Share

7

last update publish date: 2026-05-07 07:21:13

ลับหลังร่างสตรีชรา หลินหลินก็หันหน้าไปทางหญิงรับใช้สองคน สองคนข้างกายนี้ก็เป็นคนที่ดีต่อเจ้าของร่างนี้ไม่แปรเปลี่ยน ไม่ว่าจางชิงหลินประสบเคราะห์กรรมอะไร พวกนางก็ไม่ทอดทิ้ง แถมยังเอาชีวิตเข้าแลกขอร้องให้ปล่อยนายของพวกนางไปในตอนที่ฮ่องเต้โฉดสั่งให้จางชิงหลินคลุมผ้าผืนเดียวไปยืนตากหิมะ นับว่าเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์

ในสถานการณ์ที่น้ำใจเบาบางเช่นกระดาษ แต่ก็ยังคงมีคนที่มีคุณธรรม น้ำมิตรเหลืออยู่ จิตใจที่ห่อเหี่ยวไม่รู้สาเหตุ แม้ไม่ใช่เจ้าของร่างพลันชุ่มชื้นขึ้น

“ลู่เจียว จิวฮุ่ย ท่านยายของข้าชื่อแซ่อะไร”

คำถามของผู้เป็นนายทำให้สองบ่าวมองหน้ากัน แล้วลู่เจียวก็เป็นฝ่ายพูด “คุณหนูคงได้รับบาดเจ็บและเกิดความกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อมจึงจำไม่ได้ใช่ไหมเจ้าคะ”

หลินหลินรีบรับคำ “ใช่ ข้าจำอะไรไม่ค่อยได้ ต่อไปอาจต้องพึ่งพวกเจ้า อย่าเพิ่งรำคาญข้าก็แล้วกัน”

“พวกบ่าวไม่มีทางรำคาญเจ้าค่ะ ท่านยายของท่าน แซ่หลวน ชื่อซูฮวาเจ้าค่ะ จวนนี้เป็นของท่านตาคุณหนู ท่านตาเป็นขุนนางขั้นสี่ในสำนักบัณฑิตแต่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ที่จวนนี้จึงมีแต่ท่านยายพักอยู่ อ้อ ยังมีท่านลุงกับท่านป้าอยู่ด้วยเจ้าค่ะ ท่านลุงของท่านเป็นรองแม่ทัพพายัพเจ้าค่ะ”

หลินหลินพยักหน้า ฟังลู่เจียวกับจิวฮุ่ยสลับกันบอกเล่าเรื่องในครอบครัวฝ่ายมารดาให้ฟัง จนนางเข้าใจทะลุปรุโปร่ง พอฟังทุกอย่างจบนางก็เปิดปากหาว สองบ่าวเห็นดังนั้นก็พากันขอตัวออกไปเพื่อให้นางพักผ่อน หลินหลินเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว จึงลุกขึ้นจากเตียงที่แกล้งหาวนอนเพื่อให้สองบ่าวออกไป หลินหลินลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่างขบคิดเรื่องราวต่างๆอยู่เงียบๆ สายลมหิมะกระทบใบหน้าจนหนาวเหน็บ ต่อไปนี้เธอต้องอยู่ในยุคชิงแห่งนี้ ต้องอยู่ไปอีกนานแค่ไหนกัน หลินหลินหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย

“เออ แล้วบทละ กำหนดเดตไลน์ใกล้เข้ามา ยุคราชวงศ์ชิงยังไม่มีไวไฟ แล้วฉันจะทำงานยังไง ไม่มีสัญญาณเน็ตของค่ายโทรศัพท์ไหนส่งสัญญาณข้ามภพได้ซะด้วย ซวยเลยโดนเล่นงานแน่” เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก พลาดเรื่องอื่นยังพอทน แต่พลาดส่งบทก็เหมือนถูกปลดกลางอากาศ นักเขียนบทสาวกลุ้มจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เช้าวันต่อมา  หลินหลินเดินมานั่งกินอาหารเช้ากับครอบครัวสกุลหลวน ประมุขชราของบ้านเห็นหลานรักออกมากินข้าวได้ก็ยิ้มกว้างตรงข้ามกับหลินหลินที่เอาแต่ครุ่นคิดทั้งคืนจนนอนไม่หลับเช้านี้จึงอยู่ในสภาพอิดโรย

“ชิงหลินเจ้าหายแล้วหรือถึงได้ออกมา”

เพราะหลายวันที่ผ่านมา สตรีชราให้บ่าวนำอาหารไปให้หลานสาวในห้อง แต่วันนี้หลินหลินอยากออกมาพบทุกคนจึงบอกบ่าวว่าจะไม่กินอาหารในห้องอีก

หลินหลินค้อมตัวตอบด้วยความนอบน้อม “ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ อยากออกมากินอาหารกับท่านยาย แล้วก็อยากคารวะท่านลุงกับท่านป้าด้วย ข้ามาอยู่ที่จวนนานแล้วแต่ยังไม่ได้คารวะท่านลุงท่านป้าเลย” หลินหลินบอกแล้วกวาดตามองคนที่อยู่ตรงโต๊ะอาหารทุกคน

นางมองเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีทองแดง ที่จอนผมมีผมสีขาวแซม มองเหมือนคนที่ผ่านการลำบากจากการสู้รบมามาก ข้างๆกันมีสตรีใบหน้าขาวผ่องด้วยความเมตตานั่งอยู่ เมื่อกวาดมองไปอีกก็พบเห็นบุรุษร่างกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาด้วยวัยหนุ่ม มองดูน่าจะราวๆยี่สิบกว่าๆกำลังยิ้มมาให้ หลินหลินเผลอยิ้มตาหวาน

‘แอบฟินเบาๆ’

‘หล่ออ่ะ จะว่าไปหล่อเหมือนนักแสดงนำเรื่องจูล่งที่กำลังออกฉาย’

“พวกเราครอบครัวเดียวกันไยต้องรีบมาคารวะ อีกทั้งเจ้ายังป่วยอยู่ เพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมา ลุงกับป้าเข้าใจ ล้วนไม่มีใครถือสาเจ้าหรอก” หลวนหย่งสือบอก

“ทำให้ท่านลุงกับท่านป้า รวมถึงทุกคนต้องเป็นห่วงแล้ว” หลินหลินค้อมกายบอก ใบหน้าก้มต่ำ ทำให้ทุกคนในสกุลหลวนไม่สบายใจ เพราะเป็นห่วง

หลินหลินซาบซึ้งน้ำใจของทุกคนที่มีต่อเจ้าของร่าง แล้วต้องเอี้ยวหน้าน้อยๆไปมองเมื่อมีมือบอบบางของสตรีมาประคองนางให้ไปนั่งร่วมโต๊ะ นางมองดูก็เห็นเป็นภรรยาของหย่งสือนั่นเอง

“เจ้าอย่าได้คิดมาก นั่งลงกินข้าวกันเถอะ ไม่ต้องคิดมากว่าเจ้ามาที่นี่แล้วจะทำให้พวกเราลำบาก” กุ้ยฟางหรงบอกพร้อมรอยยิ้ม นางไม่มีบุตรสาวพอเห็นจางชิงหลินก็รู้สึกเมตตา เมื่อตอนที่หลานสาวมีวาสนาสูงส่งเป็นฮองเฮา นางก็ไม่กล้าตีสนิทด้วยแต่ตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว

ฟางหรงถอนใจเฮือก มองวาสนาแสนอาภัพของหลานสาวด้วยความเห็นใจจางชิงหลินเป็นคนมีน้ำใจไม่เคยลืมตระกูลเดิม ตอนที่เป็นฮองเฮาก็ส่งมอบของดีๆมาให้ตระกูลฝ่ายมารดาไม่ขาด

“ป้าจะให้บ่าวนำน้ำแกงไก่ที่ป้าตุ๋นไว้มาให้เจ้าดื่ม”

‘ทำไมทั้งชีวิตจริงและในละคร ชอบน้ำแกงไก่ตุ๋นกันจัง ที่จริงอยากกินรังนกตุ๋นแต่ไม่กล้าบอก’

“ขอบคุณท่านป้ามากเจ้าค่ะ ข้ากินอะไรก็ได้” หลินหลินตอบ

“เจ้าหายดีเมื่อไรพี่ชายจะพาเจ้าไปเดินชมดอกท้อ ตอนนี้ดอกท้อกำลังผลิดอกบานงดงามคงทำให้ใจเจ้าแช่มชื่นขึ้นบ้าง”

หลินหลินมองไปทางคนพูดแล้วยิ้มอย่างสุภาพ “ได้ยินว่าพี่หย่งเล่อไปเป็นทหารประจำอยู่ชายแดนความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นางได้ยินพวกสาวใช้พูดกัน หลวนหย่งเล่อเป็นบุตรของลูกพี่ลูกน้องของกุ้ยฟางหรง หย่งสือกับกุ้ยฟางหรงไม่มีบุตรด้วยกันจึงรับหย่งเล่อมาเป็นบุตรบุญธรรม

“พี่สบายดี ชายชาติทหารย่อมไม่กลัวความลำบาก ขอบใจที่เป็นห่วงพี่”

หย่งเล่อมองนานแล้วเผลอสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นสายตาของท่านพ่อมองเขาอยู่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   80

    “ใช่เพคะ” หลินหลินทวนคำตอบให้แก่พระสวามีผู้แสนน่ารักของนาง“มันคือเทียบเชิญไปงานแต่งงานใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่มันคือเทียบเชิญของผู้ใดกัน”“ฝ่าบาทเดาได้ถูกต้องเพคะว่าการ์ดแต่งงานก็คือเทียบเชิญแต่งงาน ถ้าหม่อมฉันให้ฝ่าบาทเดาต่อ ฝ่าบาทลองเดาสิเพคะว่าเป็นของผู้ใดกัน”ฉินจิ้นเหอส่ายหน้า ดวงตามีแววหื่นกระหาย “ข้าไม่อยากรู้ว่างานแต่งานของผู้ใด มันไม่สำคัญกับข้าเท่ากับเจ้ากลับมาหาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหนอีกแล้ว”“หากไม่ปล่อยหม่อมฉันกลับตำหนัก เช่นนั้น เห็นทีฝ่าบาทคงต้องแบ่งแท่นบรรทมให้หม่อมฉันนอนด้วยแล้วเพคะ”“จางชิงหลิน! เจ้ายังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกิน” เขารู้ทันทีว่าคำพูดฉ้อฉล เล่นคำแบบนี้มีแต่ฮองเฮายอดรักของเขาเท่านั้น เป็นใครอื่นไปไม่ได้“ใครว่ายังไม่ตายเพคะ ถูกรถชนเละขนาดนั้น วิญญาณยังกระเด็น หม่อมฉันตายไปแล้วเพคะ แต่มารดาของหม่อมฉัน นางมีเส้นสายเยอะพอรู้จักกับผู้เฝ้าประตูยมโลก นางจึงตามไปช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แล้วพาวิญญาณของหม่อมฉันให้กลับเข้ามาอยู่ในร่างของฮองเฮาจางชิงหล

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   79

    ฉินจิ้นเหอปล่อยให้นางลากจูงเขาไปตามอำเภอใจอีกครั้ง หลังจากเดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตามาหลายช่วงตึก ร้านขายหนังสือเก่าแก่ที่หัวมุมถนนก็ปรากฏแก่สายตาเขาหลินหลินหันมาส่งยิ้มให้ นี่เป็นอีกสถานที่ที่เธอเคยมาบ่อยๆ“ร้านหนังสือโปรดของหม่อมฉันเพคะ เราข้ามถนนกันเถอะ”ร่างเล็กมองสัญญาณไฟ เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟแดงปลอดภัยแล้วจึงดึงมือเขาให้เดินตาม ทว่าสร้อยข้อมือเล็กๆ ของเธอเกิดขาดจากกัน มันปลิวไปตกอยู่ข้างรองเท้าหนังของฉินจิ้นเหอ เขาปล่อยมือของหลินหลินแล้วก้มลงเก็บสร้อยข้อมือนั้นแล้วฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังไม่หยุด“ฝ่าบาทคิดว่า ถ้าเราซื้อหนังสือแล้วจะนำมันกลับไปได้หรือไม่เพคะ ถ้านำกลับไปได้ทั้งหมดหม่อมฉันจะขนซื้อไปเยอะๆ เลย”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจตอบเจ้าได้ เราคงต้องลองดู แม้ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับไปได้ ข้าก็ไม่กังวลใจ ขอเพียงเจ้ากลับไปกับข้าอย่างปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”เขาโยนสร้อยเส้นเล็กที่ขาดเข้าในอุ้งมือแล้วลุกขึ้น เรือนร่างกำยำองอาจแม้อยู่ในการแต่งกายแบบยุคสมัยใหม่ทว่าความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดถอยลงเลย แม้เวล

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   78

    “หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทุกวัน ทุกนาที”“เจ้าช่างใจร้าย ทิ้งข้ามาโดยไม่ลาสักคำ ที่จริง ข้าไม่ควรมอบความรักให้กับสตรีใจดำเช่นเจ้าเลย คอยดู กลับไปเมื่อไร ข้าจะคัดเลือกชายา สนมให้ล้นวัง” ฉินจิ้นเหอขู่ ล้นแล้วอย่างไรพระองค์ก็ไม่เกิดความรู้สึกกับพวกนางอยู่ดี แต่พอเห็นสีหน้าม่อยลงของคนในอ้อมกอด ฉินจิ้นเหอก็บิดยิ้มอย่างพอใจ“หากข้ามารับแล้วเจ้าไม่กลับ หน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า ฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอ เป็นฮ่องเต้ที่มีชายาสนมมากที่สุดในประวัติศาสตร์”“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม หม่อมฉันกลับแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันจากมาโดยไม่ได้บอกฝ่าบาทเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่ท่านพ่อและท่านแม่ของหม่อมฉัน พวกท่านทรมานมาหลายภพชาติ หม่อมฉันจึงต้องการกลับมาทำทุกอย่างให้จบลงด้วยดี เมื่อท่านทั้งสองมองเห็นกันแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ามือของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับพวกท่านอีก ความรักจะนำพาพวกท่านไปสู่บทสรุปด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะกลับไปกับฝ่าบาท”“ดีมาก หากเจ้าไม่กลับพร้อมกับข้า ข้าจะลากตัวเจ้ากลับให้ได้”ห

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   77

    หลินหลินไม่รู้อะไรอีกหลังจากขึ้นรถลิมูซีนที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พอมาถึงคอนโดฯ หญิงสาวแนบคีย์การ์ดประตูเปิดออก ร่างเล็กก็ถูกคนโหดข้ามภพจับโยนขึ้นไปบนเตียง แม้ว่ายังไม่ได้เถียงหรืออธิบาย ความปรารถนาของเขาที่เก็บกดมานานทั้งจากภพอดีต และเมื่อครู่ก่อนก็ผลักดันออกมาจากกางเกง ขยายตัวตนจนใกล้ระเบิด ความกระหายที่รุนแรงเพราะคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขามีความต้องการ และต้องการมากกว่าผู้ชายทั่วไปหลายเท่า จนถ้าไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้ เขาต้องตายแน่เรื่องนี้ฉินจิ้นเหอไขปริศนาให้ตัวเองได้เมื่อหลายวันก่อน พระองค์คิดถึงจางชิงหลินมากขณะไปที่อุโมงค์แห่งกาลเวลาซึ่งพระองค์พบว่าในบันทึกของอดีตฮ่องเต้หยางจื่อ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนใช้สุสานแห่งหนึ่งและประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่ให้ผู้คนมากมายช่วยกันเปิดทางเข้าสุสานที่ถูกปิดตาย พระองค์เผลอหลับไปแล้วฝันว่ายามที่พระองค์ได้วางดอกไม้ลงไปบนหน้าหลุมศพของสตรีนิรนางนั้น พระองค์เอ่ยสัญญาว่า‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะหาเจ้าให้เจอ และจะรักเพียงแต่เจ้า ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว’เพราะคำสัญญานี้กระมังที่ส่งผลให้พระองค์เ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   76

    ชีวิตของสาวโสดอย่างเธอหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าจะพิถีพิถันในรายละเอียดของใช้ส่วนตัว ใครจะคิดว่าวันนี้ต้องมาเสียน้ำตาท่ามกลางงานแถลงข่าว ในกระเป๋าใบเล็กจิ๋วซึ่งนานๆ หลินหลินจึงจะนำออกมาใช้เพราะเวลาปกติหญิงสาวมักแต่งกายสบายๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ มากกว่ารองเท้าส้นสูงแบบนี้หลังมือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่แล้วแผ่นหลังนุ่มนิ่มที่วันนี้ชุดสวยที่หลิวโจวซิ่นแนะนำและจัดหามาให้ใส่เว้าลึกไปช่วงหลังมากหน่อย ทำให้สัมผัสได้ว่าบางอย่างอุ่นวาบขึ้น หลินหลินสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังบดเบียดร่างกายแนบชิดจนเกินไป เธอหันไปถลึงตาใส่เพราะคิดว่ากำลังถูกลวนลามท่ามกลางงานแถลงข่าวเมื่อผู้คนที่เบียดเสียดกันและจดจ่อกับการถ่ายรูปพระนางที่กำลังเปิดตัวอยู่บนเวทีมากกว่าจะสนใจคนเขียนบทตัวเล็กๆ อย่างเธอ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในงานไอ้โรคจิตความแข็งจัดที่หลินหลินรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณกำลังดุนดันแนบชิดอยู่กับบั้นท้าย หญิงสาวทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้ต้องอับอายเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้โรคจิตที่เ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   75

    2 เดือนผ่านไปข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจางชิงหลินในวันสถาปนาแม้จะถูกสั่งให้ปกปิด ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอให้นำพระศพของฮองเฮาเก็บรักษาเอาไว้ในโลงที่ทำจากหยก เพื่อรักษาสภาพเพราะหลังการสิ้นพระชนม์ ศพของพระนางกลับไม่เน่าเปื่อยดูราวกับว่าฮองเฮากำลังบรรทมหลับใหลฉินจิ้นเหอกัดพระทนต์แน่นพระองค์สูดหายใจแรงๆ เหตุใดการจากลาถึงได้เจ็บปวดเสียกว่าการถูกดาบเสียบพระอุระ ฉินจิ้นเหอเคยร่วมรบ เคยถูกข้าศึกใช้ดาบเสียบแทง ความเจ็บปวดนั้นทรมานแสนสาหัส แต่หากจะเทียบกับความเจ็บในเวลานี้นับว่ายังห่างชั้นกันมากแววตาเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามังกร ฉินจิ้นเหอพูดอย่างเร่งเร้า “ตื่นขึ้นมาสิ เจ้าตายจากข้า หรือว่าเจ้าหนีข้าไปยังดินแดนที่ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้ หากเจ้าไม่ตื่น ข้าจะแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าไม่ได้หวงของหรือ หรือเห็นข้าเป็นสมบัติผลัดกันชม ไม่เสียใจหรือหากข้าต้องกลายเป็นของสตรีอื่น เจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่ข้าเกิดจนถึงบัดนี้ สตรีเดียวที่ข้าเคยแตะต้องมีเพียงเจ้า ครั้งแรกของข้าก็คือที่โขดหินกลางสายน้ำเชี่ยวและเป็นครั้งแรกของเ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   25

    หลินหลินอมยิ้ม แต่แสร้งปั้นหน้าขรึมตอบ “มิใช่แมวธรรมดาเพคะ แต่เป็นแมวศักดิ์สิทธิ์ แมวสร้างโลกเหมือนเทพเจ้าผานกู่ แมวศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ติดตามเทพเซียนบำเพ็ญเพียรมาถึงพันปี จนมีบารมีแก่กล้า หากใครมีไว้ติดตัวย่อมทำให้เสริมบารมี ใครๆต่างต้องยอมสยบให้เพคะ”นอกจากเป็นนักเขียนบทแล้วตอน

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   23

    หลินหลินเบ้หน้า เวลานี้เขายังมาทำเจ้าชู้ใส่นางอีก “วาสนาข้าไม่ค่อยดีเท่าไร เจอแต่คนคิดเอาเปรียบ”“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถาม เจ้าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนหลังจากงานสำเร็จ” ฉินจิ้นเหอถามแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่ดูฉลาดเฉลียวขึ้นมาก ด้วยตำแหน่งของเขาหากลงมือเองย่อมไม

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   22

    ถ้านางทำสำเร็จ ก็เท่ากับเขาอาศัยนางจัดการกับเหล่าคนรอบตัวของฮ่องเต้โฉด ส่วนตัวเขาก็จะได้ครอบครองบัลลังก์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงมือมาก ถ้านางช่วยเขาโดยเขาไม่ต้องเสียเหงื่อแม้แต่นิดเดียวก็อย่าเรียกนางว่าหลินหลินที่จริงแล้วนางเห็นว่าการมาครั้งนี้อาจเป็นผลดีกับใครบางคน ที่จริงนางจะมายุให้เขาชิงบัลลังก

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   21

    หลินหลินไม่ได้เรียกลู่เจียวกับจิวฮุ่ยให้มาช่วยนางทำความสะอาดพื้นที่ในโถงอาราม เพราะทั้งสองคนก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว ทั้งดูแลปรนนิบัตินางและช่วยห้องครัวทำอาหารเพื่อเลี้ยงนักพรตที่อยู่ในอารามหลินหลินหยิบถังน้ำกับผ้าเตรียมออกไปทำความสะอาดโถงรับรองด้านนอกตามคำสั่งของป๋ายเทียน พลันต้องวางสิ่งของในมือลงอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status