Masuk@ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง...
“ฉันไม่คิดเลยนะ ว่าไอ่บ้าที่มันข่มขืนแกเมื่อแปดปีที่แล้ว จะกลายมาเป็นเจ้าของโรงแรมที่เราทำงานอยู่...และนางฟ้าของฉันก็ดันกลายมาเป็นพี่สาวไอ่หื่นกามนั่นอีก...”
ธนวันต์พูดด้วยความรู้สึกที่หดหู่ปนความเสียใจอย่างบอกไม่ถูก สิ่งที่เปมิกาบอกกับเขานั้น มันทำให้ธนวันต์แทบไม่อยากเชื่อเลย ว่าสิ่งที่เพื่อนเขาพูดออกมานั้นคือความจริง!!
“ฉันจะทำยังไงดีท็อป...ฉันหนีเรื่องราวพวกนี้มาตลอด เขาทำเหมือนกับว่าต้องการที่จะตอกย้ำความรู้สึกของฉันไปอีก เขาจำฉันได้ และเขาคอยพยายามที่จะทำให้ฉันยอมรับว่าฉันคือคนที่เขาข่มขืนเมื่อแปดปีที่แล้ว...”
“เขาจะทำแบบนั้นทำไม...จริงๆ เขาหาเรื่องใส่ตัวนะ ถ้าเกิดตอนนั้นแกกล้าที่จะแจ้งความล่ะก็ เขาก็คงจะได้รับโทษไปแล้ว แต่เรื่องราวมันผ่านมาตั้งหลายปี เขาไม่น่าที่จะเอาเรื่องนี้มาตอกย้ำแกอีกนะเดียร์...ฉันคิดในมุมมองของผู้ชายด้วยกันนะ ฉันคิดว่าเขาจะต้องสนใจแกว่ะ...”
“จะสนใจฉันทำไม...เราจบกันไปแล้วและเขาก็สร้างบาดแผลให้ฉันมาตลอด จนฉันไม่กล้าที่จะเปิดใจรับใครเลยนะท็อป”
“ผู้ชายเวลาได้ชอบและถูกใจใครนะโว้ย...เขาจะสนใจแต่คนนั้นแหละ ผู้หญิงที่ถูกใจในเวลาที่ใช่! มักจะอยากได้มา ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่งแหละ...”
“แต่ฉันไม่อยากให้เขามายุ่งกับฉันอีกแล้วนี่ท็อป ฉันอยากลืมไปทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อยากจดจำ”
“แกทำอย่างกับว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมา แกลืมได้หยั่งงั้นแหละ...ฉันไม่เห็นว่าแกจะลืมเรื่องราวพวกนั้นเลยเดียร์ พูดก็พูดเถอะทำไมแกไม่เปลี่ยนจุดที่เขามาสนใจแก ทำเป็นหลอกให้เขารักและชอบแก...สุดท้ายแกก็แก้แค้นเขาโดยการหักอกเขาไปเลยวะ”
“...”
“ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงท็อป แค่เขามาใกล้ฉันไม่เท่าไหร่ใจฉันก็เต้นแรงจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว...”
“งั้นแกจะทำยังไง...หลบหน้าหลบตาเขาแบบนี้ตลอดไปเลยเหรอวะ หรือลาออกจากงานที่แกรักหนีไปอยู่ที่อื่น...”
“...”
“แกเปลี่ยนความกลัวเป็นความแค้นสิเดียร์...ผู้ชายก็รักเป็นหลงเป็นและเจ็บเป็นนะโว้ย...ถ้าแกคอยหลบหนีไปแบบนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตแกดีขึ้นเลยนะเดียร์ แกเจ็บช้ำมากี่ปีแล้ว อนาคตการเป็นหมอของแกจบลงเพราะผู้ชายคนนี้ และหนำซ้ำแกเองยังไม่กล้าที่จะเปิดใจรับผู้ชายคนไหนเข้ามาได้อีก เหตุผลเพราะแกกังวลเรื่องความบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์ของแกเอง...”
“แล้วถ้าฉันจะเริ่มทำในสิ่งที่แกบอก ฉันควรจะเริ่มจากสิ่งไหน และอะไรก่อนท็อป...”
เปมิกาเริ่มมีความคิดที่คล้อยตามเพื่อนขึ้นมาทันที สิ่งที่เพื่อนของเธอพูดมาทั้งหมดมันก็จริงนะ เธอจะหนีเขาไปทำไม? เธอไม่ใช่เด็กสาวอายุ 16 ปีอีกแล้วนี่! เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำไมจะต้องให้เขามาทำลายชีวิตและจิตใจของเธออีก...
“ได้ยินแบบนี้ฉันก็ดีใจขึ้นมาทันทีเลยว่ะเดียร์...แกไม่รู้ตัวเองเลยหรือไง...ว่าแกสวยขนาดไหน...ความสวยของแกเป็นดารานางแบบได้สบายเลยนะโว้ย...ดาราก็ระดับนางเอกเท่านั้น นางแบบก็เป็นนางแบบแถวหน้า...แกไม่สังเกตเวลาที่ตัวเองเดินไปไหนบ้างเหรอวะเดียร์...แกไม่เห็นคนแอบมองแกหรือวะ...”
“ไม่อ่ะ...”
“ฉันนี่แมร่งโคตรภูมิใจเลยนะโว้ยที่มีเพื่อนสวยขนาดนี้ แต่มันก็ติดตรงที่ฉันกับแกเป็นเพื่อนกัน และเห็นกันตั้งแต่เด็ก ฉันเลยไม่ค่อยได้สนใจที่จะชมแกสักเท่าไหร่...”
“จริงดิ...”
“ก็เออสิวะ...แค่แกกระพริบตาส่งสายตาแค่นั้นแหละ ฉันเชื่อว่าผู้ชายได้คลานตามกันมาเป็นแถวๆ เลยแหละ”
“อืม...แล้วแกจะให้ฉันเริ่มจากอะไร...วิธีของแกก็ดีนะท็อป แกพูดถูกทุกอย่างเลยนะ ฉันจะหนีไปทำไม? ทำไมฉันไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำแบบที่ฉันเคยเป็นบ้าง? ถ้าฉันไม่ต่อสู้กับความรู้สึกเจ็บปวดนี้สักที...ไอ่สิ่งนี้มันก็ยังคงอยู่กับฉันตลอดไม่ไปไหน...”
“เออ...ดีว่ะ...แกโคตรได้ใจฉันเลยว่ะเดียร์...เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันบอกวิธีแกก็แล้วกัน...รับรองผู้ชายคนนั้นคลานมาสยบแทบเท้าแกแน่เดียร์!”
@ บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น...
“ศุกร์นี้เดียร์ไม่กลับบ้านเหรอธาม...น้องได้บอกลูกมั้ย?”
กนกอรในวัย 52 ปีเอ่ยขึ้นกับลูกชายคนโต ‘กิตติพัทธ์’ หรือ ‘ธาม’ วัย 28 ปีศัลยแพทย์หัวใจ (Cardiac Surgeon) ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองกรุง
“วันนี้ธามว่าจะแวะไปหาเดียร์ครับแม่...แชทถามไปแล้วเดียร์ยังไม่ตอบกลับมาเลยครับ...”
กิตติพัทธ์ตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบผ่านรอยยิ้มที่นุ่มละมุนสุขุม ตามแบบฉบับของชายหนุ่มที่สุภาพอ่อนโยน
“แล้วนี่ได้คอยตามดูยัยครีมบ้างมั้ย เข้าทำงานมาได้อาทิตย์แล้วเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ แม่เห็นกลับบ้านเย็นทุกวัน ตั้งแต่เรียนจบเปลี่ยนงานนี่รอบที่สี่แล้ว...รอบนี้ไม่รู้เป็นไง พ่อเขาก็ห่วงลูกสาวสุดที่รักของเขาเหลือเกิน ธามเองถ้าว่างก็คุยกับน้องสอนน้องบ้างนะลูก...ยัยครีมเป็นคนใจร้อนเหลือเกิน...”
กนกอรเอ่ยถึงลูกสาวคนเล็กของเธออย่างทุกข์ใจกับความห้าวความแสบของลูกสาวเธอนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย ทะเลาะกับหัวหน้างานลาออกมาหลายครั้ง หนำซ้ำต้องคอยออกภาคสนามลงมือกับทีมงานวิศวกรผู้ชาย ทำให้เธอออกแนวห้าวไปโดยปริยาย...
“ครับแม่...เดี๋ยวธามว่าจะแวะไปรับครีมและชวนไปหาเดียร์ด้วยกันเลยครับแม่...วันนี้มันเป็นนัดประจำเดือนของพวกเราด้วยครับ...”
กิตติพัทธ์ เปมิกา และกุลจิราน้องสาวคนเล็ก มีความสนิทสนมกันมาก มักจะมีกิจกรรมที่เขาและน้องๆ ได้ตั้งขึ้นคือจะนัดพบกันในวันศุกร์สัปดาห์สุดท้ายของสิ้นเดือนเสมอ...
“อืม...ดีเลย...ยังไงก็คอยสอนน้องๆ บ้างนะธาม ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือยัยครีมนี่แหละ ส่วนเดียร์แม่ไม่ห่วงมากเท่าไหร่ รายนั้นเป็นเด็กดีมาตลอด และได้ทำงานที่ดีๆ แล้ว...”
“ครับแม่...”
กิตติพัทธ์นึกถึงน้องสาวอีกคนที่แม่เขาเอ่ยถึง ‘เปมิกา’ ไม่ใช่น้องสาวโดยสายเลือดของกิตติพันธ์ เหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ตอนที่เด็กน้อยก้าวเข้ามาในบ้านของเขา กิตติพัทธ์ในวัยสิบขวบดีใจเป็นอย่างมากที่เขาได้น้องสาวที่น่ารักน่าเอ็นดู ตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปี กิตติพัทธ์ไม่เคยมองเธอคนนี้เป็นน้องสาวเลยสักครั้ง เขามีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับเธอ กิตติพัทธ์อยากดูแลเธอคนนี้ตลอดไป ‘ถ้าจะเรียกว่ารัก...ก็คงไม่ผิดอะไร’
“ห๊ะ! นายหมายความว่ายังไงวะอินทัช” “อย่าบอกนะ ว่านายจะทำชั่วๆ แบบที่กันต์มันเคยทำให้นายอีก...อินทัช” “อืม...” “นายจะบ้าเหรอวะ...อินทัช เธอไม่ใช่เด็กมอ-ปลายคนนั้นแล้วนะโว้ย...นายจะไปฉุดเธอและข่มขืนเธอแบบเดิมไม่ได้แล้ว นายชักจะเป็นเอามากนะ” “นั่นสิ...ถูกอย่างที่เวย์มันพูดนะอินทัช ฉันว่านายหาสาวคนใหม่เถอะ อีกอย่างนายก็มีคู่หมั้นแล้ว นายควรคิดให้ดีนะโว้ย” “ฉันชอบเธอ...หาคนอื่นแทนไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่คิดจะบอกให้นายทำหรอกกันต์ ครั้งที่แล้วฉันปล่อยเธอไป แต่ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอแน่นอน อยากจะรู้นักว่าถ้าเธอเป็นเมียฉันแล้ว เธอยังจะมีสิทธิ์ไปคบใครได้อีก”สายตาคมจับจ้องไปที่เธอด้วยเพลิงโทสะร้อนแรงและเจิดจ้าในนัยน์ตาคู่นั้น “เวรล่ะ...นายบ้าไปแล้วหรือไงอินทัช นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะโว้ย นายไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุ 21 เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ นายจะ 30 แล้ว และอีกอย่างนายเป็นถึงประธานใหญ่เจ้าของโรงแรมและภัตตาคารเชียวนะโว้ย...” “เธอเป็นลูกน้องนายด้วยนะอินทัช”ธีรุตม์พยายามเตือนสติเพื่อน “แล้วไง...ถ้าฉันอยากไ
อีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์ “เดียร์...”กิตติพัทธ์จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างชั่งใจ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องสารภาพกับเธอให้จงได้ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรเขาเตรียมใจมาแล้ว “คะ? พี่ธาม”เปมิกาเงยหน้าขึ้นประจวบเหมาะกับสายตาของเธอนั้นกวาดไปเห็นใครคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มคุ้นตาเปมิกาเป็นอย่างดี ‘วันนี้เธอพึ่งจะเจอเขากับคู่หมั้น’ “เดียร์รู้มั้ยว่าวันนี้ ทำไมพี่ถึงพาเดียร์มาที่นี่” “...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อเธอเห็นใครบางคนที่อยู่ไม่ไกลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะปกตินัก เขาจ้องเธอเขม็งราวกับว่าเปมิกานั้นไปทำอะไรให้กับเขางั้นแหละ “เดียร์” “คะ?? พี่ธาม”หัวใจของเธอกระตุกวาบด้วยความตื่นเต้นตกใจจนแทบจะกระโดดออกมากองนอกอก ตอนนี้สติของเธอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก ไม่ว่าจะหันไปครั้งใด เปมิกาก็พบกับสายตาที่ชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา “พี่คิดว่า...พี่เองอยากจะบอก...เอ่อ...”เอาเข้าจริงๆ กิตติพัทธ์กลับพูดไม่ออก ทั้งที่เขาเตรียมคำสารภาพทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว ‘ถ้าเธอไม่ได้รู้สึกแบบที่เขารู้สึก...เขาอาจต้องเสียเธอไปก็ได้...หร
“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม” “เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้” “อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้” “เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่จะชวนเราไปทานข้าวเย็น”กิตติพัทธ์พยายามที่จะรุกมากขึ้น โดยเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับเพื่อนเขาแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมที่จะเปิดใจ น้องสาวต่างสายเลือดของเขาก็ไม่รู้ตัวสักที ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ “ว่างค่ะ...พี่ธามจะเลี้ยงเดียร์หรือคะ ดีจังสบายกระเป๋าไปอีกมื้อ” “งั้นเดี๋ยวสักประมาณทุ่มนึงพี่มารับเดียร์นะครับ” “เดี๋ยวเดียร์ไปเจอพี่ธามดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมารับหรอกค่ะ” “...” บุคคลที่สามมองหนุ่มสาวสองคนสลับไปมา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด “งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” “ค่ะ”“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ธาม สวัสดีค่ะ”เด็กสาวล่ำลาแบบออกอาการเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน สงสัยเธอต้องกิน*แห้วซะแล้ว “สวัสดีครับ” “เอ่อ...
“หล่อนก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอยะยัยไหมแก้ว มาอยู่ไม่กี่วัน แหม...รู้ไปถึงนู่นเลยนะ แต่ช่วยรู้ให้ลึกหน่อยย่ะ จริงๆ แล้วนางเป็นลูกเลี้ยงของคุณชนัศชัยจ้า...ที่หมั้นกันได้ก็น่าจะเป็นเพราะคุณคนนี้หรอกมั้ง...อย่าสนใจเลย วันนี้เจ้รู้สึก ว่าเจ้อารมณ์ดีมากจ้า” “ผู้หญิงนี่ร้ายทุกคนเลยนะ...”เสียงทุ้มอันแหบแห้งของธนวันต์เอ่ยขึ้นครั้งแรก เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง เลยได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ “แกเป็นอะไรของแกวะท็อป อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา เจ้เริ่มสงสัยแล้วสิ...คืนนั้นแกหายไป แล้ววันนี้มาทำงานแบบคนไร้วิญญาณ เจ้ว่ามันแปลกไปนะ” “นั่นสิ...เดียร์ก็สงสัยเหมือนกันเจ้...แกเป็นอะไรไปท็อป” “ไม่มีอะไร...เมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยแค่นั้นเอง” “นี่คืออาการของคนนอนน้อยจริงๆ ใช่มั้ย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหมท็อป”เปมิกาสังเกตอาการของเพื่อนเธอ ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ เดี๋ยวค่อยถามเวลาเลิกงาน “ไม่มีอะไรจริงๆ” @ บริษัทเอนเตอร์ไพรส์ ชนกันต์... “จะให้ดิฉันเซ็นโดยไม่ตรวจสอบเอ
“งั้นรดายืนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะเดินดูเอง” “เอ่อ พี่อินทัชทำไมต้องไปด้วยคะ งั้นรดาไปด้วยก็ได้ค่ะ” “เชิญค่ะ”พรลภัสเบะปากมองบนตอนหันหลังเดินนำคนทั้งสองไป ‘นิสัยผู้หญิงคนนี้แย่ชะมัด ไม่รู้คุณอินทัชไปถูกใจได้ยังไง’ หัวหน้าเชฟอธิบายแต่ละแผนกของห้องครัว โดยมีประธานหนุ่ม และคู่หมั้นสาวที่เดินตามอย่างไม่เต็มใจมากนัก “พี่เดียร์คะ...ท่านประธานหล่อจังเลยนะคะ”วาริศาเด็กฝึกงานเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่มรูปงาม ที่ดูสง่าผ่าเผยเป็นอย่างมาก “อือ”เปมิกาก้มหน้าก้มตาทำอาหาร โดยไม่สนใจในสิ่งที่เด็กฝึกงานพูดเลยสักนิด ‘เพราะเธอไม่อยากจำเรื่องราวของเขาอีกต่อไป...ไม่ว่าจะยังไงเปมิกาจะต้อง*มูฟออนเรื่องนี้ให้ได้’ “นั่นคงจะเป็นคู่หมั้นเค้านะคะพี่เดียร์ ดูสวย แต่ไหมว่าเธอน่าจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยแหละ พี่เดียร์ดูสิคะ...ท่าทางเธอ*ยี้ตลอดที่เดินผ่านพนักงานแต่ละคน”วาริศายังคงพรรณนาต่อไม่หยุด “ไหมแก้ว...พี่ว่าหยุดดูเขาได้แล้ว มาช่วยพี่จัดจานเมนูนี้หน่อยค่ะ...”เปมิกาตัดบท ‘เธอไม่ต้องการได้ยินเรื่องราวของเขาเลยสักนิด’ “ค่ะพี
“โอเค...ครับ ผมเข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแค่นี้นะครับ ผมขอบคุณมากนะครับ ที่คุณอุตส่าห์เรียกใช้บริการจากผม จริงๆ แล้วผมไม่ได้ไปทำงานที่บาร์นั่นหรอกครับ ผมตั้งใจที่จะไปดักรอพบคุณแค่นั้นเองครับ ที่ทำงานผมก็คือการเป็นเชฟในโรงแรมของคุณ และเป็นลูกน้องหรือเด็กในสังกัดของคุณครับ...ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง คุณสบายใจได้ครับ...คุณอติญา”ธนวันต์พูดจบก็ลุกขึ้นก้าวลงจากเตียง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และเดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดที่จะหันกลับไปมองเธออีกเลย... “ดะ-เดี๋ยวก่อน...”อติญาร้องเรียกเด็กหนุ่ม แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ‘นี่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ’ ดูเหมือนเด็กหนุ่มนั่นจะไม่พอใจ ตอนนี้อติญากำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เธอชอบบทรักนั่น และเธอเองก็มีความสุข แต่ทว่าอีกทางหนึ่งนั้น มันไม่ถูกต้องเอาเสียเลยที่เธอมีอะไรกับเด็กในสังกัดของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือ สมภารกับไก่วัดนั่นเอง!@ เช้าวันจันทร์ “เจ้ว่าบรรยากาศวันนี้มันดูแปลกๆ มั้ยปอนด์”หัวหน้าสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเธอรู้สึกไม่คุ้นกับสถานการณ์เงียบๆ แบบนี้เลย “ปกติครับเจ้...มาทำงานครบ”ชนาธิปเหลือบมองเพื







