로그인เมื่อหมอหลิงหลิงสาวมั่นสุดเฉียบกับแฟนหนุ่มสายธงแดง “อิฐ” และเพื่อนซี้สายแซ่บ “ลูกปลา” ดันทะลุมิติมาพร้อมกัน พวกเขาไม่ได้แค่ย้อนเวลา แต่ย้อนข้ามชาติภพ กลายเป็นตัวละครสำคัญในแผ่นดินรัฐโบราณที่เต็มไปด้วยแผนลับ ศัตรูในคราบมิตร และพลังเร้นลับที่กำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง หลิงหลิงกลายเป็นองค์หญิงแห่งรัฐเว่ย อิฐกลายเป็นรัชทายาทแห่งรัฐฉิน ส่วนลูกปลา... กลายเป็นคนป่วนประจำวัง (และอาจเป็นว่าที่ชายาของศัตรู!?) เมื่อความรักถูกทดสอบด้วยโชคชะตาเก่า เมื่อศัตรูจากอดีตชาติตามราวีข้ามภพ เมื่ออดีตที่ลืมเลือนกลับชัดเจนขึ้นทุกวัน พวกเขาต้องร่วมมือ ฝึกพลัง วางแผน ต่อกรกับทั้ง "มาร" และ "อำนาจ" เพื่อรักษาแผ่นดิน... และหัวใจของกันและกัน **ผลงานทั้งหมดสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติม ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง หรือตีพิมพ์เผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น**
더 보기บทที่1 ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
หลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ หมอสาววัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้มีใบหน้างดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ แม้จะเป็นคนไทยแท้ ๆ แต่ความละมุนในแววตาและผิวขาวนวลเนียนกลับทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกครึ่ง ด้วยความสามารถและความขยัน เธอสามารถสอบติดแพทย์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นความภูมิใจของครอบครัว ชีวิตดูเหมือนจะเพียบพร้อม...จนกระทั่งเธอจับได้ว่า "อิฐ" แฟนหนุ่มที่คบกันมาหลายปี แอบพาผู้หญิงอื่นเข้าคอนโด หลิงไปถึงที่เกิดเหตุด้วยหัวใจสั่นสะเทือน เธอไม่คิดว่าคนที่เธอไว้ใจที่สุดจะทรยศได้ถึงเพียงนี้ ความโกรธ ความเสียใจ และความเจ็บปวดหลอมรวมกันจนไม่อาจควบคุมได้ หลิงหลิงขับรถออกจากที่นั่นในค่ำคืนฝนตกหนัก ถนนลื่นจนยากจะควบคุม พวงมาลัยในมือเธอสั่นคลอนพร้อมกับหัวใจที่แตกร้าว แล้ว...ทุกอย่างก็ดับวูบ รถพุ่งชนราวสะพาน ก่อนจะพลิกคว่ำตกลงสู่แม่น้ำด้านล่าง เสียงกระจกแตก กระแสน้ำเย็นเฉียบ และความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง เสียงยางรถเสียดสีกับพื้นถนน เสียงเบรกดังลั่น และเสียงกระจกแตกกระจายลั่นสนั่นกลางสะพาน ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว รถสีขาวคันหนึ่งพุ่งทะยานชนราวสะพานอย่างแรง ก่อนจะพลิกคว่ำแล้วร่วงหล่นลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ราวกับเวลาหยุดนิ่งในวินาทีนั้น "เฮ้ย! รถตกน้ำ!" "โทรเรียกตำรวจ! เรียกรถพยาบาลเร็ว!" เสียงคนมุงดูเริ่มดังระงม กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่มุมสะพานจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทุกวินาที ข่าวดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในเวลาต่อมา พร้อมพาดหัวข่าวใหญ่ว่า... "หมอสาวคนเก่งขับรถตกสะพานกลางดึก – ยังไม่พบร่าง" ในบ้านหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อไม่นานมานี้ บัดนี้กลับเงียบงัน แม่ของหลิงหลิงหน้าซีดเซียวเมื่อเห็นข่าวภาพรถลูกสาวตกลงน้ำ “หลิงหลิงของแม่~” น้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงหมดสติกลางพื้น พ่อรีบพาแม่ส่งโรงพยาบาล น้ำตาคลอเบ้าขณะติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย “ช่วยหาลูกผมทีครับ เธอชื่อหลิงหลิง หลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ เธอเป็นหมอ เป็นเด็กดี...” สามวันผ่านไป การค้นหาร่างและซากรถยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้ทั้งนักดำน้ำ โดรน และอุปกรณ์ทุกชนิดที่มี แต่... ไม่มีร่องรอยใดของร่างหญิงสาว หรือแม้แต่เศษเสี้ยวของรถยนต์คันนั้น เหมือนมันไม่เคยมีอยู่ ในอีกมุมหนึ่งของเมือง อิฐนั่งอยู่บนโซฟาในห้องที่หลิงหลิงเคยมาเยี่ยม เขานิ่งเงียบ ขอบตาคล้ำและใบหน้าเคร่งเครียด ข่าวในทีวียังคงฉายภาพรถตกสะพานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขามองมันโดยไม่หลบตา น้ำเสียงของนักข่าวบาดลึกเข้ากลางใจ "หมอสาวชื่อดังหลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ ขับรถตกสะพานกลางดึกหลังจากมีคนพบเห็นว่าเธอทะเลาะกับแฟนหนุ่มในคอนโด" “ผมมันเลว...” อิฐพึมพำกับตัวเอง มือที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูด เงยหน้ามองเพดานราวกับพยายามกลั้นน้ำตา เขารู้เสมอว่าหลิงหลิง เธอรักเขามากแค่ไหน แต่เขากลับเป็นคนทำลายทุกอย่างด้วยน้ำมือของตัวเอง ในห้องนอนที่มืดสนิท มีเพียงแสงจากจอโทรทัศน์ที่ฉายข่าวซ้ำไปซ้ำมา เผยให้เห็นภาพรถยนต์สีขาวตกสะพานและกลายเป็นเพียงฟองอากาศใต้ผืนน้ำ อิฐนั่งคุดคู้อยู่ที่มุมเตียง ไม่ต่างจากเงาของคนที่เคยมั่นใจในตัวเอง ตอนนี้เขาเป็นแค่คนบาปที่ทำลายหัวใจบริสุทธิ์ของใครบางคน น้ำตาไหลเงียบๆ ริมแก้มเขาไม่เคยร้องไห้ แม้แต่ตอนพ่อเขาเสีย แต่วันนี้เขาร้องให้กับผู้หญิงคนหนึ่งหลิงหลิงคนที่เขาไม่เคยแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วโดยไม่ขออนุญาต เธอเป็นผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรี รักนวลสงวนตัว และศรัทธาในรักเดียว แต่เขา...กลับพาผู้หญิงคนอื่นขึ้นคอนโด ทั้งที่ยังคบกับหลิงหลิงอยู่ และวันนั้นหลิงหลิงก็เปิดประตูเข้ามาเห็นกับตา เธอไม่ด่าว่าไม่ร้องไห้ไม่แม้แต่ตบเขา เธอแค่มองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่มีวันลืม ผิดหวัง! มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือความผิดหวังสุดหัวใจ ที่คนหนึ่งฝากชีวิตไว้ให้เขา กลับโดนเขาทำร้ายด้วยน้ำมือของตัวเอง “มึงมันเลว...เลวยิ่งกว่าขยะ…” อิฐพูดกับตัวเองซ้ำๆ วนไปวนมาเหมือนคนสติหลุด เขาทุบหมอน เตะเก้าอี้ จนห้องกระจายเละเทะ “เธอยังไม่เคยนอนกับเราเลย...ยังไม่เคย หลิงเป็นคนดีมาก…แต่อิฐทำร้ายหลิง” เสียงสะอื้นดังก้องในห้องความบริสุทธิ์ของหลิงหลิงเป็นสิ่งที่เขาควรจะทะนุถนอม แต่เขากลับใช้มันเหยียบย่ำด้วยความเห็นแก่ตัว เขาโทรหาหลิงหลิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่มีใครรับ เขาไปที่สะพานนั้นทุกวัน มองลงไปในแม่น้ำจนลูกตาจะหลุดจากเบ้า แต่ก็ไม่มีร่างหลิงหลิง ไม่มีรอยเลือด ไม่มีซากรถเหมือนเธอ...ละลายหายไปกับความผิดของเขา และอิฐรู้ดี... เขาจะไม่มีวันได้ขอโทษ ไม่มีวันได้แก้ตัว ไม่มีวันได้เห็นเธอยิ้มให้เขาอีกเลย หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป... แม่น้ำเบื้องล่างยังคงไหลเชี่ยว สายลมเย็นพัดผ่านสะพานแห่งความทรงจำที่ไม่มีใครอยากย้อนกลับมา แต่วันนี้...สองสามีภรรยาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงจุดที่ลูกสาวของพวกเขาตกลงไป แม่ของหลิงหลิงใส่ชุดดำสนิท มือหนึ่งกุมอก อีกมือเกาะราวสะพานแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไม่มีวันเหือดแห้งได้ง่าย ๆ “ลูกแม่...หลิงหลิง...หนูอยู่ไหนลูก…” เสียงของเธอแทบขาดใจ ร่างบางสะอื้นจนตัวสั่น พ่อของหลิงหลิงยืนข้างเธอ แม้พยายามเข้มแข็งแต่ดวงตาก็แดงก่ำไม่ต่างกัน เขาหยิบดอกไม้สีขาวออกจากถุงแล้ววางไว้ตรงราวสะพาน ก่อนพึมพำเสียงเบา “พ่อขอโทษที่วันนั้นไม่ได้โทรหา ไม่ได้กอดหนูเป็นครั้งสุดท้าย” แล้วก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังเข้ามา ชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใส่หมวกแก๊ปปิดหน้าไว้ ร่างสูงไหวอย่างอ่อนแรง อิฐ เขามาเงียบ ๆ ไม่ได้โทรบอก ไม่ได้ขออนุญาต เขาแค่เดินมาเพราะความคิดถึงและความผิดในใจมันมากพอจะลากเขากลับมาที่นี่ทุกวัน และวันนี้...เขาเจอพ่อแม่ของหลิงหลิง หญิงสูงวัยหันมามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าว “อิฐ...อิฐมาหาหลิงหลิงเหรอลูก” เขาพยักหน้า แต่ไม่กล้าสบตา น้ำตาเริ่มไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว “ผมขอโทษครับ ผมขอโทษ” เขาคุกเข่าลงกับพื้นสะพาน น้ำตาไหลไม่หยุด ร้องไห้เหมือนคนกำลังจะตาย พ่อของหลิงหลิงเดินเข้ามาตบไหล่ของอิฐเบาๆ “ไม่ใช่ความผิดใครลูก...มันคืออุบัติเหตุ...ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...” คำพูดนั้นยิ่งบาดลึก เพราะเขารู้ดีมัน ไม่ใช่อุบัติเหตุ มันคือผลจากความเห็นแก่ตัวของเขาเอง เขาร้องไห้ออกมาเสียงดัง สะอื้นแทบขาดใจ "ผมเป็นคนทำลายเธอเอง...ผมเองครับ..." แต่เสียงนั้นเบาเกินกว่าพ่อแม่จะได้ยินชัด พวกเขาได้ยินแค่เสียงสะอื้นของชายคนหนึ่งที่สูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตไป เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าโปร่งใส แสงแดดอ่อนทอดผ่านใบไม้ เข้าสู่ลานวัดอันสงบงาม ณ วัดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ พ่อแม่ของหลิงหลิง และอิฐ สวมชุดขาว ร่วมกันจัดพิธีทำบุญใหญ่ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่จากไป วิหารหลวงในวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงบทสวด ดอกไม้หอม และเปลวเทียนสว่างไสว พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ สูงสามเมตร ตั้งตระหง่านเป็นพุทธรูปองค์ใหม่ที่ทั้งสามร่วมกันถวาย พร้อมทั้งจารึกว่า “อุทิศส่วนกุศลให้แก่คุณหลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์” เสียงสวดมนต์ดังกังวาน ธูปกำยานลอยคลุ้งในอากาศ บรรยากาศเหมือนทุกสรรพสิ่งนิ่งสงบ แต่ภายในใจของทุกคนกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เกินจะเอ่ยเป็นคำ “ลูกแม่...หลิงหลิงหนูอยู่ที่ไหน ถ้าหนูได้ยินแม่...รับบุญนี้ด้วยนะลูก…” แม่หลิงหลิงพึมพำเสียงเบา อิฐก้มหน้าสวดมนต์ น้ำตาไหลเงียบ ๆ ไม่ใช่แค่เพื่อเธอจะได้พ้นทุกข์แต่หวังว่าเธอจะได้เกิดใหม่ ที่ที่เธอจะมีความสุข และในห้วงเวลาแห่งบุญนั้นเอง... วิญญาณของหลิงหลิงที่หลุดจากกาย ได้รับแรงผลักจากแสงบุญอันมหาศาล แสงทองสว่างเจิดจ้า กลืนเธอไปจากความมืด ความเย็น ความเจ็บปวด อีกมิติหนึ่ง – อาณาจักรเว่ย หรือรัฐเว่ย ณ พระตำหนักกลางเมืองหลวง ในห้องบรรทมขององค์หญิงหลิงหลิง บุตรีองค์เดียวของฮ่องเต้เฉียนหรง เสียงร้องไห้ระงมทั่วห้อง หมอหลวงส่ายหน้า ทุกคนต่างเชื่อว่าองค์หญิงสิ้นใจแล้ว ร่างบางนอนแน่นิ่ง ดวงหน้าซีดเผือด ปากแห้งผาก นางกำนัลคนสนิทร้องไห้แทบขาดใจ ขณะที่ขันทีลนลานเตรียมพิธีศพ แต่ทันใดนั้น... “แค่ก...!” เสียงไอแห้ง ๆ ดังขึ้น ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ เปิดขึ้น หลิงหลิงลืมตาแต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องพักโรงพยาบาล ไม่ใช่เพดานคอนโด แต่เป็นเพดานไม้แกะสลักลายมังกร! และคนแต่งชุดโบราณยืนมุงเต็มไปหมด เธอขมวดคิ้ว มือยกขึ้นจับอก ยังมีหัวใจ ยังหายใจได้! “ที่นี่ที่ไหน...?” เธอพึมพำเบาๆ คนรอบข้างผงะ! นางกำนัลกรีดร้องเสียงหลง “องค์หญิงฟื้นแล้ว! องค์หญิงไม่ตายแล้ว!” ขันทีรีบวิ่งออกไปตะโกน “หมอหลวง! องค์หญิงทรงฟื้นแล้ว!” ขณะที่ร่างกายของเธอยังเจ็บหนึบ แต่จิตใจของหลิงหลิงกลับเต็มไปด้วยคำถาม เธอคือใคร? ที่นี่คือที่ไหน?และทำไมคนพวกนี้ถึงเรียกเธอว่า “องค์หญิง”? แต่ในใจเธอรู้ดี เธอไม่ใช่คนที่นี่ เธอคือ “หลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์” หมอสาวจากกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งตายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนบทที่43 อาหลานและหรูอี้ฤดูร้อนในกรุงเทพฯ ท้องฟ้าใส อบอุ่นแต่ไม่ร้อนจัดไม่นานหลังจากพิธีรับปริญญา หรูอี้และอาหลานก็กลับถึงบ้านพร้อมใบปริญญาในมือ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าสองสาวเต็มไปด้วยความภูมิใจหลิงหลิงกับอิฐต้อนรับหรูอี้กลับบ้านด้วยอ้อมกอดแน่น ๆ ส่วนเยี่ยนเฉินกับลูกปลาเตรียมอาหารเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับลูกสาวคนเก่งอย่างอาหลานในมื้อเย็นวันนั้น โต๊ะอาหารของบ้านหลังใหญ่มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยถึงวันรับปริญญา ภาพบัณฑิตสาวในชุดครุยยังคงปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของพ่อแม่แต่ละคนที่เลื่อนดูวนไปวนมาไม่รู้เบื่อแต่เมื่ออาหารจานสุดท้ายถูกวางลงบนโต๊ะ เสียงพูดค่อย ๆ เบาลง ก่อนที่หลิงหลิงจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาสำคัญหลิงหลิงยิ้มมองอาหลาน“อาหลานก็เรียนจบแล้วสินะ เร็วเหมือนกันนะลูก เวลาผ่านไปแป๊บเดียว”ลูกปลาพยักหน้าตาม“วันนั้นที่เธอยังเป็นเด็กน้อยในอ้อมแขนเราเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานเอง”อิฐวางช้อนลง“พวกเราสองครอบครัวก็คุยกันมาหลายรอบแล้วนะ เรื่องแต่งงานของอาเว่ยกับอาหลาน...”ห้องทั้งห้องเงียบลงนิดหนึ่ง แต่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นเยี่ยนเฉิน“ความจริงเราอยากจะรอให้ลูกทั้งสองคนเรียนจบก่อน แล
บทที่42 อาเว่ยของอาหลานแสงแดดยามบ่ายทอดยาวลงบนผืนน้ำที่สะท้อนระยิบระยับ ลมทะเลพัดเบา ๆ พอให้ผมของอาหลานปลิวไหว เธอสวมเดรสสีครีมอ่อนเรียบง่ายแต่ดูดี กำลังเดินเท้าเปล่าลงบนผืนทรายข้าง ๆ อาเว่ยที่สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงผ้าสบาย ๆอาเว่ยถือรองเท้าแตะของอาหลานในมือ เดินไปข้างเธอไม่ห่างเลยแม้ก้าวเดียวอาหลาน “อาหลานชอบทะเลนะ มันเงียบดี ไม่เหมือนในกรุงเทพเลย”อาเว่ยยิ้มมองด้านข้าง “แล้วถ้าอยู่กับพี่ ทะเลเงียบเกินไปมั้ย?”อาหลานหัวเราะเบาๆ “ก็ไม่เงียบเท่าไหร่หรอกค่ะ พี่ชอบแกล้งอาหลานมากกว่า”อาเว่ย “พี่ไม่ได้แกล้ง พี่กำลังจีบอยู่ต่างหาก”อาหลานหน้าแดงในทันที หันหน้าไปทางทะเลแทน ไม่กล้าสบตาอาหลาน “พี่เว่ย...พูดแบบนี้อีกแล้ว”อาเว่ย เดินมาขวางหน้าแล้วก้มลงมองเธอในระยะใกล้“ก็อาหลานน่ารัก พี่ห้ามใจไม่ไหวหรอก จะให้พี่พูดแต่เรื่องงานได้ยังไง?”เธอขำแต่หน้าแดงจัด พี่เว่ยจับมือเธอเอาไว้แน่นแล้วเดินต่อไปยังชายหาดที่คนบางตาอาเว่ย “อาหลานรู้ไหม พี่รอมานานมากเลย กว่าจะได้เที่ยวกับเธอแบบนี้ สองคน”อาหลานอมยิ้ม “อาหลานก็นึกว่าพี่จะไม่พูดสักที…”อาเว่ย “ก็พี่กลัว กลัวเธอจะไม่มองพี่แบบเดียวกัน พอรู้ว
บทที่41 โตแล้ว20 ปีผ่านไป ท่ามกลางความนิ่งสงบที่ไม่เสื่อมคลาย อาเว่ยเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มวัย 24 ปี รูปร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ ส่วนอาหลานและหรูอี้ต่างก็เข้าสู่วัย 20 ปี หน้าตาและร่างกายยังคงความสดใสและสง่างามดุจดั่งดวงดาวที่เปล่งประกายในท้องฟ้าหลิงหลิง อิฐ ลูกปลา และอาเฉิน กลับไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย พลังวิเศษที่ได้รับจากพรของอาจารย์หานเจิน ทำให้พวกเขาคงความเยาว์วัยและสุขภาพสมบูรณ์เสมอเหมือนกับหนุ่มสาวตลอดกาล ลูกๆ ของพวกเขาก็ได้รับพรนี้สืบทอดต่อ ทำให้ครอบครัวนี้เป็นเหมือนตระกูลนิรันดร์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันในวันหนึ่ง ทุกคนพร้อมใจกันวาปกลับสู่รัฐฉิน บ้านเกิดที่มีอดีตและความทรงจำลึกซึ้ง แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ไทเฮาไป๋อวิ๋นได้สวรรคตลงแล้วก่อนหน้านี้ ความเงียบงันปกคลุมวังหลวงอย่างหนักหน่วง เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของหลิงหลิงก็ได้จากไปเช่นกัน เหลือเพียงความทรงจำและความรักที่ยังคงประทับอยู่ในใจของทุกคนพอทุกคนวาปกลับมาถึงรัฐฉิน ดินแดนที่เคยเป็นบ้านของพวกเขา หลิงหลิง อิฐ ลูกปลา อาเฉิน และลูกๆ ทั้งอาเว่ย อาหลาน หรูอี้ ต่างเดินทอดน่องไปยังที่ที่เค
บทที่40 อาเว่ยของพ่ออออหลายเดือนต่อมา — เช้าแรกของการเปิดเทอมแสงแดดส่องลอดผ้าม่านสีขาวในห้องนอนของครอบครัวหลิงหลิงเสียงนาฬิกาปลุกดัง “ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ!” แต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเสียงหนึ่งกรี๊ดลั่น…หลิงหลิงเสียงดังลั่น“อิฐ! ตื่นนนนน!! วันนี้อาเว่ยเข้าโรงเรียนวันแรก!!!”อี้หลง งัวเงีย“หา...วันนี้เหรอ? ไม่ใช่พรุ่งนี้เหรอ...?”หลิงหลิง“อิฐจะให้ลูกไปสายวันแรกเลยเหรอ! ตื่นไปเตรียมกระเป๋า! เอาชุด! เอาหมีนอนลูกออกมาด้วย!!”(10 นาทีต่อมา)ทั้งครอบครัวยืนอยู่หน้ากระจกอี้หลงกำลังใส่เป้อุ้มหรูอี้ (ที่หลับอยู่แบบไม่สนโลก) ส่วนอาเว่ยยืนน้ำตาคลอในชุดนักเรียนอินเตอร์สุดหล่ออาเว่ยเสียงสั่น“แม่ ไม่อยากไปโรงเรียนอ่ะ หนูอยากอยู่กับน้อง”หลิงหลิง ลูบหัว“อาเว่ยลูก โรงเรียนสนุกนะ มีของเล่น มีเพื่อน มีข้าวกลางวัน…”อี้หลง นั่งยองๆ ข้างลูก“ลูก…ไม่ต้องไปก็ได้ก็ได้นะ ฮืออออ ลูกยังเล็ก เดี๋ยวพ่อไปเรียนแทนเอง!”หลิงหลิง ตะโกนใส่ผัว“อิฐ! ลูกจะกลัวเพราะอิฐเนี่ยแหละ! หยุดร้องเลย!”อี้หลง สะอื้นเบาๆ“ก็พ่อรักลูก ฮือออออออ”หลิงหลิง“รักก็หุบปาก แล้วอุ้มหรูอี้ไปขึ้นรถ!”ที่หน้าโรงเรียนนานาชาติชื่อดังใกล้คอน