สายลับทะลุมิติไปเป็นแม่ลูกสองหรือสามกันนะ

สายลับทะลุมิติไปเป็นแม่ลูกสองหรือสามกันนะ

last updateHuling Na-update : 2026-06-29
By:  มายุมายูมายาIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Rating. 1 Rebyu
104Mga Kabanata
4.7Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

แนวสายลับจากยุคปัจจุบันเข้าไปในยุคจีนโบราณ .... สายลับสายลุยจากยุคสองพันตายเพราะปฏิบัติภารกิจพลาด ดันทะลุมิติมาในยุคจนโบราณในร่างสตรีที่อาศัยในหมู่บ้านติดชายแดน พร้อมของแถมเป็นลูกแฝดต่างเพศสองคน และสามีที่ดันความจำเสื่อมไม่ต่างจากคนอายุสามขวบ! ปลูกผัก ขายของป่าก็แค่อาชีพเสริม อย่างนางต้องสร้างธุรกิจเท่านั้น… ทว่าสามีเอ๋อของนางไยเปลี่ยนไปเสียได้ อีกทั้งเขาคือใครทำไมมีแต่คนตามหาเขากันนะ!?

view more

Kabanata 1

บทนำ

#####บทนำ

ความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยหยุดหมุนเวียนมาให้สมองประมวลแล้ว สายลับสายลุยประจำองค์กรความมั่นคงระดับประเทศที่เพิ่งตายเพราะปฏิบัติภารกิจพลาดเพียงคราแรกก็ถึงแก่ชีวิตเลย รู้สึกตัวอีกทีในสภาพแวดล้อมและร่างกายแสนจะไม่คุ้นเคย

ร่างกายนี้ไม่ใช่ของจิ่วเม่ยในยุคสองพันแน่ แต่เป็นจิ่วเม่ย แซ่จางในยุคจีนโบราณ สตรีที่อาศัยในหมู่บ้านติดชายแดน ที่อยู่กับสามีหนึ่งลูกแฝดต่างเพศอีกสองคน

ความทรงจำของจิ่วเม่ยคนเก่ามีมากจนนางไม่สามารถพิจารณาและเข้าใจได้หมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่จิ่วเม่ยต้องรีบทำความเข้าใจ  เพราะนั่นเป็นสาเหตุให้เจ้าของร่างคนเก่าตายไปจนจิ่วเม่ยในยุคสองพันมาเกิดในร่างนี้แทน

ภาพความทรงจำก่อนตาย คือมีโจรชุดดำสามคนบุกเข้ามาจะพาสามีและลูกแฝดทั้งสองไป แต่จิ่วเม่ยคนเดิมไม่ยอมเข้าขัดขวางจึงถูกป้อนผงยาบางอย่าง แต่ก็ขัดขืนและถูกใช้กำลังจนถึงแก่ความตายบนพื้นนี่ล่ะ เมื่อนางมองไปรอบข้างไม่พบคนอื่นจึงคาดว่าโจรพวกนั้นพาสามีและลูกน้อยของนางไปแล้ว

อ่า แม้นไม่ใช่สามีและลูกของจิ่วเม่ยคนใหม่จริง แต่นางก็จำเป็นต้องไปช่วยนั่นล่ะ หวังว่าพวกโจรจะยังพาไปไม่ไกลนะ...

อีกฝั่งหนึ่งในป่าใหญ่ ร่างบุรุษชุดดำสามคนกำลังเคลื่อนตัวอย่างยากลำบาก เพราะหนึ่งคนแบกร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่สลบไม่ได้สติไว้ที่บ่า อีกคนหนึ่งอุ้มเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มหวานละมุนที่ยอมให้พามาแต่โดยดีในตอนแรกแต่ตอนนี้กลับดิ้นไม่ยอมอยู่เฉย แม้นจะร้องไห้น้ำตานองแฉะเต็มหน้าตา แต่ก็แหกปากร้องลั่นป่า ส่วนมือก็ทุบตีที่อกของเขาจนไม่สามารถจับให้อยู่นิ่งได้แล้ว ส่วนบุรุษอีกคนหนึ่งอุ้มเด็กน้อยหน้านิ่งอีกคนไว้แต่ถูกความสลบนิ่งก่อนหน้าลวงจนเผลอผ่อนแรงจับไว้กลายเป็นเด็กน้อยในอ้อมแขนดิ้นหลุดได้ ต้องวิ่งไล่จับเด็กน้อยที่วิ่งวนรอบบุรุษชุดดำอีกสองคนนั่นเอง

หากพวกเขาไม่ชะล่าใจว่าเป็นเพียงเด็กสองคน จึงไม่โปะยาสลบคงไม่ต้องปวดหัวถึงเพียงนี้หรอก

“เอาผงยาสลบส่งมาให้ข้าเสีย! เร็วเข้า”

ผงยาสลบทั้งหมดอยู่ที่โจรชุดดำคนที่แบกเด็กน้อยขี้แงที่หน้าเสียเพราะเริ่มรับเสียงแหลมที่แหกปากไม่ไหวแล้ว ทว่าพอเขาคลำหาที่ตัวกลับไม่พบถุงใส่ผงยาสลบเสียแล้ว

“ไม่รู้ตกไปตอนไหน ไม่อยู่ที่ตัวข้าแล้ว!”

...ใครจะรู้เล่าว่าเป็นฝีมือของเด็กขี้แยนี่เอง ก่อนหน้าเห็นว่าบิดาของตนถูกคนใช้สิ่งนั้นจึงคิดว่ามันต้องอันตรายแน่ จึงหาโอกาสแอบหยิบออกมาแล้วโยนทิ้งไประหว่างทางนี้

“โธ่เอ๊ย! ทำหล่นไปได้อย่างไร อย่างนั้นก็จัดการเด็กๆ ให้สลบด้วยกำลังเลยแล้วกัน...”

“โอ๊ย!”

“โอ๊ย! ใครมันปาหินใส่ข้า”

“โอ๊ย! ข้าด้วย”

จุดที่หินกระทบหัวของบุรุษชุดดำทั้งสามแรงจนแต่ละคนปล่อยสิ่งที่เป็นภาระบนตัวทันทีเลยล่ะ

สามีของจิ่วเม่ยร่วงลงสู่พื้นดินอย่างน่าเวทนา...

เด็กหญิงตัวน้อยร้องเสียงหลงที่ก้นจั้มเบ้าลงบนพื้นแข็ง แต่ก็หุบปากที่ร้องไห้ทันที ก่อนวิ่งไปหาเด็กชายตัวน้อยอีกคนที่ไม่มีคนไล่ตามแล้ว...

จิ่วเม่ยคือเจ้าของของหินทั้งสามก้อนมองผลลัพธ์ตรงหน้าอย่างพอใจ นางไม่รีบออกจากที่กำบัง หรือเผยตัว ปล่อยให้โจรชุดดำทั้งสามงงไปก่อน จุดที่จิ่วเม่ยปาหินไปถูกอย่างแรงนั้นเป็นจุดที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่เยอะทุกจุด คนถูกหินต้องเจ็บปวดเหลือประมาณแน่ ไหนจะหินแต่ละก่อนที่คมประมาณนึงอีกเล่า คงมีเวลาพอให้จิ่วเม่ยเรียกให้เด็กน้อยทั้งสองวิ่งหนีห่างจากโจรทั้งสามได้นั่นล่ะ

“เด็กๆ มานี่เร็ว!!!”

ดวงตาสองคู่หันมองตามเสียงที่คุ้นเคยทันใด...

“ท่านแม่!”

“แม่จ๋า!”

อา เสียงตอบรับนี้ทำเอาจิ่มเม่ยใจกระตุกอย่างไม่เคยรับรู้ความรู้สึกนี้มาก่อนเลย...

ทว่าตอนนี้ต้องมีสติ นางรอให้เด็กน้อยทั้งสองวิ่งห่างออกมาพอประมาณ จึงขว้างเศษผ้าขนาดพอให้คลุมปิดหน้าบุรุษได้ไปที่ใบหน้าเน้นที่จมูกของบุรุษทั้งสาม ในเศษผ้านั้นมีก้อนหินขนาดเล็กและผงยาสลบที่นางเก็บได้ในระหว่างทางอยู่ เมื่อสามคนรับผงยาสลบของตนไปก็ค่อยๆ ล้มลงไร้สติจนครบทุกคน

ภารกิจเสร็จสิ้น!!!

“ท่านแม่มาช่วยพวกเราแล้ว ลูกนึกว่าท่านแม่จะ...”

“แม่จ๋ามาช่วยเมี่ยวเอ๋อร์แล้ว เมี่ยวเอ๋อร์กลัวมากเจ้าค่ะ ฮือ...”

จิ่วเม่ยรับการกอดจากก้อนแป้งน้อยทั้งสอง แม้เป็นเด็กแฝดเกิดพร้อมกันแต่นิสัยทั้งสองคนช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

...เด็กน้อยผู้พี่ มีความคิดอ่านรู้เรื่องเกินเด็กอายุสามปียิ่ง นางพอเดาได้ว่าเด็กน้อยคงเข้าใจว่ามารดาอาจตายแล้ว แต่ก็รู้เรื่องที่จะไม่เอ่ยออกมาในยามที่มารดามีชีวิตอยู่ตรงหน้า

...เด็กน้อยเพศหญิงผู้น้องดูไร้เดียงสากว่า แต่ก็รู้เรื่องพอตัว จิ่วเม่ยสังเกตจากการที่ก้อนแป้งน้อยเมี่ยวเอ๋อร์รู้จักเลือกโอกาสในการร้องไห้ได้เหมาะสม ไม่ร้องไห้มั่วซั่วไร้สาระจนน่ารำคาญนั่นล่ะ

เอ หรือว่าจิ่วเม่ยคิดมากไปหว่า ก้อนแป้งน้อยทั้งสองอาจบังเอิญทำตามสันชาตญาณก็ได้

“พวกเจ้ามีใครบาดเจ็บหรือไม่?”

“ท่านแม่ไยเรียกเมี่ยวเอ๋อร์ห่างเหินเช่นนั้นเจ้าคะ?

หรือว่าแม่จ๋าเบื่อหนูแล้ว ฮือ ฮือ”

อ่อ นางคือมารดาของเจ้าก้อนแป้งน้อยตาแป๋วตรงหน้านี่นา

“แม่ เอ่อ ข้า...” ความทรงจำของร่างเดิมยังวิ่งวนสับสนอยู่เลย นางเรียบเรียงไม่ได้ว่าแต่ก่อนร่างเดิมเรียกว่าอันใด

“ปกติท่านแม่เรียกพวกเราว่า อาเมี่ยวและอาหมิงขอรับ หรือเรียกว่าลูกน้อยขอรับ”

เป็นอาหมิงน้อยที่เอ่ยช่วยนาง อีกทั้งจิ่วเม่ยมองสบสายตาสงสัยของเขาแล้วก็รู้สึกขนลุกขนพองอย่างไรไม่รู้

“ลูกน้อยทั้งสองไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว เรารีบกลับบ้านกันเถอะนะ...”

จิ่วเม่ยจูงสองมือเล็กของก้อนแป้งน้อยจะพาไปทางเดิมที่นางจากมา บ้านหลังเล็กที่ทำจากวัสดุง่ายๆ คล้ายจะพังแหล่ไม่พังแหล่นั่นล่ะ ทว่ามือข้างที่จูงหลินหมิงอยู่กลับมีแรงขืนไว้จน

จิ่วเม่ยต้องหันกลับไปมอง

“ไม่ไปหรืออาหมิง?”

“ท่านแม่ลืมพาท่านพ่อกลับไปด้วยหรือเปล่าขอรับ?...”

มองตามนิ้วเล็กสั้นป้อมที่ชี้ไปเบื้องหลังของทุกคนแล้ว ก็ได้แต่แจกรอยยิ้มจืดเจื่อนส่งไปให้ใบหน้าสงสัยของเจ้าก้อนแป้งน้อยแทน

“แม่ลืมที่ไหนกันเล่า แม่กะว่าจะพาพวกลูกกลับไปบ้านก่อนแล้วค่อยมารับตัวท่านพ่อของพวกลูกอย่างไรเล่า...”

ใช่ที่ไหนกัน นางลืมจริงนั่นล่ะ!!!

“ไหนไหน อาหมิงก็ถามแม่แล้ว เดี๋ยวพาท่านพ่อของพวกลูกกลับไปพร้อมกันเลยแล้วกัน...”

สามีบ้านี่ก็นอนสลบหลับสบายเชียว ต้องเป็นสตรีร่างผอมบางแบกขึ้นหลัง ส่วนมือเล็กๆ ของก้อนแป้งสองคนก็จับชายกระโปรงมารดาไปอย่างรู้ความ

...จิ่วเม่ยนั้นตอนฟื้นใหม่ๆ คิดว่าการที่มีโอกาสได้มีชีวิตอีกรอบในร่างนี้นั้นถือว่าเป็นพรที่พระเจ้าประทานให้ แต่พอมาตอนนี้ไฉนนางถึงรู้สึกอาจไม่ใช่พรแต่เป็นเวรกรรมที่นางต้องชดใช้กันล่ะ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
สนุกมากค่ะ
2026-05-13 21:07:23
1
0
104 Kabanata
บทนำ
#####บทนำความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยหยุดหมุนเวียนมาให้สมองประมวลแล้ว สายลับสายลุยประจำองค์กรความมั่นคงระดับประเทศที่เพิ่งตายเพราะปฏิบัติภารกิจพลาดเพียงคราแรกก็ถึงแก่ชีวิตเลย รู้สึกตัวอีกทีในสภาพแวดล้อมและร่างกายแสนจะไม่คุ้นเคยร่างกายนี้ไม่ใช่ของจิ่วเม่ยในยุคสองพันแน่ แต่เป็นจิ่วเม่ย แซ่จางในยุคจีนโบราณ สตรีที่อาศัยในหมู่บ้านติดชายแดน ที่อยู่กับสามีหนึ่งลูกแฝดต่างเพศอีกสองคนความทรงจำของจิ่วเม่ยคนเก่ามีมากจนนางไม่สามารถพิจารณาและเข้าใจได้หมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่จิ่วเม่ยต้องรีบทำความเข้าใจ เพราะนั่นเป็นสาเหตุให้เจ้าของร่างคนเก่าตายไปจนจิ่วเม่ยในยุคสองพันมาเกิดในร่างนี้แทนภาพความทรงจำก่อนตาย คือมีโจรชุดดำสามคนบุกเข้ามาจะพาสามีและลูกแฝดทั้งสองไป แต่จิ่วเม่ยคนเดิมไม่ยอมเข้าขัดขวางจึงถูกป้อนผงยาบางอย่าง แต่ก็ขัดขืนและถูกใช้กำลังจนถึงแก่ความตายบนพื้นนี่ล่ะ เมื่อนางมองไปรอบข้างไม่พบคนอื่นจึงคาดว่าโจรพวกนั้นพาสามีและลูกน้อยของนางไปแล้วอ่า แม้นไม่ใช่สามีและลูกของจิ่วเม่ยคนใหม่จริง แต่นางก็จำเป็นต้องไปช่วยนั่นล่ะ หวังว่าพวกโจรจะยังพาไปไม่ไกลนะ...อีกฝั่งหนึ่งในป่าใหญ่ ร่างบุรุษชุดดำสามคนกำลังเคลื่อ
Magbasa pa
1 นางไม่น่าจะได้กลับมาอีกแน่
#####1 นางไม่น่าจะได้กลับมาอีกแน่กว่าจิ่วเม่ยจะพาร่างแสนจะหนักของสามีกลับมาถึงบ้านได้ก็แทบขาดใจตาย ดีที่พอกลับมาถึงบ้านเก่าแสนเก่าแล้ว ก้อนแป้งน้อยทั้งสองที่แสนจะรู้ความก็จัดแจงแบ่งหน้าที่ คนหนึ่งไปเอาน้ำมาให้จิ่วเม่ยดื่มแก้กระหาย ส่วนอีกคนก็จัดแจงเตะของในบ้านที่ถูกรื้อจนกระจัดกระจายให้พ้นทางเพื่อให้สี่ชีวิตมีที่นั่งบ้าง“พวกลูกก็ไปนอนพักเถอะ ดึกแล้ว”“แล้วท่านแม่จะไปไหนหรือขอรับ?”จิ่วเม่ยพักยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ลุกขึ้นหมุนตัวจะเปิดประตูออกจากบ้านไปอีกรอบ หลังจากที่บอกเด็กน้อยให้เข้านอนแล้ว แต่ใครจะคิดว่าเด็กน้อยเพียงขึ้นไปบนเตียงข้างบิดาแต่ไม่ล้มตัวลงนอน แต่จ้องมองมาที่จิ่วเม่ยตาใสแทน“แม่ต้องไปจัดการอันใดสักหน่อยเดี๋ยวกลับมา ไม่ต้องรอแม่หรอก”“แต่เมี่ยวเอ๋อร์ยังกลัวอยู่เลย แม่จ๋าไม่อยู่หนูก็นอนไม่ได้นะเจ้าคะ”ดวงตาคู่สวยกลมโตเริ่มมีม่านน้ำตาสีใสปกคลุมแล้ว ทำให้จิ่วเม่ยตัดสินใจเดินกลับไปกล่อมเด็กสามขวบสองคนจนเข้าสู่นิทราก่อน ค่อยย่องออกไปทำธุระเงียบๆมองจากสภาพการรื้อของกระจัดกระจายในบ้านแล้ว เผินๆ อาจมองว่าโจรสามคนนั้นมาเพื่อขโมยของมีค่าแล้วบังเอิญเจ้าของบ้านขัดขืนจึงถูกฆ่าตาย แต่
Magbasa pa
1 นางไม่น่าจะได้กลับมาอีกแน่ (ต่อ)
#####1 นางไม่น่าจะได้กลับมาอีกแน่ (ต่อ)ในมือของอาหมิงมีถาดไม้เก่าๆ ขนาดใหญ่กว่าตัวอยู่ ดูน่าจะถือลำบากแต่เจ้าตัวน้อยกลับถือได้สบายอย่างคนทำมาจนชิน“อ้อ พี่ชายต้มข้าวมาให้พวกเรากินเจ้าค่ะ แม่จ๋าตื่นมาได้เวลาพอดีเลย...”ก็ว่าแล้ว มีกลิ่นข้าวอ่อนๆ โชยมาแต่ไม่ชัดเจนมาก พอหลินหมิงวางถาดลงบนพื้นเท่านั้นล่ะ จิ่วเม่ยจึงเข้าใจเลยว่าไยกลิ่นถึงเบาบางไม่เหมือนยามต้มข้าวต้มปรกติเลย ก็เพราะว่าชามใบเท่าฝ่ามือสี่ชามมีข้าวสีขาวที่สุกจนบานเพียงชามละไม่กี่สิบเม็ดเท่านั้น นอกนั้นเป็นน้ำ!“ท่านแม่กับอาเมี่ยวกินไปก่อนเดี๋ยวลูกไปปลุกท่านพ่อมากินมื้อเช้าเองขอรับ”“ไม่ต้องเดี๋ยวแม่ไปเอง”นางมองเด็กน้อยอายุสามขวบที่ทำตัวโตเกินอายุแล้วรู้สึกสงสาร อีกอย่างนางอยากไปดูอาการของสามีที่นางยังไม่เคยเห็นลูกกะตาดำของเขาเลยด้วย เพราะตั้งแต่นางมาเกิดในร่างนี้เขาก็เอาแต่นอนหลับไม่ฟื้นอีกเลยโอ แย่แล้ว บุรุษใบหน้าหล่อเหล่ายิ่งกว่าดาราชื่อดังในชาติก่อนผู้นี้ดูเหมือนว่ากำลังจะมีไข้เสียแล้ว ผิวตัวร้อนผ่าวราวกับจะลวกมือนางยามแตะเพื่อเรียกเขาเลยล่ะ“อารุ่ยๆ ตื่นเถอะ ”สามีของจิ่วเม่ยมีนามว่ารุ่ย เป็นชื่อที่จิ่วเม่ยคนเดิมเป็นคน
Magbasa pa
2 มารดาของพวกเจ้าตายแล้ว
#####2 มารดาของพวกเจ้าตายแล้วจิ่วเม่ยเดินขึ้นเขามาพร้อมมีดตะขอไว้ตัดสมุนไพร และตระกร้าสะพายหลัง ตามจริงในบ้านมีกองวัสดุสำหรับใช้ล่าสุดด้วยแต่ส่วนใหญ่มันเก่ามากแล้ว มีผุบ้างหักบ้างจึงไม่ได้เอามาภูเขาหลังบ้านจิ่วเม่ยนี้อุดมสมบูรณ์สุดๆ เลย ตลอดทางที่เดินมามีเห็ดทั้งกินได้ทั้งเห็ดพิษขึ้นเต็มสองข้างทาง ซึ่งจิ่วเม่ยก็เก็บไปทั้งสองอย่างนั่นล่ะเผื่อไว้กินและใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ไหนจะมีต้นไผ่อ่อนที่ข้างๆ เป็นหน่อไม้น่าเอาไปทำอาหารเมนูแกงหรือต้มอีกเล่าจ่อกๆอ่า นางไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อคืนวานร่างกายประท้วงเสียแล้ว ด้วยนางถือคติว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง จึงหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งจัดการจุดไฟและเผามันที่ขุดมาได้กินสองสามหัวประทังความหิวป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยหินที่ใชจุดไฟได้ อีกทั้งมีต้นไม้ให้ผลผลิตเป็นผลไม้ที่กินได้หลายชนิดอีกด้วย นางรู้สึกว่าตนเจอขุมทรัพย์อย่างไรอย่างนั้นเลย ต้องขอบคุณความประสงค์ร้ายของแม่นางซูอิ๋งที่กลายเป็นเกิดประโยชน์แก่จิ่วเม่ยขั้นสุดเยี่ยงตอนนี้นางรู้ว่าแม่นางผู้นั้นไม่ถูกกับจิ่วเม่ยคนก่อน เพราะความงามของร่างนี้เป็นเหตุเลย ด้วยความที่จิ่วเม่ยได้ขึ้นชื่อว
Magbasa pa
2 มารดาของพวกเจ้าตายแล้ว (ต่อ)
#####2 มารดาของพวกเจ้าตายแล้ว (ต่อ)นางชักไม่มั่นใจแล้วว่าพวกเขาเป็นคน หรือทอง หรืออย่างไรถูกปล้นไปไม่ให้พักเลย...จิ่วเม่ยคาดว่าพวกเขาหายไปคราวนี้ไม่ใช่พวกนักฆ่า หรือโจรหรอก มิเช่นนั้นกลางวันแบบนี้ต้องมีคนเห็นจนมามุงดูไม่มากก็น้อยแล้ว แต่นี่บ้านเงียบเหมือนไม่เกิดอันใดขึ้นเลยจิ่วเม่ยตามหาในบ้านไม่เจอจึงคิดว่าควรจะไปถามชาวบ้านแถวนี้ว่ามีใครเห็นความผิดปรกติที่บ้านนางบ้าง ทว่านางเดินเข้าใกล้บ้านของคนสกุลหวังเพียงเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยของก้อนแป้งน้อยทั้งสองแล้ว บ้านปิดมิดชิดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น แต่มีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่จึงได้เห็นว่าข้างในบ้านมีคนที่นางตามหาอยู่จริง!คนสกุลหวังที่มีในความทรงจำอยู่กันเกือบครบเลย ขาดบุตรชายคนโตไปเท่านั้น ซูอิ๋งนั้นนั่งแต๊ะอั๋งอารุ่ยอยู่ ส่วนมารดาของนางหรือรั่วเหยียน และบิดาของนาง เย่าฉี นั้นมีหน้าทีจับก้อนแป้งน้อยทั้งสองไว้ไม่ให้วิ่งไปทางประตูและคอยพูดพร่ำบ่นแกมข่มขู่เป็นระยะ“หากเจ้าไม่นั่งดีดีชีวิตต่อแต่นี้ก็ไม่ต้องกินอันใดแล้ว อาหมิงเจ้าต้องซักผ้าและทำอาหารให้พวกเราทุกวัน ส่วนอาเมี่ยวนั้นมีหน้าที่ปัดกวาดบ้านให้สะอาดเข้าใจไหม!”น้ำเสียงลำพองใจข
Magbasa pa
3 แป้งทอดกรอบยัดไส้
#####3 แป้งทอดกรอบยัดไส้“ท่านแม่ / แม่จ๋า!!!”สามีภรรยาสกุลหวังนั้นแม้ไม่อยากปล่อยมือก็ต้องปล่อยแล้ว พวกเขาเกือบแกะผ้าที่อุดปากไม่ให้เด็กสองคนส่งเสียงร้องออกไปจนคนข้างนอกได้ยิน แต่ไฉนเลยคนพวกนี้ถึงเปิดประตูเข้ามาจนได้ในตอนที่กลุ่มชาวบ้านตามจิ่วเม่ยมาแถวบ้านพวกเขาพร้อมเสียงพูดคุยนั้นคนสกุลหวังก็ตกใจจนแทบหยุดหายใจที่สตรีนางนี้ยังมีชีวิตอยู่ คิดว่าจะรอให้พวกจิ่วเม่ยพาคนออกไปห่างจากแถบนี้แล้วเอาสามีและเด็กน้อยทั้งสองคนไปปล่อยก็ไม่ทันแล้วตอนนี้มีแต่ต้องตีเนียนไปก่อนอย่างเลือกไม่ได้“พวกเจ้าสองคนไยมาอยู่ที่บ้านสกุลหวังได้กัน แม่นึกว่าถูกใครจับไปแล้ว...”“พวกเราถูกป้าลากมาที่นี่ขอรับ ....อีกทั้ง...”“ลากอันใด เราเห็นอาหมิงกับอาเมี่ยวอยู่บ้านไร้คนดูแลเลยชวนมาเล่นที่นี่ต่างหาก ใช่ไหมเจ้าคะท่านแม่ แหะๆ”ซูอิ๋งรีบพูดเสียงดังแทรกทันที ใครมองก็ล้วนดูรู้ว่าร้อนรนเพียงใด ก็ใครให้พวกนางมั่นใจว่าจิ่วเม่ยจะตายคาป่าเขา จนรีบร้อนนำของๆ คนอื่นมากันเล่า!“หวังดีต่อข้ามากเชียว ขนาดแนะนำให้ข้าไปเก็บสมุนไพรที่เขาลูกนั้นแล้วยังช่วยดูแลบุตรของข้าโดยไม่บอกกล่าวเพียงนี้ นู่นทั้งยังดูแลอารุ่ยให้ข้าอีกด้วย สกุลห
Magbasa pa
3 แป้งทอดกรอบยัดไส้ (ต่อ)
#####3 แป้งทอดกรอบยัดไส้ (ต่อ)ป้าและลุงสกุลเฉินช่วยจิ่วเม่ยพาสามีกลับมาบ้านแล้วก็กำลังจะจากไป ซึ่งจิ่วเม่ยก็ได้ตอบแทนพวกเขาไปด้วยกระต่ายหนึ่งตัวที่นางล่ามาได้ เพื่อที่จะได้มีเพื่อนบ้านที่ดีไว้ฝากให้ช่วยดูแลเด็กกว่าจะคุยกันเสร็จดวงอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว สามีที่ยังไม่ฟื้นนั้นคงได้สมุนไพรของสกุลหวังไปเลยไข้ลดบ้างแล้ว นางจึงต้องรีบมาเตรียมมื้อเย็นให้เด็กๆ เพราะพวกเขาผ่านเรื่องราวหนักหนามาจึงงีบหลับไป รอตื่นมาก็อยากให้ได้กินมื้อเย็นดีดีพอดีจิ่วเม่ยมีผักหลายชนิดเลยในมิติว่างของนาง แต่ในบ้านหลังนี้ยากจนถึงขนาดไม่มีแม้แต่แม้เครื่องปรุงสักอย่างเดียว นางเลยตัดสินใจว่าจะไปถามกับบ้านป้าเฉินหน่อยว่ามีอันใดให้ยืมก่อนได้บ้างไหม ซึ่งก็ได้รับของที่พอใช้ได้กลับมาคือ เกลือสีขุ่น น้ำตาล อย่างละนิดอย่างละหน่อยพอทำได้กับผักหนึ่งถังขนาดไม่ใหญ่เท่านั้น และด้วยความที่ก่อนหน้านั้นจิ่วเม่ยให้เนื้อกระต่ายไปซึ่งถือว่าหายากกว่าอาหารอย่างอื่นมากนัก นางจึงได้แป้งข้าวเหนียวที่ผ่านการโม่มาแล้วด้วยหนึ่งถุงใหญ่เลย บ้านสกุลเฉินนั้นมีที่นาปลูกข้าวได้ผลผลิตมาเยอะจึงแบ่งมามากพอตัว จิ่วเม่ยเดินกลับบ้านยิ้มหวานเลยเชียวตอนแรกน
Magbasa pa
4 นางเป็นแม่ลูกสาม ไม่ใช่แม่ลูกสอง
#####4 นางเป็นแม่ลูกสาม ไม่ใช่แม่ลูกสองเช้าวันรุ่งขึ้น จิ่วเม่ยแต่งตัวและเตรียมของใส่มิติว่างและมีบางส่วนใส่กระบุงให้คนเห็นว่านางมีของไปขายบ้าง การไปตลาดคราแรกตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งวันกว่าๆนั้นน่าตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ส่วนเด็กๆ และสามีที่นอนอยู่ก็ฝากให้ป้าเฉินดูแลหน่อย ส่วนจิ่วเม่ยนั้นนั่งรถเทียมวัวไปกับพี่อี้สองคน ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบหนึ่งชั่วยามทั้งสองก็เข้าสู่เขตเมืองที่เริ่มมีคนพลุกพล่านและก็มาถึงตลาดในที่สุดตอนแรกนางนั่งและไปกับพี่อี้มองเขาขายของป่าที่ร้าน มีบ้างที่เอาเนื้อสัตว์ที่ผ่านการชำแหละแล้วออกมาขายได้เงินไม่เยอะ แต่สมุนไพรในมิตินั้นนางยังไม่ได้ขายเลย เพราะพี่อี้ไม่ได้มีมาขาย จิ่วเม่ยจึงตัดสินใจเอ่ยบอกว่าจะขอแยกตัวไปซื้อของแล้วค่อยมาเจอกันตามที่นัดหมายความทรงจำของจิ่วเม่ยคนเก่านั้นจะค่อยๆ เด่นชัดยามที่นางเจอคนหรือเหตุการณ์ใดจริงๆ ก่อน แต่ตั้งแต่มาตลาดนี้ความทรงจำที่นี่มีน้อยมาก แต่นางรู้สึกได้ว่ามันมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดยามมองรอบข้าง มันเหมือนมีบางอย่างที่นางควรรู้...เพียงแต่ยังคิดไม่ออกเท่านั้นไม่ไกลมีร้านขายสมุนไพรร้านใหญ่เปิดอยู่ นางรีบเข้า
Magbasa pa
4 (ต่อ)
“เดี๋ยว!”ปั่ก!ในขณะที่จิ่วเม่ยจะเดินผ่านบุรุษสามคนนั้นก็ถูกคว้าจับข้อมือไว้ก่อน แต่หลวนซานได้เพียงสัมผัสชั่ววาบเดียวก็ถูกเจ้าของข้อมือใช้มืออีกข้างตีป๊าบจนชาทั้งแขนเสียแล้ว“ฮูหยินของท่านรู้หรือไม่ ว่าสามีของตนชอบเกี้ยวพาสตรีอื่นไปทั่วเยี่ยงนี้”“ข้าไม่เคยทำเช่นนี้กับสตรีอื่น เจ้าก็รู้ว่าข้าชอบเจ้ามาก่อนที่เจ้าจะมีสามีเสียอีก”ตามจริงแล้วความทรงจำของจิ่วเม่ยคนเดิมนั้นมีสิ่งที่ดีที่หลวนซานทำให้มากมายเลยทีเดียว เขาถือว่าเป็นสหายที่ดีคนหนึ่งของจิ่วเม่ย ไม่กดที่นางจนกว่าอีกทั้งให้ความช่วยเหลือมากมาย จิ่วเม่ยเกือบแต่งให้เขาแล้ว ติดเพียงว่าทางตระกูลอู๋นั้นบังคับให้หลวนซานแต่งกับสตรีในระดับเดียวกันนางหนึ่งไป จิ่วเม่ยคนเดิมมีความคิดที่ว่านางจะไม่ยอมเป็นรองให้ใครจึงออกห่างหลวนซานมานับแต่นั้นจากความสัมพันธ์ที่บุรุษคอยช่วยเหลือคนที่ตนชอบก็ผันเปลี่ยนเป็นตรงข้าม แล้วยิ่งจิ่วเม่ยตัดสินใจแต่งกับอารุ่ย บุรุษที่ไม่มีอันใดเลย ไม่รู้ชาติตระกูล บุรุษที่อยู่ดีดีก็โผล่มาแต่กลับคว้าคนในดวงใจเขาไปอย่างง่ายดาย หลวนซานจึงคอยกลั่นแกล้งให้จิ่วเม่ยทำมาค้าขายไม่ได้ บางทีก็ใช้อำนาจตนสั่งไม่ให้เถ้าแก่ร้านรับซื้อ
Magbasa pa
5 ค่ำคืนแรกหลังจากสามีของนางฟื้น
#####5 ค่ำคืนแรกหลังจากสามีของนางฟื้นนอกจากการที่อารุ่ยฟื้นมาแล้วจะไม่ช่วยแบ่งเบาภาระให้จิ่วเม่ยแล้ว เด็กชายวัยสามปีจอมปลอมผู้นี้ยังสร้างความปวดหัวให้นางเพิ่งอีกเมื่อนางทำแป้งห่อไส้ผักผสมกับไก่ที่เหลือต้มให้ทั้งสามคนกิน ก้อนแป้งน้อยน่ารักทั้งสองกินอย่างเอร็ดอร่อยชื่นใจคนทำยิ่งนัก แต่บิดาของพวกเขานั้นกลับแตะเพียงนิดเดียวและวางเกี๊ยวต้มฉบับคนมีของไม่ครบลงทันที“ข้าไม่กินผัก กินไม่ได้เด็ดขาด!”“ท่านพ่อ ผักในเกี๊ยวนี้อร่อยกว่าที่ท่านเคยกินยิ่งนักขอรับ ท่านพ่อลองชิมก่อน”หลินหมิงวางมือจากเกี๊ยวครึ่งชิ้นที่กินค้างไว้ของตนเอง หันมาคีบผักในเกี๊ยวของบิดายกจะให้ชิม นางมองแล้วเหมือนบิดากำลังป้อนข้าวให้ลูกของตนกินอย่างไรอย่างนั้นไม่เท่านั้น พออารุ่ยเบนหน้าหนีกอดอกหน้าบึ้งหลินเมี่ยวที่นั่งข้างจิ่วเม่ยก็เรียกบิดาเสียงหวานให้มองมาที่ตนทันที“พ่อจ๋าดูเมี่ยวเอ๋อร์น้า อ้ำๆ ง่ำๆ ออ่อยอิ่งนัก อืม...”ใช่แล้วจ้ะ เมี่ยวเอ๋อร์กินอวดให้อารุ่ยดูจนคนที่หน้าบึ้งเริ่มคีบเกี๊ยวของตนเองเข้าปาก ยังดีที่สีหน้าจากที่บิดเบ้กลายเป็นเริ่มดีขึ้นในที่สุด“ท่านพ่อเก่งมากขอรับ ท่านแม่ก็เก่งมากทำอาหารอร่อยจนท่านพ่อที่ไม่ก
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status