผิดเห็นทีจะเป็นจวนของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย...”“หึ เจ้าคงลืมไปแล้วมั้งลู่เจียว” จิวฮุ่ยขัดขึ้น “ท่านหลี่ไม่ใช่อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วแต่เป็นมหาอัครเสนาบดีต่างหาก” จิวฮุ่ยบอกด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำให้หลินหลินขมวดคิ้ว ท่าทางของจิวฮุ่ยบอกว่ามีความแค้นแน่นอกกับอั

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   10

    หลินหลินกลับมาจากอารามเต๋าก็เข้านอนพักผ่อน พอตื่นเช้าขึ้นมา ก็รีบลุกไปกินอาหารเช้าแล้วพูดกับทุกคน“ท่านยาย ท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะบอกให้พวกท่านทราบ”หลวนซูฮวาเห็นสีหน้าจริงจังของหลานสาวก็อยากรู้ รีบพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อหลินหลินมองใบหน้าทุกคนที่มองนางด้วยความรักความหวังดีจากใจ ก็ตัดสินใจพูดออกมา“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปพำนักที่อารามเมฆขาว เพื่อไปศึกษาคำสอนของเต๋าให้ถ่องแท้ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าคิดว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอดีตฮองเฮาอย่างข้า ข้าจึงต้องมาบอกให้ทุกคนทราบ”หลินหลินพูดทิ้งท้ายให้ทุกคนคิด และตัวนางเองก็ทบทวนมาทั้งคืนแล้ว การไปอยู่ที่อารามโดยอ้างว่าจะไปเพื่อศึกษาธรรมจะทำให้ทุกคนในสกุลหลวนพ้นภัยได้ ตัวนางเองก็อาจจะลำบากนิดหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าให้ทุกคนต้องมาตายหมดเพราะนางถึงแม้ว่าจะไม่เคยคิดว่าต้องหันหน้าเข้าอารามตั้งแต่ยังสาว แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพราะตอนเด็กอาม่าที่เลี้ยงนางมาก็พาเข้าวัดนั่งสมาธิบ่อยๆ“เจ้าคิดดีแล้วหรือชิงหลินหลานยาย หรือว่าอยู่ที่จวนนี้ไม่สบาย”

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   9

    “จางชิงหลิน จางฮองเฮา ใช่ท่านจริงๆมาวิ่งเล่นอะไรแถวนี้”หลินหลินเงยหน้าขึ้นมอง นางจะสะบัดหน้ากลับแต่ถูกเขาบีบปลายคางไว้แน่น กระแสความร้อนประหลาดขุมหนึ่งวิ่งไปทั่วร่าง นางมองไม่ผิดใช่ไหมเมื่อครู่ผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้ามองนางอย่างกระเหี้ยนกระหือรือในเพศรส“สภาพของท่านตอนนี้ ข้าจำแทบไม่ได้”“สภาพข้าจะเป็นเช่นไรก็เรื่องของข้า และเมื่อครู่ที่ว่าข้าวิ่งเล่น... ข้าอายุเท่าไหร่แล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบนะเจ้าคะ” หลินหลินสะบัดหน้าออกให้พ้นจากการถูกบีบ พอดีกับสองบ่าววิ่งกระหืดกระหอบมาถึง“เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าไม่เป็นอะไร” หลินหลินตอบอย่างโกรธๆ จ้องไปที่คนที่เพิ่งปล่อยมือจากการบีบคางนาง สองบ่าวเมื่อมองตามไปก็ร้องออกมา“ท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องโปรดทรงอภัยให้คุณหนูด้วยเจ้าค่ะ” ทั้งสองบ่าวรีบดึงมือให้จางชิงหลินถอยออกมา“เมื่อครู่ เขาบอกว่าเป็นท่านอ๋อง เขาชื่ออะไรหรือ” จางชิงหลินกระซิบถาม“เจ้าความจำเสื่อมหรือถึงจำอะไรไม่ได้เลยพี่สะใภ้”หลินหลิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status