ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง

ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง

last updateآخر تحديث : 2026-04-29
بواسطة:  ไรท์มายمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
43فصول
1.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อหมอหลิงหลิงสาวมั่นสุดเฉียบกับแฟนหนุ่มสายธงแดง “อิฐ” และเพื่อนซี้สายแซ่บ “ลูกปลา” ดันทะลุมิติมาพร้อมกัน พวกเขาไม่ได้แค่ย้อนเวลา แต่ย้อนข้ามชาติภพ กลายเป็นตัวละครสำคัญในแผ่นดินรัฐโบราณที่เต็มไปด้วยแผนลับ ศัตรูในคราบมิตร และพลังเร้นลับที่กำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง หลิงหลิงกลายเป็นองค์หญิงแห่งรัฐเว่ย อิฐกลายเป็นรัชทายาทแห่งรัฐฉิน ส่วนลูกปลา... กลายเป็นคนป่วนประจำวัง (และอาจเป็นว่าที่ชายาของศัตรู!?) เมื่อความรักถูกทดสอบด้วยโชคชะตาเก่า เมื่อศัตรูจากอดีตชาติตามราวีข้ามภพ เมื่ออดีตที่ลืมเลือนกลับชัดเจนขึ้นทุกวัน พวกเขาต้องร่วมมือ ฝึกพลัง วางแผน ต่อกรกับทั้ง "มาร" และ "อำนาจ" เพื่อรักษาแผ่นดิน... และหัวใจของกันและกัน **ผลงานทั้งหมดสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติม ทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง หรือตีพิมพ์เผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น**  

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
43 فصول
บทที่1 ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
บทที่1 ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้หลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ หมอสาววัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้มีใบหน้างดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ แม้จะเป็นคนไทยแท้ ๆ แต่ความละมุนในแววตาและผิวขาวนวลเนียนกลับทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกครึ่ง ด้วยความสามารถและความขยัน เธอสามารถสอบติดแพทย์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นความภูมิใจของครอบครัวชีวิตดูเหมือนจะเพียบพร้อม...จนกระทั่งเธอจับได้ว่า "อิฐ" แฟนหนุ่มที่คบกันมาหลายปี แอบพาผู้หญิงอื่นเข้าคอนโด หลิงไปถึงที่เกิดเหตุด้วยหัวใจสั่นสะเทือน เธอไม่คิดว่าคนที่เธอไว้ใจที่สุดจะทรยศได้ถึงเพียงนี้ความโกรธ ความเสียใจ และความเจ็บปวดหลอมรวมกันจนไม่อาจควบคุมได้ หลิงหลิงขับรถออกจากที่นั่นในค่ำคืนฝนตกหนัก ถนนลื่นจนยากจะควบคุม พวงมาลัยในมือเธอสั่นคลอนพร้อมกับหัวใจที่แตกร้าวแล้ว...ทุกอย่างก็ดับวูบ รถพุ่งชนราวสะพาน ก่อนจะพลิกคว่ำตกลงสู่แม่น้ำด้านล่าง เสียงกระจกแตก กระแสน้ำเย็นเฉียบ และความมืดที่กลืนกินทุกสิ่งเสียงยางรถเสียดสีกับพื้นถนน เสียงเบรกดังลั่น และเสียงกระจกแตกกระจายลั่นสนั่นกลางสะพาน ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว รถสีขาวคันหนึ่งพุ่งทะยานชนราวสะพานอย่างแรง ก่อ
اقرأ المزيد
บทที่2 องค์หญิงหลิงหลิงแห่งรัฐเว่ย
บทที่2 องค์หญิงหลิงหลิงแห่งรัฐเว่ย“ขะ...ขอน้ำ...” เสียงของเธอแหบพร่า แทบไม่มีแรงจะพูด แต่นางกำนัลรีบประคองน้ำชาอุ่น ๆ ส่งให้ทันทีเธอดื่มอึกเล็ก ๆ แล้วสูดหายใจแรง สายตากวาดไปรอบห้อง ราวกับกำลังฝันเสื้อผ้าที่เธอสวมไม่ใช่ชุดของโรงพยาบาล ไม่ใช่ชุดนักศึกษา แต่เป็นชุดจีนโบราณเนื้อแพรบางเบา และมือของเธอเรียวบางแต่ผิวซีดขาวไม่ใช่มือของคนที่เคย จับเข็ม ผ่าตัด ทำแผล หรือถือกาแฟทุกเช้าหลิงหลิงสะดุ้งเฮือก หันซ้ายขวาอย่างร้อนรน“ขอ~ขอกระจก! กระจก! เอากระจกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยแรงสับสน นางกำนัลต่างหน้าซีด รีบพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปหยิบกระจกสำริดมาส่งให้อย่างลนลานหลิงหลิงคว้ากระจกมาถือไว้ในมือสองข้างเธอมองลงไป—มือของหลิงหลิงสั่นน้อย ๆ เมื่อรับกระจกมาถือไว้ตรงหน้า ในใจเต็มไปด้วยคำถามและความกลัวเธอไม่รู้ว่านี่คือโลกไหน ไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ในร่างของใครแต่เมื่อสายตาของเธอทอดมองลงไปในกระจก...หัวใจของหลิงหลิงแทบหยุดเต้นใบหน้าที่เธอเห็น คือใบหน้าของเธอเอง!ดวงตากลมโต จมูกโด่งคม ริมฝีปากอิ่มนุ่ม ผิวขาวเนียน ไร้สิ่งใดเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“นี่มัน ฉัน” เสียงเธอสั่นพร่า แววตาสั่นระริ
اقرأ المزيد
บทที่3 ปกป้องลูกสาว
บทที่3 ปกป้องลูกสาวหลังจากที่หลิงหลิงหลับไปอีกครั้ง ฮ่องเต้เฉียนหรงยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงเงียบ ๆ เนิ่นนาน เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของพระองค์หายใจเป็นปกติ ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆพระองค์จึงลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ขันทีประจำพระองค์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก“เรียก หลินเซิน มาเงียบ ๆ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้”ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ชายวัยกลางคนในชุดสีเข้ม หน้าตาเคร่งขรึม ได้ปรากฏตัวในห้องบรรทม เขาคือ หลินเซิน หัวหน้าหน่วยเงา สายลับลับที่ฮ่องเต้ทรงไว้ใจที่สุดเฉียนหรงมองเขาด้วยแววตาเย็นชาและเด็ดขาด“ข้าต้องการให้เจ้าสืบเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับองค์หญิงก่อนตกน้ำใครเข้ามาในตำหนักใครมีความแค้นใครคิดทำลายข้า... ทำลายลูกข้าไม่ต้องรีบร้อนข้าต้องการ หลักฐาน และ ต้นตอ ของมันให้หมดข้าจะถอนรากมันทั้งโคตร!”หลินเซินคุกเข่าลงทันที“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทหม่อมฉันจะสืบจนกว่าจะรู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังแม้จะซ่อนตัวอยู่ในเงา หม่อมฉันก็จะลากมันออกมาให้พระองค์เหยียบด้วยพระบาทเอง”เฉียนหรงมองออกไปนอกหน้าต่าง ลมหอบโชยเข้ามาเบา ๆแต่ในดวงตาเขาไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่แม้แต่น้อยมีเพียงเพลิงแค้นเย็นเยียบที่พร้อมจะเผาผล
اقرأ المزيد
บทที่4 นางยังเจ็บหรือเปล่า
บทที่4 นางยังเจ็บหรือเปล่าม่านผ้าจากไหมชั้นดีปลิวไสวเบา ๆ ตามลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วง ฮ่องเต้เฉียนหรงทรงประทับนิ่งบนบัลลังก์ประจำตำหนัก วรกายภายใต้ชุดหลวงสีทองเข้มแลดูทรงอำนาจ แต่สีพระพักตร์กลับหม่นเศร้าจนเหล่าขุนนางเบื้องข้างยังมิกล้าเอ่ยคำพระหัตถ์ที่เคยถือดาบบัญชาศึก ตอนนี้กลับกำแน่นเพียงเพื่อข่มใจให้สงบ"หลิงเอ๋อร์ ลูกของเรา ยังเจ็บหรือเปล่า" พระองค์ทรงบ่นกับพระองค์เอง ดวงเนตรทอดมองออกไปยังเงาของจันทร์บนผืนน้ำเมื่อข่าวองค์รัชทายาทแห่งรัฐฉินทูลขออภิเษกกับหลิงหลิงอย่างเป็นทางการถูกส่งมาอีกครา พร้อมของหมั้นล้ำค่า พระองค์กลับมิได้มีความยินดีเท่าที่ควร พระทัยหนึ่งปลาบปลื้ม เพราะบุรุษผู้นั้นมิใช่เพียงรัชทายาทสูงศักดิ์ แต่ยังเป็นแม่ทัพผู้กล้าหาญเด็ดขาดเมื่อรบและเปี่ยมเมตตา อีกพระทัยหนึ่ง กลับหวาดกลัวว่าบุตรีจะไม่พร้อม“ฮองเฮาหลี่ เจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนหลิงเอ๋อร์ยังเล็ก นางเคยวิ่งเล่นบนลานหยกหน้าตำหนัก จนล้มเลือดกำเดาไหล เราตกใจแทบขาดใจ ตอนนี้นางเจ็บถึงเพียงนี้ ยังจะต้องแต่งไปอยู่แคว้นอื่นอีกหรือ” พระองค์พึมพำพลางทอดถอนใจเงียบ ๆแม้จะมิได้ทรงตรัสให้ใครล่วงรู้ แต่ในยามค่ำ พระองค์ได้ส่งขันท
اقرأ المزيد
บทที่5 นางทำได้อย่างไร
บทที่5 นางทำได้อย่างไรเมื่อเสียงฝีเท้าของขันทีดังลั่นเข้ามายังท้องพระโรง ขันทีซุ่นไห่ซึ่งเป็นคนสนิทของฮ่องเต้รีบคุกเข่ารายงานอย่างร้อนรน“ถวายพระพรฝ่าบาท! องค์หญิงหลิงหลิง... องค์หญิงเสด็จไปยังตำหนักจิ่งฮวา และ...และได้ทรงช่วยชีวิตท่านสนมเยว่ซินไว้พะยะคะ!”เฉียนหรงฮ่องเต้ที่กำลังพิจารณารายงานราชการถึงกับชะงัก ดวงตาคมเข้มเงยขึ้นด้วยความตื่นตกใจ“ว่าอย่างไรนะ?! นางไปที่ตำหนักสนม? แล้วทำไมถึงช่วยชีวิตได้?” น้ำเสียงของพระองค์ทั้งตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยความห่วงใยซุ่นไห่รีบอธิบายต่อ “องค์หญิงทรงตรัสว่า หากรอหมอหลวง พระสนมอาจสิ้นพระชนม์เสียก่อน จึงเสด็จไปเองและ และทรงใช้วิธีอันประหลาด มิใช่ยาสมุนไพรทั่วไป แต่เป็นการกดจุดตามลำคอ ใช้น้ำอุ่น เคล็ดลับบางอย่างที่ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจได้พะยะคะ”เฉียนหรงฮ่องเต้นิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางฮองเฮาหลี่ผู้กำลังนั่งอยู่ด้วยกันในตำหนักทรงพระอักษร ดวงตาของพระนางเต็มไปด้วยความตกใจปนความประหลาดใจ“หลิงหลิงนางทำได้เช่นนั้นจริงหรือ?” ฮองเฮาหลี่เอ่ยเบา ๆ“เรา เราไม่เคยสอนนางเรื่องพวกนี้เลย” ฮ่องเต้ตรัสเสียงต่ำ แววตาฉายแววสับสนปนวิตก“หรือว่านางจะเรียนร
اقرأ المزيد
บทที่6 มันเป็นชะตา
บทที่6 มันเป็นชะตาสามวันต่อมาท้องฟ้าเหนือวังหลวงเว่ยสดใสไร้เมฆ เหนือยอดไม้สน เสียงนกร้องแว่วแผ่วในอากาศยามสายคล้ายวันสงบสุขเช่นเคยทว่า ณ หน้าประตูชั้นในของตำหนักเจิ้งซิน กลับมีข่าวที่ทำให้ขันทีซุ่นไห่ถึงกับหน้าตาตื่นรีบเร่งเข้าไปในท้องพระโรง“ฝะ ฝ่าบาทพะยะค่ะ! ฮองเฮาพะยะค่ะ! เกิดเหตุไม่คาดฝันพะยะค่ะ!”ฮ่องเต้เฉียนหรงที่ทรงนั่งพิจารณาราชฎีกาเงยพระพักตร์ขึ้นทันที “เกิดอะไรขึ้น?”ซุ่นไห่พนมมือแนบอกอย่างลนลาน “มีผู้เฒ่าชราผู้หนึ่งแต่งกายคล้ายเซียน ปรากฏตัวขึ้นหน้าวังโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทว่าหลังตรวจสอบจึงรู้ว่าเป็นท่านอาจารย์หานเจินพะยะค่ะ!”“หานเจิน!?” ฮองเฮาอุทานขึ้นทันที พระพักตร์เปี่ยมด้วยความประหลาดใจ “มิใช่ว่าเราจะไปหาเขาที่วัดเฟิ่งหลิงหรือ”“เขามาเองหรือ?” ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืน พระขนงขมวดแน่น “เขารู้ได้อย่างไรว่าเราจะไปหาเขา?”ก่อนจะมีผู้ใดตอบทัน ทหารองครักษ์ก็เบี่ยงผ้าม่านประตูเปิดทางให้ชายชราในชุดผ้าแพรเรียบๆ สีอ่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยจากกาลเวลา ดวงตาทอแสงสงบลึก ลมหายใจของทุกผู้คนในตำหนักราวกับหยุดลงชั่วขณะหานเจินค้อมกายให้ตามธรรมเนียม แม้นจะไม่ได้อยู่ในวังหลวง แต่ทุกการเคลื่อ
اقرأ المزيد
บทที่7 สงครามรวมแผ่นดิน
บทที่7 สงครามรวมแผ่นดินณ โลกปัจจุบัน กาลเวลาล่วงเลยไปนานนักนับจากวันที่ แพทย์หญิงหลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ ขับรถตกสะพานหายไปในแม่น้ำใหญ่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสังคม ข่าวการหายตัวของเธอเป็นข่าวใหญ่ในเวลานั้น—และค่อย ๆ เงียบหายไป พร้อมคำว่า "ยังไม่พบศพ"โลกเปลี่ยนไป วิทยาการก้าวหน้า แต่ไม่มีใครพบเธออีกเลยแม้แต่ครอบครัวเธอพ่อแม่ของหลิงหลิง เฝ้ารอการกลับมาของลูกสาวอยู่หลายปีด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความปวดร้าว ทว่าสุดท้าย...ก็จากโลกนี้ไปอย่างเงียบงัน โดยไม่มีวันได้คำตอบว่าลูกสาวยังอยู่หรือไม่ส่วนเขา—อิฐชายหนุ่มผู้เคยทรยศต่อความรักผู้ทำให้หญิงสาวที่รักเขาหมดใจ ตัดสินใจละทางโลกนี้ไปโดยไร้คำลาหลังจากวันนั้นชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกเลยแม้จะไม่มีศพแต่หัวใจของเขารู้—ว่าเธอจากไปแล้ว และเพราะเขาจากเด็กหนุ่มเลือดร้อนคนนั้น เขากลายเป็นชายหนุ่มเงียบขรึมอิฐทิ้งทุกอย่าง เบื่อหน่ายโลก วางมือจากการงาน มิตรภาพ ความรักและสุดท้าย...เขาเข้าวัด บวชเงียบ ๆ ในนามพระภิกษุรูปหนึ่งใช้ชีวิตในวัดเล็ก ๆ บนเขาทางเหนือของประเทศไทย ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครจำได้และไม่มีวันใดเลย ที่เขาไม่คิดถึงเธอ
اقرأ المزيد
บทที่8 เดินทางไปรัฐเว่ย
บทที่8 เดินทางไปรัฐเว่ยกองคาราวานของคณะทูตรัฐฉินออกเดินทางจากนครหลวงใต้แสงอรุณของฤดูปลายใบไม้ผลิ รถม้าทรงสี่เหลี่ยมสีดำล้อมด้วยขุนนาง ผู้ติดตาม และทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบประจำราชสำนักฉิน เส้นทางทอดยาวจากเทือกเขาสู่ทุ่งหญ้า ผ่านลำธารและป่าร่มครึ้มที่เต็มไปด้วยหมอกจาง ท่ามกลางหมู่คนผู้เงียบขรึมและอ่อนน้อม ปรากฏบุรุษร่างสูงสง่าในชุดขุนนางสีน้ำหมึกเข้ม ต่างจากชุดนักรบที่เขาเคยสวม ฉินอี้หลงขมวดมวยผมไว้หลวม ๆ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเรียวยาวกวาดมองทางเบื้องหน้าเงียบงัน สีหน้าของเขานิ่งราวผู้รู้ลึกซ่อนแผน แต่ในใจกลับเต้นระรัวเขาปลอมตัวในนาม “ท่านจิ้น” นักปราชญ์ติดตามขบวนเจรจา ด้วยเป้าหมายเดียว—สืบความในรัฐเว่ย และตรวจสอบองค์หญิงผู้ซึ่งรัฐฉินส่งสาสน์ขอแต่งงานหลายครา หากแต่ยังไร้วี่แววตอบกลับ“ข้าอยากเห็นด้วยตาว่า รัฐเว่ยยังกล้ายืนหยัดได้เพราะอันใด”ท้องฟ้ายามดึกมืดครึ้มคลุมด้วยเมฆบาง เสียงเกือกม้ากระทบดินดังก้องในความเงียบ คณะทูตหยุดพักที่ริมธารในป่าไผ่ ท่ามกลางเสียงนกและลมเย็น อี้หลงก้าวลงจากรถม้า เดินทอดยาวอย่างครุ่นคิด สายตาเขาเหม่อมองไปไกล นั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นสนใหญ่คนเดียวเขาคือ "ท่านจิ้น"
اقرأ المزيد
บทที่9 เจอกันครั้งแรก
บทที่9 เจอกันครั้งแรกณ ท้องพระโรงใหญ่แห่งวังหลวงรัฐเว่ยเสียงฆ้องระฆังประกาศก้องกังวาน สะท้อนผนังของท้องพระโรงโอ่อ่าที่เต็มไปด้วยขุนนางฝ่ายหน้าหลายสิบคนเรียงรายอยู่เบื้องล่างบัลลังก์สูง วังเว่ยวันนี้ถูกประดับประดาอย่างหรูหราตามราชประเพณีด้วยผ้าสีทองฉลุลายมังกร ดอกเหมยสีแดงประดับอยู่ตามเสาใหญ่สลักหยก เสียงขับร้องคลอแผ่วเบาไปทั่วห้องโถงที่กว้างใหญ่ประตูใหญ่เปิดออกด้วยเสียงกึกก้อง ขันทีประจำราชสำนักร้องประกาศด้วยเสียงแหลมสูง “คณะทูตรัฐฉิน นำโดยท่านจิ้น ขุนนางชั้นสูง ผู้แทนพระราชสาส์นจากจักรพรรดิแห่งรัฐฉิน ขอเข้าเฝ้า!”เหล่าขุนนางเว่ยหันมองขบวนผู้มาเยือนอย่างจับตา ชายหนุ่มผู้สวมอาภรณ์สีเข้ม ก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างาม แววตาคมประดุจพญาอินทรี ร่างสูงสง่าราวกับรูปสลัก เขาคือ “ท่านจิ้น” ที่แท้จริงแล้วคือองค์รัชทายาทฉินอี้หลงในคราบขุนนางบนบัลลังก์ ฮ่องเต้เฉียนหรงประทับอย่างองอาจในชุดจักรพรรดิสีทอง ผินพระพักตร์มองผู้มาเยือนด้วยสายตาหนักแน่น ข้างพระองค์คือฮองเฮาหลี่ ผู้งามสง่าสายตาแฝงความชาญฉลาดและเยือกเย็น“ขอต้อนรับคณะทูตจากรัฐฉิน” ฮ่องเต้ตรัสเสียงหนักแน่น “เหตุใดครั้งนี้จึงมีราชสาส์นและคำข
اقرأ المزيد
บทที่10 ลอบสังหาร
บทที่10 ลอบสังหารหลิงหลิงประคองแผ่นหยกหมั้นไว้แนบอก ดวงหน้าแดงระเรื่อไม่อาจซ่อนความปิติได้อี้หลงยืนเคียงข้างนาง สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขที่เก็บงำไว้เนิ่นนาน ในใจคิดเพียงนี่หรือไม่ ที่เขาถูกส่งมาข้ามภพ เพื่อกลับมาหาเธออีกครั้งแต่ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าของทหารม้าเร่งร้อน พร้อมเสียงร้องของทหารเวรหน้าวังดังลั่น “มีม้าเร็วจากรัฐฉิน! ม้าเร็วจากรัฐฉิน! ขอเข้าเฝ้าด่วน!”ทหารเว่ยวิ่งฝ่าเข้ามาพร้อมชายชุดเกราะนักรบของรัฐฉินผู้หนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นทรายและหยาดเหงื่อ ทว่าแววตาแน่วแน่และร้อนรนเกินใคร“ขอประทานอภัย! ขอเข้าเฝ้ารัชทายาทฉินและฝ่าบาทแห่งเว่ยโดยด่วน!”เสียงในท้องพระโรงเงียบกริบในทันที เหล่าขุนนางต่างหันมองด้วยความประหลาดใจและหวั่นใจอี้หลงก้าวลงมาข้างหลิงหลิง “ว่าไปเถอะ มีเรื่องใด”ทหารม้าคุกเข่าลงพลางยื่นตราประทับของราชสำนักฉินออกมา “กระหม่อมนำข่าวด่วนจากเมืองหลวงฉิน เมื่อแปดวันที่แล้ว ณ วันที่รัชทายาทเสด็จออกเดินทางฮ่องเต้ฉินถูกลอบปลงพระชนม์ภายในตำหนักเฉิงเต๋อ!”เสียงร้องอุทานดังขึ้นทั่วห้อง ขุนนางเว่ยบางคนถึงกับลุกพรวดจากที่นั่ง หลิงหลิงถึงกับอ้าปากค้าง หันขวับไปทางอี้หลงโดยไม่
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status