เข้าสู่ระบบ“แล้วนี่พี่ธามได้เจอยัยครีมบ้างหรือยังคะ เรื่องงานเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ เดียร์ไม่ได้แชทถามเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังยุ่งอยู่เหมือนเดิม”
“เห็นบอกว่าจะทำงานเข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว ครีมบอกจะพยายามทำงานที่นี่ให้ได้”
“อืม...ยัยครีมคงจะต้องอดทนแหละค่ะครั้งนี้”
“เย็นนี้เดียร์ว่างมั้ย พี่จะชวนเราไปทานข้าวเย็น”
กิตติพัทธ์พยายามที่จะรุกมากขึ้น โดยเรื่องนี้เขาได้ปรึกษากับเพื่อนเขาแล้ว ถ้าเขาไม่ยอมที่จะเปิดใจ น้องสาวต่างสายเลือดของเขาก็ไม่รู้ตัวสักที ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ
“ว่างค่ะ...พี่ธามจะเลี้ยงเดียร์หรือคะ ดีจังสบายกระเป๋าไปอีกมื้อ”
“งั้นเดี๋ยวสักประมาณทุ่มนึงพี่มารับเดียร์นะครับ”
“เดี๋ยวเดียร์ไปเจอพี่ธามดีกว่าค่ะ ไม่ต้องมารับหรอกค่ะ”
“...” บุคคลที่สามมองหนุ่มสาวสองคนสลับไปมา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ”
“ค่ะ”
“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ธาม สวัสดีค่ะ”
เด็กสาวล่ำลาแบบออกอาการเศร้าแบบปัจจุบันทันด่วน สงสัยเธอต้องกิน*แห้วซะแล้ว
“สวัสดีครับ”
“เอ่อ...พี่เดียร์กับพี่ธาม เป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือคะ”
เด็กสาวเอ่ยถามทันที เมื่อชายหนุ่มเดินจากไป
“ไม่จริงหรอก พี่เป็นคนที่แม่ของพี่ธามรับอุปการะเลี้ยงดูพี่มาตั้งแต่พี่ยังเด็กน่ะ”
“ว่าแล้ว...ทำไมสายตาถึงไม่เหมือนพี่น้องกันจริงๆ ไหมก็สงสัยสายตาที่พี่ธามมองพี่เดียร์ค่ะ พี่ธามน่าจะชอบพี่เดียร์หรือเปล่าคะ”
“อืมใช่...พี่รู้มานานแล้ว พี่เองไม่ได้ชอบพี่ธามนะ แต่พี่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง”
เรื่องนี้เป็นความหนักใจของเธออยู่มานานหลายปี เธอกลัวว่าพี่ชายของเธอจะเสียใจ จึงปล่อยเวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้
“แล้วทำไมพี่ถึงไม่ชอบพี่ธามคะ พี่เขาออกจะหล่อขนาดนั้น เป็นไหมจะไม่ลังเลเลยนะคะพี่เดียร์”
“พี่ไม่ได้คิดกับพี่ธามเกินกว่าเป็นพี่น้องกัน อืม...แล้วไหมสนใจมั้ยล่ะ พี่ธามยังโสดนะ”
“โห...ยากค่ะ เมื่อกี้พี่ธามไม่มองไหมเลยด้วยซ้ำ ถ้าคิดจะให้พี่เขามาชอบน่ะ คงไม่มีทางแน่นอนค่ะพี่เดียร์”
“ไหมต้องเชิงรุกสิ จีบพี่ธามก่อนเลย”
“โอ้ย...พี่เดียร์ไหมจะทำแบบนั้นได้ยังไงคะ อายจัง”
“น่า...เดี๋ยวพี่เป็นแม่สื่อให้”
“จะดีหรือคะพี่เดียร์”
“ไม่ลองไม่รู้นะ พี่ธามแพ้ความขี้อ้อนนะไหม”
“^<>^”
@ ร้านอาหารสุดหรูใจกลางเมืองกรุง เวลา 19.30 น.
“สรุปยัยครีมไม่มาด้วยเหรอคะพี่ธาม”
เปมิกาเอ่ยขึ้นเมื่อเธอมาถึง ก็พบว่าพี่ชายของเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว โดยวันนี้เธอมาในลุคของเดรสสีเบจอ่อนๆ ยาวคลุมเข่าแบบสบายๆ ผิวสวยนวลเนียนของเธอนั้นเปล่งประกายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเปมิกาจะสวมเสื้อผ้าในลุคไหนก็ตาม เธอนั้นจะโดดเด่นเสมอ จนทำให้ผู้คนต่างหันมองด้วยความสนใจทุกๆ ครั้งที่เธอย่างกรายไปไหน
“ยัยครีมบอกต้องตรวจแบบโครงสร้างตึก บอกว่าช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งไม่ค่อยมีเวลาครับ”
กิตติพัทธ์กวาดสายตามองดวงหน้าสวยของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวของเขาอย่างชื่นชมออกทางสีหน้าและแววตาอย่างชัดเจนไม่ปิดบัง วันนี้จะเป็นวันที่เขาจะต้องเปิดเผยความในใจ เขาเลยตั้งใจที่จะพาเธอมาร้านแห่งนี้ ซึ่งเป็นร้านที่เหมาะแก่การดินเนอร์สำหรับหนุ่มสาวเป็นอย่างมาก
“ค่ะ...เดียร์ไม่คิดว่าพี่ธามจะพาเดียร์มาร้านนี้นะคะ มันเป็นร้านที่หรูหรามากเลยค่ะพี่ธาม ตอนแรกเดียร์แต่งตัวธรรมดา พอพี่ธามบอกชื่อร้านเท่านั้นแหละ เดียร์รีบเปลี่ยนแทบไม่ทันเลยค่ะ ชุดนี้ก็เลยต้องนั่งแท็กซี่ด้วยค่ะ คงไม่เหมาะที่จะโหนรถเมล์แน่นอน”
เปมิกามองหน้าพี่ชายของเธอด้วยความรู้สึกกระอักกระอวนใจเป็นอย่างมาก เธอเตรียมใจและคำตอบมาเรียบร้อยแล้ว เปมิการู้ว่าพี่ชายของเธอนัดมาวันนี้ต้องการที่จะทำอะไร
“พี่ว่าร้านนี้ดูเงียบสงบ และเห็นวิวข้างนอกอย่างชัดเจนครับ...เดียร์สั่งอะไรเพิ่ม สั่งได้นะพี่มาก่อนเวลาเลยสั่งไปสองสามอย่างระหว่างรอเดียร์”
กิตติพัทธ์รู้สึกเก้อเขินเหมือนกันที่ต้องทำแบบนี้ เขาเติบโตพร้อมกับเธอมา 18 ปีแล้ว อยู่ๆ เขาจะสารภาพรักกับเธอนั้น มันเป็นเรื่องที่เขาเองก็ประหม่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ไม่แล้วค่ะพี่ธาม เดียร์อยู่กับอาหารมาตลอดทั้งวัน เรื่องการกินเดียร์ไม่ค่อยที่เต็มที่สักเท่าไหร่ค่ะ”
“จริงสิ...เดียร์เป็นเชฟอยู่กับอาหารหลากหลายเชื้อชาติ คงจะชินกับรสชาติและกลิ่นจนทำให้ไม่ค่อยจะอยากทานสักเท่าไหร่”
“พี่สั่งไวน์ด้วยนะครับ”
กิตติพัทธ์จัดครบจัดเต็ม สำหรับภารกิจสารภาพรักของเขาวันนี้
“โห...พี่ธาม มันเหมือนดินเนอร์ใต้แสงเทียนเลยนะคะ พี่ธามนี่โรแมนติกจังนะคะ”
อีกหนึ่งเหตุการณ์...
“ร้านอาหารอิตาเลี่ยนใกล้ๆ กับโรงแรมฉันนี่ใช่มั้ย อืม...ดีเหมือนกัน ฉันไม่อยากออกไปไกล อีกประมาณ 10 นาทีถึง”
อินทัชกำลังวีดีโอคอลสนทนากลุ่มกับเพื่อนของเขา ถึงเรื่องนัดพบปะสังสรรค์กัน
“ฉันมาก่อนนายแล้ว แต่ฉันเจออะไรบางอย่างที่นายต้องอึ้งแน่ๆ อินทัช”
ชนกันต์มองไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นั่งถัดไปอีกสามช่วงโต๊ะที่เขานั่งอยู่
“เรื่องอะไรของนายกันต์”
“นายมาเถอะ แล้วจะรู้เอง”
“อืม...โอเค”
“ฉันจะออกช้าหน่อยนะ เพราะคลินิกฉันปิดสองทุ่ม”
“โอเค รีบมาละกันเวย์”
15 นาทีต่อมา...
“อินทัช!” ชนกันต์โบกมือเรียกเพื่อนของเขา
“อ่อ...” อินทัชหันไปยังต้นเสียง แต่อะไรบางทำให้เขาชะงักทันทีกับสิ่งที่เห็น ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารและหัวเราะกันอย่างมีความสุข หญิงสาวคุ้นตากำลังยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่ร่วมโต๊ะ ภาพที่เห็นมันส่งผลต่อความรู้สึกของอินทัชเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอเธอในลักษณะนี้ ‘นี่คงเป็นเหตุผลที่เธอปฏิเสธเขาสินะ’
“อินทัช...นายนั่งก่อน”
“อืม...” อินทัชยังจ้องทั้งคู่แบบไม่วางตา โดยที่นั่งของเขานั้นมองเห็นใบหน้าอันงดงามของเธออย่างชัดเจน เพราะเธอนั้นนั่งหันหน้ามาทางตรงกันข้ามกับเขาพอดี ระยะห่างนั้นประมาณเกือบสิบเมตรเห็นจะได้
“เธอมากับใครก็ไม่รู้ ฉันก็พึ่งเห็นตอนมานั่งสั่งอาหารแล้ว”
“...” แววตาร้อนแรงราวกับเปลวไฟแผดเผาหัวใจเขาให้เจ็บแสบ สันกรามขบกันแน่นจนนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด อินทัชมองภาพบาดตานั้นด้วยหัวใจอันปวดร้าวแสนสาหัส ‘เธอเอาคืนเขากลับได้สาสมจริงๆ’
“นายไม่เป็นอะไรนะอินทัช”
ชนกันต์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ที่อินทัชเดินเข้ามาภายในร้าน อินทัชก็จ้องคนทั้งสองนั้นตลอดเวลา จน ชนกันต์แอบกลัวใจเพื่อนเขาเป็นอย่างมาก
“ไม่เป็นไร...” ใบหน้าคมสันฉายแววความเจ็บปวด
@ คลินิกหมอธีรุตม์... “ตอนนี้ร่างกายของคนไข้ปกติแล้วนะครับ หลังจากที่หมอให้ยาบำรุงไปทาน ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นปกติครับ แต่จะมีเพียงค่าของกรดยูริก (Uric Acid) สูงขึ้นมาเล็กน้อย หมอแนะนำให้งดทานอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และที่สำคัญยอดผักต่างๆ ซึ่งจำพวกนี้จะมีกรดยูริกสูงครับ” “ครับ” ชนาธิปตั้งใจฟังหมอหนุ่มอธิบายอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ชนาธิปพาแม่มาตามนัดอีกครั้ง “โดยรวมการรักษาจะต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยนะครับ ถ้าควบคุมแล้ว ร่างกายก็จะแข็งแรงปกติครับ” “ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะครับ”สายตาคมเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เต็มตื้นในหัวใจ จนแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางอย่างอัตโนมัติ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ”ธีรุตม์ตอบกลับออกไปขณะที่กำลังจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เด็กหนุ่มที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนุ่มคนนี้ น้อยนักที่จะอ่อนโยนและดูแลบุพการีได้ดีขนาดนี้ “ขอบคุณอีกครั้งครับหมอ...”ชนาธิปยกมือไหว้ พร้อมกับเตรียมจะลุกขึ้น... “เดี๋
ริมฝีปากชมพูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ เปมิการู้สึกห่อเหี่ยวใจกับสภาพที่ถูกกดดันเช่นนี้ “โอเค...คุณออกไปได้!”อินทัชเอ่ยปากไล่เธอออกไป ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระชากร่างนั้นเข้ามาจูบและอยากทำอะไรมากกว่านั้นกับเธอ เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เธอสาสม “คนบ้า!!” เปมิกาด่าเขาออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับและเดินไปจากห้องนั้นทันที ปึ่ง!!!! เสียงปิดประตูดังสนั่น!!! “แกเป็นอะไรเดียร์ หน้าบึ้งออกมา...นายอินทัชทำอะไรแกหรือเปล่า...”ธนวันต์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราว เบื้องลึกของเปมิกาเป็นอย่างดี “เขาแกล้งฉันอีกแล้วท็อป...” “แกล้งอะไร? แกจะบ้าเหรอ...คำว่า “แกล้ง” เขาเอาไว้ใช้สำหรับเด็กๆ นะโว้ย แต่แกกับนายอินทัชไม่ใช่เด็กกันแล้ว จะมาแกล้งกันเพื่ออะไรวะ...” “เขาให้ฉันไปหาเขาคืนนี้” “ห๊ะ!!!” “ชู่ว์...แกเบาๆ สิท็อป แกจะร้องทำไม เดี๋ยวใครก็มาได้ยินกันหรอก ฉันไม่อยากตกงานก่อนเวลาอันควรนะ” “ฉันว่านายอินทัช ไม่ได้แค่หลงแกหรอกว่ะเดียร์” “ยังไง?” “นายอินทัชช
@ โรงแรมอินเตอร์ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ “วันนี้แขกส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ทุกคนคงได้รับเมนูกันเรียบร้อยแล้วนะ เต็มที่นะอาจจะหนักซักหน่อย ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก ทุกคนคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ” “ค่ะเจ้” “เอ่อ...เดียร์เจ้มีเรื่องจะบอกน่ะ...คือว่าของเธอออกจะพิเศษกว่าใครเขาหน่อยนะ คุณอินทัชสั่งอาหาร โดยระบุให้เธอทำ และนำเอาไปเสิร์ฟด้วยนะ”พรลภัสรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะแปลกไปสักหน่อย ทำไมต้องให้ลูกน้องเธอทำอาหารไปเสิร์ฟ? “ทำไมต้องเป็นเดียร์ล่ะคะ?”เปมิกานึกถึงคำพูดของเขาทันที ‘ถ้าผมเรียก! คุณต้องมา!’ นึกแล้วเจ็บใจอย่างที่สุด นี่เธอจะหนีเขาไม่พ้นเลยจริงๆ ใช่ไหม “แกลืมไปหรือเปล่าเดียร์ วันนั้นที่ตอนการพรีเซ้นต์ ต่อหน้าคู่หมั้นเขา แกพูดกับคุณอินทัชว่ายังไง”ชนาธิปเอ่ยขึ้นเตือนความจำของเพื่อนสาวทันควัน เขาจำได้วันนั้น สงครามเกือบจะเกิดขึ้นในห้องครัว ถ้าคุณอินทัชไม่รีบพาคู่หมั้นไปซะก่อน “เออ...เจ้ก็คิดเหมือนปอนด์นะ ตอนแรกเจ้ก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมคุณอินทัชถึงเจาะจงที่จะเป็นยัยเดียร์ อืม...น่าจะเพราะเธอแหละเดียร์
“ดิฉันศึกษารายละเอียดมาทั้งหมดแล้วค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ระยะเวลาในการตรวจของวิศวกรแต่ละคน ควรเท่ากันนะคะ...พวกคุณตรวจสี่คนใช้เวลาตรวจเฉลี่ยเกือบห้าวัน ดิฉันคนสุดท้ายเหลือแค่วันเดียว อยากจะรู้ค่ะว่ามาตรฐานความเท่าเทียมอยู่ตรงไหนคะ”กุลจิราสาดวาจาใส่พวกเขาออกไปเช่นกัน เธอก็พยายามที่จะนับหนึ่งถึงร้อย พวกผู้ชายพวกนี้ดูจะเหยียดเธอเป็นพิเศษ ดูจากสายตาของแต่ละคน บางคนมองด้วยสายตาโลมเลีย บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก กุลจิราจะต้องผ่านบททดสอบนี้ให้ได้ “คุณพึ่งจะมาทำงานไม่ถึงเดือน คงไม่รู้กฎระเบียบที่นี่สินะ...บริษัทนี้ความสวยไม่สามารถเบิกทางคุณมาได้นะครับ”วิศวกรคนเดิมยังไม่ถอย กลับพูดจาเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ถึงดิฉันจะพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงตามที่คุณบอก แต่ดิฉันก็พอจะรู้จักกาลเทศะพอสมควรค่ะ ไม่เอาใครมาด้อยค่าในที่ประชุมแบบนี้หรอกค่ะ คนเราต้องดูที่ความสามารถค่ะ ดิฉันทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็จริง แต่คนเราควรได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองหน่อยสิคะ” “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!” “โอเค...เอาล่ะ พอได้แล้วครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจในสปิริตของแต่ละคนครับ
“อืม...แต่เมื่อกี้ฉันยังบอกแกไม่หมดเลยนะท็อป ทำไมฉันถึงคิดว่ามันแค่เซ็กส์รู้มั้ย...ก็เพราะว่าเราไม่ได้รักกันไง เขากับฉันเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีเลย เขาเคยข่มขืนฉัน เขาพยายามที่จะรื้อฟื้นความจำฉัน เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และสุดท้ายเขาก็ทำกับฉัน แกจะให้ฉันคิดยังไงวะท็อป ไม่มีคำว่ารัก ไม่มีอะไรเลย ต่างคนต่างมีความสุขงั้นเหรอ ฉันยอมรับนะโว้ย ว่าร่างกายฉันมีความสุข ซึ่งฉันเองก็บังคับมันไม่ได้เลย และแกจะให้ฉันทำยังไง” “แกทำไม ไม่บอกเขาตรงๆ ล่ะ ว่าเรามาคบกันดูมั้ย แกพูดกับเขาไปหรือเปล่า แกถามเขาไปหรือยัง ว่าที่มีอะไรกับแกเพราะอะไร ทำไมต้องเลือกแก ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมเขาถึงไม่เลือก จะซื้อกี่คนก็ได้ ทำไมถึงต้องเป็นแก...” “...” “แสดงว่าแก ก็ไม่ได้ถามใช่มั้ย และแกก็คิดเอง สุดท้ายก็เดินออกมา...และมาเสียใจคิดว่าเขาอยากได้แค่ร่างกายของแกงั้นหรือเดียร์” “ฉันไม่รู้...ฉันคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายฉันแค่นั้น และตอนนี้เขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉันด้วย...ถ้า...เอ่อ...เขาต้องการฉันเมื่อไหร่ เขาเรียก...ฉันก็ต้องไป” “ฉันว่านายอินทัช...ไม่ได้ต้องการแค่ร่
“คุณอินทัช...ตื่นได้แล้ว ฉันต้องกลับบ้านค่ะ” “จะรีบไปไหน...เดียร์”ร่างหนาพูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาสนิทอยู่แบบนั้น “ฉันจะกลับบ้านค่ะ” เปมิกาพยายามใจเย็นกับเขาอีกครั้ง “...” อินทัชลืมตาขึ้นทันที “ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินมั้ยคะ” “คุณตื่นนานแล้วหรือ”สายตาคมเข้มจับจ้องไปที่ร่างบาง ก็พบว่าเธอนั้นกำลังนั่งมองเขาอยู่ “นานแล้ว...ฉันต้องการกลับบ้านค่ะ”เปมิกาสวมใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ของเขาที่เธอพยายามเลือกตัวที่เล็กที่สุดที่เธอจะสามารถใส่ได้ เพราะชุดของเธอนั้นขาดจนไม่สามารถที่จะใส่มันได้อีกแล้ว “บอกเหตุผลของคุณมาซิเดียร์ ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน...ระหว่างคุณกับผมนั้น คุณคิดยังไง”อินทัชรู้สึกไม่พอใจ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรเหมือนกับเขาเลย อินทัชคิดว่าเธอจะรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ทางร่างกายของเขาและเธอ อินทัชรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาเองต้องการที่จะขอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง หลังจากที่คราวครั้งก่อนนั้นถูกปฏิเสธ มาครั้งนี้อินทัชคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่ทุกอย่าง







